- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 226: สิทธิพิเศษจากทางมหาวิทยาลัย
บทที่ 226: สิทธิพิเศษจากทางมหาวิทยาลัย
บทที่ 226: สิทธิพิเศษจากทางมหาวิทยาลัย
บทที่ 226: สิทธิพิเศษจากทางมหาวิทยาลัย
ระหว่างที่อาจารย์คุมหอพักกำลังทึ่งอยู่นั้น เจียงชิ่นก็เดินขึ้นตึกไปขนของของตัวเองลงมาแล้ว
พอเธอหอบของลงมา ทั้งสองคนก็พากันไปที่หอพักของฟู่เส้าตั๋วเพื่อเก็บของให้ครบ จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังหอพักคู่พร้อมกัน
ตึกสิบ ไม่ใช่หอพักนักศึกษา แต่เป็นหอพักสำหรับอาจารย์และบุคลากร
ตึกนี้มีทั้งหมดสี่ชั้น สองชั้นล่างเป็นหอพักเดี่ยวสำหรับอาจารย์ที่ยังโสด
ส่วนสองชั้นบนจะเป็นหอพักที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย มีทั้งแบบห้องเดี่ยวขนาดใหญ่ และแบบห้องชุด ซึ่งจะจัดสรรให้อาจารย์ที่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว
ห้องเดี่ยวขนาดใหญ่ก็คือห้องที่มีขนาดใหญ่กว่าหอพักเดี่ยวปกติขึ้นมานิดหน่อย พอจะอาศัยอยู่ได้สองถึงสามคน แต่ในความเป็นจริง มักจะกลายเป็นว่าครอบครัวของอาจารย์ทั้งครอบครัวต้องมาอยู่แออัดกันในห้องนั้น
บางครอบครัวมีคนเยอะถึงเจ็ดแปดคน ต้องมาเบียดเสียดกันอยู่ในห้องเดี่ยวขนาดใหญ่ห้องเดียว แทบจะขี่คอกันอยู่แล้ว
ส่วนอาจารย์ในระดับศาสตราจารย์หรือมีตำแหน่งสูงขึ้นมาหน่อย ถึงจะได้รับการจัดสรรให้อยู่ห้องชุด
ห้องชุดก็คือห้องพักที่มีการแบ่งสัดส่วนเป็นห้องด้านนอกและห้องด้านใน
พื้นที่ใช้สอยจะกว้างขวางกว่า และอยู่อาศัยได้สบายกว่ามาก
บรรดาอาจารย์ในมหาวิทยาลัยปักกิ่ง หลายคนต่างก็พยายามทำผลงานแย่งชิงตำแหน่งทางวิชาการ กันอย่างเอาเป็นเอาตาย ก็เพื่อที่จะได้สิทธิ์ย้ายไปอยู่ห้องที่ใหญ่กว่านี่แหละ
ช่วงสองสามวันนี้ บนชั้นบนมีห้องชุดว่างลงพอดีหนึ่งห้อง
บรรดาอาจารย์ที่ทนอุดอู้อยู่ในห้องเดี่ยวขนาดใหญ่ต่างก็อิจฉาตาร้อนกันจนแทบจะร้องไห้ ทุกคนต่างก็ตั้งตารอคอยอยากรู้ว่าใครจะโชคดีได้รับการจัดสรรให้มาอยู่ห้องนี้
ทุกคนเฝ้าจับตามอง จนกระทั่งเห็นเจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋วขนของย้ายเข้ามา
ทั้งตึกสิบก็แทบจะระเบิดเป็นพลุแตก
"ทำไมถึงมีนักศึกษาสองคนย้ายเข้ามาล่ะเนี่ย ? "
"นั่นน่ะสิ อาจารย์ตั้งเยอะตั้งแยะยังรอคิวจัดสรรห้องกันอยู่เลย ทำไมถึงให้สิทธิพิเศษกับนักศึกษาล่ะ ? "
"ไป พวกเราไปโวยกับอธิการบดีกันเถอะ ! "
บรรดาอาจารย์ที่เฝ้าตั้งตารอคอยอยากย้ายห้องมาตลอดต่างก็เดือดดาลกันสุด ๆ
อาจารย์ฮั่นที่เป็นคนคุมหอพักก็พักอาศัยอยู่ที่ตึกนี้เหมือนกัน ตอนที่หล่อนเลิกงานกลับมา ก็ได้ยินกลุ่มคนกำลังจับกลุ่มซุบซิบนินทากันอยู่ตรงทางเดินพอดี
