- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 4 การปีนหอคอย (1)
บทที่ 4 การปีนหอคอย (1)
บทที่ 4 การปีนหอคอย (1)
เช้าวันรุ่งขึ้น
ระหว่างทางเดินไปทำงานพาร์ตไทม์กะกลางวันที่ร้านสะดวกซื้อ บงจูฮยอกก็ต่อสายหาพ่อของเขา
“พ่อครับ กายภาพบำบัดไปถึงไหนแล้ว กระดูกสะโพกเริ่มติดกันดีหรือยังครับ?”
“มันจะไปติดกันง่ายๆ ได้ยังไงวะ? วันๆ พ่อก็ได้แต่นอนซมอยู่บนเตียงนี่แหละ ว่าแต่แกโทรมามีอะไร? บ้านก็ไม่ได้อยู่ไกลกันแท้ๆ ทำไมไม่แวะมาหาบ้างล่ะฮึ?”
“ช่วงนี้ผมยุ่งๆ น่ะครับ ไว้คราวหน้าเราค่อยออกไปหาอะไรกินด้วยกันนะครับ”
บ้านเกิดของเขาอยู่ในโซล เป็นบ้านหลังเล็กๆ ที่มีแค่ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และ 1 ห้องครัว
เหตุผลที่บงจูฮยอกต้องย้ายออกมาเช่าห้องอยู่ข้างนอก ก็เพราะบ้านมันคับแคบเกินไปนี่แหละ
บ้านเขามีลูกชายวัยฉกรรจ์ถึงสองคน ตอนเด็กๆ ก็พอนอนเบียดๆ กันในห้องเดียวกันได้อยู่หรอก แต่พอโตขึ้นมันก็เริ่มจะอึดอัดจนทนแทบไม่ไหว
“ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?”
“จะมีปัญหาอะไรได้ล่ะครับ? ปัญหาเดียวที่มีก็คือไม่มีเงินนี่แหละ เฮ้อ ถ้าเกิดว่าผมดันได้รับการปลุกพลังขึ้นมาได้ในเวลาแบบนี้ก็คงจะดีสินะครับ”
เขาลองโยนหินถามทางดู
“ได้รับการปลุกพลังแล้วจะทำไม? เปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้แค่ 0.01% มันไม่มีทางเกิดขึ้นกับแกหรอก แต่ต่อให้มันเกิดขึ้นจริงๆ... แกก็คงไม่กล้าเข้าไปหรอก ใช่ไหมล่ะ!
“หา?”
“คนอย่างแกจะไปกล้าก้าวเท้าเข้าไปในหอคอยได้ยังไง? ถอดแบบฉันมาเป๊ะๆ ขนาดนี้”
“...”
พ่อฟันธงไปเรียบร้อยแล้วว่าบงจูฮยอกไม่มีวันยอมไปเป็นเพลเยอร์เด็ดขาด
ซึ่งมันก็เป็นข้อสันนิษฐานที่ถูกต้องที่สุดแล้ว พวกเขาต่างก็รู้จักนิสัยใจคอของกันและกันดีกว่าใคร
“ก็จริงของพ่อนะครับ”
“เลิกเพ้อเจ้อแล้วหาเวลาแวะมาที่บ้านบ้างล่ะ พ่อจะได้เห็นหน้าเห็นตาแกบ้าง”
เหตุผลที่บงจูฮยอกเป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ เป็นแค่ประชาชนตาดำๆ ที่ยึดคติความปลอดภัยต้องมาก่อน ก็เพราะมันเป็น ‘กรรมพันธุ์’ นีแหละ
แล้วน้องชายที่ได้รับยีนเดียวกันมาเต็มๆ ล่ะ จะเป็นยังไงบ้าง?
เขาต่อสายหาน้องชาย บงมินฮยอก
“...นี่มินฮยอก สมมติว่าแกเกิดตื่นรู้ขึ้นมา แกจะเข้าไปในหอคอยไหมวะ?”
“บ้าป่ะ? ไม่มีทางเข้าไปเด็ดขาดอะ รอให้ครบ 3 เดือนแล้วปล่อยให้สิทธิ์มันหลุดลอยไปเงียบๆ ดีกว่า”
“นั่นไง กูว่าแล้ว ไอ้ขี้แพ้เอ๊ย”
“แล้วพี่ล่ะ? ตัวเองก็ขี้แพ้เหมือนกันนั่นแหละ”
“ไอ้เด็กนี่”
ก็นะ ยีนจากฝั่งพ่อมันจะไปไหนเสียล่ะ
“ยังไงก็ทนรออีกหน่อยนะพี่ ถ้าผมเรียนจบเมื่อไหร่ ผมจะเป็นคนกอบกู้สถานการณ์ทางการเงินของครอบครัวเราเอง แล้วก็จะหาเงินมาคืนพี่ให้หมดด้วย”
“...พูดน่ะมันง่าย”
“ขอโทษนะ แล้วก็... ขอบคุณมากเลยนะพี่”
“เออๆ ตั้งใจเรียนไปเถอะ”
เขาต่อสายหาแม่เป็นคิวต่อไป
“แม่ครับ”
“จ๋า ลูกจ๋า มีอะไรหรือเปล่า?”
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหมครับ?”
“จ้ะ แม่สบายดี ยกเว้นเรื่องที่เพิ่งจะโดนไล่ออกจากงานเมื่อวานนี้อะนะ”
หือ?
“แบบนั้นมันไม่เรียกว่าสบายดีแล้วมั้งครับ... แต่ว่า ทำไมล่ะครับ?”
“ก็เพราะไอ้ลูกค้าเฮงซวยน่ะสิ! มันบอกว่าจะให้คะแนนประเมินแม่ดีๆ แลกกับการที่แม่ต้องช่วยเก็บขยะ แล้วก็เอาเศษอาหารในบ้านมันไปทิ้งให้หมด ลูกคิดว่าแม่จะยอมทนเหรอ? แม่ก็เลยพุ่งชนมันเข้าให้ไงล่ะ! ผลก็คือโดนไล่ออกนั่นแหละ”
“อ่า...”
“ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกน่า เดี๋ยวแม่ก็หางานใหม่ได้แล้ว ลูกไม่ต้องมาใส่ใจเรื่องของแม่หรอก ใช้ชีวิตของลูกให้ดีก็พอ แล้วก็เลิกส่งเงินมาให้ที่บ้านได้แล้วนะ”
แม่ของเขาเป็นคนบ้าบิ่นและกล้าหาญ เป็นคนที่ยอมหักไม่ยอมงอเมื่อเห็นความอยุติธรรม เพราะนิสัยแบบนี้แหละ พ่อถึงได้ตกหลุมรักแม่จนโงหัวไม่ขึ้น
ไม่งั้นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของพ่อ คงไม่ใช่การรวบรวมความกล้าไปขอแม่เดตหรอก
‘อืม’
เสียเซลฟ์นิดหน่อยแฮะ
ยีนจากฝั่งพ่อมันช่างอ่อนด้อยซะจริงๆ
‘...ฉันน่าจะได้ยีนของแม่มาบ้างแหละน่า ต้องได้มาบ้างสิ!’
ใช่แล้วล่ะ
ไม่งั้นเขาคงไม่กล้าก้าวเท้าเข้าไปในหอคอยหรอก
‘ยังไงก็ต้องปีนหอคอยต่อไป’
ประจวบเหมาะกับที่แม่เพิ่งจะตกงาน รายได้หลักของครอบครัวก็เลยขาดหายไปพอดี
เขาได้ยินมาว่าตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 5 นั้นมันหมูตู้สุดๆ
‘เขาว่ากันว่าอัตราการเสียชีวิตคือ 0% เลยนะ’
มันก็เป็นแค่โหมดฝึกสอน หรือไม่ก็เกมฝึกซ้อมนั่นแหละ
‘ลองปีนไปให้ถึงชั้น 5 ก่อน...’
ถ้าไหวก็ค่อยลุยต่อ
ถ้าไม่ไหวก็แค่พอ
……
ตารางชีวิตของบงจูฮยอก... กลางวันทำงานที่ร้านสะดวกซื้อ กลางคืนทำงานที่ร้านปิ้งย่าง พอกลับมาถึงห้องก็ลุยหอคอยไปกับจอห์น โกซัค
การที่แผนนี้จะสำเร็จลุล่วงไปได้ ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของโกซัคล้วนๆ เพราะงั้นเขาถึงต้องรู้สึกขอบคุณหมอนั่นอยู่เสมอ แถมยังให้คะแนน 5 ดาวเต็มทุกครั้งด้วย
“เยสเซอร์! ผ... ผมละซาบซึ้งใจจนทำตัวไม่ถูกเลยครับ ที่อุตส่าห์กรุณาให้คะแนนเต็ม 5 ดาวกับคนไม่ได้เรื่องอย่างผม”
“ถ้าให้ 10 ดาวได้ ผมก็คงให้ 10 ดาวไปแล้วล่ะครับ”
“ฮี่ๆๆ ดีใจจังเลยครับที่คุณผู้อัญเชิญบงพอใจ”
“งั้นในชั้น 2 ผมต้องทำอะไรบ้า...”
“ทำอะไรกันล่ะครับ? ไม่ต้องทำอะไรเลยสักนิดครับ แค่ 3 นาทีก็จบแล้วครับผม”
“ฮ่าๆๆๆ เยี่ยมไปเลยครับ”
“ฮี่ๆๆๆ ยอดเยี่ยมไปเลยใช่ไหมล่ะครับ”
เอาล่ะ ก่อนจะเริ่มลุยกัน “ผมขอถามอะไรสักหน่อยได้ไหมครับ?”
“อุ๊ย! ได้สิครับ ถามมาได้เลยครับผม”
“ที่บอกว่ามาจากที่ที่มีคนอยู่เยอะแยะน่ะครับ จำได้ไหม?”
“จำได้ครับ มันเป็นพื้นที่กว้างๆ ที่พวกเราจะไปรวมตัวกันเพื่อรอรับคำสั่งน่ะครับ”
“มีกันกี่คนเหรอครับ?”
“อู้ยยย เยอะแยะยั้วเยี้ยไปหมดเลยครับ กะคร่าวๆ ก็น่าจะเกิน 300 คนได้ล่ะมั้งครับ”
ตัวละครกาชา (?) ที่สามารถสุ่มอัญเชิญออกมาได้มีตั้ง 300 กว่าตัวเลยเหรอเนี่ย
เยอะเอาเรื่องแฮะ
ถึงระดับความหายากของแต่ละตัวจะต่างกันก็เถอะ
“แล้วถ้าจะออกมาจากที่นั่นได้ล่ะก็...”
“ก็ต้องมีคนคอลเรียกสิครับ ถึงจะออกมาได้ แล้วพวกเราก็จะปรากฏตัวออกมาในสภาพที่มีเนื้อมีหนังแบบนี้นี่แหละครับ”
คอลที่ว่านั่นก็คงจะหมายถึงการอัญเชิญสินะ
“แล้วไอ้การประเมินความพึงพอใจนี่มันมีไว้ทำไมเหรอครับ?”
“ยิ่งได้คะแนนประเมินสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้นเท่านั้นครับ อย่างเช่น ระยะเวลาคงอยู่ก็จะเพิ่มขึ้น ระดับก็อาจจะเลื่อนสูงขึ้น แล้วก็ไม่ต้องพูดถึงโอกาสที่จะถูกคอลเรียกเลยครับ มันจะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวแน่นอนครับ”
“อ๋อ!”
ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เอาไว้ค่อยไปศึกษาเพิ่มเติมทีหลังก็แล้วกัน
เข้าไปในหอคอยกันเถอะ
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัย
ยิ่งโลภมากเท่าไหร่ อายุขัยก็จะยิ่งสั้นลงเท่านั้น
[กำลังเข้าสู่หอคอยทมิฬของเกาหลีชั้นที่ 2]
ภารกิจคืออะไรหว่า?
[ภารกิจชั้นที่ 2: กำจัดหนอนอ้วนหนังเหนียวจอมปราดเปรียวจำนวน 10 ตัว]
[ระยะเวลาที่กำหนด: ภายใน 2 ชั่วโมง]
[เงื่อนไขความสำเร็จ: หนอนอ้วนหนังเหนียวจอมปราดเปรียว 0/10]
[เงื่อนไขความล้มเหลว: เสียชีวิต หรือ ยกเลิกภารกิจ]
คราวนี้เป็นหนอนที่คล่องแคล่วว่องไวสินะ
“เดี๋ยวผมจะรีบจัดการให้เสร็จ แล้วพาคุณกลับบ้านเองครับผม”
“วันนี้เรามากินไก่ทอดกันดีไหมครับ? เอาเบียร์ด้วย...”
“ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับผม”
ฉึก! สวบ! ตู้มมมม!!!
ฉึก! สวบ! ตู้มมมม!!!
ฉึก! สวบ! ตู้มมมม!!!...
[คุณทำภารกิจชั้นที่ 2 สำเร็จแล้ว]
[เลเวลอัป!]
[รางวัล: ผลึกมานา 200 กรัม]
[ประกาศ: คุณพิชิตหอคอยทมิฬ (เกาหลี) ชั้น 2 ด้วยระดับ S++]
[รางวัลสำหรับการพิชิตด้วยระดับ S++: คุณได้รับแพลตทินัมแบดจ์]
‘บ้าไปแล้ว แม่งบ้าไปแล้วจริงๆ’
แค่ก้าวขาเข้าไปก็ซัดระดับ S++ มาครองได้หน้าตาเฉย
นี่มันจะง่ายเกินไปหน่อยไหมเนี่ย?
เร็วเกินไปแล้ว!
‘แบบนี้แค่แวะเข้าไปตอนเช้าก่อนไปทำงานพาร์ตไทม์ก็ยังได้เลยนี่หว่า’
คูลดาวน์ในการเข้าหอคอยรอบต่อไปไม่ได้นับแบบ 24 ชั่วโมง แต่จะรีเซตใหม่เป็นรายวันเหมือนพวกเควสต์ประจำวันในเกม
เพราะงั้นเช้าวันต่อมา...
[ภารกิจชั้นที่ 3: กำจัดหนอนอ้วนหนังเหนียวเยือกแข็งจำนวน 10 ตัว]
[เลเวลอัป!]
[รางวัล: ผลึกมานา 300 กรัม]
[ประกาศ: คุณพิชิตหอคอยทมิฬ (เกาหลี) ชั้น 3 ด้วยระดับ S++]
[รางวัลสำหรับการพิชิตด้วยระดับ S++: คุณได้รับแพลตทินัมแบดจ์]
ชั้น 4 กับชั้น 5 ก็มีจุดจบไม่ต่างกัน
เขาได้รับรางวัลเป็นผลึกมานา 400 กรัม และ 500 กรัมตามลำดับ แถมยังคว้าแพลตทินัมแบดจ์มาได้อีกเหมือนเคย ตอนนี้ในช่องเก็บของของเขามีแพลตทินัมแบดจ์เรียงรายอยู่ถึง 5 เหรียญแล้ว
‘แล้วไอ้ของพรรณนี้มันเอาไว้ใช้ทำอะไรวะเนี่ย...’