เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ความลับที่ปิดไม่มิด (2)

บทที่ 7 ความลับที่ปิดไม่มิด (2)

บทที่ 7 ความลับที่ปิดไม่มิด (2)


เขตฮันนัมดง กรุงโซล

ผู้อำนวยการพัคคยองซูถึงกับกะพริบตาปริบๆ เมื่อได้รับรายงานด่วนจากหัวหน้าจอนกวังอิล

เพลเยอร์บงจูฮยอกที่เพิ่งจะโทรมาขอขึ้นทะเบียนเมื่อเช้านี้ น่าจะเป็นเจ้าของสถิติเคลียร์ระดับ S++ งั้นเหรอ? ไม่สิ... ต้องบอกว่า ‘ใช่แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์’ ต่างหาก!

เขาถามย้ำแล้วย้ำอีกหลายรอบ แต่คำตอบที่ได้ก็ยังเหมือนเดิม

“ดะ... เดี๋ยวสิหัวหน้าจอน ข้อมูลมันขัดแย้งกับที่รายงานมาตอนแรกคนละเรื่องเลยนะ! ตอนคุยโทรศัพท์นายบอกว่าเขาเป็นพวกขี้ขลาดตาขาว ไม่มีกะจิตกะใจจะปีนหอคอยเลยไม่ใช่หรือไง”

“ใช่ครับ”

“หืม? ...แล้วทำไมถึงเคลียร์ได้ระดับ S++ ล่ะ”

“นั่นแหละครับที่ผมก็งง ถึงเขาจะดูขี้ขลาด ไม่มีไฟจะปีนหอคอย แต่พรสวรรค์ในการเคลียร์ด่านระดับ S++ ของเขามันของจริงครับ”

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!

“ไหนลองเล่ารายละเอียดมาซิ”

“คืออย่างนี้นะครับ...”

จอนกวังอิลเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ฟังอย่างละเอียด

พอฟังจบ ผู้อำนวยการพัคคยองซูก็ทำหน้าเหวอ ถามย้ำอีกครั้ง

“...แล้วถ้ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญล่ะ”

อีมินอาที่ยืนอยู่ข้างๆ เป็นคนตอบคำถามนี้แทน “จังหวะเวลามันเป๊ะเกินไปค่ะท่านผู้อำนวยการ ไม่มีทางเป็นเรื่องบังเอิญแน่นอนค่ะ”

ในฐานะที่เธอเองก็เป็นเพลเยอร์ เธอคือพยานปากเอกที่อยู่ในเหตุการณ์

เวลาที่ประกาศแจ้งเตือนดังขึ้น กับเวลาที่บงจูฮยอกวาร์ปกลับออกมาจากหอคอย มันคือเวลาเดียวกันเป๊ะ!

ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าหมอนี่คือเจ้าของสถิติ S++ ตัวจริงเสียงจริงน่ะสิ!

แล้วทำไมถึงดึงดันจะอยู่แค่ทีมทั่วไปล่ะ นี่กะจะปล่อยให้พรสวรรค์ระดับเทพหลุดลอยไปเปล่าๆ งั้นเหรอ

“แล้วได้อธิบายสิทธิประโยชน์ของทีมหัวกะทิให้เขาฟังอย่างละเอียดหรือเปล่า”

“ครับ ผมย้ำแล้วย้ำอีกหลายรอบเลย พยายามหว่านล้อมสารพัดวิธีเลยครับ”

“...แต่เขาก็ยังยืนยันคำเดิมงั้นสิ”

หมอนี่ต้องการอะไรกันแน่

“หรือว่าเขาจงใจเล่นตัวเพื่อโก่งค่าตัว...”

“ไม่น่าจะใช่ครับ ผมว่าปัญหามันอยู่ที่นิสัยของเขามากกว่า”

“แปลว่าเขาเป็นพวกขี้ขลาดตาขาวจริงๆ น่ะเหรอ”

“ครับ น่าจะเป็นแบบนั้น”

“เฮ้อออ ให้ตายสิ”

จะเอายังไงดีเนี่ย

ในเมื่อเจ้าตัวไม่มีใจจะปีนหอคอย ต่อให้มีพรสวรรค์ล้นฟ้าแค่ไหน มันก็คงต้องปล่อยไปตามยถากรรม

แต่... นั่นมันพรสวรรค์ระดับ S++ เชียวนะโว้ย!

“แล้วเรื่องสัญญาล่ะ ตกลงว่ายังไง”

“ตอนนี้ทำได้แค่ให้เขาเซ็นสัญญาของกลุ่มทั่วไปไปก่อนครับ ขืนกดดันมากไป เดี๋ยวเขาจะเตลิดหนีเอาได้”

“แปลว่านายจะปล่อยเขาไปแบบนี้เหรอ”

“ไม่มีทางครับ! พรสวรรค์ระดับนี้ จะปล่อยให้หลุดมือไปได้ยังไงล่ะครับ ผมต้องลากคอเขาเข้าทีมหัวกะทิให้ได้!”

พัคคยองซูพยักหน้าเห็นด้วย

“ดีมาก... แต่อย่ารุกหนักเกินไปนะ ถ้าเขาเป็นพวกขี้ขลาดจริงๆ เกิดตกใจกลัวจนขอยกเลิกการเป็นเพลเยอร์ขึ้นมาจะยุ่ง”

“ครับ ผมตั้งใจว่าจะลองสืบประวัติของบงจูฮยอกดูก่อนว่าเขาเป็นคนยังไง ถ้าเจอจุดอ่อนตรงไหนก็ค่อยหาทางเจาะเข้าไปตรงนั้นครับ”

“เอาล่ะ แต่อย่าลืมปิดเรื่องนี้เป็นความลับขั้นสุดยอดล่ะ ให้รู้กันแค่ฉัน นาย แล้วก็หัวหน้าแผนกอีมินอาแค่นั้นพอนะ”

“รับทราบครับท่าน”

“ดิฉันก็ด้วยค่ะ”

ถึงแม้จะพลาดการเซ็นสัญญาเข้าทีมหัวกะทิ แต่พวกเขาจะนิ่งดูดายไม่ได้เป็นอันขาด

อย่างน้อยก็รู้แล้วว่าหมอนั่นเป็นใคร

แถมยังจับเซ็นสัญญากลุ่มทั่วไปไว้ได้แล้วด้วย

สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการรักษาความลับ ขืนข่าวรั่วไหลออกไป มีหวังพวกแร้งตอมชิ้นเนื้อได้แห่กันมาตอมให้ว่อนแน่ เพลเยอร์ระดับหัวกะทิแบบนี้ ประเทศไหนๆ ก็อยากได้ตัวไปร่วมทีมทั้งนั้นแหละ

“ว่าแต่ นายคิดว่าเขาจะทำสถิติ S++ ในชั้นสิบสองได้อีกไหม”

“พูดยากครับ อาจจะทำได้ หรืออาจจะจงใจอู้ก็เป็นได้ อย่างเช่น พยายามยื้อเวลาให้นานขึ้น หรือทำทีกระหืดกระหอบเหมือนภารกิจมันยากเย็นแสนเข็ญ”

“เพื่อเลี่ยงการโดนดึงเข้าทีมหัวกะทิน่ะเหรอ”

“หรือไม่ก็อาจจะฟาดแรงก์ S++ ต่อไปเรื่อยๆ ก็ได้ครับ อย่างน้อยเขาก็เคยหลุดปากมาว่าการปีนหอคอยมันก็สนุกดี”

พูดตรงๆ ก็คือเดาทางไม่ออกเลย ใจนึงก็อยากจะเห็นกับตาว่าหมอนี่มีพรสวรรค์ระดับ S++ จริงหรือเปล่า แต่อีกใจนึงก็อยากให้หมอนี่หยุดอยู่แค่นี้ ความลับเรื่องการมีตัวตนของเขาจะได้ไม่แตก

ทว่าในวันรุ่งขึ้น...

[ประกาศ: คุณบรรลุการประเมินระดับ S++ ในการเคลียร์หอคอยทมิฬ (เกาหลี) ชั้นที่ 12]

เอาอีกแล้วเหรอ!

เพื่อความชัวร์ จอนกวังอิลจึงรีบต่อสายหาบงจูฮยอกทันที

“คะ... คุณบงจูฮยอกครับ เมื่อกี้คุณเพิ่งจะเคลียร์ชั้นสิบสองไปใช่ไหมครับ”

“...ครับ ผมเองแหละ แต่ด่านชั้นสิบสามคงไม่ไหวแล้วล่ะครับ”

และในวันถัดมา...

[ประกาศ: คุณบรรลุการประเมินระดับ S++ ในการเคลียร์หอคอยทมิฬ (เกาหลี) ชั้นที่ 13]

หืม? ไหนบอกว่าไม่ไหวไง!

[ประกาศ: คุณบรรลุการประเมินระดับ S++ ในการเคลียร์หอคอยทมิฬ (เกาหลี) ชั้นที่ 14]

สามวันติด!

‘ของจริงว่ะ!’

ถ้าจะเทพขนาดนี้ นิสัยขี้ขลาดตาขาวมันก็ไม่เป็นอุปสรรคแล้วโว้ย!

ผลงานมันฟ้องอยู่ทนโท่ขนาดนี้ ผู้อำนวยการพัคคยองซูต้องตัดสินใจขั้นเด็ดขาดแล้ว

ต้องดึงตัวหมอนี่เข้าทีมหัวกะทิให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม!

ความคิดของจอนกวังอิลก็พุ่งไปในทิศทางเดียวกัน

“ให้ผมส่งคนไปประกบเลยไหมครับ”

“อย่าเพิ่ง การดูแลเป็นพิเศษจะยิ่งทำให้เขาตกอยู่ในอันตราย ขืนมีคนจับจ้องมากๆ เข้าล่ะแย่เลย ปล่อยให้เขาเป็นเพลเยอร์กลุ่มทั่วไปไปก่อนเถอะ”

“ผมก็เห็นด้วยครับ”

ต้องค่อยๆ ตะล่อมเข้าไปอย่างระมัดระวัง เริ่มจากการสร้างความไว้วางใจซะก่อน ต่อให้เป็นคนขี้ขลาดแค่ไหน แต่ถ้าเริ่มสนิทกันแล้ว อะไรๆ มันก็จะง่ายขึ้นเอง

“นายลองไปหาวิธีสานสัมพันธ์กับเขาก็แล้วกัน”

“วิธีที่ดีที่สุดคือต้องหมั่นไปเจอหน้าเขาบ่อยๆ ครับ”

“ถ้างั้นก็ฝากด้วยนะหัวหน้าจอน จัดการตามความเหมาะสมได้เลย”

“รับทราบครับ”

......

ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน

วันรุ่งขึ้นหลังจากที่เคลียร์ด่านชั้นสิบเอ็ดสำเร็จ บงจูฮยอกอัญเชิญจอห์น โกซัคออกมา

เขาแกล้งทำหน้าบึ้งตึงแล้วต่อว่าอีกฝ่าย “ผมบอกให้คุณทำช้าๆ ไม่ใช่เหรอครับ”

“...ครับผม บอสสั่งแบบนั้นจริงๆ ครับ”

“แล้วทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะครับ! ความแตกหมดเลยเห็นไหม!”

“ขะ... ขอโทษครับบอส”

“ถ้ามีครั้งหน้าอีก ผมไม่เอาไว้แน่! ผมจะยกเลิกการอัญเชิญทันทีเลย!”

“รับทราบครับผม”

เอาเข้าจริง เขาก็รู้สึกผิดอยู่เหมือนกันแหละ ที่จอห์น โกซัคทำไปก็เพื่อปกป้องเขาทั้งนั้น

“คุณโกซัคครับ”

“ครับบอส”

“ถ้าเกิดผมเอาเรื่องของคุณไปป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ คุณจะทำยังไงครับ”

“เรื่องนั้นก็แล้วแต่บอสเลยครับ บอสสั่งลุย ผมก็ลุยครับ”

“ตอบจากใจจริงเลยนะครับ คุณชอบหรือไม่ชอบครับ”

“...อืมม ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ครับ มันน่ารำคาญ”

“เข้าใจแล้วครับ”

นั่นสินะ ยังไงซะจอห์น โกซัคก็เป็นคนจากโลกอื่น ถ้าขืนป่าวประกาศเรื่องของหมอนี่ออกไป มีหวังโดนคนรุมตอมเป็นแมลงวันแน่ๆ

มาจากไหน?

ชื่ออะไร?

ทำไมถึงมาทำแบบนี้?

งั้นก็เหยียบเรื่องนี้ไว้เป็นความลับต่อไปนั่นแหละดีแล้ว

เอาล่ะ ลุยชั้นสิบสองกันต่อเลย!

[ภารกิจชั้นที่ 12: กำจัดพังพอนหอกน้ำแข็งย้อย 20 ตัว]

[ระยะเวลาที่กำหนด: ภายใน 3 ชั่วโมง]

[เงื่อนไขความสำเร็จ: พังพอนหอกน้ำแข็งย้อย 0/20]

[เงื่อนไขความล้มเหลว: เสียชีวิต หรือ ล้มเลิกภารกิจ]

“ครั้งนี้เอาเบาๆ นะครับ! ลุยแบบคนธรรมดาเขาลุยกันน่ะ!”

ถ้าเริ่มลุยแบบคนธรรมดาตั้งแต่ชั้นสิบสองเป็นต้นไป พวกเจ้าหน้าที่รัฐก็คงจะเลิกหวังในตัวเขาไปเองแหละมั้ง

“รับทราบครับผม!”

ครั้งนี้จอห์น โกซัครับปากอย่างหนักแน่น

ดูทรงแล้วน่าจะไว้ใจได้นะเนี่ย

บรรยากาศในชั้นสิบสองนี้แตกต่างจากชั้นสิบเอ็ดอย่างสิ้นเชิง ถ้าชั้นสิบเอ็ดคือดงตะขาบยั้วเยี้ยน่าสะอิดสะเอียน ชั้นสิบสองก็คือดินแดนรกร้างว่างเปล่าที่แทบจะมองไม่เห็นแม้แต่เงาของพวกพังพอนหอกน้ำแข็งย้อย

พวกเขาต้องเดินเท้าลึกเข้าไปข้างในเรื่อยๆ เพื่อตามหาตัวพวกมัน

แต่ปัญหาคือสภาพแวดล้อมของชั้นสิบสองต่างหากล่ะ อากาศที่นี่หนาวเหน็บเข้ากระดูกดำ!

ถึงเขาจะเตรียมตัวมาอย่างดีด้วยการใส่เสื้อโค้ตบุนวมกับผ้าพันคอหนาเตอะ แต่สายลมกรีดแทงที่พัดกรรโชกมาก็ยังแทรกซึมผ่านรอยแยกของเสื้อผ้าเข้ามาบาดผิวจนแสบไปหมด ถ้าแค่ยืนหลบมุมเงียบๆ อยู่ตรงทางเข้าหอคอยก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง...

แต่ในความเป็นจริง เขาต้องเดินตามหลังจอห์น โกซัคต้อยๆ

ขืนปล่อยให้จอห์น โกซัคคลาดสายตา แล้วเขาต้องยืนหนาวสั่นอยู่คนเดียวกลางดงน้ำแข็งแบบนี้ มีหวังได้แข็งตายแหงๆ

ยิ่งเดินลึกเข้าไป อากาศก็ยิ่งหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ ถึงจะเตรียมแผ่นแปะให้ความร้อนมาด้วย แต่มันก็แทบจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย

กึกๆๆๆๆ

ริมฝีปากของชายหนุ่มสั่นระริกจนซีดเผือด

ในขณะที่เขากำลังคิดจะขยับร่างกายเพื่อเรียกความอบอุ่น

“ขืนปล่อยไว้แบบนี้ บอสได้แข็งตายแน่ๆ ครับ! เดี๋ยวผมจะรีบจัดการให้เสร็จ แล้วพอบอสกลับไปพักผ่อนในห้องอุ่นๆ นะครับ!”

จอห์น โกซัคพุ่งทะยานเข้าใส่ฝูงพังพอนหอกน้ำแข็งย้อยที่รวมตัวกันอยู่เป็นกระจุก

“บอสยืนรออยู่ตรงนี้แหละครับ! แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว!”

“ดะ... เดี๋ยวสิ ผมยังไหว! ค่อยๆ ทำไปก็ได้...”

แน่นอนว่าจอห์น โกซัคทำหูทวนลม ไม่สนคำทักท้วงของเขาเลยแม้แต่น้อย

“บะ... บอกให้เชื่อฟังกันไงเล่า...”

และในที่สุด...

[ประกาศ: คุณบรรลุการประเมินระดับ S++ ในการเคลียร์หอคอยทมิฬ (เกาหลี) ชั้นที่ 12]

[รางวัล: มอบแพลตทินัมแบดจ์ เป็นรางวัลสำหรับสถิติการเคลียร์ระดับ S++]

‘เชี่ยเอ๊ย’

เอาเถอะ

เดี๋ยวก็รู้ว่าใครจะหมู่ใครจะจ่า

“ฮู่ววว ค่อยอุ่นขึ้นมาหน่อย งั้นเดี๋ยวผมขอออกไปดูทีวีข้างนอก...”

“ยกเลิกการอัญเชิญ”

วูบ!

ใครใช้ให้ไปดูทีวีห๊ะ!

สำหรับลูกน้องที่ไม่เชื่อฟังคำสั่ง ก็ไม่มีสิทธิ์ได้รับความเห็นใจหรอกนะโว้ย!

หลังจากนั้น จอนกวังอิลก็โทรมาหาเขา ถามว่าเขาเพิ่งเคลียร์ชั้นสิบสองไปใช่ไหม

ในเมื่อความลับมันแตกโพละไปหมดแล้ว จะมามัวนั่งปิดบังไปทำไมล่ะ เขาก็เลยยอมรับไปตามตรง

พอถึงด่านชั้นสิบสามที่เป็นโถงทางเดินเต็มไปด้วยกับดัก...

“ด่านนี้มันสุดวิสัยจริงๆ ครับบอส ภารกิจคือต้องเดินฝ่าโถงทางเดินนี้ไปให้ได้ แต่มันมีกับดักเต็มไปหมดเลย ทั้งใบมีดที่โผล่มาจากกำแพงแล้วก็พื้น ขืนเดินช้าๆ บอสได้เลือดอาบแน่ๆ ครับ เดี๋ยวผมจะรีบพุ่งเข้าไปทำลายกลไกพวกมันให้พังยับไปเลย!”

“...”

ส่วนในถ้ำชั้นสิบสี่...

“พวกค้างคาวตาโปนยักษ์ครับบอส! สกิลไม้ตายของพวกมันคือการปล่อยคลื่นเสียงโจมตีวงกว้าง ถ้าปล่อยให้พวกมันใช้สกิลได้ บอสต้องโดนลูกหลงไปด้วยแน่ๆ ผมต้องรีบเด็ดหัวพวกมันก่อนที่มันจะอ้าปากครับ!”

“...”

ถึงจะขู่ว่าจะยกเลิกการอัญเชิญยังไง จอห์น โกซัคก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้เลยสักนิด

กฎเหล็กข้อสามของผู้ถูกอัญเชิญนี่มัน...

ดื้อด้านชะมัด!

สุดท้าย บงจูฮยอกก็ต้องยอมยกธงขาว

เชื่อฟังคำสั่งอะไรกันล่ะ! ไม่เห็นจะยอมฟังกันเลยสักนิด!

เอาเถอะ อยากทำอะไรก็เชิญเลย เขาก็ชักจะอยากรู้เหมือนกันว่าหมอนี่จะบ้าดีเดือดไปได้ถึงไหน

ที่สำคัญ เขาเองก็ไม่อยากล้มเลิกการปีนหอคอยแล้วเหมือนกัน ร่างกายมันคงคุ้นชินกับการปีนหอคอยไปแล้วล่ะมั้ง ตอนนี้ในบัญชีของเขามีทั้งเงินค่าขายผลึกมานาจากการเคลียร์ด่านถึงชั้นสิบจำนวนสองล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นวอน แล้วก็ยังมีเงินสนับสนุนสำหรับเพลเยอร์กลุ่มทั่วไปอีกสองล้านวอนนอนนิ่งอยู่

แถมในช่องเก็บของยังมีผลึกมานาอีกห้ากิโลกรัมที่เป็นรางวัลจากการเคลียร์ชั้นสิบเอ็ดถึงชั้นสิบสี่ตุนไว้อีก

‘แค่ไอ้หินพวกนี้ก็ปาเข้าไปตั้งสองล้านห้าแสนวอนแล้ว’

โอ้โห!

รวมๆ แล้วเขาฟันเงินไปตั้งเจ็ดล้านกว่าวอนเลยนะเนี่ย!

แล้วลองคิดดูสิว่าในอนาคตเขาจะกอบโกยเงินได้อีกมหาศาลขนาดไหน แค่คิดก็ขนลุกแล้ว!

เขาตัดสินใจลาออกจากการทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านสะดวกซื้อและร้านปิ้งย่างจนหมดเกลี้ยง

การโฟกัสไปที่งานเดียวมันย่อมดีกว่าอยู่แล้ว ในสถานการณ์แบบนี้ ใครมันจะบ้าเลิกปีนหอคอยกันล่ะ

ไม่มีทางหรอก

ถึงเขาจะขี้ขลาดตาขาวแค่ไหน แต่มันก็ไม่ได้ถึงขั้นยอมทิ้งขุมทรัพย์ก้อนโตไปง่ายๆ หรอกน่า!

จบบทที่ บทที่ 7 ความลับที่ปิดไม่มิด (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว