- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 235: กัวหลิงมาหาเรื่อง
บทที่ 235: กัวหลิงมาหาเรื่อง
บทที่ 235: กัวหลิงมาหาเรื่อง
บทที่ 235: กัวหลิงมาหาเรื่อง
สุดท้ายเจียงชิ่นก็ต้องเอามือกุมเอวเดินไปเรียน
ฟู่เส้าตั๋วเดินตามหลังมาติด ๆ คอยช่วยถือกระเป๋าหนังสือให้
สหายหญิงหลายคนมองตามพวกเขาด้วยสายตาอิจฉาตาร้อน ผู้ชายที่ทั้งหล่อทั้งแสนดีเทคแคร์เก่งแบบนี้ พวกหล่อนก็อยากมีบ้างจังเลย ฮือ ๆ ๆ
ฟู่เส้าตั๋วเดินไปส่งเจียงชิ่นจนถึงหน้าประตูห้องเรียนถึงได้ยอมกลับไป
เพราะมาเช้า ภายในห้องเรียนจึงยังมีคนนั่งอยู่แค่ประปราย
พอเห็นเจียงชิ่นเดินเข้ามา นักศึกษาเหล่านั้นก็เงยหน้าขึ้นมองมาทางเธอเป็นตาเดียว
หนึ่งในนั้นมีนักศึกษาหญิงที่มัดผมหางม้าปล่อยยาว วินาทีที่หล่อนเห็นหน้าเจียงชิ่น แววตาก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและดุดันขึ้นมาทันที เจียงชิ่นหาที่นั่งริมหน้าต่างได้แล้ว กำลังจะหยิบหนังสือออกมาจากกระเป๋า จู่ ๆ ก็มีเงาดำทาบทับลงมา มือที่กำลังหยิบหนังสือชะงักงัน เธอหันหน้าไปมองนักศึกษาหญิงที่มายืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้า
นักศึกษาหญิงคนนี้ผมดำขลับ ผิวพรรณไม่ได้ขาวจัดอะไรมาก แต่เครื่องหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ดูรวม ๆ แล้วก็ถือว่าน่ารักจิ้มลิ้มอยู่บ้าง
"มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ ? "
เจียงชิ่นเลิกคิ้วขึ้น เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์
แค่มองปราดเดียว เธอก็มองเห็นความมุ่งร้ายที่อัดแน่นอยู่ในแววตาของอีกฝ่ายแล้ว
"เธอแต่งงานกับฟู่เส้าตั๋วแล้วงั้นเหรอ ? แต่งกันตั้งแต่เมื่อไหร่ฮะ ? "
นักศึกษาหญิงกัดฟันกรอด เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งคาดคั้น
เจียงชิ่นปรายตามองหล่อนอย่างเย็นชา ในใจก็พอจะเดาจุดประสงค์ของการมาเยือนในครั้งนี้ได้แล้ว
"เธอคือ... กัวหลิงงั้นเหรอ ? "
นักศึกษาหญิงถึงกับชะงักงันไปทันที
"ธะ... เธอรู้ได้ยังไง ? "
"ก็เห็น ๆ กันอยู่นี่คะ"
เจียงชิ่นแววตาสงบนิ่ง มุมปากเม้มตึง เอ่ยอย่างเชื่องช้า "แผนการตื้น ๆ ของเธอ อย่าคิดนะว่าฉันจะเดาไม่ออก เธอชอบฟู่เส้าตั๋วของบ้านฉันใช่ไหมล่ะ ? น่าเสียดายนะ เขามีเจ้าของแล้ว ถ้าเธอยังพอมีความละอายใจหลงเหลืออยู่บ้าง วันหลังก็อย่ามาเข้าใกล้เขาอีก"
น้ำเสียงของเธอไม่ได้ดุดันอะไรมาก แต่กลับแฝงไปด้วยพลังอำนาจที่กดข่มอีกฝ่ายจนมิด
ใบหน้าของกัวหลิงซีดเผือดลงในพริบตา กว่าจะตั้งสติกลับมาได้ก็กินเวลาไปพักใหญ่
หล่อนฝืนยิ้มออกมา "แต่ฉันได้ยินมาว่า พวกเธอสองคนโดนผู้ใหญ่จับคลุมถุงชนกันนี่นา เป็นเธอเองต่างหากที่เอาบุญคุณมาข่มขู่บีบบังคับให้ฟู่เส้าตั๋วต้องแต่งงานด้วย เธอนี่มันหน้าไม่อายจริง ๆ คนเขาไม่ได้ชอบก็ยังจะดันทุรังไปเกาะแกะเขาอีก ฟู่เส้าตั๋วคู่ควรกับคนที่ดีกว่านี้ และฉัน... ก็คือคนที่เหมาะสมที่สุด"
"หึ ๆ คนที่เหมาะสมที่สุดงั้นเหรอ ? " เจียงชิ่นแทบจะหลุดขำออกมาด้วยความโมโห
"เธอไปถามฟู่เส้าตั๋วดูสิ ว่าเขายอมรับหรือเปล่า ฉันเดาว่าเขาคงไม่แม้แต่จะชายตามองเธอด้วยซ้ำมั้ง"
ประโยคนี้ทำเอากัวหลิงถึงกับจุกจนพูดไม่ออก
ฟู่เส้าตั๋วไม่สนใจหล่อนเลยจริง ๆ นั่นแหละ คราวก่อนที่สถาบันภาษาต่างประเทศอุตส่าห์ได้จัดกิจกรรมร่วมกับคณะวิศวกรรมเครื่องกลทั้งที หล่อนจ้องมองฟู่เส้าตั๋วตั้งนานสองนาน แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรเลย ไม่แม้แต่จะปรายตามองหล่อนสักนิด
ตอนหลังกัวหลิงก็เลยไปติดสินบนนักศึกษาชายคนหนึ่ง ให้ไปช่วยสะกิดบอกฟู่เส้าตั๋วให้หน่อย
ผลปรากฏว่า ฟู่เส้าตั๋วเดินหนีไปเลยโดยไม่หันกลับมามองด้วยซ้ำ
เดินหนีไปดื้อ ๆ แบบนั้นเลย ไม่ยอมแม้แต่จะปรายตามองหล่อนเช่นเคย
ตอนนั้นหล่อนแทบจะสติแตก อยากจะวิ่งตามไปชวนคุย แต่ฟู่เส้าตั๋วก็เดินเร็วมาก ก้าวไปได้ไม่กี่ก้าวก็หายลับไปจากสายตาแล้ว
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา กัวหลิงก็เป็นโรคคลั่งรักหัวปักหัวปำ วัน ๆ ในหัวมีแต่เรื่องของฟู่เส้าตั๋ว
หลับตาก็เห็นหน้าเขา ลืมตาก็เห็นหน้าเขา
จนกระทั่งเย็นวันหนึ่งหลังเลิกเรียน กัวหลิงก็บังเอิญไปเห็นเจียงชิ่นยืนสนิทสนมอยู่กับฟู่เส้าตั๋วแต่ไกล
วินาทีนั้น หล่อนแทบจะยืนไม่อยู่ สมองอื้ออึงไปหมด ด้วยความหุนหันพลันแล่น หล่อนก็พุ่งไปร้องเรียนพวกเขาสองคนทันที
ผลสุดท้าย กลายเป็นว่าขว้างงูไม่พ้นคอ ไม่เพียงแต่จะเล่นงานพวกเขาสองคนไม่ได้ ตัวเองกลับต้องมารับผลกรรมซะเอง มาตอนนี้ยังต้องมาโดนเจียงชิ่นเยาะเย้ยถากถางอีก
น่าอัปยศอดสูที่สุด ! น่าอัปยศอดสูเกินไปแล้ว !
กัวหลิงก้าวพรวดเข้าไปข้างหน้า เงื้อแขนขึ้นหมายจะตบหน้าเจียงชิ่น
เพียะ !
เสียงตบหน้าดังฉาดใหญ่ก้องกังวานไปทั่วทั้งห้องเรียนที่เงียบสงัด ดึงดูดสายตาของนักศึกษาที่นั่งกระจัดกระจายกันอยู่ให้หันมามองเป็นตาเดียว
กัวหลิงกุมแก้มตัวเอง เบิกตากว้างมองเจียงชิ่นอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"กะ... แกกล้าตบฉันเหรอ ! "
เจียงชิ่นสะบัดมือขวาที่ออกแรงตบไปจนเจ็บนิด ๆ ไปมา เอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย "อย่ามาทำเป็นร้องแรกแหกกระเชอไปหน่อยเลย เมื่อกี้ถ้าฉันหลบไม่ทัน คนที่โดนตบก็คือฉันแล้ว"
บรรดาจีนมุงรอบข้างต่างก็งุนงงไปตาม ๆ กัน ไม่เข้าใจว่าสองคนนี้มีเรื่องบาดหมางอะไรกัน แล้วสรุปใครจะเป็นคนตบใครกันแน่
มีบางคนที่ตาไวเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ชัดเจน ก็เลยกระซิบอธิบายให้คนอื่น ๆ ฟัง ว่ากัวหลิงเป็นคนลงมือก่อนจริง ๆ แต่เจียงชิ่นปฏิกิริยาไว เลยสวนกลับตบหน้ากัวหลิงฉาดใหญ่ไปก่อน
บรรดาจีนมุงที่กำลังกินแตง (เสพดราม่า) ต่างก็ทำหน้ากระจ่างแจ้งขึ้นมาทันที ในขณะเดียวกันก็ลอบคิดในใจว่า นึกไม่ถึงเลยว่ามาห้องเรียนเช้าหน่อย จะได้มาเจอฉากเด็ดเผ็ดมันส์แบบนี้
เหล่าจีนมุงส่วนใหญ่ต่างก็เข้าข้างเจียงชิ่น
เรื่องที่กัวหลิงไปร้องเรียนมั่วซั่วจนโดนทางมหาวิทยาลัยลงโทษก็เพิ่งจะผ่านไปหมาด ๆ นักศึกษาหลายคนก็ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของหล่อน และเริ่มตั้งข้อสงสัยในตัวตนและนิสัยใจคอของหล่อนแล้ว
แถมดูจากรูปการณ์แล้ว ก็น่าจะเป็นกัวหลิงเองที่เป็นฝ่ายเดินมาหาเรื่องเจียงชิ่นก่อนด้วย
เจียงชิ่นยังไม่ได้ไปคิดบัญชีกับเธอเลยแท้ ๆ ตัวเธอที่เป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายกลับเสนอหน้ามาหาเรื่องเจียงชิ่นถึงที่ นี่หน้าต้องหนาขนาดไหนกันเนี่ย ?
เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็น คนแบบนี้ก็มีด้วย !
เจียงชิ่นไม่รู้หรอกว่าในใจของบรรดาจีนมุงจะคิดอะไรกันไปถึงไหนต่อไหน ตอนนี้เธอกำลังจ้องมองกัวหลิงด้วยสายตาเย็นเยียบ ราวกับกำลังมองตัวตลกตัวหนึ่ง
"ถ้าตบฉาดเดียวยังเรียกสติเธอไม่ได้ ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะตบเพิ่มอีกสักสองสามฉาดหรอกนะ จะได้สั่งสอนให้เธอรู้จักคำว่ายางอายบ้าง สามีของคนอื่น อย่าได้ริอ่านมาคิดแย่งชิง ! "
แก้มของกัวหลิงร้อนผ่าวไปหมด แถมยังโดนเจียงชิ่นชี้หน้าด่าฉอด ๆ อีก กำแพงความเข้มแข็งในใจพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี
ดังนั้นหล่อนจึงไม่ได้สังเกตเห็นคำศัพท์แปลกใหม่อย่างคำว่า 'สามี' ( เหลากง: คำเรียกสามีในยุคหลัง) ที่เจียงชิ่นเผลอหลุดปากออกมาด้วยความโมโหเลยสักนิด
ริมฝีปากของกัวหลิงสั่นระริก อยากจะเถียงกลับไป แต่พออ้าปาก น้ำเสียงกลับไม่มีพลังอำนาจใด ๆ หลงเหลืออยู่เลย
"ฟู่เส้าตั๋วไม่ได้ชอบเธอ พวกเธอโดนจับคลุมถุงชนกันต่างหากล่ะ"
เจียงชิ่นแค่นเสียงเยาะ "ในหัวเธอมีอยู่แค่วลี 'คลุมถุงชน' คำเดียวหรือไงฮะ? หัดสรรหาคำด่าใหม่ ๆ มาบ้างได้ไหม ? "
"กะ... แก..."
กัวหลิงเค้นเสียงพูดไม่ออก ด้านหนึ่งเป็นเพราะหล่อนเองก็ไม่ได้มั่นใจในสิ่งที่พูดสักเท่าไหร่ อีกด้านหนึ่งเป็นเพราะโดนตบจนเจ็บ ชาไปครึ่งซีกหน้า ก็เลยพูดจาไม่ค่อยชัด
เจียงชิ่นพูดแทรกขึ้นมา
"ฉันบอกไปแล้วไง ว่าเรื่องคลุมถุงชนหรือไม่คลุมถุงชนน่ะ เธอต้องไปถามฟู่เส้าตั๋วเอาเอง แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องระหว่างสามีภรรยาอย่างพวกเรา ดูเหมือนจะไม่มีความจำเป็นต้องไปนั่งอธิบายให้คนนอกอย่างเธอฟังหรอกมั้ง ถ้าเธอยังไม่รีบไสหัวไปอีก หรือว่าอยากจะโดนลงโทษทัณฑ์บนเพิ่มอีกสักข้อฮะ ? "
"ฟู่เส้าตั๋ว เขา... เขาไม่ได้ชอบเธอ" กัวหลิงร้อนใจจนแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ
"ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไงฮะ มันกงการอะไรของเธอไม่ทราบ ! "
เจียงชิ่นพูดจบ ก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ดังปัง ไม่ปรายตามองกัวหลิงอีกเลย
กัวหลิงเอามือกุมแก้มซีกที่แดงเถือก กำลังจะอ้าปากพูดอะไรต่อ จู่ ๆ นักศึกษาก็พากันกรูกันเข้ามาในห้องเรียนเป็นพรวน อาจารย์ผู้สอนก็เดินตามเข้ามาติด ๆ ใกล้จะถึงเวลาเรียนแล้ว
หล่อนทำได้แค่ปิดหน้าร้องไห้วิ่งหนีออกไป
กัวหลิงอุตส่าห์ไปสืบมาว่าวันนี้เจียงชิ่นมีเรียนห้องนี้ ก็เลยมารอดักรอตั้งแต่เช้าตรู่ ตั้งใจจะมาปะทะคารมกับเจียงชิ่น เพื่อบีบให้เจียงชิ่นยอมตัดใจจากฟู่เส้าตั๋ว
ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า ไม่เพียงแต่จะเกลี้ยกล่อมเจียงชิ่นไม่สำเร็จ ตัวเองกลับต้องมาโดนหยามหน้าซะเอง
กัวหลิงจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้อีก ทำได้แค่รีบวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
อาจารย์ผู้สอนมองดูความวุ่นวายจอแจด้านล่าง ก็หยิบแปรงลบกระดานขึ้นมาเคาะโต๊ะอาจารย์ดังปัง ๆ สองที
เสียงเซ็งแซ่เบื้องล่างเงียบสงัดลงทันที จากนั้นนักศึกษาทุกคนก็พร้อมใจกันนั่งตัวตรง หันหน้าไปทางกระดานดำ เก็บงำความอยากรู้อยากเห็นในใจเอาไว้ก่อน
จังหวะที่ทุกคนกำลังจัดแจงที่นั่งกันอยู่นั้น กัวหลิงก็ก้มหน้าก้มตาวิ่งหนีออกไป
วิ่งไปได้ครึ่งทาง ก็โดนอาจารย์ผู้สอนเรียกเอาไว้ซะก่อน
"นักศึกษาคนนั้นน่ะ ได้เวลาเรียนแล้วรีบกลับไปนั่งที่สิ จะวิ่งเพ่นพ่านไปไหน"
กัวหลิงยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ด้วยความอับอายขายขี้หน้า เกิดมาหล่อนยังไม่เคยต้องมาเจอสถานการณ์น่าสมเพชขนาดนี้มาก่อนเลย