"อะแฮ่ม" อาจารย์ฮั่นกระแอมไอขึ้นมาทีหนึ่ง
กลุ่มคนที่กำลังวิจารณ์กันอย่างเมามันรีบหันขวับกลับมา พอเห็นว่าเป็นหล่อน ทุกคนก็ยิ่งมีท่าทีมีอารมณ์รุนแรงขึ้นไปอีก
"อาจารย์ฮั่น คุณกลับมาพอดีเลย คุณเป็นคนดูแลหอพัก ช่วยบอกพวกเราหน่อยสิ ว่าทำไมถึงมีนักศึกษาสองคนย้ายเข้ามาอยู่ตึกหอพักอาจารย์ได้ล่ะ ? "
"อะแฮ่ม" อาจารย์ฮั่นกระแอมไอเคลียร์คออีกรอบ
จากนั้นหล่อนก็เอ่ยขึ้นอย่างเนิบนาบ "พวกคุณรู้ไหมคะว่าสองคนนั้นเป็นใคร ? "
"ใครล่ะ ? "
"ก็อันดับหนึ่งของประเทศในปีนี้ไง ที่สอบได้คะแนนเต็ม เจียงชิ่นน่ะ ส่วนอีกคนก็คือสามีของหล่อน ฟู่เส้าตั๋ว สอบได้อันดับสี่ของประเทศ และเป็นอันดับสองของมณฑลเฮยหลงเจียงไงล่ะ"
อาจารย์หลายคนที่กำลังโวยวายอยู่เมื่อครู่ถึงกับพูดไม่ออกไปตาม ๆ กัน
การสอบเกาเข่าเพิ่งจะฟื้นฟูกลับมาจัดสอบในปีนี้ก็จริง แต่มันไม่ได้เพิ่งจะเคยมีในปีนี้เป็นปีแรกซะหน่อย
ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าการจะทำคะแนนเต็มในการสอบเกาเข่านั้น มันแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
แต่กลับมีคนทำได้จริง ๆ
อาจารย์คนหนึ่งลดเสียงลงกระซิบกระซาบ "ได้ยินมาว่าหล่อนโดนโยกไปเรียนคณะฟิสิกส์นิวเคลียร์นี่นา"
"ใช่แล้วล่ะ พวกคุณก็น่าจะรู้ดีนี่ ว่าถ้าเรียนจบสายนี้ อนาคตก็ต้องถูกส่งตัวไปทำงานในพื้นที่ทุรกันดารทั้งนั้น"
"อีกอย่าง สองสามีภรรยาอุตส่าห์สอบติดมหาวิทยาลัยของเราทั้งคู่ จะให้พวกเขาแยกกันอยู่มันก็คงดูไม่งามเท่าไหร่หรอกนะ"
อาจารย์ฮั่นผู้คุมหอพักพูดเสริมขึ้นมาอีกประโยค
อาจารย์คนอื่น ๆ พยักหน้าเห็นด้วยอย่างเงียบ ๆ ความโกรธเกรี้ยวเดือดดาลเมื่อครู่นี้มลายหายไปจนหมดสิ้น
ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันสลายตัว เตรียมตัวกลับห้องไปทำมื้อเย็น
เวลานี้ เจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋วกำลังช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูอยู่ภายในห้อง
ผู้เช่าคนก่อนเพิ่งจะย้ายออกไปได้ไม่นาน ภายในห้องจึงไม่ได้สกปรกอะไรมาก แค่ปัดกวาดเช็ดฝุ่นนิดหน่อยก็สะอาดแล้ว ตอนที่เปิดประตูเดินเข้ามา ทั้งสองคนต่างก็คิดไม่ถึงเลยว่า หอพักคู่ที่ทางมหาวิทยาลัยจัดสรรให้ จะเป็นถึงห้องชุด
ห้องด้านนอกมีพื้นที่ประมาณสิบตารางเมตร ส่วนห้องด้านในก็มีขนาดไล่เลี่ยกัน
ในยุคสมัยนี้ การที่คนสองคนได้พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ขนาดร่วมยี่สิบตารางเมตร ถือว่าหรูหราหมาเห่าสุดๆ แล้ว
หลังจากทำความสะอาดห้องเสร็จ เจียงชิ่นก็หอบเครื่องนอนเข้าไปในห้องด้านใน จัดแจงปูลงบนเตียง
ห้องด้านในมีเตียงขนาดกว้างเมตรครึ่งอยู่หนึ่งหลัง สำหรับนอนสองคนอาจจะเบียดกันไปนิด แต่ก็พอทนถูไถไปได้ก่อน
