- หน้าแรก
- สดับเสียงเพรียก เนการี
- บทที่ 7: ตกหลุมพราง
บทที่ 7: ตกหลุมพราง
บทที่ 7: ตกหลุมพราง
บทที่ 7: ตกหลุมพราง
ทีมล่าสัตว์เดินฝ่าดินแดนรกร้างด้วยความตื่นตระหนก เดิมทีสัตว์ป่าก็มีไม่มากอยู่แล้ว และตอนนี้สภาพร่างกายของพวกเขาก็ย่ำแย่ ทุกคนจึงไม่มีกะจิตกะใจจะล่าสัตว์ แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่ได้อะไรติดมือกลับมาเลย
"แค่ก แค่ก!" เสียงไอที่ไม่อาจกลั้นไว้ได้ดังขึ้น ทั้งทีมหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที สายตาทุกคู่หันไปมองคนที่เพิ่งไอออกมา
"ข้าแค่คันคอ ไม่ได้ติดโรคระบาดเสียหน่อย" ชายคนนั้นกล่าวด้วยความหวาดหวั่น พยายามแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ ทว่าสองเท้ากลับก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว
"เบลด เลิกเสื้อขึ้นแล้วให้พวกเราดูผิวหนังของเจ้าหน่อย" แด็กซ์เอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด อันที่จริง เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพียงอุปาทานไปเองหรือไม่ ทว่าเขากลับรู้สึกคันระคายคอเช่นกัน แถมเรี่ยวแรงก็ดูจะถดถอยลงไปบ้างแล้ว
สีหน้าของเบลดแข็งค้าง แต่เขาก็ยอมเลิกเสื้อขึ้นแต่โดยดี จุดสีดำเล็กๆ ปรากฏขึ้นประปรายบนร่างกายของเขา ลมหายใจของเขาเริ่มหอบหนัก สีหน้าฉายแววสิ้นหวังอย่างเห็นได้ชัด
"เบลด..." แด็กซ์พึมพำชื่อของชายผู้นั้น หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็ค่อยๆ เดินเข้าไปหาแล้วกล่าวว่า "พวกเราที่เหลือยังไม่แน่ใจว่าติดโรคระบาดกันหรือยัง เพื่อเห็นแก่คนที่ยังเหลืออยู่ เจ้าจงออกจากทีมไปเถอะ"
"อย่าทิ้งข้าไปเลยนะ" ใบหน้าของเบลดเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ร่างกายของเขาสั่นเทาไปทั้งตัว
"เบลด!" แด็กซ์ตะคอกเรียกสติเบลด ก่อนจะกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "ฟังข้าให้ดี เพื่อเห็นแก่หมู่บ้าน เจ้าต้องไป"
"พวกเราจะมุ่งหน้าไปยังสันเขาเทกเกอร์เป็นจุดหมายต่อไป เจ้าจงกลับไปที่แม่น้ำซีลี่เถิด พวกเราเคยวางตาข่ายดักปลาไว้ที่นั่น ป่านนี้น่าจะดักปลาได้บ้างแล้ว เจ้าจะได้กินอาหารดีๆ สักมื้อ และใช้ชีวิตในช่วงสุดท้ายที่นั่น"
แด็กซ์กลั้นหายใจ สวมกอดเบลดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะค่อยๆ ถอยห่างออกมาแล้วง้างคันธนูเตรียมพร้อม "ทีนี้ ก็จงเชื่อฟังคำสั่งและออกจากทีมไปซะ อย่าเข้ามาใกล้พวกเราอีก มิฉะนั้น เพื่อความอยู่รอดของทีม ข้าก็คงทำได้เพียงยิงเจ้าให้ตายเท่านั้น"
ริมฝีปากของเบลดขยับสั่น ทว่าท้ายที่สุดเขาก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา เขาก้มหน้าลงและวิ่งจากไปในทิศทางหนึ่ง ขณะที่แด็กซ์ยังคงถือคันธนูเฝ้ามองแผ่นหลังของเบลดที่ค่อยๆ ห่างออกไป นัยน์ตาของเขาแฝงไว้ด้วยความหมายบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง
เมื่อเบลดหายลับเข้าไปในป่าทึบ แด็กซ์จึงยอมลดคันธนูลง เขามองดูเพื่อนร่วมทีมที่กำลังโศกเศร้าอยู่เบื้องหลังแล้วเอ่ยเสียงแผ่ว "ไปกันเถอะ เราจะไปที่สันเขาเทกเกอร์"
