- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 225: อนุมัติหอพักคู่แล้ว
บทที่ 225: อนุมัติหอพักคู่แล้ว
บทที่ 225: อนุมัติหอพักคู่แล้ว
บทที่ 225: อนุมัติหอพักคู่แล้ว
พอเห็นเจียงชิ่นหยิบของออกมาจากกระเป๋าทีละชิ้น ๆ ชายหนุ่มถึงกับยืนอึ้งตะลึงงันไปเลย
"คุณไปเอาของดี ๆ พวกนี้มาจากไหนเยอะแยะเนี่ย ? "
"เรื่องนั้นคุณไม่ต้องสนใจหรอกค่ะ เอาเป็นว่าฉันมีแหล่งรับของพวกนี้ก็แล้วกัน"
เจียงชิ่นพูดไปพลาง ก็ยัดของตัวอย่างพวกนั้นกลับเข้าไปในกระเป๋าหนังสือไปพลาง
มองจากภายนอกเหมือนเธอยัดมันกลับใส่กระเป๋า แต่ความจริงแล้วเธอโยนมันกลับเข้าไปในมิติวิเศษต่างหาก
พ่อค้าแผงลอยยืนดูจนตาค้าง จ้องมองกระเป๋าหนังสือของเจียงชิ่นด้วยความสงสัย กระเป๋าใบแค่นี้ทำไมถึงจุของได้เยอะขนาดนั้น ยัดของตั้งมากมายเข้าไปได้ยังไง แต่ก็จริงแฮะ เมื่อกี้ก็เพิ่งหยิบออกมาจากในนั้น จะใส่กลับเข้าไปได้ก็คงไม่แปลก เขาไม่ได้เก็บเอาเรื่องนี้มาใส่ใจให้วุ่นวาย เพราะตอนนี้เขามีเรื่องอื่นที่อยากรู้มากกว่า
"ของพวกนี้คุณจะรับไว้ไหมคะ ? ฉันไม่มีเวลามานั่งขายเอง ถ้าคุณรับ ฉันจะลดราคาให้ถูกลงหน่อย คุณก็น่าจะรู้ดีนะว่าของพวกนี้เป็นที่ต้องการของตลาดมากขนาดไหน ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะหาซื้อได้ง่าย ๆ นะคะ" เจียงชิ่นกล่าว
ชายหนุ่มย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ ถ้าไม่ใช่เพราะไม่มีแหล่งรับของ เขาก็คงไม่ต้องมานั่งขายแต่ของที่ตัวเองทำเองแบบนี้หรอก
"สหายครับ ผมชื่อเฮ่อหยางซาน ถือว่าวันนี้เราสองคนได้รู้จักกันแล้วนะครับ" เฮ่อหยางซานยื่นมือออกไป น้ำเสียงที่พูดจริงใจเป็นอย่างมาก
เจียงชิ่นฟังออกว่าอีกฝ่ายเริ่มหวั่นไหวสนใจแล้ว จึงยื่นมือออกไปจับมือทักทายกับเขา
"ของพวกนี้ราคาเท่าไหร่บ้างครับ ในมือผมมีเงินไม่เยอะ คงรับไปได้แค่ทีละนิดก่อน รอให้ได้ทุนคืนเยอะกว่านี้ แล้วค่อยรับไปขายเพิ่มนะครับ"
"ไม่มีปัญหาค่ะ งั้นฉันจะบอกราคาให้ฟังก่อนนะคะ คุณค่อยตัดสินใจเองว่าจะรับอะไรบ้าง"
เจียงชิ่นไล่บอกราคาของตัวอย่างแต่ละชิ้นให้เขาฟัง
ราคาที่เธอบอกไปไม่ได้สูงเลย ต่ำกว่าราคาขายส่งปกติมากด้วยซ้ำ สาเหตุหลัก ๆ ก็คือของในมิติวิเศษมันเยอะเกินไป แถมในอนาคตก็ยังมีของส่งเข้ามาเติมอย่างไม่ขาดสาย ขายในราคาถูกลงหน่อย จะได้ระบายของออกไปได้เร็ว ๆ และเคลียร์พื้นที่ในมิติวิเศษให้ว่างขึ้นด้วย
