เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ความลับที่ปิดไม่มิด (1)

บทที่ 7 ความลับที่ปิดไม่มิด (1)

บทที่ 7 ความลับที่ปิดไม่มิด (1)


หัวหน้าจอนกวังอิลถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเหมือนกัน

ตอนแรกเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่าทำไมอีมินอาถึงได้ทำหน้าตาตื่นตระหนกขนาดนั้น การที่เพลเยอร์บงจูฮยอกผลุบเข้าไปในหอคอยทมิฬแล้วโผล่กลับออกมาภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที เขาก็ทึกทักเอาเองว่าหมอนั่นคงจะถอดใจกดยกเลิกภารกิจไปแล้วแน่ๆ

ทว่าความจริงกลับกระแทกหน้าเขาอย่างจัง เมื่อข้อความแจ้งเตือนเด้งรัวๆ เข้ามาในสมาร์ตโฟนของเขา

[หัวหน้าครับ มีประกาศแจ้งเตือนแบบภาพรวมดังขึ้นอีกแล้วครับ!]

[เป็นสถิติเคลียร์ชั้นสิบเอ็ดด้วยระดับ S++ ต่อเนื่องกันเลยครับ!]

[ท่านผู้อำนวยการเรียกประชุมด่วนเลยครับ!]

[รีบเคลียร์งานทางนั้นแล้วรีบกลับมาด่วนที่สุดเลยนะครับ!]

เขาเพิ่งจะโทรรายงานท่านผู้อำนวยการพัคคยองซูไปหยกๆ ว่าเพลเยอร์บงจูฮยอกไม่ใช่เจ้าของสถิติ S++... แถมยังเพิ่งจับเซ็นสัญญาในฐานะเพลเยอร์กลุ่มทั่วไปแล้วรีบเผ่นกลับมาแท้ๆ

แต่นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!

ไอ้หนุ่มที่เอาแต่นั่งก้มหน้างุดๆ หลบสายตาเขาตลอดเวลา แถมยังมีท่าทีขี้ขลาดตาขาวคนนั้นน่ะนะ คือเจ้าของสถิติ S++!

ต่อให้โง่แค่ไหนก็ต้องดูออกป่ะวะ!

ไอ้หมอนั่นพยายามจะแถว่าเป็นแค่เรื่องบังเอิญ

‘บังเอิญบ้านแกสิ!’

ระดับชั้นที่เคลียร์กับช่วงเวลามันเป๊ะซะขนาดนั้น!

แต่บงจูฮยอกก็ยังคงเล่นละครตบตาต่อไป...

“อะ... เอ่อ ไม่ใช่นะครับ บังเอิญจริงๆ... อ๊ะ! ขะ ขอโทษทีครับ สงสัยผมจะติดสำเนียงแปลกๆ มา ยะ... ยังไงก็ไม่ใช่ผมเด็ดขาดเลยนะครับ!”

ถึงจะพูดติดๆ ขัดๆ แต่หมอนั่นก็ยังยืนกรานกระต่ายขาเดียว

“ไม่ใช่คุณจริงๆ เหรอครับ”

“ชัวร์ป้าบ!... เอ๊ย! ไม่ใช่ครับ”

แต่จอนกวังอิลมั่นใจเกินร้อยเปอร์เซ็นต์

บงจูฮยอกนี่แหละคือเจ้าของสถิติ S++ ตัวจริงเสียงจริง!

ถึงจะพยายามปกปิดแค่ไหน แต่สีหน้า ท่าทาง และน้ำเสียง มันฟ้องอยู่ทนโท่

“อย่างนั้นเหรอครับ”

“...หะๆๆ กะ... ก็บอกแล้วไงครับว่าไม่ใช่ผม”

“เอาล่ะ ในเมื่อยืนยันการปลุกพลังเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวเรามาเตรียมสัญญาให้คุณบงจูฮยอกกันดีกว่า คุณอีมินอาครับ”

อีมินอาที่รู้คิวอยู่แล้ว ล้วงมือเข้าไปหยิบเอกสารสัญญาฉบับหนึ่งออกมาจากซอง

มันคือสัญญาที่ถูกเตรียมมาเป็นพิเศษ...

เพื่อเจ้าของสถิติ S++ โดยเฉพาะ!

“นะ... นี่มันไม่ใช่สัญญาของกลุ่มทั่วไปนี่ครับ ดูเหมือนสัญญาของพวกทีมหัวกะทิเลย”

“ไม่ใช่ครับ สัญญาฉบับนี้มันเหนือระดับกว่านั้นเยอะ ถ้าจะให้เรียกง่ายๆ ก็คงเป็น ‘สัญญาซูเปอร์หัวกะทิ’ ล่ะมั้งครับ”

“...”

“ปัจจุบันในเกาหลีใต้ มีแค่เพลเยอร์ยูชอลมินคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับสิทธิพิเศษระดับนี้”

เพลเยอร์ยูชอลมิน...

ชื่อนี้บงจูฮยอกก็รู้จักดี เขาคือเพลเยอร์อันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ที่พิชิตชั้นหกสิบห้าได้สำเร็จ และกำลังเตรียมตัวท้าทายชั้นหกสิบหก

“ลองอ่านดูสิครับ สัญญาฉบับนี้รวมสิทธิประโยชน์สูงสุดทุกอย่างที่รัฐบาลจะมอบให้ได้ เงินเดือนร้อยยี่สิบล้านวอน อสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม สิทธิพิเศษระดับ VVIP พร้อมทีมบอดี้การ์ดส่วนตัว แถมยังมีเอกสิทธิ์คุ้มครองทางกฎหมายอีกต่างหาก”

“เดี๋ยวสิ แล้วทำไมถึงเอามาเสนอให้ผมล่ะ”

“ก็เพราะคุณพิสูจน์ให้เห็นแล้วไงล่ะครับ ว่าคุณคือสุดยอดพรสวรรค์ที่แท้จริง ตัดสินใจเถอะครับ... เพื่อประเทศชาติของเรา”

จบกัน...

ทั้งหมดนี่เป็นความผิดของไอ้จอห์น โกซัคคนเดียวเลย!

ไอ้กฎเหล็กข้อสามบ้าบอนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุ!

‘เฮ้อออ แม่มเอ๊ย! เรื่องมันชักจะบานปลายไปกันใหญ่แล้ว’

บงจูฮยอกถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความสิ้นหวัง

ทว่าปฏิกิริยาของชายหนุ่มกลับทำให้อีมินอารีบพูดแทรกขึ้นมา “คุณบงจูฮยอกคะ คุณมีสิทธิ์ที่จะได้รับผลตอบแทนที่คู่ควรกับพรสวรรค์ของคุณนะคะ มาร่วมทีมหัวกะทิกับเราเถอะค่ะ”

เธอยิ้มหวานหยดย้อยส่งมาให้

กึก!

หัวใจของบงจูฮยอกกระตุกวูบ

‘ผู้หญิง... ส่งยิ้มหวานให้ฉัน?’

นี่มันเหนือความคาดหมายสุดๆ!

สำหรับบงจูฮยอกแล้ว ภูมิคุ้มกันต่อเสน่ห์ของเพศตรงข้ามของเขามันแทบจะติดลบ

ไม่ได้การล่ะ! ต้องดึงสติกลับมา! ขืนเผลอเคลิ้มไปตามรอยยิ้มนั้น มีหวังโดนลากเข้าทีมหัวกะทิแหงๆ!

ชายหนุ่มจึงปั้นหน้าขรึม แล้วตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “...ถ้าไม่ใช่สัญญาของกลุ่มทั่วไป ผมก็จะไม่เป็นเพลเยอร์ครับ”

“คะ?”

“อ้าว! ทำไมล่ะครับ...”

บงจูฮยอกรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วพูดความในใจออกไป “ก็ผมเกลียดการตกเป็นเป้าสายตานี่ครับ พอโดนคนจับจ้อง ผมก็จะเครียด พอเครียด ผมก็จะไม่อยากทำอะไรเลย”

“...อืมม”

“...”

ถึงมันจะฟังดูน่าเหลือเชื่อ... แต่มันคือความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์

ชีวิตที่ผ่านมาของเขามันก็เป็นแบบนี้แหละ

“จริงๆ แล้ว ผมก็สนุกกับการปีนหอคอยอยู่นะครับ ผมตั้งใจทำมันจริงๆ แต่ว่า... นี่มันเพิ่งจะชั้นสิบเอ็ดเอง อนาคตจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ ผมยังไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงขนาดนั้นหรอกครับ”

ในที่สุดจอนกวังอิลก็ตาสว่าง

เขาเริ่มเข้าใจลักษณะนิสัยของบงจูฮยอกแล้ว

มันก็เหมือนกับลูกค้าผู้ชายที่เดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้า ถ้าพนักงานขายปรี่เข้าไปบริการอย่างกระตือรือร้น ลูกค้าคนนั้นก็จะเดินหนีและไม่กลับมาเหยียบร้านนั้นอีกเลยนั่นแหละ

หรือเหมือนกับลูกค้าประจำที่มากินข้าวที่ร้านทุกวัน แต่พอเจ้าของร้านเริ่มเข้ามาทักทายชวนคุย ลูกค้าคนนั้นก็หายหัวไปดื้อๆ ในวันรุ่งขึ้น

สำหรับคนบางประเภท ความสนใจที่มากเกินไปก็เป็นเหมือนยาพิษ

นี่แหละคือลักษณะเฉพาะของคนประเภทอินโทรเวิร์ตแบบสุดโต่ง ทางที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการถอยออกมาก่อน

“...เข้าใจแล้วครับ ถ้าอย่างนั้นเรามาเซ็นสัญญาของกลุ่มทั่วไปกันเถอะครับ”

“โอ้! ขอบคุณมากครับ”

บงจูฮยอกรับสัญญาฉบับใหม่มาอ่านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตวัดลายเซ็นลงไปอย่างไม่ลังเล

เอาวะ! ถือว่ารอดตัวไปได้หวุดหวิด

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเขาถึงยึดติดกับสัญญาของกลุ่มทั่วไปนัก ทำไมไม่หลับหูหลับตาเซ็นสัญญาเข้าทีมหัวกะทิ รับผลประโยชน์ก้อนโต แล้วก็ลุยหอคอยไปแบบสบายๆ ล่ะ

คำตอบก็คือ... สัญญาของทีมหัวกะทิมันมาพร้อมกับภาระหน้าที่ที่หนักอึ้งน่ะสิ!

ถึงอยากจะเลิกปีนหอคอย ก็เลิกไม่ได้!

เพราะเป้าหมายหลักของทีมนี้คือการทะลวงขึ้นไปยังชั้นที่ยังไม่มีใครพิชิตได้ แถมถ้าเข้าทีมหัวกะทิ เขาก็ต้องถ่ายคลิปวิดีโอตอนตะลุยด่านมาโชว์ให้คนอื่นดู

แล้วแบบนี้... ความลับเรื่องจอห์น โกซัคก็แตกสิ!

เขาไม่อยากเปิดเผยเรื่องนี้ให้ใครรู้หรอกนะ

จอห์น โกซัคไม่ใช่แค่สัตว์อัญเชิญดาดๆ ทั่วไป หมอนั่นมีความคิด มีจิตใจ มีตัวตนเป็นของตัวเอง

ยังไงซะ เขาก็ควรจะถามความสมัครใจของหมอนั่นก่อนสิ

......

จบบทที่ บทที่ 7 ความลับที่ปิดไม่มิด (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว