เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 214: ออกเดินทางไปรายงานตัว

บทที่ 214: ออกเดินทางไปรายงานตัว

บทที่ 214: ออกเดินทางไปรายงานตัว


บทที่ 214: ออกเดินทางไปรายงานตัว

ตอนที่พวกเขาทั้งสามคนกลับมา ฟู่เส้าตั๋วก็มารับคนด้วยเหมือนกัน

เขามารับเจียงชิ่น ท้องฟ้ามืดค่ำแล้ว จะปล่อยให้เจียงชิ่นเดินกลับคนเดียวเขาก็ไม่วางใจ ก่อนหน้านี้ตอนที่เจียงชิ่นมา ฟู่เส้าตั๋วก็เป็นคนมาส่ง และตกลงกันไว้แล้วว่าเขาจะมารับ เจียงชิ่นเองก็รอให้เขามารับอยู่ตลอด

ช่วงนี้ฟู่เส้าตั๋วยุ่งมาก ๆ ในฐานะหัวหน้าแผนกอุปกรณ์ เรียกได้ว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคระดับหัวกะทิของฟาร์มตงอันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องจักรเดิมของฟาร์ม หรือเครื่องจักรที่ทางมณฑลเพิ่งจะส่งมาให้ใหม่ ล้วนอยู่ในความรับผิดชอบของเขาทั้งหมด การซ่อมบำรุงและดูแลรักษาตามปกติก็เป็นหน้าที่ของเขาทั้งนั้น

ตอนนี้เขาจะต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ก็ย่อมต้องส่งมอบงานเหล่านี้ให้กับคนอื่น การส่งมอบงานนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องคอยจับมือสอนกันทีละขั้นตอน อุปกรณ์ขนาดใหญ่ในฟาร์มมีทั้งหมดสิบกว่าเครื่อง การจะเรียนรู้ให้เป็นทั้งหมดไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ช่วงนี้ฟู่เส้าตั๋วจึงมักจะพาลูกศิษย์ทำโอทีอยู่บ่อย ๆ ก็เพื่อที่จะปั้นอีกฝ่ายให้เป็นงานก่อนที่เขาจะจากไป

วันนี้ก็เช่นกัน ฟู่เส้าตั๋วมาส่งเจียงชิ่นที่ทีมเจ็ดเสร็จ ก็รีบกลับไปที่แผนกทันที พอจัดการงานเสร็จ เขาก็รีบปั่นจักรยานมารับเจียงชิ่นกลับบ้าน

ระหว่างทางกลับบ้าน เจียงชิ่นนั่งซ้อนท้ายจักรยาน สองแขนสวมกอดเอวของฟู่เส้าตั๋วแล้วซบหน้าลงบนแผ่นหลังของเขา ข้างนอกมืดสนิทไม่มีแสงไฟ และไม่มีใครมองเห็น เจียงชิ่นจะกอดเขายังไงก็ไม่มีใครว่า

"เหนื่อยไหมครับ ? " เมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำหนักที่ทิ้งลงมาบนแผ่นหลัง ฟู่เส้าตั๋วก็เอ่ยถามด้วยความห่วงใย

"ไม่เหนื่อยค่ะ ก็โอเคอยู่ พวกเรารีบกลับกันเถอะ ยังต้องไปรับลูกอีกนะ"

"นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วครับ กว่าพวกเราจะไปถึง เด็ก ๆ คงหลับกันไปหมดแล้ว คืนนี้ก็ปล่อยให้พวกแกนอนที่บ้านพี่สะใภ้จูไปก่อนเถอะครับ พรุ่งนี้เช้าค่อยไปรับ"

"แบบนั้นก็ดีค่ะ" เจียงชิ่นเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ตอนนี้ปาเข้าไปสองทุ่มกว่าแล้ว เวลานี้เด็ก ๆ ทั้งสองคนน่าจะหลับไปแล้วจริง ๆ

พอกลับถึงบ้าน อาศัยจังหวะที่ล้างหน้าแปรงฟันและล้มตัวลงนอน ฟู่เส้าตั๋วก็รวบตัวเจียงชิ่นเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน ซุกหน้าลงบนกระหม่อมของเธอ สูดดมกลิ่นหอมกรุ่นจากเส้นผม

ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนสระผมคุณภรรยาใส่น้ำหอมอะไรลงไปในน้ำ กลิ่นถึงได้หอมชื่นใจขนาดนี้

ดมไปดมมาเขาก็เริ่มคิดอกุศล มือที่วางพาดอยู่บนตัวเจียงชิ่นเริ่มซุกซน ลูบไล้เลื้อยเข้าไปใต้ร่มผ้า

เจียงชิ่นเหนื่อยมาก จึงปัดมือของเขาออกไป "ฉันเหนื่อยแล้ว ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น รีบนอนเถอะค่ะ"

คำสั่งของภรรยาถือเป็นประกาศิต ต่อให้ไม่อยากทำตามแค่ไหน ฟู่เส้าตั๋วก็ทำได้แค่สงบสติอารมณ์และข่มตานอนอย่างว่าง่าย แต่ในคืนวันต่อมา หลังจากที่เด็ก ๆ หลับสนิทแล้ว เจียงชิ่นก็ชดเชยให้เขา ปล่อยให้เขาเอาแต่ใจคลุกวงในจนถึงเที่ยงคืนถึงจะได้นอน

พอตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น เจียงชิ่นก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว เธอค้อนขวับใส่ตัวต้นเหตุวงใหญ่ ส่วนตัวต้นเหตุตอนนี้กลับดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่า มีชีวิตชีวาสุด ๆ เจียงชิ่นปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ก็ยิ่งรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาอีก

เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ สหายในฟาร์มที่สอบติดมหาวิทยาลัยก็เริ่มทยอยเดินทางไปรายงานตัวกันแล้ว

คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นคนที่สอบติดมหาวิทยาลัยนอกมณฑล เวลาไปรายงานตัวก็ไล่เลี่ยกัน แต่พวกเขาต้องใช้เวลาในการเดินทางมากกว่า แถมเกือบทุกคนก็อยากจะแวะกลับบ้านเกิดก่อนสักรอบ การสอบติดมหาวิทยาลัยถือเป็นเรื่องเชิดหน้าชูตาของวงศ์ตระกูล ไม่ว่ายังไงก็ต้องกลับไปบอกกล่าวที่บ้านให้ชื่นใจสักหน่อย

เจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋วไม่ต้องทำแบบนั้น เพราะการกลับปักกิ่งของพวกเขาก็คือการกลับบ้านอยู่แล้ว ดังนั้น สุดท้ายแล้ว พวกเขาสองคนจึงออกเดินทางจากฟาร์มตงอันในเวลาไล่เลี่ยกับกลุ่มผู้เข้าสอบที่เรียนในมณฑล

ช่วงเวลาโค้งสุดท้าย ฟู่เส้าตั๋วแทบจะอดหลับอดนอนเพื่อสอนงานให้ลูกศิษย์ของเขา ลูกศิษย์คนนี้ถือว่าคัดเลือกคนที่หัวไวที่สุดมาแล้วนะ แต่ความเร็วในการเรียนรู้ก็ยังห่างชั้นกับฟู่เส้าตั๋วอยู่ดี

กว่าจะส่งมอบเครื่องจักรและอุปกรณ์ทั้งหมดให้อีกฝ่ายดูแลได้ก่อนจะจากไป ก็เล่นเอาเหนื่อยแทบแย่

"หัวหน้าฟู่ครับ วันหน้าถ้ามีตรงไหนทำไม่ได้ ผมเขียนจดหมายไปถามคุณได้ไหมครับ ? " ลูกศิษย์ถามเสียงอ่อย ๆ

เขาไม่แน่ใจว่าฟู่เส้าตั๋วจะยินดีตอบจดหมายไหม คนเขาไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว งานยุ่งขนาดนั้นจะมีเวลามาสนใจเขาเหรอ ? แต่ถ้าไม่ถาม เกิดถึงเวลาทำไม่ได้ขึ้นมาจริง ๆ จะได้ไม่มืดแปดด้าน

ทว่าผิดคาด ฟู่เส้าตั๋วตอบตกลงทันที แถมยังเปลี่ยนจากการเขียนจดหมายเป็นการโทรศัพท์แทน

"ถ้านายมีเรื่องจะถามจริง ๆ มันก็ต้องเป็นเรื่องด่วนอยู่แล้ว เขียนจดหมายมันช้าเกินไป ถึงเวลาโทรมาหาฉันโดยตรงเลยดีกว่า พอฉันไปถึงมหาวิทยาลัยแล้ว ฉันจะบอกเบอร์ติดต่อให้ถ้านายมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับอุปกรณ์พวกนี้ ก็ติดต่อฉันได้ตลอดเลยนะ"

"จริงเหรอครับ ? ยอดเยี่ยมไปเลย ขอบคุณมากครับหัวหน้าฟู่" ชายหนุ่มดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น

หัวหน้าฟู่ช่างเป็นคนคุยง่ายจริง ๆ มิน่าล่ะถึงเป็นเจ้าหน้าที่รุ่นใหม่ที่ผู้จัดการฟาร์มให้ความสำคัญที่สุด

ฟู่เส้าตั๋วไปซื้อตั๋วรถไฟไว้ล่วงหน้าแล้ว พอถึงวันเดินทาง คนเกือบทั้งฟาร์มก็มาส่งพวกเขาสองคน

พวกเสี่ยวหูสามคนก็ออกเดินทางวันนี้เหมือนกัน ทั้งห้าคนจึงได้ออกเดินทางพร้อมกันอีกครั้ง

ทางอำเภอส่งรถมารับ พวกเสี่ยวหูก็โชคดีได้ติดรถไปด้วย ได้นั่งรถไปตัวอำเภอแบบสบาย ๆ

พอไปถึงตัวอำเภอ ก็มีเจ้าหน้าที่มารออยู่ที่สถานีรถไฟโดยเฉพาะ พร้อมกับหิ้วถุงของกินมามอบให้เจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋ว

"สหายเจียง สหายฟู่ นี่เป็นน้ำใจจากทางมณฑลครับ พวกคุณต้องรับไว้นะครับ" เจ้าหน้าที่กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

