เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 244: เวินเซ่าเฉินเตะโดนตอ

บทที่ 244: เวินเซ่าเฉินเตะโดนตอ

บทที่ 244: เวินเซ่าเฉินเตะโดนตอ


บทที่ 244: เวินเซ่าเฉินเตะโดนตอ

"คุณคือเจียงชิ่นใช่ไหมครับ ? " เวินเซ่าเฉินเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม

รอยยิ้มของเขาทำเอาเจียงชิ่นขนลุกซู่ไปทั้งตัว

ความจริงแล้วรอยยิ้มของอีกฝ่ายดูอบอุ่นเป็นมิตรมาก แต่รอยยิ้มนั้นกลับส่งไปไม่ถึงดวงตา ทำให้เจียงชิ่นรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก

"ใช่ค่ะ ฉันเจียงชิ่น คุณคือใครคะ ? " เธอเอ่ยถามกลับไปตรง ๆ

"สวัสดีครับ ผมชื่อเวินเซ่าเฉิน เป็นลูกพี่ลูกน้องของกัวหลิงครับ"

พอได้ยินชื่อกัวหลิงสองพยางค์ กำแพงป้องกันในใจของเจียงชิ่นก็ตั้งตระหง่านขึ้นมาทันที

ลูกพี่ลูกน้องของกัวหลิงมาหาเธอถึงที่ เดาด้วยเข่าก็รู้ว่าต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ

"คุณมาหาฉัน ก็เพื่อจะมาทวงความยุติธรรมให้กัวหลิงใช่ไหมล่ะคะ ? เป็นเพราะหล่อนต้องอ่านจดหมายสำนึกผิดกลางที่ประชุมใหญ่ แถมยังต้องมาขอโทษฉันต่อหน้าธารกำนัล ก็เลยรู้สึกเสียหน้า ฉันพูดถูกไหมคะ ? "

เวินเซ่าเฉินเอ่ยขึ้น "เราเปลี่ยนที่คุยกันดีกว่าครับ ตรงนี้คงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่"

น้ำเสียงของเขาเด็ดขาด ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ

พร้อมกันนั้นเขาก็ปรายตามองไปรอบๆ เป็นการส่งสัญญาณให้รู้ เจียงชิ่นจึงสังเกตเห็นว่า มีนักศึกษาหลายคนแถวนั้นกำลังมองมาทางนี้อยู่

ช่วงนี้เพราะเรื่องของกัวหลิง ตัวเธอเองก็แทบจะกลายเป็นหัวข้อซุบซิบนินทาหลังอาหารของทุกคนไปแล้ว เจียงชิ่นไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้เอาซะเลย

ดังนั้นเธอจึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง "มีอะไรก็พูดมาตรงนี้แหละค่ะ เวลาของฉันมีจำกัด"

เวินเซ่าเฉินจ้องมองเธอเงียบ ๆ แววตาแฝงไปด้วยความกดดันและบีบบังคับในแบบฉบับของผู้มีอำนาจเหนือกว่า น่าเสียดายที่สายตาแบบนั้นใช้กับเจียงชิ่นไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย

เจียงชิ่นหมุนตัวเตรียมจะเดินหนี

"ถ้าคุณไม่อยากพูด งั้นฉันขอตัวนะคะ เดี๋ยวเข้าเรียนสาย"

เจียงชิ่นตั้งใจจะเดินหนีจริง ๆ เธอไม่อยากมายืนเสียเวลาเถียงกับลูกพี่ลูกน้องของกัวหลิงตรงโถงทางเดินหรอก

ใครก็ตามที่มีความเกี่ยวข้องกับกัวหลิง ล้วนทำให้เจียงชิ่นรู้สึกรังเกียจจนขยะแขยง ไม่อยากจะเสวนาด้วยเลย

เวินเซ่าเฉินเห็นเธอทำท่าจะเดินหนีจริง ๆ คราวนี้ก็ไม่ดึงดันจะเปลี่ยนที่คุยแล้ว รีบก้าวเข้าไปขวางหน้าเธอไว้

"คุณนี่จริง ๆ เลย ในเมื่ออยากจะคุยตรงนี้ งั้นก็คุยตรงนี้แหละครับ"

เขาคาดไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะต้องยอมพ่ายแพ้ให้กับเจียงชิ่น และสุดท้ายก็ต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่นของเวินเซ่าเฉิน ตอนนี้เริ่มมีรอยร้าวปรากฏให้เห็นเล็กน้อย

"ในเมื่อคุณไม่กลัวคนอื่นได้ยิน งั้นผมก็จะพูดตรงๆ เลยก็แล้วกัน"

เจียงชิ่นไม่ได้ตอบรับ ทำเพียงแค่ส่งสายตาเป็นนัยว่า 'มีอะไรก็รีบๆ พ่นมา อย่ามัวแต่ลีลา'

เวินเซ่าเฉินยิ้มอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ก่อนจะเอ่ยว่า "ผมทำงานอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ต่างประเทศ ต้องติดต่อกับต่างประเทศอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะกับประเทศ M ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเรากับประเทศ M เริ่มผ่อนคลายลงแล้ว อาจจะบรรลุข้อตกลงกันได้ในปีหน้า ถ้าคุณยินดี ผมสามารถมอบโอกาสให้คุณได้ไปเรียนต่อต่างประเทศได้นะ ไปเรียนที่ประเทศ M ส่วนมหาวิทยาลัยก็เลือกได้ตามใจชอบเลย"

เจียงชิ่นกระพริบตาปริบ ๆ ไม่ได้เก็บเอาคำพูดของเขามาใส่ใจเลยสักนิด

"ไปเรียนต่อต่างประเทศ ฟังดูน่าเย้ายวนใจดีนะคะ แต่ของฟรีไม่มีในโลกหรอกค่ะ พวกเราไม่ได้เป็นญาติโกโหติกาอะไรกัน คุณจะมาช่วยฉันทำไมล่ะคะ ข้อแลกเปลี่ยนก็คือ... ให้ฉันเลิกกับฟู่เส้าตั๋วใช่ไหมล่ะคะ ? "

คาดไม่ถึงเลยว่าเจียงชิ่นจะเดาความคิดของเขาออก รอยยิ้มบนใบหน้าของเวินเซ่าเฉินเมื่อครู่นี้ จึงแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึ้นมาเล็กน้อย

แต่เขาก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว มุมปากยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้ม

"ใช่ครับ ผมอยากให้คุณหย่ากับฟู่เส้าตั๋ว มีเพียงการที่พวกคุณหย่ากันเท่านั้น น้องสาวของผมถึงจะมีโอกาสได้คบหากับฟู่เส้าตั๋ว และถ้าเป็นแบบนั้น ข่าวลือแย่ ๆ เกี่ยวกับตัวหล่อนก่อนหน้านี้ก็จะสลายไปเอง ส่วนเรื่องจดหมายสำนึกผิดและการขอโทษอะไรพวกนั้น ผลกระทบในแง่ลบที่มีต่อหล่อนก็จะมลายหายไปจนหมดสิ้น”

"ส่วนเรื่องที่หล่อนจะได้ลงเอยกับฟู่เส้าตั๋วหรือไม่นั้น อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของหล่อนเองแล้วล่ะครับ แต่ว่านะ เรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับคุณเหมือนกันไม่ใช่เหรอครับ”

"รอจนน้องสาวของผมได้คบกับฟู่เส้าตั๋ว คุณก็คงนั่งเครื่องบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลถึงอีกซีกโลกแล้ว ได้ไปศึกษาต่อในประเทศที่เจริญก้าวหน้าที่สุดในโลก สิ่งที่รอคุณอยู่คือมหานครนิวยอร์กที่เจิดจรัสและเจริญรุ่งเรืองสุดขีด ถึงเวลานั้น ผลกระทบจากการหย่าร้างก็แทบจะไม่มีความหมายกับคุณเลยด้วยซ้ำ”

"ก็แค่ยอมสละผู้ชายคนเดียว แต่แลกมากับอนาคตที่สดใสเรืองรอง ผมว่าการแลกเปลี่ยนครั้งนี้มันคุ้มค่ามากเลยนะครับ"

ทันทีที่เวินเซ่าเฉินพูดจบ สีหน้าของเจียงชิ่นก็เย็นเยียบลงราวกับน้ำแข็งทันที

เธอขยับริมฝีปาก ทิ้งท้ายไว้แค่ประโยคเดียวสั้น ๆ "คุ้มค่าบ้านป้าแกสิ ! "

เวินเซ่าเฉินฟังไม่เข้าใจ ยังคงดันทุรังพูดต่อ "เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับป้าผมหรอกครับ เป็นผมเองที่ตัดสินใจมอบโอกาสนี้ให้กับคุณ ถ้าเกิดให้คนอื่นในครอบครัวผมเป็นคนจัดการล่ะก็ คุณคงจะ... โอ๊ยยย..."

คำพูดประโยคหลังของเขากลายเป็นเสียงร้องอุทานด้วยความเจ็บปวด

จังหวะที่เขากำลังทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการโน้มน้าวใจเจียงชิ่น เจียงชิ่นก็กระทืบเท้าลงบนหลังเท้าของเขาเต็มแรง แถมยังขยี้ซ้ำอีกสองทีด้วย

การกระทืบครั้งนี้ลงน้ำหนักรุนแรงมาก เวินเซ่าเฉินร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด กุมเท้ากระโดดเหยง ๆ ไปด้านข้าง

วินาทีที่แล้วยังดูเป็นสุภาพบุรุษมาดเนี๊ยบ วินาทีต่อมาภาพลักษณ์ก็ป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี

เจียงชิ่นหัวเราะจนตัวงอ ถอยห่างออกไปสองสามก้าว แล้วพูดว่า "แกกับน้องสาวของแกน่ะ ควงแขนกันไปลงนรกซะไป๊ ไอ้งั่งเอ๊ย ! " คำด่าทิ้งท้ายประโยคนั้น ด่าออกไปแล้วเจียงชิ่นรู้สึกสะใจสุด ๆ

เธอก้มดูเวลา ใกล้จะถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว จึงไม่สนใจเวินเซ่าเฉินอีกต่อไป สับขาวิ่งมุ่งหน้าไปที่ห้องเรียนทันที

พอไปถึงห้องเรียน เธอเพิ่งจะหย่อนก้นนั่งลง อาจารย์ก็เดินเข้ามาพอดี คลาสเรียนเริ่มขึ้นแล้ว

ระหว่างเรียน เจียงชิ่นตั้งใจฟังบรรยายอย่างจดจ่อ เรื่องหงุดหงิดใจเมื่อครู่นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อเธอเลย

แต่พอเลิกเรียน เจียงชิ่นนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ก็ยังคงรู้สึกขยะแขยงเหมือนกลืนแมลงวันลงคอไปตัวนึงอยู่ดี

ใครให้ความมั่นหน้าเขากัน ถึงได้กล้ามาเกลี้ยกล่อมให้เธอหย่ากับฟู่เส้าตั๋วน่ะ

แถมยังจะมอบโอกาสไปเรียนต่อต่างประเทศให้อีก คิดว่ามันน่าตื่นเต้นนักหรือไง ?

ถ้าเอาไปเทียบกับเหล่าฟู่ของบ้านเธอแล้ว การไปต่างประเทศมันจะไปมีความหมายอะไรล่ะ

อีกอย่าง ถ้าเธออยากจะไปเรียนเมืองนอกจริง ๆ อาศัยความสามารถของตัวเองก็ไปได้สบาย ๆ อยู่แล้ว

พอนึกถึงท่าทางมั่นใจเต็มเปี่ยมของเวินเซ่าเฉิน เจียงชิ่นก็อดไม่ได้ที่จะลูบแขนตัวเองที่ขนลุกซู่ด้วยความขยะแขยง

คิดว่าตัวเองเป็นประธานบริษัทจอมเผด็จการหรือไง ถึงได้กล้ายื่นข้อเสนอด้วยท่าทางมั่นหน้าขนาดนั้นน่ะ

พอหมดคาบเรียน เจียงชิ่นเดินไปเข้าห้องน้ำ ก็ได้ยินนักศึกษาหญิงหลายคนจับกลุ่มซุบซิบนินทากันอยู่

ฟังจากรูปประโยค ดูเหมือนว่าเวินเซ่าเฉินจะถูกหามส่งห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยไปแล้ว

เจียงชิ่นลองนึกทบทวนดู ตอนนั้นเธอกระทืบแรงขนาดนั้นเลยเหรอ ?

