- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 11 ชั้นที่สิบหก (2)
บทที่ 11 ชั้นที่สิบหก (2)
บทที่ 11 ชั้นที่สิบหก (2)
เขตฮันนัมดง กรุงโซล
ผู้อำนวยการพัคคยองซูและหัวหน้าจอนกวังอิลกำลังนั่งจิบชาร้อนๆ พลางปรึกษาหารือกันด้วยสีหน้าผ่อนคลาย ประเด็นสนทนาย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของเพลเยอร์บงจูฮยอก เจ้าของสถิติเคลียร์ระดับ S++
ในเมื่ออุตส่าห์ประเคนอาวุธระดับเทพให้ในราคาลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลขนาดนั้นแล้ว...
“เฮ้อ... โล่งอกไปที ดูเหมือนคุณเพลเยอร์บงจะพอใจกับของที่ซื้อไปนะ”
“ครับ น่าจะเป็นแบบนั้น เมื่อช่วงเย็นเขาเพิ่งส่งข้อความมาบอกว่าจะเริ่มลุยชั้นที่สิบหกแล้วล่ะครับ”
“งั้นเหรอ ค่อยชื่นใจหน่อย”
ขอให้เริ่มลุยจริงๆ เถอะนะ แล้วก็สร้างสถิติใหม่ๆ มาให้ชื่นชมอีกเยอะๆ เลยนะ
“ว่าแต่ เราจะจัดการเรื่องสังกัดของคุณบงจูฮยอกยังไงดีล่ะ จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป หรือว่าจะยังคงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ดี”
“ผมว่าแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปก่อนน่าจะดีกว่าครับ”
“ทำไมล่ะ”
“ข้อแรกเลย เราจะได้ปกปิดตัวตนของเจ้าของสถิติ S++ เอาไว้ได้ ข้อสอง... ด้วยนิสัยของคุณบงจูฮยอกแล้ว วิธีนี้น่าจะเวิร์กที่สุดครับ”
“อืมมม...”
“เราแค่คอยจับตาดูอยู่ห่างๆ แล้วคอยยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเงียบๆ เวลาที่เขาต้องการ แบบครั้งนี้ไงครับ”
ผู้อำนวยการพัคคยองซูพยักหน้าเห็นด้วย เอาจริงๆ เขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจความคิดของไอ้หนุ่มนี่สักเท่าไหร่ อุตส่าห์เอาผลประโยชน์มากองแทบเท้าขนาดนั้น ยังทำเมินไม่สนโลกได้อีก
“งั้นวันนี้ก็เลิกงานแค่นี้แหละ นายล่ะจะกลับเลยไหม”
“ผมขอรอดูผลการเคลียร์ชั้นสิบหกของคุณบงจูฮยอกก่อนครับ แล้วค่อยกลับ”
“นายคิดว่าเขาจะทำสำเร็จไหม ชั้นสิบหกมันโหดหินกว่าที่ผ่านมาเยอะเลยนะ”
“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ คงต้องรอดูกันไปก่อน...”
และในวินาทีนั้นเอง!
ก๊อก ก๊อก
ประตูห้องทำงานของผู้อำนวยการถูกเปิดออก ผู้ที่เดินเข้ามาคืออีมินอา หัวหน้าแผนกและเพลเยอร์ของสำนักงานบริหารจัดการนั่นเอง
“อ้าว หัวหน้าแผนกอี มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า”
“พะ... เพิ่งจะมีประกาศแจ้งเตือนดังขึ้นค่ะ”
“อะไรนะ... อ๊ะ! หรือว่า!?”
“ค่ะ มีประกาศแจ้งเตือนการเคลียร์หอคอยทมิฬชั้นที่สิบหกด้วยระดับ S++ ค่ะ”
“ฮะๆๆ”
แค่ลดราคาอาวุธให้หน่อยเดียว ถึงกับฮึดสู้เคลียร์ด่านแตกเลยเรอะ!
“สถิติเคลียร์ระดับ S++ ต่อเนื่องจนถึงชั้นที่สิบหก... เรื่องบ้าบอแบบนี้มันเป็นไปได้จริงๆ เหรอเนี่ย”
อีมินอาตอบกลับด้วยน้ำเสียงทึ่งจัด
“ถ้าเปรียบเทียบกับการแข่งเบสบอล ก็เหมือนมีพิตเชอร์คนเดียวขว้างเพอร์เฟกต์เกมได้สิบหกนัดติดนั่นแหละค่ะ”
“สถิติระดับปีศาจชัดๆ”
แต่จะมัวมานั่งดีใจเฉยๆ ไม่ได้หรอกนะ ถ้าระดับความเทพมันหลุดโลกขนาดนี้ ประเทศเพื่อนบ้านไม่มีทางนั่งอยู่เฉยๆ แน่!
“ปิดข่าวนี้ให้มิดชิดที่สุด! โดยเฉพาะพวกสายลับจากจีนกับญี่ปุ่น จับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกมันให้ดี!”
“รับทราบค่ะ”
เราต้องรีบตีสนิทและสร้างความไว้วางใจกับเขาให้เร็วที่สุด
“ตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมาเลย! แล้วก็อย่าลืมพิจารณาเรื่องการมอบสวัสดิการให้ครอบครัวของคุณบงจูฮยอกด้วยล่ะ!”
การดึงครอบครัวเข้ามาเกี่ยว อาจจะช่วยให้เขาใจอ่อนยอมรับข้อเสนอได้ง่ายขึ้น... มั้ง?
อาจจะเวิร์กกว่าที่คิดก็ได้นะ
“แต่จำไว้นะ! ห้ามทำตัวออกนอกหน้าจนเขาจับได้เด็ดขาด!”
“...ถ้าเราไม่บอก แล้วเขาจะรู้ได้ยังไงล่ะคะว่าเราเป็นคนจัดฉากให้”
“เดี๋ยวเขาก็รู้เองแหละ หมอนั่นอาจจะขี้ขลาดตาขาว แต่ไม่ได้โง่ซะหน่อย”
“รับทราบค่ะ ดิฉันจะจัดการเรื่องนี้อย่างระมัดระวังที่สุดค่ะ”
ผู้อำนวยการพัคคยองซูตั้งเป้าหมายใหม่ในใจ
ก่อนที่จะหมดวาระการดำรงตำแหน่ง เขาจะต้องลากคอบงจูฮยอกเข้ามาร่วมทีมหัวกะทิให้จงได้!
......
สถิติสูงสุดในการปีนหอคอยทมิฬของเกาหลีในปัจจุบันคือชั้นที่หกสิบห้า ซึ่งครองอันดับสองของโลกร่วมกับนอร์เวย์และซาอุดีอาระเบีย ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านร่วมทวีปเอเชียอย่างจีนและญี่ปุ่นกลับรั้งท้ายอยู่ไกลลิบ
ในยุคที่ข้อมูลของหอคอยทมิฬแต่ละชั้นกลายเป็นสมบัติสาธารณะที่แชร์กันทั่วโลก การจะหาข้อมูลว่ามอนสเตอร์ตัวไหนเกิดตรงไหน หรือภารกิจแต่ละชั้นคืออะไรนั้นไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย
ปัญหาที่แท้จริงมันอยู่ที่ ‘เพลเยอร์’ ต่างหาก
ชะตากรรมของประเทศชาติแขวนอยู่บนบ่าของเพลเยอร์เพียงหยิบมือ การเฟ้นหาและดึงตัวเพลเยอร์ระดับท็อปมาร่วมทีมจึงกลายเป็นวาระแห่งชาติ บางประเทศถึงกับเปิดศึกแย่งชิงตัวเพลเยอร์ข้ามชาติกันอย่างดุเดือด หรือไม่ก็ตั้งนโยบายคุ้มครองเพลเยอร์ระดับหัวกะทิราวกับไข่ในหิน
ยูชอลมิน เพลเยอร์อันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ที่เพิ่งเคลียร์ชั้นหกสิบห้าและกำลังเตรียมตัวท้าทายชั้นหกสิบหก คือเป้าหมายสูงสุดที่หลายประเทศหมายปอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จีนและญี่ปุ่น ที่พยายามใช้สารพัดเล่ห์เหลี่ยมเพื่อดึงตัวเพลเยอร์ชาวเกาหลีใต้มาร่วมทีมอย่างไม่ลดละ
มันคือสงครามเย็นขนาดย่อมๆ เลยทีเดียว
ขืนปล่อยให้ยูชอลมินเปลี่ยนสัญชาติล่ะก็ ประเทศที่ได้ตัวเขาไปก็จะได้สิทธิ์สวมรอยปีนหอคอยทะลุชั้นหกสิบห้าไปแบบชิลๆ น่ะสิ!
ประเทศจีนมีประชากรมหาศาล ดังนั้นจำนวนเพลเยอร์จึงมีมากเป็นเงาตามตัว
ทว่าสถิติการเคลียร์หอคอยทมิฬของจีนกลับหยุดชะงักอยู่ที่ชั้นห้าสิบแปด และกำลังติดแหง็กอยู่ในชั้นห้าสิบเก้า
เมื่อเทียบกับเกาหลีที่ทะลวงไปถึงชั้นหกสิบหกแล้ว มันช่างน่าอดสูยิ่งนัก
จีนงัดทุกวิถีทางมาใช้ ทั้งการมอบยศถาบรรดาศักดิ์ ‘วีรบุรุษ’ ให้กับเพลเยอร์ที่เคลียร์ด่านสำเร็จเป็นคนแรก อัดฉีดเงินรางวัลไม่อั้น...
ผลผลิตผลึกมานาที่ได้มานั้นมหาศาลจนแทบจะถมแผ่นดิน เศรษฐกิจของจีนเฟื่องฟูอย่างก้าวกระโดด
แต่ปัญหาคือ... หอคอยทมิฬของจีนมันไม่ยอมขยับไปไหนเลยนี่สิ!
หอคอยทมิฬที่ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้กับมหานครเซี่ยงไฮ้ เหลือเวลาอีกแค่สองเดือนเศษๆ ก่อนที่เส้นตายในการเคลียร์ด่านชั้นบนจะสิ้นสุดลง ถ้าขืนปล่อยให้เวลานับถอยหลังจนถึงศูนย์... หอคอยถล่มแน่ๆ!
จะให้นั่งรอความตายเฉยๆ ได้ยังไงล่ะ ต้องงัดมาตรการฉุกเฉินออกมารับมือ!
นั่นก็คือการใช้นโยบายโอนสัญชาติเพื่อดึงดูดเพลเยอร์หัวกะทิจากต่างชาติให้ย้ายมาสังกัดทีมจีน
แล้วจะไปหาบุคลากรชั้นยอดแบบนั้นมาจากไหนล่ะ?
คำตอบก็คือ... ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเกาหลีใต้ไงล่ะ!
ที่นั่นมีเพลเยอร์พรสวรรค์สูงเดินชนกันตาย!
ถึงจะลากตัวเพลเยอร์อันดับหนึ่งอย่างยูชอลมินมาไม่ได้ แต่ถ้าได้ตัวเพลเยอร์ในทีมหัวกะทิสักคนมาโอนสัญชาติล่ะก็ ปัญหาเรื่องหอคอยถล่มก็จะเป็นอันยุติลงทันที ไม่ต้องสนหรอกว่ามันจะกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือศักดิ์ศรีอะไรนั่น!
เรื่องพรรค์นั้นมันถูกโยนทิ้งลงถังขยะไปตั้งนานแล้ว!
แต่ข่าวลือที่เพิ่งหลุดรอดมาจากฝั่งเกาหลีใต้นี่สิ...
สถิติเคลียร์ระดับ S++ ต่อเนื่องถึงสิบหกชั้นเนี่ยนะ!?
เรื่องบ้าบอคอแตกแบบนี้ ไม่เคยมีใครได้ยินหรือพบเจอมาก่อนในประวัติศาสตร์การปีนหอคอย!
แล้วจะให้พวกเขานั่งนิ่งดูดายอยู่ได้ยังไง!
ถึงแม้ในแวดวงการเมืองของเกาหลีใต้จะแทบไม่มีนักการเมืองหัวเอียงจีนหลงเหลืออยู่เลย ทำให้การเดินหมากใต้ดินเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่พวกเขาก็ยังมีไพ่ตายซ่อนอยู่...
นั่นคือเหล่าเพลเยอร์ชาวเกาหลีใต้เชื้อสายจีน หรือโชซอนจก ที่ฝังรากลึกอยู่ในเกาหลีใต้ แน่นอนว่าพวกเขาย่อมต้องให้ความร่วมมือกับแผ่นดินแม่เป็นอย่างดี
ในขณะนี้ พวกเขากำลังทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดเพื่อสืบหาข้อมูลและพยายามตีสนิทกับเจ้าของสถิติ S++ ผู้ลึกลับคนนั้นให้จงได้!
ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ทางฝั่งญี่ปุ่นก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเลย ออกจะเข้าขั้นวิกฤตกว่าหลายประเทศด้วยซ้ำ หอคอยทมิฬมีเพียงแห่งเดียว แต่ปัญหาอยู่ที่ทำเลที่ตั้งของมันต่างหากล่ะ
หอคอยทมิฬของญี่ปุ่นตั้งตระหง่านอยู่ทางทิศตะวันตกของภูเขาไฟฟูจิ ถึงจะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองใหญ่ แต่นักวิชาการต่างก็ลงความเห็นตรงกันว่า หากหอคอยแห่งนี้พังทลายลงมา แรงสั่นสะเทือนของมันจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อรอยเลื่อนแผ่นดินไหว!
หายนะแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในภูมิภาคคันโตที่รุนแรงชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในหน้าประวัติศาสตร์จะต้องอุบัติขึ้นอย่างแน่นอน!
และนั่นอาจหมายถึงจุดจบของหมู่เกาะญี่ปุ่นที่จะจมดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทร!
แถมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฮามาโอกะที่ตั้งอยู่ไม่ไกลก็สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุระเบิดซ้ำรอยโศกนาฏกรรมฟุกุชิมะอีกต่างหาก!
เมื่อเทียบกันแล้ว เกาหลีใต้ถือว่าโชคดีกว่ามาก หอคอยทมิฬของพวกเขาไม่ได้ตั้งอยู่ในเขตเมืองใหญ่ แถมยังไม่อยู่ในแนวรอยเลื่อนแผ่นดินไหวอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ ญี่ปุ่นจึงมีความอิจฉาริษยาเกาหลีใต้อย่างลึกซึ้ง
ทำไมหอคอยของญี่ปุ่นถึงต้องมาตั้งอยู่บนรอยเลื่อนแผ่นดินไหว ในขณะที่หอคอยของเกาหลีกลับไปตั้งอยู่บนภูเขาห่างไกลผู้คน!
ทำไมเพลเยอร์ชาวเกาหลีใต้ถึงได้เก่งกาจกว่าเพลเยอร์ชาวญี่ปุ่น! ทั้งๆ ที่ญี่ปุ่นได้รับการยกย่องว่าเป็นมหาอำนาจแห่งวงการเกมแท้ๆ!
ในช่วงแรกที่หอคอยทมิฬเพิ่งปรากฏขึ้น ญี่ปุ่นมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม รูปแบบการเคลียร์ด่านของหอคอยทมิฬมันก็เหมือนกับการเล่นเกมนั่นแหละ
และในประเทศญี่ปุ่นก็มีพวกฮิคิโคโมริ (เกลียดการเข้าสังคม) ที่เอาแต่ขลุกอยู่แต่ในห้องนั่งกดจอยสติ๊กเล่นเกมไปวันๆ อยู่เกลื่อนเมือง! พวกเขาคิดว่าถ้าคนพวกนี้ได้รับการปลุกพลังเป็นเพลเยอร์ การเคลียร์หอคอยทมิฬคงเป็นเรื่องกล้วยๆ
ทว่าความจริงกลับโหดร้ายกว่าที่คิด
สถิติการเคลียร์หอคอยทมิฬของญี่ปุ่นหยุดอยู่ที่ชั้นห้าสิบหก รั้งท้ายสุดในบรรดาสามประเทศมหาอำนาจแห่งเอเชียตะวันออกอย่างจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น
ถึงจะถูไถผ่านช่วงชั้นที่ห้าสิบไปได้ แต่ถ้าถึงชั้นที่หกสิบล่ะ?
หายนะหอคอยถล่มรออยู่ตรงหน้าเห็นๆ!
ทางรอดเดียวของญี่ปุ่นก็เหมือนกับจีนนั่นแหละ นั่นคือการใช้ข้อเสนอสุดเย้ายวนดึงตัวเพลเยอร์ทีมหัวกะทิของเกาหลีใต้ให้โอนสัญชาติมาอยู่ฝั่งญี่ปุ่น หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องไปลากคอเจ้าของสถิติ S++ ที่กำลังเป็นกระแสโด่งดังอยู่ในตอนนี้มาให้ได้!
โชคยังดีที่ในแวดวงการเมืองของเกาหลีใต้ยังมีกลุ่มนักการเมืองหัวเอียงญี่ปุ่นฝังตัวอยู่ไม่น้อย หากใช้คอนเนกชันของคนพวกนี้ล่ะก็ น่าจะพอมีหวังบรรลุเป้าหมายได้ในเร็ววัน
......
การเคลียร์ชั้นสิบหกด้วยสถิติ S++ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
จอห์น โกซัคการันตีว่าตั้งแต่ชั้นสิบเจ็ดไปจนถึงชั้นยี่สิบก็สามารถฟาดเรียบได้สบายๆ ไร้กังวล
“ท่านผู้อัญเชิญบงครับ! ผมล่ะทึ่งจนแทบจะกราบแทบเท้าเลยครับ! ไม่คิดเลยว่าบอสจะสามารถเปลี่ยนไอ้ขยะอย่างโกบังให้กลายเป็นคนมีประโยชน์ขึ้นมาได้!”
เอาจริงๆ เขาอยากจะสวนกลับไปว่า ‘ผมว่าคุณโกบังเขาเก่งกว่าคุณโกซัคซะอีกนะครับ’ แต่ก็ต้องกลืนคำพูดนั้นลงคอไป...
“เฮ้อ! ก็ได้คุณโกซัคคอยเป็นทัพหน้าบุกเบิกทางให้ไงล่ะครับ ทุกอย่างถึงได้ราบรื่นขนาดนี้”
“ฮี่ฮี่ฮี่ บอสก็ชมผมเกินไปครับ”
“ฮ่าๆๆ!”
จากนั้นจอห์น โกซัคก็หันขวับไปตวาดใส่นักรบเถื่อนร่างยักษ์
“ไอ้โกบัง! เลิกแดกได้แล้วเว้ย!”
“คิชเช่น อร่อย”
“ชิกเก้นโว้ย! คิชเช่นมันแปลว่าห้องครัวเว้ย! ชิกเก้น!”
“อาฮะ คิชเช่น”
“โอ๊ยยยย ไอ้สัสเอ๊ยยย!”
การจัดปาร์ตี้ฉลองหลังเคลียร์ด่านสำเร็จมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เขาเลยสั่งไก่ทอดมาฉลองซะหน่อย เพื่อรองรับกระเพาะครากๆ ของโกบัง เขาเลยสั่งไก่ทอดมาเผื่อถึงสิบตัว ทว่าตอนนี้มันกำลังจะอันตรธานหายวับไปในพริบตา
หมอนั่นยกกล่องไก่ทอดขึ้นเทพรวดเข้าปากรวดเดียวหมดกล่อง!
กร้วมมม! กร้วมมม!
เคี้ยวกร้วมๆ กลืนลงคอไปทั้งกระดูก!
“ผู้อัญเชิญ เป็นคนดี เลี้ยงคิชเช่นให้กิน ฉันยอมถวายชีวิตให้เลย”
“ชิกเก้นโว้ย!”
“ใช่ๆ คิชเช่น”
“โอ๊ยยยย ไอ้สัสเอ๊ยยย!”
แค่ไก่ทอดสิบตัว แลกกับความภักดีระดับนี้ก็ถือว่าคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม
ชั้นที่ยี่สิบรออยู่ตรงหน้าแล้ว ถ้าเกิดเขาสามารถกวาดแพลตทินัมแบดจ์มาได้ครบทุกชั้นล่ะก็...
‘สิทธิพิเศษครั้งต่อไปจะเป็นอะไรวะเนี่ย’
สกิล? ไอเทม? หรือว่าการเสริมพลังคุณลักษณะ?
จะเป็นอะไรก็ช่างเถอะ ขอแค่ช่วยให้เขาเอาชีวิตรอดได้ก็พอแล้ว ในภารกิจกวาดล้างก็อบลินทหารพรานที่ชั้นสิบหก เขาเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดเหมือนกัน ถ้าไม่ได้สกิลก้าวเงากับชุดอุปกรณ์บาเรียพลังงานช่วยชีวิตเอาไว้ล่ะก็ ป่านนี้คงโดนลูกดอกอาบยาพิษเสียบพรุนเป็นเม่นไปแล้ว
ลองคิดดูสิว่าถ้าเขาต้องลงสนามรบตัวเปล่าเล่าเปล่า ไม่มีสกิล ไม่มีไอเทมป้องกันตัว... มันจะสยดสยองขนาดไหน?
ต้องท่องไว้ให้ขึ้นใจ! ระวังตัวอยู่เสมอ!
ห้ามประมาทเด็ดขาด!
ลุยชั้นสิบเจ็ดกันต่อเลย!