ราคาที่เจียงชิ่นเสนอมาต่ำกว่าที่เฮ่อหยางซานคาดการณ์ไว้มาก เขาเดิมทีคิดว่าของหายากแบบนี้ ราคาจะต้องแพงหูฉี่แน่ ๆ คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะไม่ได้แพงกว่าสินค้าธรรมดาทั่วไปในประเภทเดียวกันสักเท่าไหร่เลย
"ผมขอผ้าแต่ละชนิดอย่างละยี่สิบพับ แล้วก็อาหารกระป๋องห้ากระป๋อง มอลต์สกัดสองกระป๋อง นมผงสองถุงครับ"
ดูจากจำนวนแล้ว ก็พอจะมองออกว่าเฮ่อหยางซานมีเงินสดติดตัวไม่เยอะจริง ๆ ปริมาณของที่รับไปเรียกได้ว่าน้อยจนน่าเวทนา นอกจากนี้เขายังลังเลเรื่องรองเท้าอยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่เอา
เจียงชิ่นเดาว่าน่าจะเป็นเพราะรองเท้ามันมีหลายไซส์ ถ้าจะรับไปขายอย่างน้อย ๆ ก็ต้องแบบละห้าคู่ขึ้นไป เขาคงไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นล่ะมั้ง แต่ตอนนี้ไม่มี เดี๋ยวครั้งหน้ามาก็คงมีเองนั่นแหละ เจียงชิ่นไม่ได้รีบร้อนอะไร
"งั้นคุณรอเดี๋ยวนะคะ ฉันจะไปเอาของมาให้ ถึงตอนนั้นเราค่อยยื่นหมูยื่นแมว จ่ายเงินแล้วก็รับของไปเลย"
พูดจบเธอก็หันหลังเดินจากไป
เฮ่อหยางซานมองตามแผ่นหลังของเจียงชิ่นจนลับสายตา จนถึงตอนนี้เขายังรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันไปอยู่เลย เซอร์ไพรส์นี้มันมาแบบกะทันหันเกินไปจริง ๆ
ความจริงเจียงชิ่นไม่ได้เดินไปไหนไกลเลย แค่เดินเข้าไปในตรอกเล็ก ๆ เงียบ ๆ แห่งหนึ่ง หันซ้ายหันขวาดูจนแน่ใจว่าไม่มีใคร ก็เอาของที่ต้องการออกมาจากมิติวิเศษทีละชิ้น มัดรวมกันเป็นก้อนเดียวแล้ววางทิ้งไว้บนพื้น ยืนรออยู่ตรงนั้นสักพัก พอกะเวลาว่าน่าจะพอดีแล้ว เธอถึงได้หิ้วของเดินกลับไป
ของก้อนนั้นมีไม่เยอะ น้ำหนักก็ไม่ถือว่าหนักมาก เจียงชิ่นถือได้สบาย ๆ ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย ระหว่างที่เธอหิ้วของเดินไปทางเฮ่อหยางซาน พ่อค้าแม่ค้าแผงลอยคนอื่น ๆ ก็ชะเง้อคอมองมาทางนี้กันเป็นตาเดียว
เจียงชิ่นเดินไปถึงหน้าแผงของเฮ่อหยางซาน พอเขาเห็นห่อสินค้านั้น สายตาก็ถูกดึงดูดจนละสายตาไปไหนไม่ได้เลย เขาล้วงเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อ นับจำนวนแล้วยื่นให้เจียงชิ่น
เจียงชิ่นรับเงินมา พร้อมกับยื่นห่อของนั้นให้เขา วินาทีที่ของสัมผัสอยู่ในมืออย่างเป็นรูปธรรม เฮ่อหยางซานถึงได้รู้สึกตัวว่านี่คือเรื่องจริง จังหวะที่เขากำลังจะเปิดดูของด้วยความดีใจ เจียงชิ่นก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อน
"อย่าเพิ่งดีใจไปค่ะ คุณลองดูสายตาของคนอื่น ๆ ก่อนสิคะ"
เฮ่อหยางซานมองตามด้วยความงุนงง ก็เห็นพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยรอบ ๆ ต่างจ้องมองมาทางนี้ด้วยสายตาอิจฉาริษยา ใคร ๆ ก็อยากได้ของหายากมาขายกันทั้งนั้น แต่พวกเขาก็ไม่มีแหล่งรับของดี ๆ สินค้าที่เอามาขายได้ก็เลยมีอยู่แค่ไม่กี่อย่าง พอมาเห็นของในมือเฮ่อหยางซานตอนนี้ ย่อมต้องทั้งอิจฉาและริษยาเป็นธรรมดา
"พวกเขากำลังมองของในมือคุณอยู่นะคะ ถ้าเกิดคุณจัดการได้ไม่ดี ฉันกังวลว่าพวกเขาจะไปแจ้งความจับคุณเอานะคะ"
ความกังวลของเจียงชิ่นมีเหตุผล
ถึงแม้ตอนนี้นโยบายจะผ่อนปรนลงไปมาก การปราบปรามการเก็งกำไรและกักตุนสินค้าก็เบาลงไปเยอะ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าข้อหาเก็งกำไรจะถูกยกเลิกไปนะ อย่างของที่เฮ่อหยางซานจะเอามาขาย โดยเฉพาะมอลต์สกัดกับนมผง ล้วนเป็นของที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและหาซื้อยากทั้งนั้น
ถ้าเกิดโดนแจ้งความขึ้นมา ตำรวจจะจัดการยังไงก็พูดยากอยู่เหมือนกัน การเลี่ยงปัญหาไว้ก่อนย่อมดีที่สุด
เฮ่อหยางซานได้ฟังคำพูดของเจียงชิ่น ก็พยักหน้าอย่างครุ่นคิด แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีลุกลี้ลุกลนแต่อย่างใด
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดว่า "ผมมีวิธีครับ คุณไม่ต้องห่วงนะ พวกเขาไม่มีทางไปแจ้งความจับผมอย่างแน่นอนครับ"
"แล้วก็ยังมีทางตลาดสดฝั่งนู้นอีกนะคะ"
"เรื่องนั้นผมก็จะจัดการให้เรียบร้อยครับ"
พอเห็นท่าทางมั่นใจเต็มเปี่ยมของเขา โดยไม่มีร่องรอยความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย เจียงชิ่นก็เริ่มมองเขาในแง่ดีขึ้นมาบ้าง
"ตกลงค่ะ งั้นคุณก็ระวังตัวด้วยนะคะ"
เมื่อจ่ายเงินรับของกันเสร็จสรรพ เจียงชิ่นกำชับทิ้งท้ายประโยคหนึ่งแล้วก็เตรียมจะจากไป
เฮ่อหยางซานเรียกเธอไว้ "สหายครับ แล้วผมจะติดต่อคุณได้ยังไงครับ ? "
"อีกสองวันฉันจะมาใหม่ค่ะ"
พูดจบเจียงชิ่นก็ไม่ได้รั้งรออยู่อีก รีบเดินจากไปทันที เธอและฟู่เส้าตั๋วนัดกันไว้ใกล้จะถึงเวลาเต็มทีแล้ว ต้องรีบกลับไปที่ห้างสรรพสินค้า