ถ้ากระทืบแรงขนาดนั้นจริง ๆ เย็นนี้กลับบ้านต้องให้รางวัลตัวเองด้วยน่องไก่สักชิ้นแล้วล่ะ

เจียงชิ่นเลิกสนใจผู้ชายคนนั้น ทำธุระส่วนตัวเสร็จ ก็กลับไปเตรียมตัวเรียนคาบต่อไป

แต่เธอก็นึกถึงคำพูดของเวินเซ่าเฉินที่บอกว่า 'ถ้าเกิดให้คนอื่นในครอบครัวผมเป็นคนจัดการล่ะก็...' ขึ้นมาได้ รู้สึกว่าตัวเองควรจะต้องเตรียมการรับมือเอาไว้บ้าง

ดังนั้น หลังจากเลิกเรียนคาบแรกในช่วงบ่าย อาศัยช่วงเวลาพักเบรก เจียงชิ่นก็ตรงดิ่งไปที่ห้องทำงานของอธิการบดีทันที อธิการบดีหนิงกำลังนั่งทำงานอยู่ในห้อง พอได้ยินเสียงเคาะประตู ก็เอ่ยปากอนุญาตให้เข้ามาได้ พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นว่าเป็นเจียงชิ่น อธิการบดีหนิงก็คลี่ยิ้มออกมาทันที

"นักศึกษาเจียงชิ่น มีธุระอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาครูถึงที่นี่น่ะ ? "

รอยยิ้มของอธิการบดีหนิงดูเป็นกันเองและมีเมตตามาก ทำให้เจียงชิ่นนึกถึงคุณตาที่ล่วงลับไปแล้วของเธอขึ้นมาทันที ความรู้สึกผูกพันและสนิทสนมจึงก่อตัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

"อธิการบดีคะ หนูมีเรื่องอยากจะรายงานให้ท่านทราบหน่อยค่ะ"

เจียงชิ่นเล่าเรื่องที่ลูกพี่ลูกน้องของกัวหลิงมาดักรอ และยื่นข้อเสนอให้ไปเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อแลกกับการหย่าร้างกับฟู่เส้าตั๋ว ให้อธิการบดีหนิงฟังจนหมดเปลือก

อธิการบดีหนิงเป็นคนที่ยอมรับความอยุติธรรมไม่ได้ที่สุด ท่านเกลียดชังวิธีการสกปรกโสมมแบบนี้เป็นที่สุด

ฟังยังไม่ทันจบดี ท่านก็โกรธจนหนวดกระดิก ตาขวางไปหมดแล้ว

"ครอบครัวตระกูลกัวทำแบบนี้ได้ยังไง ! รังแกกันเกินไปแล้ว ! นักศึกษาเจียงชิ่น เธอไม่ต้องกังวลไปนะ เบื้องหลังของเธอมีเกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่งคอยหนุนหลังอยู่ ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรก็ไม่ต้องกลัวทั้งนั้น เรื่องนี้ครูจะจัดการเอง เธอแค่ตั้งใจเรียนให้ดีก็พอ เรื่องอื่นไม่ต้องไปสนใจเลย อ้อ แล้วก็ ถ้าเกิดมีใครหน้าไหนกล้ามาพ่นคำพูดเหลวไหลใส่หน้าเธออีก ต้องรีบมาบอกครูทันทีเลยนะ"

อธิการบดีหนิงลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ เดินวนไปวนมาอยู่กับที่สองสามรอบ

พยายามข่มความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอกให้ทุเลาลงบ้าง

จบบทที่ บทที่ 244: เวินเซ่าเฉินเตะโดนตอ

คัดลอกลิงก์แล้ว