ส่วนห้องด้านนอก หลังจากเจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋วปรึกษากันแล้ว ก็ตกลงกันว่าจะดัดแปลงให้เป็นห้องทำงาน โดยจะหาโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ๆ มาตั้งสักตัว แล้วก็เอาชั้นหนังสือมาวางเรียงสักแถว
ตึกนี้เป็นตึกแถวทรงกระบอก ลักษณะเป็นทางเดินยาวตรงกลาง มีห้องพักขนาบสองข้าง ไม่มีห้องครัวและห้องน้ำในตัว เวลาจะทำกับข้าว ทุกคนก็ต้องเอาเตาถ่าน ออกมาตั้งทำกันตรงโถงทางเดิน ส่วนห้องน้ำก็ต้องเดินไปใช้ห้องน้ำรวมที่อยู่สุดทางเดิน
ถึงสภาพความเป็นอยู่จะเทียบไม่ได้กับบ้านตระกูลเจียง แต่ก็ถือว่าดีกว่าตอนที่อยู่ฟาร์มตงอันมากโขแล้ว
ตอนนี้หยางหยางกับหน่วนหน่วนยังย้ายตามมาไม่ได้ ต้องฝากไว้ที่บ้านคุณยายไปก่อน
รอให้พวกเขาตั้งหลักที่นี่ได้มั่นคงกว่านี้ ค่อยไปรับเด็ก ๆ มา แล้วก็ส่งเข้าสถานรับเลี้ยงเด็กของมหาวิทยาลัยต่อไป
เจียงชิ่นปูเตียงเสร็จ ฟู่เส้าตั๋วก็ทำความสะอาดห้องด้านนอกเสร็จพอดี
ทั้งสองคนเอนตัวล้มลงนอนบนเตียง ทอดสายตามองเพดานห้องด้วยความรู้สึกเบิกบานใจสุด ๆ
"ในที่สุดพวกเราก็มีบ้านของตัวเองอีกครั้งแล้วนะครับ" ฟู่เส้าตั๋วเอ่ยขึ้น
"ก็แค่บ้านชั่วคราวน่ะค่ะ รอให้พวกเราซื้อบ้านได้เมื่อไหร่ ถึงจะเรียกได้ว่ามีบ้านเป็นของตัวเองอย่างแท้จริง"
เจียงชิ่นตอบกลับ
"บ้านที่แท้จริงของพวกเรา"
ฟู่เส้าตั๋วพึมพำทวนคำพูดเหล่านั้น วินาทีนั้นความรู้สึกรักใคร่และพลุ่งพล่านในใจก็เอ่อล้นจนยากจะสะกดกลั้น เขาพลิกตัวขึ้นคร่อมทาบทับร่างของเจียงชิ่น โน้มใบหน้าลงประทับจูบลงบนริมฝีปากของเธอ
เจียงชิ่นหลับตาพริ้มอย่างรวดเร็ว ตอบรับจุมพิตของเขาอย่างเต็มใจ
ริมฝีปากและเรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดพัวพัน ดูดดึงขบเม้มกันไปมา จมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความรักจนลืมเลือนทุกสิ่งรอบกาย
จังหวะที่มือของฟู่เส้าตั๋วกำลังจะเลื่อนต่ำลงไปนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขัดจังหวะขึ้น
เสียงเคาะประตูดัง 'ก๊อก ๆ ๆ ' ทุ้ม ๆ ดึงสติของทั้งสองคนให้หลุดออกจากภวังค์อันเคลิบเคลิ้มในทันที
เจียงชิ่นผลักอกฟู่เส้าตั๋วออกอย่างแรง
"ฟ้าสว่างโร่ขนาดนี้ ไม่อายฟ้าอายดินบ้างหรือไงคะ รีบไปเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลย"
เมื่อมองใบหน้าของภรรยาที่กำลังเขินอายจนแก้มแดงปลั่ง ปากก็ต่อว่าแต่ใจกลับไม่คิดแบบนั้น ฟู่เส้าตั๋วก็บีบแก้มเธอเบา ๆ อย่างแสนรัก ก่อนจะยอมลุกจากเตียงอย่างแสนเสียดาย จัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินออกไปเปิดประตู
เมื่อประตูเปิดออก คนที่ยืนอยู่หน้าประตูก็คืออาจารย์ฮั่นผู้คุมหอพักนั่นเอง
พอเห็นฟู่เส้าตั๋วมาเปิดประตู อาจารย์ฮั่นก็ส่งยิ้มทักทาย
"ครูก็พักอยู่ที่ตึกนี้เหมือนกันจ้ะ อยู่ชั้นล่างถัดจากพวกเธอลงไปนี่เอง ครูแวะมาดูน่ะ ว่าพวกเธอขาดเหลืออะไรไหม ถ้ามีอะไรขาดเหลือก็บอกครูได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ"
ตัวอาจารย์ฮั่นเองก็ยังไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมทางมหาวิทยาลัยถึงได้ปฏิบัติกับนักศึกษาสองคนนี้ราวกับเป็นแขกวีไอพีขนาดนี้ ตั้งแต่ก่อตั้งมหาวิทยาลัยมา ยังไม่เคยมีประวัติศาสตร์การจัดสรรห้องชุดระดับศาสตราจารย์ให้นักศึกษาเข้าพักมาก่อนเลย
ต่อให้ทั้งสองคนจะเป็นถึงอันดับหนึ่งและอันดับสี่ของประเทศ แต่จัดสรรห้องเดี่ยวขนาดใหญ่ให้อยู่ก็น่าจะเพียงพอแล้วนี่นา ทำไมถึงต้องให้สิทธิพิเศษขนาดจัดห้องชุดให้ด้วยล่ะ
แถมผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยยังกำชับหล่อนเป็นพิเศษอีกด้วย ว่าต้องดูแลทั้งสองคนนี้ให้ดีที่สุด ไม่ว่าพวกเขาจะต้องการอะไร ทางมหาวิทยาลัยก็จะพยายามจัดหามาให้เต็มที่
การมาเยือนของอาจารย์ฮั่นในครั้งนี้ ก็คือการมาปฏิบัติภารกิจที่ทางมหาวิทยาลัยมอบหมายมานั่นเอง
พอเจียงชิ่นได้ยินเสียงของอาจารย์ฮั่น เธอก็ลุกจากเตียง จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยแล้วเดินออกมา
เธอไปยืนซ้อนอยู่ด้านหลังฟู่เส้าตั๋ว ส่งยิ้มทักทายอาจารย์ฮั่น "ขอบคุณมากนะคะอาจารย์ พวกเราไม่ขาดเหลืออะไรเลยค่ะ มีครบทุกอย่างแล้ว"
"มีครบทุกอย่างจริง ๆ เหรอจ๊ะ ? ลองคิดดูดี ๆ ก่อนนะ ขาดอะไรค่อยไปบอกครูทีหลังก็ยังทันนะจ๊ะ ครูอยู่ห้อง 216 มีอะไรก็ไปหาครูที่ห้องได้เลยนะ"
"ตกลงค่ะ ขอบคุณมากนะคะ"
อาจารย์ฮั่นกำชับอีกสองสามประโยค ก็ขอตัวลากลับไป
ฟู่เส้าตั๋วปิดประตู ระหว่างที่กำลังเดินกลับเข้ามา ก็ได้ยินเสียงท้องของเจียงชิ่นร้องโครกคราก
"หิวแล้วใช่ไหมครับ นี่ก็เย็นมากแล้ว พวกเราไปหาอะไรกินที่โรงอาหารกันเถอะ"
ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดลงแล้ว เมื่อกี้ตอนเปิด ๆ ปิด ๆ ประตู กลิ่นหอมของการทำกับข้าวจากโถงทางเดินก็ลอยโชยเข้ามาในห้อง
พอได้กลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ทั้งสองคนก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาทันที
"อืม ไปกันเถอะค่ะ"
เจียงชิ่นหยิบเสื้อคลุมของตัวเองมาสวม แล้วก็หยิบของฟู่เส้าตั๋วมาให้เขาด้วย จากนั้นทั้งสองคนก็เดินออกจากห้องไป
บริเวณโถงทางเดิน หน้าประตูห้องพักแต่ละห้องต่างก็มีเตาถ่านตั้งอยู่ บนเตามีกระทะเหล็กวางทับและกำลังผัดกับข้าวกันอย่างขะมักเขม้น
ตอนที่ทั้งสองคนเดินแทรกตัวผ่านไป บรรดาแม่บ้านที่กำลังทำกับข้าวอยู่ต่างก็หันมามองพวกเขากันเป็นตาเดียว