เจียงชิ่นนั่งรถเมล์กลับมาที่ห้างสรรพสินค้า พอลงจากรถ เธอก็หามุมลับตาคน หยิบเครื่องนอนออกมาสองชุด หิ้วไว้ในมือแล้วเดินมุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบ
มองไปแต่ไกล เจียงชิ่นก็เห็นเงาร่างสูงโปร่งของฟู่เส้าตั๋ว
ทางฝั่งฟู่เส้าตั๋วเองก็มองเห็นเธอเช่นกัน
พอเห็นเธอหิ้วเครื่องนอนมา เขาก็รีบวิ่งเข้ามาหา แล้วรับเครื่องนอนไปจากมือของเจียงชิ่น
จากนั้นเขาก็มองซ้ายมองขวา "แล้วเพื่อนคุณล่ะครับ ? "
เจียงชิ่นตอบอย่างใจเย็น "หล่อนกลับบ้านไปแล้วค่ะ เรากลับกันคนละทางน่ะ"
ฟู่เส้าตั๋วไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ พอเห็นเจียงชิ่นดูเหนื่อย ๆ เขาก็เรียกสามล้อรับจ้างริมถนน ให้นั่งกลับไปที่หอพักมหาวิทยาลัย
ยุคนี้ยังไม่มีรถแท็กซี่ มีแค่รถสามล้อรับจ้างเท่านั้น
ถึงรถสามล้อจะวิ่งไม่เร็วเท่ารถเมล์ แต่ข้อดีก็คือได้นั่งสบาย ๆ ไม่ต้องไปเบียดเสียดกับใคร
ความจริงเจียงชิ่นก็ยังโอเคอยู่ ก็แหม เธอกินยาเสริมกำลังวังชาเข้าไปแล้วนี่นา ร่างกายแข็งแรงจะตาย ที่เมื่อกี้เธอแกล้งทำเป็นเหนื่อย ก็เพราะไม่อยากให้ฟู่เส้าตั๋วซักถามอะไรต่อนั่นแหละ
พอกลับมาถึงหอพักมหาวิทยาลัย ฟู่เส้าตั๋วก็เดินไปส่งเจียงชิ่นก่อน เพิ่งจะไปถึงใต้ตึก เจียงชิ่นก็เห็นเงาร่างท้วม ๆ คนหนึ่งโผล่พรวดออกมาจากหน้าประตูหอพัก
"นักศึกษาเจียงชิ่น ในที่สุดเธอก็กลับมาซะที"
เจียงชิ่นจำอีกฝ่ายได้ทันที ว่าเป็นอาจารย์คุมหอพักนั่นเอง
พอเห็นหน้าหล่อน เจียงชิ่นก็เกิดลางสังหรณ์อะไรบางอย่างขึ้นมาในใจ
และก็เป็นไปตามคาด อาจารย์คุมหอพักพูดพร่ำทำเพลงได้ไม่กี่ประโยคก็เข้าประเด็นทันที
"หลังจากที่ครูรายงานเรื่องของเธอกับสามีให้ทางมหาวิทยาลัยทราบ ทางมหาวิทยาลัยก็อนุมัติให้เป็นกรณีพิเศษ จัดสรรหอพักคู่ให้พวกเธอสองคนเรียบร้อยแล้วจ้ะ อยู่ที่ตึกสิบ ห้อง 402 นี่กุญแจจ้ะ พวกเธอสามารถย้ายเข้าไปอยู่ได้เลยนะ"
เจียงชิ่นรับกุญแจมา พร้อมกับกล่าวขอบคุณอาจารย์คุมหอพัก
"ทำให้ต้องลำบากแล้วนะคะ"
อาจารย์คุมหอพักโบกมือ "เป็นหน้าที่อยู่แล้วจ้ะ ไม่ต้องเกรงใจหรอก"
หล่อนพูดจบ สายตาก็เหลือบไปมองฟู่เส้าตั๋วที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เจียงชิ่นโดยไม่รู้ตัว
ออร่าของทั้งสองคนตอนยืนอยู่ด้วยกันมันช่างเจิดจ้าซะเหลือเกิน เกิดมาอาจารย์คุมหอพักยังไม่เคยเห็นคู่สามีภรรยาคู่ไหนที่ดูเหมาะสมกันกิ่งทองใบหยกขนาดนี้มาก่อนเลย
แถมทั้งสองคนยังเก่งกาจกันแบบสุด ๆ อีกต่างหาก