เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 253: วิทยานิพนธ์อันน่าทึ่ง

บทที่ 253: วิทยานิพนธ์อันน่าทึ่ง

บทที่ 253: วิทยานิพนธ์อันน่าทึ่ง


บทที่ 253: วิทยานิพนธ์อันน่าทึ่ง

สองพี่สะใภ้น้องสามีนอนคุยกันต่ออีกพักใหญ่ กว่าจะหลับก็ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงดึกดื่นค่อนคืนแล้ว

เจียงชิ่นปลอบใจและให้คำแนะนำฟู่ซานไปมากมาย พร้อมทั้งสอนจุดสังเกตหลัก ๆ ในการดูคน เพื่อแยกแยะผู้ชายเฮงซวยเวลาจะหาคู่ครอง

จากบทเรียนราคาแพงในครั้งนี้ ทำให้ตอนนี้ฟู่ซานเชื่อฟังคำพูดของเจียงชิ่นอย่างหมดหัวใจ และจดจำทุกคำสอนเอาไว้จนขึ้นใจ

จัดการเรื่องในบ้านเสร็จสรรพ เจียงชิ่นก็ต้องเริ่มทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้กับเป้าหมายของตัวเองบ้างแล้ว

ช่วงหลายวันนี้ นอกจากการเรียนทั้งภาคกลางวันและกลางคืนแล้ว เธอก็เอาแต่ครุ่นคิดหาวิธีที่จะช่วยให้ประเทศชาติสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้สำเร็จได้เร็วขึ้น

"ระบบ แกบอกว่าส่วนที่สำคัญที่สุดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็คือเครื่องปฏิกรณ์และอาคารคลุมเครื่องปฏิกรณ์  ใช่ไหมล่ะ การออกแบบและการก่อสร้างสองส่วนนี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เลยก็ว่าได้ ถ้าสามารถแก้ปัญหาทางเทคนิคของสองส่วนนี้ได้ ความเร็วในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดแน่นอน"

หลังจากฟังบรรยายของอาจารย์กลุ่มหมอกในวันนั้นจบ ความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัวเจียงชิ่นมาหลายวัน ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อพลังจิตของเธอแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ระบบในสายตาของเธอก็เริ่มมีรูปร่างที่จับต้องได้ขึ้นมาแล้ว

มันเป็นตัวเตี้ย ๆ อ้วน ๆ กลมปุ๊ก หน้าตาดูคล้ายกับ 'ปิงตุนตุน' มาสคอตประจำการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2022 ที่ปักกิ่งเลยล่ะ น่ารักสุด ๆ ไปเลย

แน่นอนว่า ไอระบบจอมหยิ่งยโสตัวนี้คัดค้านหัวชนฝา ไม่ยอมให้เจียงชิ่นใช้คำว่า 'น่ารัก' มาอธิบายรูปลักษณ์ของมันเด็ดขาด

[หึ ๆ ด้วยเทคโนโลยีในยุคสมัยนี้ การที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานจะสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ออกมาได้นั้นยังเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากเลยนะครับ ต่อให้สร้างออกมาได้ มันก็เป็นเทคโนโลยีที่ล้าหลังอยู่ดีแหละครับ]

ระบบเบ้ปากเอ่ย

เจียงชิ่นได้ยินแบบนั้นก็ไม่สบอารมณ์ รีบสวนกลับทันที "โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบน้ำอัดความดันนะ ต่อให้อยู่ในยุคหลังก็ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากแล้ว อีกอย่าง นี่เพิ่งจะเป็นแค่เฟสแรก เฟสสองเฟสสามในอนาคตก็จะยิ่งพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีกต่างหาก"

ข้อมูลพวกนี้ เจียงชิ่นล้วนสืบค้นมาจากเครื่องจำลองระดับซูเปอร์ทั้งสิ้น

ระหว่างที่ใช้งานเครื่องจำลองระดับซูเปอร์ เจียงชิ่นก็ค้นพบว่า ขอแค่เธอดึงเอาคำศัพท์ใด ๆ ก็ตามในหัวออกมา แล้วป้อนเข้าไปในเครื่องจำลองระดับซูเปอร์ เธอก็จะสามารถสืบค้นข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคำ ๆ นั้นได้ทั้งหมด

พอค้นพบฟังก์ชันนี้ปุ๊บ เจียงชิ่นก็รีบเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานทันที แล้วก็ต้องตกตะลึง เมื่อพบว่าในนั้นมีกระทั่งแบบแปลนและแนวคิดการออกแบบของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานเก็บไว้อย่างครบถ้วน นี่มันฟังก์ชันสืบค้นระดับเทพชัด ๆ

เธอตั้งใจอ่านข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานอย่างละเอียด จนพบว่าอุปสรรคสำคัญของการก่อสร้าง มีอยู่สองจุด คือ เครื่องปฏิกรณ์ และอาคารคลุมเครื่องปฏิกรณ์ที่อยู่ด้านนอก แถมยังพบปัญหาที่ร้ายแรงมาก ๆ อีกข้อหนึ่งด้วย

นั่นก็คือ ประเทศจีนยังไม่มีประสบการณ์ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาก่อน การก่อสร้างในครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการคลำทางข้ามแม่น้ำ ขาดมาตรฐานในการก่อสร้าง ซึ่งจะเป็นจุดบอดด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรงมากในอนาคต

เธอใช้ข้อมูลทั้งหมดที่มี จำลองภาพรวมของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานขึ้นมาบนเครื่องจำลอง แล้วใช้ฟังก์ชันปรับแต่งของเครื่องจำลอง เพื่อแก้ไขและปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ท้ายที่สุด เธอก็ได้แบบแปลนที่ผ่านการปรับแต่งจนสมบูรณ์แบบมาครอบครอง

ในนั้น เธอได้ทำการเปลี่ยนเครื่องปฏิกรณ์แบบน้ำอัดความดัน ที่ถือว่าก้าวหน้ามากแล้วในปัจจุบัน ให้กลายเป็นเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าไปอีกหลายปีในอนาคต

ในเมื่อประเทศจีนจะสร้างทั้งที ก็ต้องสร้างให้ดีที่สุด สร้างให้ล้ำหน้าที่สุดในโลกไปเลย

แน่นอนว่า เธอไม่สามารถเอาแบบแปลนฉบับนี้ออกไปใช้ดื้อ ๆ ได้ เจียงชิ่นจึงเลือกที่จะเขียนวิทยานิพนธ์ขึ้นมาฉบับหนึ่ง โดยอ้างอิงจากแบบแปลนฉบับนี้

หัวข้อวิทยานิพนธ์คือ 'ว่าด้วยการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานให้มีประสิทธิภาพ'

หลังเลิกเรียนวันหนึ่ง เจียงชิ่นรีบวิ่งตามศาสตราจารย์ลู่ที่กำลังจะเดินออกจากห้องเรียนไป

ศาสตราจารย์ลู่เป็นศาสตราจารย์อาวุโสประจำคณะฟิสิกส์ ท่านเคยผ่านความยากลำบากในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม เคยถูกจับไปขังคอกวัว และถูกบังคับให้กวาดส้วมมาแล้ว

หลังจากได้รับการล้างมลทินในปี 1970 ท่านก็ได้กลับมาทำงานที่หน่วยงานเดิม ซึ่งก็คือมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เพื่อชดเชยเวลาที่สูญเสียไป ท่านใช้เวลานอนเพียงแค่วันละสี่ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนเวลาที่เหลือทั้งหมดล้วนทุ่มเทให้กับการศึกษาวิจัย จนได้รับฉายาว่าเป็น 'ซานหลางจอมทุ่มเท' (คนที่ทำงานหนักแบบถวายหัว) ประจำมหาวิทยาลัย

เจียงชิ่นเคารพรักศาสตราจารย์ลู่ท่านนี้มาก และข่าวเรื่องที่ประเทศกำลังเตรียมก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซาน เจียงชิ่นก็ได้ยินมาจากศาสตราจารย์ลู่ในคลาสเรียนนั่นเอง

