- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 2 ฆาตกรริบบิ้น (2)
บทที่ 2 ฆาตกรริบบิ้น (2)
บทที่ 2 ฆาตกรริบบิ้น (2)
บรรยากาศเริ่มตกอยู่ในความเงียบงัน
“เขาเป็นคนที่กล้าหาญมากจริงๆ ครับ”
“งั้นเหรอครับ”
“เขาวิ่งนำหน้าผมออกไปจัดการกับมอนสเตอร์ซะอีกครับ เป็นท่านผู้อัญเชิญที่แข็งแกร่งมากจริงๆ”
“คุณคงจะคิดถึงเขามากเลยสินะครับ”
“ไม่รู้สิครับ ตอนนี้ผมจำอะไรเกี่ยวกับเขาไม่ได้เลยสักนิด”
ความรู้สึกแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นในใจ
เขารู้สึกอับอายและขายหน้าจนใบหน้าร้อนผ่าว
ผู้อัญเชิญคนก่อนหน้าช่างกล้าหาญชาญชัย แต่ทำไมตัวเขาถึงได้ขี้ขลาดตาขาวขนาดนี้กันนะ?
“พอเอาผมไปเปรียบเทียบกับเขาแล้ว ผมดูน่าสมเพชมากเลยใช่ไหมล่ะครับ?”
“หือ?”
“ก็ผมเป็นแค่ไอ้ขี้ขลาดที่กลัวการก้าวเท้าเข้าไปในหอคอยนี่ครับ”
จอห์น โกซัคโบกไม้โบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน “ไม่ใช่เลยครับ! ไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด! แบบนี้สิครับถึงจะดี ถูกใจผมสุดๆ ไปเลยล่ะครับ!”
“...หา?”
นี่มันหมายความว่ายังไงกันฟะ?
“ผู้อัญเชิญก็ควรจะเป็นแบบนี้นี่แหละครับ ความกล้าหาญน่ะมันเป็นเหมือนยาพิษต่างหาก ความขี้ขลาดนี่แหละครับคือคุณธรรมอันประเสริฐที่สุดแล้ว”
“เอ่อ...”
“ผู้อัญเชิญที่กล้าหาญเกินไปน่ะอันตรายมากครับ ไม่มีทางรู้เลยว่าจะพลาดท่าตายเอาตอนไหน ถ้าหากท่านผู้อัญเชิญเสียชีวิต พวกเราก็จะไม่สามารถออกมาสู่โลกภายนอกได้อีกเลยนะครับ”
อ้าว... มันเชื่อมโยงกันแบบนี้เองเหรอเนี่ย?
“คุณผู้อัญเชิญบงก็ช่วยถนอมเนื้อถนอมตัว แล้วก็มีชีวิตอยู่ไปนานๆ นะครับ ส่วนงานหนักๆ งานสกปรกๆ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเองครับ”
“อ่า เรื่องนั้นมันก็แน่อยู่แล้วล่ะครับ”
ง่ายดีแฮะ
ต่อให้ห้ามไม่ให้ทำ หมอนี่ก็คงจะรั้นทำให้ได้อยู่ดี
“ยังไงผมก็จะลองเอาเรื่องปีนหอคอยไปคิดดูก็แล้วกันครับ”
“ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ตัดสินใจเถอะครับ ถึงไม่ปีนก็ไม่เป็นปัญหาอะไรหรอกครับ”
“ถ้างั้นผมขอตัว...”
“เยสเซอร์! ไว้คราวหน้าเรียกผมมาใหม่นะครับ!”
ชายหนุ่มกดใช้สกิลยกเลิกการอัญเชิญ
พรึ่บ! ร่างของจอห์น โกซัคเลือนหายไปในพริบตา
‘ไปแล้วสินะ’
สมองของเขาตื้อไปหมด
ทั้งเมื่อวานและวันนี้มีแต่เรื่องชวนให้ปวดหัวถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน
เอาล่ะ กลับสู่โหมดใช้ชีวิตประจำวันได้แล้ว
ต้องออกไปทำงานแล้วสิ
บงจูฮยอกรับจ้างทำงานพาร์ตไทม์ถึงสองแห่ง
ตอนกลางวันทำงานที่ร้านสะดวกซื้อ ส่วนตอนกลางคืนก็ไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านปิ้งย่าง
เขามีค่าใช้จ่ายจิปาถะมากมายก่ายกองรออยู่
กว่าพ่อจะหายดีก็คงอีกนาน ส่วนแม่ก็เป็นแค่พนักงานดูแลเครื่องกรองน้ำ เขาต้องหาเงินมาจุนเจือครอบครัวให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นการทำงานพาร์ตไทม์ควบสองกะจึงตอบโจทย์มากกว่าการเป็นพนักงานประจำที่มีรายได้ทางเดียว
เงินที่หามาได้ก็นำไปส่งเสียที่บ้าน เก็บออมไว้บ้าง และเอาไปใช้หนี้
‘...ไม่ต้องใช้หนี้แล้วก็ได้ล่ะมั้ง?’
ก็ในเมื่อเจ้าหนี้มันลงไปคุยกับรากมะม่วงหมดแล้วนี่นา
จะสายแล้วแฮะ รีบออกไปดีกว่า
…
ณ ร้านสะดวกซื้อที่ชายหนุ่มทำงานอยู่
แม้จะเป็นช่วงกลางวันแสกๆ แต่เขากลับไม่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการทำงานเลยแม้แต่น้อย
อัตราการปลุกพลัง 0.01%
แถมยังเป็นเพลเยอร์ที่มีคุณลักษณะสายอัญเชิญอีก
ต่อให้มีคุณลักษณะที่ดีเลิศแค่ไหน แต่มันก็ยังอันตรายอยู่ดี
สายอัญเชิญนี่มันจะง่ายจริงๆ เหรอ?
‘ไม่ทำดีกว่าน่า’
ทว่าบงจูฮยอกก็เป็นเพียงชายหนุ่มวัยฉกรรจ์คนหนึ่ง ลึกๆ แล้วเขาก็มีความปรารถนาที่จะท้าทายขีดจำกัดของตัวเองดูสักครั้งเหมือนกัน
‘บัดซบเอ๊ย! คนอื่นเขายังทำกันได้ แล้วทำไมกูจะทำไม่ได้วะ?’
แถมอนาคตก็ยังมืดมนมองไม่เห็นทาง จะให้ทนทำงานพาร์ตไทม์ไปตลอดชีวิตก็คงไม่ใช่เรื่อง
จะทำ หรือ ไม่ทำดีวะ
ลังเลไปลังเลมาอยู่ได้
สมกับเป็นไอ้ขี้แพ้จริงๆ!
ลังเลเก่งแถมยังตัดสินใจอะไรเองไม่เป็นอีก ขืนมัวแต่อิดออดอยู่แบบนี้ มีหวังถูกริบสิทธิ์การตื่นรู้เอาแน่ๆ
หลังจากตื่นรู้แล้ว หากไม่ยอมก้าวเท้าเข้าไปปีนหอคอยภายในระยะเวลา 3 เดือน สิทธิ์ในการเป็นเพลเยอร์ก็จะถูกยกเลิกทันที
แม้แต่พวกที่เป็นเพลเยอร์อยู่แล้ว หากไม่ยอมปฏิบัติภารกิจก็โดนยึดสิทธิ์ได้เหมือนกัน
‘ถ้าโดนยึดสิทธิ์ไปเฉยๆ มันก็น่าเสียดายอยู่นะ...’
แต่ถ้าลองคิดอีกมุม การปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉยๆ โดยที่ไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงตายก็ดูเข้าท่าดีเหมือนกัน
‘ลองเข้าไปดูลาดเลาก่อนดีไหมนะ?’
เมื่อกลายเป็นเพลเยอร์ รัฐบาลก็จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย คุ้มครองความปลอดภัย รับซื้อของรางวัลที่ได้จากการปีนหอคอยในราคางามๆ แถมยังมีสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน
ในช่วงแรกๆ พวกเพลเยอร์ต่างก็พากันปิดบังตัวตนกันทั้งนั้น แต่เดี๋ยวนี้มีเพลเยอร์จำนวนไม่น้อยที่เปิดเผยตัวตนและออกทำกิจกรรมอย่างโจ่งแจ้ง แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเซเลบหรือคนดังในวงการบันเทิงเลยก็ว่าได้
บางคนถึงขนาดพกกล้องติดตัวเข้าไปบันทึกวิดีโอตอนเคลียร์หอคอยเพื่อเอามาออกอากาศให้คนดูด้วยซ้ำ ลองหาดูในเน็ตก็เจออยู่หลายคลิปเลยล่ะ
‘มีคลิปของเพลเยอร์สายอัญเชิญบ้างไหมนะ?’
มีจริงๆ ด้วยแฮะ
เป็นวิดีโอที่ถ่ายทำโดยเพลเยอร์ที่มีคุณลักษณะในการอัญเชิญโกเลม
‘...ว้าว!’
ฝูงมอนสเตอร์ถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
เพลเยอร์สายอัญเชิญเพียงแค่สะบัดมือสั่งการเท่านั้น
ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!
โกเลมร่างยักษ์สูงกว่า 3 เมตรก็พุ่งเข้าไปฉีกกระชากร่างของพวกมอนสเตอร์จนแหลกเป็นชิ้นๆ
แม้ว่าบางจังหวะจะเสียเปรียบไปบ้างเพราะจำนวนศัตรูที่มีมากจนเกินไป แต่ว่า...
‘ดูๆ ไปแล้ว คุณลักษณะสายนี้น่าจะสบายกว่าที่คิดไว้นะเนี่ย’
เห็นได้ชัดว่าผู้อัญเชิญแทบจะไม่ต้องออกแรงทำอะไรเลยด้วยซ้ำ
น่าจะพอไหวแฮะ
‘ลองดูหน่อยดีไหมนะ?’
แต่พอเลื่อนลงไปอ่านคอมเมนต์ใต้คลิปวิดีโอกลับกลายเป็นว่า...
└ เลเวล 30 แล้วยังมาทำซากอะไรอยู่ที่ชั้น 21 วะ? ไสหัวไปปีนชั้น 31 นู่นไป
└ สงสัยพอได้ลองปีนชั้นสูงๆ ดูแล้วคงจะปอดแหกละมั้ง ก็บนนั้นมันเต็มไปด้วยกับดักแถมมอนสเตอร์ยังโผล่มาเป็นพรวนเลยนี่หว่า
└ งั้นก็ไสหัวกลับไปชั้น 1 นู่นไป
└ แค่วนฟาร์มอยู่ชั้น 21 ซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ ก็หาเลี้ยงปากท้องได้สบายๆ แล้วงั้นดิ?
└ ไอ้หน้าตัวเมียเอ๊ย
└ เฮ้ยๆ อย่าไปด่าอะไรเขาแรงขนาดนั้นเลยน่า ถ้าเกิดพลาดท่าตายในหอคอยขึ้นมา แม้แต่ศพก็ยังไม่ได้กลับออกมาเลยนะ เห็นใจกันหน่อยสิวะ
มีเพลเยอร์ที่ไม่ยอมปีนหอคอยขึ้นไปในชั้นที่สูงกว่านี้อยู่เยอะแยะไปหมด
ก็แน่ล่ะสิ ยิ่งปีนสูงขึ้นไปเท่าไหร่ ความยากมันก็ยิ่งเพิ่มเป็นเงาตามตัว
ถ้าแค่ยากอย่างเดียวก็คงไม่เท่าไหร่หรอก แต่ถ้าพลาดขึ้นมาก็หมายถึงชีวิตเลยนะเว้ย
เพราะงั้นหลายคนก็เลยเลือกที่จะปักหลักดักดานอยู่แต่ในชั้นง่ายๆ เพื่อฟาร์มเอาแต่ของรางวัลอย่างเดียว เพราะยังไงซะภารกิจในแต่ละชั้นก็สามารถทำซ้ำได้เรื่อยๆ อยู่แล้ว
‘ชักจะถูกใจพี่แกขึ้นมาซะแล้วสิ’
แบบนี้สิถึงจะถูก
การหาความสบายใส่ตัวในชั้นที่มันง่ายๆ มันผิดตรงไหนวะ?
ถ้าเป็นแบบนี้ เรื่องมันก็เปลี่ยนไปแล้ว ความรู้สึกลึกๆ ภายในใจของชายหนุ่ม... ที่อยากจะลองเสี่ยงดูสักตั้ง ค่อยๆ ปะทุขึ้นมาทีละน้อย