เจียงชิ่นหันไปมองฟู่เส้าตั๋ว ฟู่เส้าตั๋วก็รับของถุงนั้นมาจากมือเจ้าหน้าที่

"ฝากขอบคุณผู้บริหารระดับมณฑลแทนพวกเราด้วยนะครับ"

พอขึ้นรถไฟ เจียงชิ่นก็เอ่ยถาม "ปกติคุณไม่ชอบรับของจากคนอื่นซี้ซั้วไม่ใช่เหรอคะ ? ทำไมคราวนี้ถึงยอมรับมาล่ะ ? "

ฟู่เส้าตั๋วยิ้มอย่างภาคภูมิใจนิด ๆ "ก็ภรรยาผมสร้างรายได้ให้มณฑลเฮยหลงเจียงตั้งมากมายมหาศาลขนาดนี้ ในเมื่ออีกฝ่ายมีน้ำใจให้มา พวกเราก็รับไว้เถอะครับ"

สำหรับความยอดเยี่ยมของคุณภรรยาแล้ว ฟู่เส้าตั๋วมักจะรู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งอยู่เสมอ ภรรยายอดเยี่ยม ก็แสดงว่าสายตาการเลือกคู่ของเขายอดเยี่ยมยิ่งกว่าไงล่ะ

พวกเสี่ยวหูลงจากรถไฟกลางทาง โดยลงที่สถานีรถไฟฮาร์บิน มหาวิทยาลัยของทั้งสามคนอยู่ในเมืองฮาร์บิน

"หัวหน้าฟู่ สหายเจียงชิ่น ลาก่อนนะครับ ! วันหน้าติดต่อกันบ่อย ๆ นะครับ ! " พวกเสี่ยวหูสามคนโบกมือหยอย ๆ อยู่บนชานชาลา

"ติดต่อกันบ่อย ๆ นะ ! " ฟู่เส้าตั๋วกับเจียงชิ่นก็โบกมือตอบพวกเขากลับไป

หลังจากบอกลาพวกเสี่ยวหูทั้งสามคน รอบกายก็เงียบเหงาลงถนัดตา ภายในใจของเจียงชิ่นพลันเกิดความรู้สึกใจหายขึ้นมาบางเบา ความรู้สึกของการต้องจากฟาร์มไป ในเวลานี้มันชัดเจนและสมจริงขึ้นมาอย่างประหลาด

"วันหน้าถ้ามีเวลาว่าง พวกเราค่อยกลับมาเยี่ยมที่นี่ใหม่ก็ได้ครับ" ฟู่เส้าตั๋วมองออกว่าเจียงชิ่นกำลังรู้สึกใจหาย จึงเอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

เจียงชิ่นพยักหน้ารับ เอนศีรษะซบลงบนไหล่ของเขา ทอดสายตามองแสงแดดอันสดใสเบื้องนอกหน้าต่างรถไฟ รับรู้ได้ว่านับจากนี้เป็นต้นไป ชีวิตของพวกเขาสองคนกำลังจะเปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่แล้ว

เจียงชิ่นดึงสายตากลับมา แล้วเงยหน้าขึ้นลอบมองฟู่เส้าตั๋วเงียบ ๆ พอมองเห็นโครงหน้าด้านข้างที่คมเข้มและแข็งแกร่งของชายหนุ่ม มุมปากของเจียงชิ่นก็ยกขึ้นเล็กน้อย

โชคดีเหลือเกินที่เธอทะลุมิติมาได้ทันเวลา และสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของฟู่เส้าตั๋วได้

เขาไม่ต้องเดินตามรอยโชคชะตาในชาติก่อน ไม่ต้องเสียสละชีวิตในระหว่างการกู้ภัย แต่ได้อยู่เคียงข้างเธอ และกำลังเดินทางไปเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน

เธอหันมองซ้ายมองขวา ผู้โดยสารแถว ๆ นั้นต่างก็กำลังสัปหงกหลับ หรือไม่ก็นั่งคุยกันอยู่ ไม่มีใครสนใจพวกเขาสองคนเลย

เจียงชิ่นจึงยื่นหน้าเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว และประทับรอยจูบลงบนปลายคางของฟู่เส้าตั๋ว

ฟู่เส้าตั๋วที่กำลังหลับตาพักผ่อนอยู่ จู่ ๆ ก็สัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นบนปลายคาง เขาจึงเบิกตาลืมขึ้นในทันที

"มีคุณอยู่เคียงข้างฉันแบบนี้ มันดีจังเลยค่ะ" จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงหวานหูที่กระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงพึมพำดังขึ้น

"ผมก็เหมือนกันครับ" ฟู่เส้าตั๋วกุมมือเจียงชิ่นเอาไว้ แล้วกระชับแน่นไว้ในฝ่ามือ

ทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วคลี่ยิ้ม ต่างฝ่ายต่างก็มองเห็นความรักอันลึกซึ้งที่สะท้อนอยู่ในแววตาของกันและกัน

จบบทที่ บทที่ 214: ออกเดินทางไปรายงานตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว