- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 5 ทางแยกการตัดสินใจ (1)
บทที่ 5 ทางแยกการตัดสินใจ (1)
บทที่ 5 ทางแยกการตัดสินใจ (1)
วันที่สิบของการปีนหอคอยทมิฬเวียนมาถึง
การเคลียร์พื้นที่ชั้นเก้าเมื่อวานนี้ผ่านพ้นไปได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ แม้ว่าหากจะให้พูดกันตามความจริงแล้ว คนที่รู้สึกว่ามันง่ายดายขนาดนั้นย่อมไม่ใช่ตัวเขา แต่เป็นจอห์น โกซัคต่างหาก
ภารกิจของชั้นเก้าคือการกำจัดดอกซากศพกินคนแห่งป่าดงดิบจำนวนสิบต้น พืชยักษ์กลายพันธุ์พวกนั้นมักจะแผ่กลีบดอกไม้พรางตัวแนบไปกับผืนดินในป่าทึบที่อุดมสมบูรณ์ และเมื่อไหร่ก็ตามที่มีมนุษย์เดินหลงเข้าไปเหยียบย่ำ พวกมันก็จะงับขาเหยื่อผู้โชคร้ายเอาไว้แน่นด้วยความดุร้าย
“ตัวอะไรเนี่ย เกะกะชะมัด”
จอห์น โกซัคบ่นพึมพำขณะเผชิญหน้ากับพวกมัน ดอกไม้กินคนพวกนี้ไม่มีแม้แต่ฟัน แรงงับของกลีบดอกก็อ่อนปวกเปียก แม้จะมีน้ำย่อยไหลเยิ้มออกมา ทว่าเมื่อสัมผัสโดนผิวหนังก็ให้ความรู้สึกแค่คันยิบๆ เท่านั้น ชายร่างยักษ์จึงทำเพียงแค่เดินกระทืบพวกมันไปตามทางอย่างหน้าตาเฉย ฝ่าเท้าหนักอึ้งบดขยี้ดอกซากศพจนแหลกเหลวคาตีนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม
“ผมขออนุญาตลองเหยียบดูบ้างได้ไหมครับ” บงจูฮยอกเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ทว่าอีกฝ่ายกลับห้ามปรามทันควัน “เอ่อ อย่าเข้ามาใกล้เลยครับบอส ตรงนี้มันเหม็นเน่า เดี๋ยวรองเท้าคุณจะเปื้อนเอาเปล่าๆ”
‘นี่ฉันถูกประคบประหงมเป็นไข่ในหินเกินไปหรือเปล่าเนี่ย’
ชายหนุ่มลอบคิดในใจอย่างอดสู แต่เมื่อมองในอีกมุมหนึ่ง การที่เขาไม่มีสกิลต่อสู้ใดๆ ติดตัวเลย การไม่เอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงก็ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุดแล้ว
ไม่ว่าจะอย่างไร ภารกิจชั้นเก้าก็จบลงด้วยความสำเร็จอย่างงดงาม การคว้าการประเมินระดับ S++ กลายเป็นเรื่องปกติวิสัยไปเสียแล้ว แถมยังมีแพลตทินัมแบดจ์พ่วงมาเป็นของแถมอีกต่างหาก การมีลูกน้องเก่งๆ มันช่างอุ่นใจอะไรขนาดนี้
ข้อเท็จจริงที่ว่าหมอนี่คืออดีตนักฆ่าสติหลุดที่เพิ่งจะลงมือสังหารโหดชายฉกรรจ์สามคนไปอย่างเลือดเย็นนั้น ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย
‘พูดกันตามตรง หมอนั่นก็ทำไปเพื่อปกป้องฉันนี่นา’
วันนี้เป็นคิวของภารกิจชั้นที่สิบ ชายหนุ่มเริ่มต้นด้วยการอัญเชิญจอห์น โกซัคแบบระบุเป้าหมาย แน่นอนว่าการประเมินความพึงพอใจย่อมต้องให้ห้าดาวเต็มอย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่าทันใดนั้นเอง หน้าต่างระบบก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า
[การประเมินความพึงพอใจของจอห์น โกซัค ได้รับคะแนน 5 ดาว]
[เนื่องจากการสะสมคะแนนประเมินระดับสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ระยะเวลาการปรากฏตัวของจอห์น โกซัค จะเพิ่มขึ้นอีก 1 ชั่วโมง]
‘เอ๊ะ’
บงจูฮยอกเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีโบนัสแบบนี้ซ่อนอยู่
‘การให้คะแนนเต็มตลอดมันคุ้มค่าแบบนี้นี่เอง’
ทางด้านจอห์น โกซัคเองก็เผยรอยยิ้มกว้างด้วยความยินดี
“ขอบคุณมากครับบอส คราวนี้ผมจะได้คอยคุ้มกันคุณเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ เลย”
“ผมพูดประโยคนี้มาตลอด แต่ก็ฝากด้วยนะครับคุณโกซัค”
“เชื่อมือผมได้เลย!”
บงจูฮยอกและจอห์น โกซัคก้าวเท้าเข้าสู่ชั้นที่สิบอย่างมั่นใจ
[เข้าสู่หอคอยทมิฬ (เกาหลี) ชั้นที่ 10]
[สมรรถภาพทางร่างกายได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมกับเลเวล]
[สามารถใช้งานคุณลักษณะและสกิลต่อสู้ได้]
พอมาถึงชั้นที่สิบ บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย
‘เราแข็งแกร่งขึ้นแล้วสินะ’
การปรับสมดุลร่างกายภายในหอคอยทำให้พละกำลังพุ่งพล่าน เรี่ยวแรงมหาศาลถาโถมเข้ามาในทุกมัดกล้ามเนื้อ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังรับรู้ได้ถึงกระแสมานาบางเบาที่ไหลเวียนอยู่บริเวณท้องน้อย ถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะยังไร้ประโยชน์เพราะเขายังไม่มีสกิลต่อสู้ให้ใช้เลยก็ตามที
ในหน้าต่างสถานะมีหัวข้อที่เขียนว่า ‘สกิลต่อสู้’ ระบุเอาไว้ สำหรับตัวเขาที่มีเพียงคุณลักษณะอัญเชิญ ช่องนั้นจึงยังคงว่างเปล่า ทว่าสำหรับเพลเยอร์สายต่อสู้คนอื่นๆ พวกเขามักจะได้รับสกิลโจมตีมาตั้งแต่เลเวลหนึ่งแล้ว
ถ้าอย่างนั้นหมายความว่าผู้อัญเชิญจะไม่มีวันเรียนรู้สกิลต่อสู้ได้เลยงั้นหรือ
คำตอบคือไม่ใช่ พวกเขาสามารถเรียนรู้มันได้เมื่อเลเวลเพิ่มขึ้น หรืออาจจะได้รับจากไอเทมรางวัลอย่างพวกรูนสกิล เป็นต้น
เอาเถอะ ตอนนี้มาสนใจภารกิจของชั้นที่สิบกันก่อนดีกว่า
[ภารกิจชั้นที่ 10: กำจัดตั๊กแตนตำข้าวเขาคนยักษ์ 1 ตัว]
[ระยะเวลาที่กำหนด: ภายใน 2 ชั่วโมง]
[เงื่อนไขความสำเร็จ: ตั๊กแตนตำข้าวเขาคนยักษ์ 0/1]
[เงื่อนไขความล้มเหลว: เสียชีวิต หรือ ล้มเลิกภารกิจ]
“เดี๋ยวผมช่วยด้วย” บงจูฮยอกเอ่ยปากเสนอตัว
“เฮ้ย ไม่ได้เด็ดขาดเลยครับ! เกิดพลาดพลั้งขึ้นมาแล้วท่านผู้อัญเชิญบงมีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว ผมคงต้องเอาหัวโขกพื้นสำนึกผิดแน่ๆ” จอห์น โกซัคปฏิเสธเสียงหลง
“โธ่ จะให้ผมยืนดูเฉยๆ มันก็ยังไงอยู่นะ ถ้าบาดเจ็บเดี๋ยวผมค่อยดื่มโพชั่นรักษาก็ได้ ผมมีของรางวัลที่ได้มาตุนไว้อยู่”
“เก็บโพชั่นนั่นไว้เถอะครับ บอสแค่คอยยืนเชียร์อยู่ข้างหลังก็พอแล้ว”
บงจูฮยอกกัดริมฝีปากแน่น เขาไม่อยากเป็นแค่ไม้ประดับในเรือนกระจกอีกต่อไปแล้ว เขาต้องทำอะไรสักอย่างสิ!
“ไม่ได้ครับ ครั้งนี้ผมต้องช่วย! เราต้องสู้ไปด้วยกัน...”
ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
กรอดดด! กรอดดด!
เสียงสยดสยองดังแว่วมาจากพุ่มไม้ทึบ ก่อนที่เงาร่างขนาดยักษ์ของตั๊กแตนตำข้าวเขาคนยักษ์จะแหวกพงไพรปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้า
“...เอ่อ”
ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มันตัวใหญ่... ใหญ่โตมโหฬารเกินไปแล้ว
แค่ได้สบตากับดวงตาประกอบขนาดมหึมาของแมลงยักษ์ตัวนั้น ขนอ่อนทั่วร่างของเขาก็ลุกซันด้วยความสะพรึงกลัว ปากและกรามอันทรงพลังที่พัฒนามาอย่างสมบูรณ์แบบ ขาหน้าเรียวยาวที่โค้งงอราวกับเคียวมัจจุราช หัวทรงสามเหลี่ยมที่ประดับด้วยเขาแหลมคมแทนที่จะเป็นหนวดตามปกติ
นั่นน่ะเหรอมอนสเตอร์ประจำชั้นที่สิบ
เพลเยอร์คนอื่นๆ เอาชนะไอ้ตัวประหลาดพรรค์นี้ไปได้ยังไงกัน!
“...ถะ ถ้าผมเข้าไปช่วยเกะกะอยู่ข้างๆ คุณจอห์น โกซัคคงจะรำคาญแย่เลยใช่ไหมครับ” น้ำเสียงของชายหนุ่มสั่นพร่า ความมุ่งมั่นเมื่อครู่ปลิวหายไปกับสายลมแทบจะในทันที
“อ่า ก็ไม่ได้น่ารำคาญอะไรขนาดนั้นหรอกครับ”
“ไม่ล่ะครับ ขืนผมเข้าไปช่วยแบบครึ่งๆ กลางๆ สู้ผมยืนเชียร์คุณอยู่ตรงนี้ดีกว่า” บงจูฮยอกรีบกลับคำอย่างว่องไว
“เอาแบบนั้นเหรอครับ”
“แน่นอนครับ! สู้เขานะครับคุณโกซัค!”
“รับทราบครับผม!”
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ!
ร่างกำยำของจอห์น โกซัคพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าด้วยความเร็วที่น่าขนลุก
สวบ! สวบ!
เพียงแค่ตวัดมีดแทงสองครั้ง ดวงตาประกอบของตั๊กแตนยักษ์ก็ถูกทำลายจนแหลกเหลว
ฉัวะ! ฉัวะ!
คมมีดสะบัดฟันอีกสองที ขาหน้าอันน่าเกรงขามทั้งสองข้างก็ร่วงหล่นลงพื้นอย่างง่ายดาย
ฉูดดด!
ครืดดดดด!
คลื่นดาบสีน้ำเงินเข้มกรีดทะลวงผ่านหน้าท้องของแมลงยักษ์ แหวกเปิดรอยแผลเหวอะหวะ ปล่อยให้อวัยวะภายในทะลักทะลวงไหลกองลงมาอาบย้อมผืนดิน
ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงในชั่วพริบตา ตั๊กแตนตำข้าวเขาคนยักษ์ถูกชำแหละจนสิ้นซากโดยที่ยังไม่ทันได้ขยับตัวตอบโต้เลยแม้แต่น้อย
[คุณทำภารกิจชั้นที่ 10 สำเร็จแล้ว]
[เลเวลของคุณเพิ่มขึ้น]
[รางวัล: ผลึกมานา 1 กิโลกรัม]
[ประกาศ: คุณบรรลุการประเมินระดับ S++ ในการเคลียร์หอคอยทมิฬ (เกาหลี) ชั้นที่ 10]
[รางวัลการเคลียร์ระดับ S++: มอบแพลตทินัมแบดจ์]
[คุณสามารถท้าทายชั้นที่ 11 ได้แล้ว]
[กำลังออกจากหอคอยทมิฬ (เกาหลี)]
วูบ!
แสงสว่างวาบขึ้นพาตัวบงจูฮยอกกลับมาปรากฏในห้องเช่าซอมซ่อของตัวเอง
‘...จบแล้วงั้นเหรอ’
ชายหนุ่มกะพริบตาปริบๆ แบบนี้แปลว่าเขาหลุดพ้นจากสถานะมือใหม่แล้วใช่ไหมเนี่ย
เอาล่ะ มาตรวจสอบของรางวัลกันหน่อยดีกว่า
ผลึกมานาหนึ่งกิโลกรัม รวมกับของเดิมตอนนี้เขามีสะสมไว้ห้ากิโลครึ่งแล้ว แล้วแพลตทินัมแบดจ์ล่ะ ตอนที่สะสมครบห้าอัน เขาได้รับสิทธิพิเศษเป็นการเสริมพลังคุณลักษณะมาแล้วรอบหนึ่ง...
[สะสมแพลตทินัมแบดจ์ครบ 10 ชิ้น ขอมอบสิทธิพิเศษให้แก่คุณ]
‘...มาอีกแล้วเหรอ’
ชายหนุ่มใจเต้นตึกตัก สิทธิพิเศษปรากฏขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้มันจะเป็นอะไรกันนะ
[สิทธิพิเศษ: คุณสามารถคัดลอกสกิล 1 อย่างจากผู้ถูกอัญเชิญได้]
[รายการ: ระเบิดใบมีด, ช็อคเบรก, ลอบกัดสุดเหี้ยม, กริชพิษ, ก้าวเงา, ก่อกวน, เร้นกาย, ล่องหน, โพลีมอร์ฟ...]
[โปรดระบุสกิลที่คุณต้องการ]
“...โอ้โห”
บงจูฮยอกอ้าปากค้าง คัดลอกสกิลอย่างนั้นหรือ นั่นหมายความว่าเขาสามารถเรียนรู้ทักษะของจอห์น โกซัคได้อย่างหนึ่งใช่ไหม แต่รายชื่อมันยาวเหยียดขนาดนี้ เขาควรจะเลือกอันไหนดีล่ะ
“ท่านผู้อัญเชิญบงครับ!” เสียงของจอห์น โกซัคดังแทรกขึ้นมาในความคิด
“ครับ”
“ต้องเลือกก้าวเงาเท่านั้นครับบอส”
“หมายถึงอะไรนะครับ...”
“สกิลที่คุณจะคัดลอกไปจากผมไงครับ ไม่ต้องถาม ไม่ต้องสงสัย เลือกเรียนก้าวเงาไปเลยครับ”
เอาอย่างนั้นดีไหมนะ แต่ขอถามเหตุผลก่อนดีกว่า
“ทำไมล่ะครับ”
“มันสะดวกเวลาเอาไว้หนีตายไงล่ะครับ ถ้าเกิดผมพลาดท่าขึ้นมา บอสจะได้ใช้มันเผ่นหนีได้อย่างเงียบเชียบและรวดเร็วที่สุด”
ชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ให้เอาไว้หนีตายเนี่ยนะ เห็นเขาเป็นคนยังไงกัน คิดว่าเขาเป็นพวกขี้ขลาดตาขาวที่จะทิ้งลูกน้องแล้วเอาตัวรอดไปคนเดียวหรือไง!
“...คัดลอกสกิลก้าวเงา” บงจูฮยอกสั่งการระบบเสียงแผ่ว
[ได้รับสกิล: ก้าวเงา]
[สกิลก้าวเงาถูกลงทะเบียนในหน้าต่างสถานะแล้ว]
การมีความเร็วในการเคลื่อนที่สูงถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างมหาศาลในการต่อสู้ ความเร็วคือชีวิตของการห้ำหั่นไม่ใช่หรือไง แน่นอนว่า... มันก็มีประโยชน์มากเวลาต้องหนีตายจริงๆ นั่นแหละ
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่างเถอะ ตอนนี้วิธีใช้งานสกิลก็ไหลบ่าเข้ามาในหัวของเขาอย่างชัดเจนแล้ว
[สกิล: ก้าวเงา]
[คำอธิบาย: เคลื่อนที่หลบหนีอย่างรวดเร็วโดยทิ้งภาพติดตาเอาไว้เบื้องหลัง ยิ่งเลเวลสูงขึ้น ประสิทธิภาพของสกิลก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น]
วิธีการใช้งานนั้นแสนง่ายดาย เพียงแค่เอ่ยชื่อสกิลออกมา หรือเพ่งสมาธิสั่งการอยู่ในใจแล้วก้าวเท้าออกไป สกิลก็จะทำงานทันที
‘น่าภูมิใจชะมัด’ มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นอย่างพึงพอใจ
[สกิลต่อสู้: ก้าวเงา]
ในที่สุดเขาก็มีสกิลต่อสู้เอาไว้ใช้ป้องกันตัวภายในหอคอยแล้วหนึ่งอย่าง
‘แล้วถ้าเกิดว่า... มันใช้ในโลกแห่งความเป็นจริงได้ล่ะ’
ความคิดบรรเจิดผุดขึ้นมาในหัว ลองดูหน่อยก็ไม่เสียหายนี่นา