"ร่างกายของพวกมันแข็งแกร่งใช้ได้เลยทีเดียว" หวังหยวนยืนอยู่ใต้ร่มไม้ในระยะไกล เฝ้ามองทีมล่าสัตว์ที่กำลังแตกแยกกัน
เมื่อคืนนี้ เขาได้ใช้พลังควบคุมชักนำมวลอากาศที่ปะปนไปด้วยเชื้อโรคไปยังเป้าหมายที่ต้องการกำจัดเพื่อแพร่เชื้อให้พวกมัน อย่างไรก็ตาม สภาพร่างกายของพวกมันค่อนข้างทนทาน ประกอบกับปริมาณเชื้อโรคที่สูดดมเข้าไปมีน้อยเกินไป จึงเพิ่งจะมีคนแสดงอาการอย่างชัดเจนออกมาให้เห็นในตอนนี้
"ฉันยังประมาทเกินไปหน่อย น่าจะรอให้ถึงตอนกลางคืนแล้วค่อยลงมือ การทำแบบนี้สูบปราณสีขาวไปมากทีเดียว" หวังหยวนมองดูทีมล่าสัตว์ที่เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง พลางคำนวณปริมาณปราณสีขาวที่ถูกเผาผลาญไปและวางแผนการขั้นต่อไป "ดูจากสภาพของพวกมันในตอนนี้ อาการป่วยน่าจะกำเริบหนักในช่วงหัวค่ำ ฉันจะลงมือตอนนั้นแหละ"
การเดินทางดำเนินไปอย่างหดหู่ แด็กซ์ไม่มีกะจิตกะใจจะล่าสัตว์อีกต่อไป เขานำทีมมุ่งหน้าตรงไปยังสันเขาเทกเกอร์ตามที่ได้กล่าวไว้
เสียงไอเริ่มดังขึ้นภายในทีมช่วงใกล้เที่ยง ทว่าคราวนี้แด็กซ์ทำเพียงแค่สั่งให้คนที่มีอาการเดินตามอยู่ห่างๆ แทนที่จะขับไล่ไสส่งเหมือนที่ทำกับเบลด บางทีเขาอาจจะตระหนักได้แล้วว่าโรคระบาดได้คืบคลานมาเยือนพวกเขาทุกคนแล้ว
ในบรรดาสมาชิกทีมที่เหลืออยู่ มีเพียงโกโมลัวที่อายุน้อยที่สุดเท่านั้นที่ยังไม่แสดงอาการใดๆ ส่วนอีกสามคนที่เหลือเริ่มมีอาการไอให้เห็นแล้ว อันที่จริง หวังหยวนตั้งใจจะเก็บโกโมลัวที่ยังเด็กไว้ให้รอดชีวิตเพียงคนเดียว ขอแค่หมอนี่กลับไปถึงหมู่บ้านได้ หวังหยวนก็มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมเขาได้อย่างสมบูรณ์และทำให้เขาเชื่อฟังได้อย่างแน่นอน
ติดกับสันเขาเทกเกอร์มีหน้าผาเล็กๆ ที่มีน้ำตกไหลหลากลงมา เสียงน้ำกระทบหินดังสนั่นหวั่นไหว สมาชิกหลายคนในทีมหยุดพักและยืนไออยู่ใต้น้ำตก ขณะที่โกโมลัวปลีกตัวออกห่างด้วยสีหน้าที่ดูไม่เป็นธรรมชาตินัก
แด็กซ์ทอดมองดวงตะวันที่กำลังลาลับขอบฟ้า เขาเข้าใจดีว่าชีวิตของตนก็คงจะร่วงหล่นลงไม่ต่างกัน ทว่าสิ่งที่ต่างออกไปคือ ดวงตะวันยังสามารถทอแสงขึ้นมาใหม่ได้ในวันพรุ่งนี้ แต่ตัวเขาจะไม่มีวันหยัดยืนขึ้นมาได้อีกตลอดกาล
แต่เมื่อได้ยินเสียงกาดังแว่วเข้าหู แด็กซ์ก็จ้องมองแสงสุดท้ายของดวงตะวันแล้วเผยรอยยิ้มออกมา เขากำลังจะเปล่งประกายแสงสว่างของตนเองขึ้นมาอีกครั้งเช่นกัน
"ข้ากะแล้วเชียวว่าพวกเดรัจฉานอย่างพวกแกจะต้องตามพวกเรามา" แด็กซ์ฝืนสังขารหยัดยืนขึ้น ง้างคันธนูเพียงครึ่งแล้วปล่อยลูกศรออกไป
ทว่าลูกศรนั้นพุ่งออกไปเชื่องช้าเกินไป อีกากลายพันธุ์จึงสามารถบินหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย
"ยังคิดจะดิ้นรนเฮือกสุดท้ายอยู่อีกงั้นหรือ" หวังหยวนมองดูกลุ่มคนทั้งสี่ที่พยายามยิงธนูใส่อย่างต่อเนื่องจากระยะไกล โดยไม่ได้ใส่ใจกับการขัดขืนของพวกมันมากนัก เชื้อโรคกำลังออกฤทธิ์อย่างรวดเร็ว อย่างมากที่สุดก็อีกแค่ครึ่งชั่วโมง พวกมันก็จะล้มพับและสิ้นใจตายด้วยพิษไข้
ถึงกระนั้น เขาก็ยังตั้งใจจะปล่อยให้อีกาลงมือฆ่าพวกมันสักคนสองคน เพื่อให้ภาพลักษณ์อันน่าสะพรึงกลัวของเนการีฝังรากลึกลงไปในจิตใจของพวกมัน อีกาฝูงนี้จะกลายเป็นสัญลักษณ์ของเขา ซึ่งจะช่วยให้การเข้าครอบงำผู้คนที่เหลือในภายหลังทำได้ง่ายดายยิ่งขึ้น
"แต่ฉันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ" หวังหยวนมองดูการดิ้นรนของพวกมัน ขณะที่เสียงน้ำตกยังคงดังกึกก้องอยู่ในหู
"น้ำตกงั้นหรือ น้ำ แม่น้ำซีลี่" จู่ๆ หวังหยวนก็ชะงักงัน เมื่อนึกถึงคำพูดที่แด็กซ์เคยบอกกับเบลด เขารีบตรวจสอบสถานการณ์ของฝูงอีกา และพบว่าแด็กซ์กับพรรคพวกจงใจใช้ลูกธนูต้อนฝูงอีกาให้บินเข้าไปใกล้น้ำตก
"บัดซบเอ๊ย" หวังหยวนรีบสั่งให้อีกาบินหนีกระเจิดกระเจิง แต่มันก็สายไปก้าวหนึ่งเสียแล้ว ชายคนหนึ่งกระโดดลงมาจากน้ำตกพร้อมกับถือตาข่ายในมือ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยจุดสีดำ เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากจมูกและปาก เขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเบลดที่ถูกขับไล่ออกจากทีมนั่นเอง
เบลดรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายเหวี่ยงตาข่ายออกไป ตาข่ายดักปลาที่ขาดวิ่นเล็กน้อยครอบคลุมฝูงอีกาเอาไว้มิดชิด ร่างกายของเขากำลังร่อแร่เต็มทน อันที่จริง หากแด็กซ์และคนอื่นๆ มาถึงช้ากว่านี้ เขาคงขาดใจตายไปแล้ว
อ้อมกอดสุดท้ายของแด็กซ์คือการลอบส่งสัญญาณสำหรับแผนซุ่มโจมตีในครั้งนี้ อย่างที่แด็กซ์ได้กล่าวไว้ หมู่บ้านต้องการเขา หากไม่กำจัดสาวกของเนการีเหล่านี้ทิ้งไป หายนะจากโรคระบาดก็ย่อมแพร่กระจายลุกลามไปถึงหมู่บ้านในท้ายที่สุด
คำพูดที่แด็กซ์บอกกับเบลดเมื่อเช้านี้ไหลวนกลับเข้ามาในหัวของหวังหยวน ทำให้เขากระจ่างแจ้งในทันที สันเขาเทกเกอร์อยู่ติดกับทะเลสาบซีลี่ แด็กซ์วางแผนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ต้น หวังหยวนตกหลุมพรางเข้าเต็มเปา
"มันกล้าดีหยามฉันถึงขนาดนี้เลยหรือ มันไม่มีทางแน่ใจด้วยซ้ำว่าฝูงอีกาจะโจมตีพวกมัน หรือผู้ชายที่ชื่อเบลดจะเข้าใจและยอมปฏิบัติตามแผน มันกล้าดียังไงกัน"
หวังหยวนไม่มีเวลามามัวนั่งอับอายที่ถูกเหยื่อหลอกล่อ เขาพุ่งทะยานเข้าไปหาพวกมันทันที ฝูงอีกาถูกตาข่ายดักปลาพันธนาการไว้แน่น แม้ว่าแด็กซ์และคนอื่นๆ จะอ่อนแรง ทว่าพวกมันจะยิงพลาดเป้านิ่งๆ ได้อย่างไร
เมื่อลูกศรแหลมคมพุ่งทะลวงร่าง หวังหยวนก็สัมผัสได้ในทันทีว่าจิตสำนึกของอีกาตัวหนึ่งได้เลือนหายไปแล้ว
เขาเหลือปราณสีขาวอยู่อีกไม่มากนัก แม้ว่าการฆ่าคนพวกนี้จะทำให้เขาได้รับปราณสีขาวมาพอสมควร แต่หากเขาสูญเสียฝูงอีกาไป เขาก็จะไร้ซึ่งเครื่องมือคอยช่วยเหลือ สถานที่แห่งนี้ยังอยู่ห่างไกลจากแหล่งที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ด้วยพลังของเศษเสี้ยววิญญาณเพียงลำพัง มีความเป็นไปได้สูงมากที่ปราณสีขาวของเขาจะเหือดแห้งไปก่อนที่จะไปถึงที่นั่น
"บัดซบ บัดซบ บัดซบเอ๊ย ฉันประมาทเกินไปจริงๆ" หวังหยวนสัมผัสได้ถึงจิตสำนึกของฝูงอีกาที่ค่อยๆ ดับสูญไปทีละตัว เขาพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งเข้าหามนุษย์กลุ่มนั้นที่กำลังเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้า