"ศาสตราจารย์ลู่คะ เกี่ยวกับเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซาน หนูมีคำถามอยากจะรบกวนถามท่านสักสองสามข้อค่ะ"

พอได้ยินว่ามีนักศึกษามาถามคำถามหลังเลิกเรียน ศาสตราจารย์ลู่ก็รีบหยุดเดิน แล้วหันกลับมา

เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือเจียงชิ่น ท่านก็ชะงักไปเล็กน้อย

นักศึกษาคนนี้มีความพิเศษมาก ท่านจำเธอได้แม่นยำเลยทีเดียว

สหายจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเคยมาหาท่านเป็นการส่วนตัว ฝากฝังให้ท่านช่วยดูแลและปั้นเจียงชิ่นเป็นพิเศษ ส่วนเหตุผลนั้น อีกฝ่ายไม่ได้เปิดเผยให้ทราบ

คนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งได้ ล้วนเป็นหัวกะทิระดับแนวหน้า เป็นยอดคนในหมู่ยอดคนทั้งสิ้น

แต่ตั้งแต่เปิดเทอมมา ศาสตราจารย์ลู่ก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความแตกต่างระหว่างเจียงชิ่นกับนักศึกษาคนอื่น ๆ และเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีถึงต้องเจาะจงฝากฝังมาเป็นพิเศษ

สำหรับนักศึกษาที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ต่อให้เบื้องบนไม่สั่งมา ท่านก็เต็มใจและพร้อมที่จะทุ่มเทสั่งสอนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว

"นักศึกษาเจียง มีคำถามอะไร ไปคุยกันในห้องพักครูให้ละเอียดดีกว่านะ"

เจียงชิ่นไม่คาดคิดว่าศาสตราจารย์ลู่จะชวนไปคุยรายละเอียดในห้องพักครู เธอรีบเดินตามไปทันที

พอถึงห้องพักของศาสตราจารย์ลู่ เจียงชิ่นก็ไม่อ้อมค้อม เข้าประเด็นทันที

"ศาสตราจารย์คะ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานของเรา คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณกี่ปีเหรอคะ ? "

ศาสตราจารย์ลู่มีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย "เรื่องนี้มันไปคาบเกี่ยวกับการรักษาความลับของทางราชการน่ะ ครูคงบอกตามตรงไม่ได้หรอกนะ"

ในฐานะหนึ่งในบุคลากรที่มีส่วนร่วมในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซาน ศาสตราจารย์ลู่รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก และอยากจะเล่าเรื่องนี้ให้นักศึกษาฟัง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาสุด ๆ

แต่ด้วยกฎระเบียบรักษาความลับ การที่ท่านสามารถเอ่ยถึงเรื่องนี้ในคลาสเรียนได้นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ถือว่าสุดลิ่มทิ่มประตูแล้ว เจียงชิ่นเข้าใจเหตุผลข้อนี้ดี จึงไม่ได้เซ้าซี้ถามต่อ

ความจริงแล้วคำถามนี้เธอรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว ว่าต้องใช้เวลาสี่ปี กว่าจะสร้างเสร็จก็ปาเข้าไปปี 1982 นู่นเลย

ที่แกล้งถามไป ก็แค่อยากจะหยั่งเชิงดูว่า ขอบเขตข้อมูลที่ศาสตราจารย์ลู่พอจะเปิดเผยให้เธอรู้ได้นั้นมีมากน้อยแค่ไหน

แต่แค่คำถามแรกก็ชนกำแพงดังโครมซะแล้ว

ดูเหมือนว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซาน ในฐานะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของประเทศจีน จะมีความสำคัญและมีระดับการรักษาความลับที่สูงลิบลิ่วจริง ๆ

ในเมื่อเป็นแบบนี้ เจียงชิ่นก็ยิ่งปรารถนาที่จะทำอะไรสักอย่างเพื่อโปรเจกต์นี้ให้จงได้

"ศาสตราจารย์คะ หนูเขียนวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาฉบับหนึ่ง อยากจะรบกวนให้ศาสตราจารย์ช่วยตรวจดูให้หน่อยค่ะ ถ้าเป็นไปได้ หนูอยากจะส่งวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ไปตีพิมพ์ในวารสารวิชาการของมหาวิทยาลัยค่ะ"

พูดจบ เจียงชิ่นก็หยิบปึกกระดาษต้นฉบับออกมาจากกระเป๋าหนังสือ

ศาสตราจารย์ลู่ตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด นึกไม่ถึงเลยว่าเจียงชิ่นที่เพิ่งจะเข้าเรียนได้ไม่นาน จะสามารถเขียนวิทยานิพนธ์ออกมาได้ด้วยตัวเองแล้ว แถมยังเป็นหัวข้อเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีกต่างหาก

ลึก ๆ แล้ว ท่านไม่ได้ตั้งความหวังกับวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ไว้สูงนัก

ก็แหงล่ะ เพิ่งเข้าเรียนมาได้แค่ไม่กี่เดือน ต่อให้เขียนวิทยานิพนธ์ออกมาได้ ระดับความลึกซึ้งของเนื้อหาก็คงไปได้ไม่ไกล เต็มที่ก็คงเป็นการวิเคราะห์แบบผิวเผินเท่านั้นแหละ

แต่ศาสตราจารย์ลู่ก็คิดเอาไว้แล้วล่ะ ว่าในเมื่อเจียงชิ่นมีความกระตือรือร้นขนาดนี้ จะไปดับฝันเด็กมันก็ใช่ที่ ท่านตั้งใจไว้ว่า ไม่ว่าวิทยานิพนธ์จะออกมาดีหรือแย่ ท่านก็จะช่วยขัดเกลาแก้ไขให้ แล้วค่อยส่งไปตีพิมพ์ในวารสารวิชาการของมหาวิทยาลัยให้

ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง อย่างน้อย ๆ ก็ถือเป็นการให้กำลังใจนักศึกษาเรียนดีคนหนึ่งล่ะนะ

คิดได้ดังนั้น ศาสตราจารย์ลู่ก็เปิดอ่านกระดาษต้นฉบับในมือ

เมื่อสายตาไล่กวาดอ่านเนื้อหาลงไปเรื่อย ๆ สีหน้าของศาสตราจารย์ลู่ก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

จากตอนแรกที่แค่อยากรู้อยากเห็น ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงและตื่นเต้น

พออ่านจนถึงบรรทัดสุดท้าย มือที่ถือกระดาษต้นฉบับของศาสตราจารย์ลู่ถึงกับสั่นระริก

ท่านตั้งใจอ่านทบทวนตั้งแต่ต้นจนจบอีกรอบอย่างละเอียดลออ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้น ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น "นักศึกษาเจียง ข้อมูลพวกนี้... เธอเป็นคนคิดขึ้นมาเองทั้งหมดเลยเหรอ ? "

"ใช่ค่ะ ศาสตราจารย์ลู่ หลังจากที่ท่านพูดถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานในวันนั้น หนูก็รู้สึกสนใจมาก ๆ เลยค่ะ นี่คือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของประเทศเรา ซึ่งมันมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด พอกลับไปหนูก็เอาแต่คิดเรื่องนี้มาตลอด จนเขียนวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ขึ้นมา หวังว่าหนูจะมีส่วนช่วยในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้บ้างนะคะ"

เจียงชิ่นยืนอยู่ตรงนั้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยพลัง ตอบคำถามอย่างฉะฉานมั่นใจ

ศาสตราจารย์ลู่ยิ่งตื่นเต้นหนักเข้าไปอีก

ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว !

แค่ได้ยินท่านเอ่ยถึงเพียงเล็กน้อย ก็สามารถตกผลึกความคิดและเขียนบทความที่มีมุมมองน่าทึ่งขนาดนี้ออกมาได้ นี่มันเกินกว่าคำว่า 'ยอดเยี่ยม' ไปไกลลิบแล้ว

จบบทที่ บทที่ 253: วิทยานิพนธ์อันน่าทึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว