เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - แต่งกับใครก็ต้องตามเขาไป!

บทที่ 11 - แต่งกับใครก็ต้องตามเขาไป!

บทที่ 11 - แต่งกับใครก็ต้องตามเขาไป!


บทที่ 11 - แต่งกับใครก็ต้องตามเขาไป!

"แต่ว่า..." หลินจิ้งเฮ่าเว้นจังหวะ น้ำเสียงแฝงความขมขื่นจางๆ ทำให้พวกเขารู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก

และแล้วประโยคถัดมาก็เป็นไปตามที่พวกเขาคาดเดา หลินจิ้งเฮ่าเม้มริมฝีปากมองพวกเขาพลางเอ่ย "เดี๋ยวฉันจะโอนเงินเข้าบัญชีพวกนายคนละสองล้านดอลลาร์"

มาถึงตอนนี้ แม้แต่ปั๋วเอินก็ยังฟังออกถึงความผิดปกติ โดยปกติแล้วเวลาหลินจิ้งเฮ่าอยู่ในลอสแอนเจลิส เขาค่อนข้างปล่อยปละละเว้นพวกเขาก็จริง แต่กลับเข้มงวดเรื่องการใช้เงินอย่างมาก ทุกครั้งที่ต้องใช้เงินเกินหนึ่งแสนดอลลาร์ พวกเขาจะต้องอธิบายเหตุผลให้ชัดเจน พวกเขารู้ดีว่าลูกพี่จอร์จหวังดี กลัวว่าพวกเขาจะหลงระเริงและตกต่ำลงเพราะเงินทอง

แต่ตอนนี้ เขากลับจะโอนเงินให้พวกเขารวดเดียวคนละสองล้านดอลลาร์ เรื่องผิดปกติเช่นนี้ย่อมต้องมีเบื้องหลังแน่!

จางเฉิงขมวดคิ้วแน่นพลางถาม "ทำไมล่ะครับลูกพี่จอร์จ ขอเหตุผลพวกเราหน่อยได้ไหม?"

แม้แต่ถังปินที่ปกติชอบทำตัวล้อเล่นก็ยังเปลี่ยนมาตีหน้าขรึมมองหลินจิ้งเฮ่า น้ำเสียงของเขาดังขึ้นเล็กน้อย "ลูกพี่จอร์จ พวกเรารู้ตัวว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วทำไมถึงต้องทำแบบนี้ หรือว่าลูกพี่คิดจะใช้เงินก้อนนี้ไล่พวกเราออก หรือถือซะว่าเป็นค่าจ้างให้พวกเราไสหัวไป? ลูกพี่คิดว่าความผูกพันหลายปีของพวกเรามีค่าแค่สองล้านงั้นเหรอ?"

"ฉันเหนื่อยแล้ว อยากกลับบ้านไปใช้ชีวิตเรียบง่าย" นัยน์ตาสีฟ้าครามของหลินจิ้งเฮ่าฉายแววเหนื่อยล้า เขาเอ่ยเสียงเรียบ "พวกนายแต่เดิมก็เป็นยอดฝีมือของสมาคมอวิ๋นเทียน ในใจย่อมมีความทะเยอทะยานไม่มากก็น้อย เพียงแต่ช่วงหลายปีมานี้ถูกย้ายมาอยู่ข้างกายฉันชั่วคราวเลยไม่มีโอกาสได้ก้าวหน้า ฉันกำลังจะไปแล้ว พวกนายจะยอมตัดใจกลับประเทศไปเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ศูนย์กับฉันจริงๆ หรือ"

ถังปินรู้สึกกระอักกระอ่วนกับท่าทีของตัวเองเมื่อครู่ "ขอโทษครับลูกพี่จอร์จ!"

หลินจิ้งเฮ่าโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ แล้วโยนบุหรี่ให้พวกเขาคนละมวน

"ลูกพี่จอร์จ พวกเรามันก็แค่คนตัวคนเดียว มีเหล้าก็เมาไปวันๆ อิ่มคนเดียวก็รอดทั้งครอบครัว พวกเราไม่เคยใส่ใจเรื่องเงินทองเลย ขอแค่ได้ติดตามลูกพี่จอร์จ ต่อให้ไม่มีเงินพวกเราก็ไม่สน!" ตอนนี้เซียวกังผู้เป็นพี่ใหญ่ได้แสดงจุดยืน เขาเดินเข้ามาจุดบุหรี่ให้หลินจิ้งเฮ่าพลางกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "กลับประเทศก็กลับสิครับ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ผมเชื่อว่าลูกพี่จอร์จจะต้องพาพวกเราใช้กำปั้นบุกเบิกเส้นทางจนยิ่งใหญ่ได้แน่นอน"

อีกสามคนที่เหลือต่างก็มองเขาด้วยสายตาเร่าร้อน

"บางทีพวกนายอาจจะเข้าใจความหมายของฉันผิดไป การเริ่มต้นใหม่ที่ฉันพูดถึง จะไม่มีการฆ่าฟันในโลกมืดอีกต่อไป ฉันหมายถึงการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเหมือนคนธรรมดาทั่วไป หาเงิน แต่งงาน มีลูก!" หลินจิ้งเฮ่าพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นวง เอนหลังพิงโซฟา "ชีวิตแบบนี้ฉันอยากใช้ แต่พวกนายล่ะ? มันเหมาะกับพวกนายจริงๆ หรือ? อีกอย่าง ระบบสังคมในประเทศเราไม่เหมือนที่นี่ รัฐบาลปราบปรามมาเฟียอย่างเด็ดขาดที่สุดในโลก พวกนายเล่นบทนักเลงไม่ได้หรอก และฉันก็ไม่อยากทำร้ายพวกนายด้วย"

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ เซียวกังและพวกอีกสามคนก็ขมวดคิ้ว ลังเลใจ พวกเขาไม่ได้พูดอะไร เอาแต่อัดควันบุหรี่เข้าปอดอึกใหญ่

หลินจิ้งเฮ่าไม่ได้ตำหนิท่าทีของพวกเขาในตอนนี้ อันที่จริงเขาเข้าใจจิตใจของพวกลูกน้องดี พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในสมาคมอวิ๋นเทียนมานานหลายปี ความผูกพันที่มีต่อแก๊งย่อมไม่ต้องอธิบายให้มากความ การจะให้ทิ้งไปดื้อๆ ไม่มีใครทำใจได้ง่ายๆ ขนาดตัวเขาเองก็ยังตัดใจไม่ลงเลย

ยิ่งไปกว่านั้น แม้ชายหนุ่มทั้งสี่คนจะมีนิสัยแตกต่างกันไป แต่พวกเขาก็ล้วนเป็นพวกที่รักการต่อสู้ตะลุมบอน มีความทะเยอทะยาน มีแรงผลักดัน การฆ่าฟันและกลิ่นคาวเลือดได้ฝังรากลึกเข้าไปในกระดูกของพวกเขาแล้ว แม้ช่วงหลายปีมานี้พวกเขาจะทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดของเขา แต่ก็มักจะแอบตามพี่น้องในหอต่างๆ ไปปะทะกับศัตรูอยู่บ่อยครั้ง

แล้วถ้าไม่ทำแบบนี้ล่ะ? จะให้พวกเขาติดตามเขาไปตลอดชีวิต เป็นแค่บอดี้การ์ดต๊อกต๋อยอย่างนั้นหรือ?

คนเราจะเห็นแก่ตัวสนใจแต่ตัวเองโดยไม่สนความฝันของคนอื่นไม่ได้ แม้ว่าเส้นทางสายมาเฟียจะเป็นดั่งสุสาน แต่พวกเขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว พวกเขาเสพติดความเหี้ยมโหดของโลกมืด และพวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกวิถีชีวิตของตัวเอง!

"เอาล่ะ พวกเราอย่าเพิ่งคุยเรื่องนี้กันเลย พวกนายไปคิดทบทวนดูให้ดีเถอะ ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว พวกนายก็มากินข้าวด้วยกันสิ!" หลินจิ้งเฮ่าขยี้บุหรี่ในมือ ลุกขึ้นเดินไปที่ห้องอาหาร เพิ่งก้าวไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมาพูดกับพวกเขาว่า "อันที่จริง ไม่ว่าพวกนายจะเลือกทางไหน ฉันก็ไม่มีทางโกรธเคืองแม้แต่น้อย ฉันยังคงเป็นลูกพี่จอร์จคนเดิมของพวกนาย แต่ฉันอยากจะบอกข้อเดียว พวกเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว พวกเรารู้จักคำว่าสิทธิ์ในการเลือก วิถีชีวิตในอนาคตอยู่ในกำมือของพวกนายเอง อย่ารอให้ออกจากสมาคมอวิ๋นเทียนไปแล้วค่อยมานึกเสียใจทีหลัง"

...

ทันทีที่หลินจิ้งเฮ่าเดินเข้าไปในห้องอาหาร เขาก็พบว่าหลิ่วหว่านซินกำลังพิงกรอบประตู มองเขาอยู่อย่างเงียบๆ สีหน้าของเธอหม่นหมองราวกับได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างแสนสาหัส

หลินจิ้งเฮ่าหรี่นัยน์ตาเรียวยาว แบมือออกอย่างจนใจพลางกล่าว "ที่รัก สายตาของเธอมันดูตัดพ้อและน่าทะนุถนอมมากเลยนะ แต่ฉันจำได้ว่าวันนี้ไม่ได้ทำให้เธอโกรธนี่นา? อ้อ ยกเว้นตอนที่ไม่ได้ช่วยเธอพูดเมื่อกี้! แล้วก็ไม่ควรให้ของขวัญเธอ จนทำให้เธอร้องไห้ขี้มูกโป่ง!"

หลิ่วหว่านซินเห็นเขายังแกล้งโง่ทำตัวใสซื่อ ก็หยิกหมับเข้าที่เอวของเขาอย่างแรงไปหลายที เอ่ยตำหนิ "เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่บอกฉันล่วงหน้า?"

"เมื่อกี้เธอฟังคำพูดฉันเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปแล้วเหรอ?" หลินจิ้งเฮ่าเอียงคอถาม

หลิ่วหว่านซินส่ายหน้า สีหน้าแน่วแน่ "ฉันจำได้ ชาตินี้ฉันจะเป็นผู้หญิงของคุณแค่คนเดียว!"

"เลือกที่จะเป็นผู้หญิงของฉันแล้ว ชาตินี้ก็อย่าคิดหนี เข้าใจไหม?" มุมปากของหลินจิ้งเฮ่ายกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ น้ำเสียงเผด็จการสุดๆ "ในเมื่อเป็นแบบนี้ โบราณว่าไว้ แต่งกับใครก็ต้องตามเขาไป! ฉันไปไหน เธอก็ต้องเดินตามก้นฉันต้อยๆ นั่นแหละ"

เมื่อได้ยินถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งแบบชายเป็นใหญ่ หลิ่วหว่านซินก็พลันรู้สึกราวกับถูกโอบล้อมด้วยบรรยากาศแห่งความสุข ผู้หญิงต่อให้เข้มแข็งแค่ไหนก็มีมุมที่เหนื่อยล้า ต้องการไหล่ที่แข็งแกร่งให้พึ่งพิง พรุ่งนี้เธอก็จะอายุยี่สิบห้าแล้ว เธอรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก ในที่สุดเธอก็ได้พบกับผู้ชายที่เธอสามารถพึ่งพาได้เสียที!

"อืม!" หลิ่วหว่านซินยื่นริมฝีปากอวบอิ่ม พยักหน้าอย่าง "จำยอม"

หลินจิ้งเฮ่าทำเสียงดุ "ทำปากยื่นซะยาวขนาดนี้ จะเอาไปแขวนขวดน้ำมันหรือไง? ยังไม่รีบไปยกกับข้าวมาให้สามีเธอจับกังอีก อยากให้ฉันหิวตายหรือไง!"

จู่ๆ หลินจิ้งเฮ่าก็ชอบความรู้สึกนี้ขึ้นมา การมีผู้หญิงเพิ่มมาหนึ่งคน ก็เพิ่มความอบอุ่นแบบครอบครัวมาอีกหนึ่งส่วน ความอบอุ่นเช่นนี้ นับตั้งแต่พ่อแม่จากไป เขาก็ไม่เคยได้สัมผัสมันอีกเลย

"เพียะ!" หลินจิ้งเฮ่าแกล้งตีบั้นท้ายงอนงามของเธอไปหนึ่งที เรียกค้อนวงใหญ่ที่แสนจะเย้ายวนใจจากหญิงสาว การขยับตัวและรอยยิ้มของเธอช่างดูงดงามไร้ที่ติ!

การได้นั่งทานอาหารรสเลิศที่โต๊ะอาหาร พร้อมกับรับสัมผัสสายตาอ่อนโยนจากผู้หญิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ช่างเป็นเรื่องที่น่าอภิรมย์ยิ่งนัก

ไข่ผัดมะเขือเทศ, กุ้งคริสตัล, มะเขือยาวอบน้ำมัน, โค่วซานซือ (หมูสามชั้นหั่นฝอยนึ่ง), เต้าหู้ผัดสไตล์บ้านๆ, ปลาเงินทอดกรอบ, ซุปปลาเก๋ากับผักกาดดอง อาหารหกอย่างซุปหนึ่งอย่างที่ไม่ได้หรูหราอะไร แต่หลิ่วหว่านซินกลับทำออกมาได้รสชาติต้นตำรับของเจ้อเจียง เจียงซู และเซี่ยงไฮ้ ผู้หญิงคนนี้เข้าใจหลักการที่ว่า "ก่อนจะพิชิตใจผู้ชาย ต้องพิชิตกระเพาะของเขาให้ได้ก่อน" เป็นอย่างดี!

"ไม่ได้กินอาหารอร่อยๆ แบบนี้มานานแล้ว อา! ไม่ไหวแล้ว อร่อยเหมือนอาหารสวรรค์ ฉันขออีกชามแล้วกัน" หลินจิ้งเฮ่าซัดข้าวชามที่สองจนหมดเกลี้ยง เลียมุมปากอย่างเกินจริง เรียกรอยยิ้มเบิกบานใจจากหญิงสาวได้เป็นอย่างดี

หลิ่วหว่านซินรู้ดีว่าผู้ชายกำลังเอาใจเธอทางอ้อม แต่เธอก็มีความสุขกับความสุขเรียบง่ายแบบนี้มาก เธอถามด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม "จะรับอีกชามจริงๆ เหรอคะ?"

"แน่นอน!" หลินจิ้งเฮ่ายิ้ม จู่ๆ ก็ถามขึ้น "พ่อแม่เธอจะยอมให้เธอกลับประเทศไปกับฉันไหม?"

"ไม่รู้สิ ในเมื่อมีผู้ชายบางคนมาหลอกเอาหัวใจลูกสาวพวกท่านไป เขาก็ต้องรับผิดชอบไปเกลี้ยกล่อมพวกท่านเอาเองสิ!" หลิ่วหว่านซินแลบลิ้นอย่างน่ารัก ทิ้งท้ายไว้อย่างไม่รับผิดชอบ แล้ววิ่งเข้าครัวไปตักข้าว

หลินจิ้งเฮ่ามองแผ่นหลังที่สง่างามและเต็มไปด้วยความมั่นใจนั้นอย่างอึ้งๆ หลังจากผู้หญิงคนนี้ได้กินยาระงับประสาทเข้าไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงของเธอมันยิ่งกว่าคำว่า "ก้าวกระโดด" เสียอีก

ข้าวอีกชาม สายตาหวานซึ้งอีกคู่ ตะเกียบอีกคู่ที่กำลังขยับ และ... ความรู้สึกอบอุ่นเงียบสงบ!

น่าเสียดายที่ช่วงเวลาดีๆ มักอยู่ได้ไม่นาน ปั๋วเอินกับถังปินวิ่งพรวดพราดเข้ามา ตะโกนลั่น "หิวจะตายอยู่แล้ว พี่หว่านซิน ยังมีข้าวเหลือไหมครับ?"

ทำเอาบรรยากาศพังทลายไม่มีชิ้นดี

หลิ่วหว่านซินผุดลุกขึ้นยืน ส่งสายตาพิฆาตพลางตวาด "หมดแล้ว ไปต้มบะหมี่กินเองไป!"

ถังปินแสร้งทำหน้าสลด ถอนหายใจ "คนเหมือนกันแท้ๆ ทำไมการปฏิบัติถึงได้ต่างกันราวฟ้ากับเหวแบบนี้นะ?"

หลินจิ้งเฮ่าหัวเราะลั่น "ใครใช้ให้พวกนายไปนั่งเหม่ออยู่บนโซฟาล่ะ? อยากกินเหรอ นู่น ในจานยังมีน้ำมันเหลืออยู่ ยกให้พวกนายก็แล้วกัน!"

หลิ่วหว่านซินเข้าขากับสามีเป็นปี่เป็นขลุ่ย หัวเราะร่วนพลางเสริม "กับข้าวหมดแล้ว นู่น ในหม้อยังมีข้าวตังเหลืออยู่นิดหน่อย พวกนายก็เอาไปทำข้าวผัดไข่กินเองก็แล้วกัน! คิกคิก..."

ตอนนั้นเอง เสียงของเซียวกังก็ดังมาจากข้างนอก "ลูกพี่จอร์จ คริสติน่ากับเดวิดมาถึงแล้วครับ"

หลินจิ้งเฮ่ายิ้ม บอกให้หญิงสาวทำของกินให้พวกเขาหน่อย ส่วนตัวเองก็เดินตรงไปที่ห้องหนังสือ

...

นี่คือห้องหนังสือขนาดราวยี่สิบตารางเมตร มีชั้นหนังสือ ชั้นวางเอกสาร โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา คอมพิวเตอร์ โคมไฟระย้าคริสตัล...!

โทนสีหลักคือสีกาแฟเข้มและสีเงินขาว สีที่ขัดแย้งกันสองสีเมื่อถูกจับคู่โดยผู้เชี่ยวชาญ กลับเปล่งประกายกลิ่นอายความทันสมัยที่ไม่ธรรมดาออกมา

หลินจิ้งเฮ่าเอนตัวพิงโซฟาอย่างสบายอารมณ์ พลิกดูรายงานและเอกสารในมือเงียบๆ ขนาบข้างด้วยชายหญิงผมบลอนด์ตาสีฟ้าสองคน

ผู้ชายรูปร่างผอมบางอายุราวสี่สิบห้าปี กำลังแกว่งแก้วไวน์แดงชิมอย่างสบายใจ เขาสวมชุดสูทลายทางสีดำของราล์ฟ ลอเรน เผยให้เห็นมาดสุขุมของผู้ชายวัยกลางคนได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เดวิด ฟาสส์ ผู้จัดการอาวุโสและที่ปรึกษาด้านการลงทุนทางธุรกิจของซิตี้กรุ๊ป สาขาลอสแอนเจลิส รับหน้าที่ดูแลการลงทุน การจัดการการเงิน และการจัดการสินทรัพย์ให้กับหลินจิ้งเฮ่า

ส่วนหญิงสาวแสนสวยอายุยังไม่ถึงสามสิบที่กำลังคีบบุหรี่เมนทอลมวนเล็กของสตรีไว้อย่างสง่างามนั้น สูงราวร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร สวมกางเกงหนังสีเบจ เสื้อหนังสีเบจ และเสื้อคลุมขนสัตว์สีเบจ รูปร่างอวบอัดโค้งเว้าถูกรัดรึงอยู่ภายใต้เสื้อผ้า ชุดสีเบจทั้งตัวขับเน้นความสง่างามของเธอออกมาจนหมดจด

เพียงแต่เสื้อคลุมที่แหวกออกเผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนละเอียดอวบอิ่มครึ่งหนึ่ง ยามเธอโน้มตัวลง ร่องอกลึกราวกับร่องลึกบาดาลมาเรียนาช่างเต็มไปด้วยเสน่ห์ของอิสตรีอย่างล้นเหลือ!

คริสติน่า สเปียร์ส ทนายความประจำตัวของหลินจิ้งเฮ่า รับผิดชอบงานด้านกฎหมาย และทำงานอยู่ที่ซิตี้กรุ๊ป สาขาลอสแอนเจลิสเช่นเดียวกัน

ซิตี้กรุ๊ปแห่งสหรัฐอเมริกา คือสถาบันที่ให้บริการเฉพาะอภิมหาเศรษฐีที่มีสินทรัพย์เกินห้าสิบล้านดอลลาร์ ขอบเขตธุรกิจกว้างขวางมาก ครอบคลุมทั้งธนาคาร หลักทรัพย์ กองทุน เงินตราต่างประเทศ ฟิวเจอร์ส ไปจนถึงการจัดการครอบครัว การวางแผนอสังหาริมทรัพย์ การศึกษา การบัญชี การยื่นภาษี การหลีกเลี่ยงภาษี ภาษีอากร การลงทุน อสังหาริมทรัพย์ ของสะสม การจัดสรรสืบทอดมรดก กิจการด้านกฎหมาย และสาขาความเชี่ยวชาญอื่นๆ อีกมากมาย

พร้อมกันนี้ยังให้บริการรับฝากเงินและบริการบริหารสินทรัพย์ที่หลากหลายแก่ลูกค้า รายได้หลักมาจากการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้าและค่าธรรมเนียมรายปี 0.5% ของสินทรัพย์รวม

ลักษณะการดำเนินงานคล้ายคลึงกับธนาคารสวิส, เมอร์ริล ลินช์, ยูเอส ทรัสต์, นอร์เทิร์น ทรัสต์, เบสเซเมอร์ ทรัสต์, นิวยอร์ก ไพรเวท แบงก์ แอนด์ ทรัสต์ ฯลฯ แตกต่างกันเพียงขอบเขตธุรกิจในบางด้านเท่านั้น

หลินจิ้งเฮ่าใช้เวลาสิบกว่านาทีดูเอกสารผ่านๆ ตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคริสติน่าด้วยสายตาชื่นชม "คริสติน่า เห็นชุดทำงานของคุณมาเยอะแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นคุณแต่งตัวเซ็กซี่และสง่างามขนาดนี้ ชุดแบบนี้เข้ากับคุณมากเลยนะ"

คริสติน่าส่งสายตายั่วยวนให้เขา ริมฝีปากเชิดขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มมั่นใจพลางตอบ "ในฐานะผู้หญิง ฉันย่อมรู้ดีถึงจุดเด่นของผู้หญิงอย่างเรา เพียงแต่ปกติฉันไม่อยากแต่งตัวแบบนี้ให้พวกแมลงวันจอมหื่นที่อยู่รอบตัวได้กำไรสายตาไปฟรีๆ หรอกนะ"

"โอ้! คริสติน่าบ้าเอ๊ย เธอหมายความว่าฉันก็เป็นแมลงวันตัวหนึ่งที่อยู่ข้างกายเธอด้วยงั้นสิ?" เดวิดจ้องคริสติน่า สเปียร์สด้วยสีหน้า "โกรธจัด"

"คุณฟาสส์ที่รัก คุณก็นับเป็นหนึ่งในนั้นด้วยแน่นอน คิกคิก..." คริสติน่าหัวเราะคิกคักหยอกล้อเดวิด เนินเนื้อขาวผ่องที่กระเพื่อมไหวชวนให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปไกล

"ไม่เคยเห็นเธอแต่งตัวแบบนี้ไปพบลูกค้าผู้มีเกียรติคนไหนเลย หรือว่าคุณสเปียร์สคนสวยของเรากำลังมีความรักซะแล้วล่ะ?" เดวิดโต้กลับพลางจิบไวน์แดง "จอร์จ คุณต้องระวังตัวให้ดีนะ จากประสบการณ์ในวงการจีบสาวเกือบสามสิบปีและการตามจีบผู้หญิงมาไม่ต่ำกว่าร้อยคนของฉัน ฉันดูออกเลยว่าคุณสเปียร์สกำลังวางแผนชั่วร้ายเพื่อจัดการคุณอยู่"

หลินจิ้งเฮ่าหยิบขวดไวน์ลาฟิต 82 จากโต๊ะกระจกตรงหน้ามารินใส่แก้วของตัวเอง แล้วดื่มรวดเดียวจนหมด

"จอร์จที่รัก แม้ว่าคุณจะเป็นอภิมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินกว่าพันล้าน แม้ว่าฉันจะเคยเห็นความเชี่ยวชาญและความสง่างามตอนคุณดื่มไวน์แดง แต่ตอนนี้ฉันชักสงสัยแล้วว่า ปีกว่ามานี้คุณแอบหนีไปอยู่ประเทศล้าหลังในแอฟริกามาหรือเปล่า พอกลับมาลอสแอนเจลิสถึงได้ลืมวิธีลิ้มรสไวน์ชั้นเลิศไปซะสนิทเลย" เดวิดสะดุ้งโหยง รีบเอามือบังขวดไวน์ไว้ ส่ายหน้าปะหลับปะเหลือก "นี่มันลาฟิต 82 ขวดละหลายพันดอลลาร์เชียวนะ ถ้าไม่ใช่ที่นี่ล่ะก็ ทั้งปีฉันแทบจะหาโอกาสกินได้ไม่กี่ครั้งเอง เฮ้อ! ต่อให้คุณกลัวว่าคุณสเปียร์สจะใช้มารยาหญิงยั่วยวนคุณ คุณก็ไม่ควรมาลงสิ่วลงขวานกับไวน์ชั้นเลิศขวดนี้สิ!"

หลินจิ้งเฮ่ามองท่าทีลนลานของเดวิดราวกับคนอดอยากไม่ได้กินเหล้าดีๆ มาสิบชาติ ก็ได้แต่ถือแก้วเปล่าไว้อย่างจนคำพูด

"ฮ่าๆ..." คริสติน่าอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ทำให้บรรยากาศในห้องดูสดใสขึ้นมาทันตา จากนั้นเธอก็ปรายตามองหลินจิ้งเฮ่าอย่างแง่งอน "เดวิด ไอ้ขี้เมาบ้า คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่เคยยั่วยวนจอร์จ? ชายโสดผู้สูงศักดิ์ เพียบพร้อมทั้งฐานะและมาดแมนขนาดนี้ ฉันจะปล่อยไปได้ยังไงกันล่ะ?"

"ทำไมฉันถึงจะไม่รู้ล่ะ?" เดวิดมองคริสติน่าอย่างประหลาดใจ ยิ้มเยาะ "โอ้! งั้นก็หมายความว่าคุณสเปียร์สผู้เป็นสาวพราวเสน่ห์และเต็มไปด้วยความเซ็กซี่ เคยพยายามยั่วยวนคุณจอร์จมหาเศรษฐีหนุ่มหล่อรวยทรัพย์ แต่ล้มเหลวไม่เป็นท่าล่ะสิ! ฮ่าๆ... วันนี้ไม่มีอะไรน่าดีใจไปกว่าการได้ยินเรื่องนี้อีกแล้ว!"

"ฉันไม่ได้ล้มเหลวสักหน่อย!" คริสติน่าค้อนเดวิดขวับ

"อ้าว ก็คุณบอกเองนี่ว่ายั่วยวนไม่สำเร็จ?" เดวิดตบหน้าผากตัวเอง สีหน้ายิ่งดูมึนงงหนักกว่าเก่า

"จอร์จบอกว่าเขาชอบฉันมาก แต่เพราะฉันเป็นทนายความส่วนตัวของเขา เขาเลยยกสุภาษิตจีนโบราณมาอ้างว่า 'กระต่ายไม่กินหญ้าข้างคลอง' นี่มันทนไม่ได้จริงๆ นะ ฉันเป็นถึงดอกไม้สดสวยงามแท้ๆ แต่เขากลับเปรียบฉันเป็นหญ้า ไม่มีอะไรน่าโมโหไปกว่านี้อีกแล้ว ต่อให้สุดท้ายเขาจะอยากหันกลับมากินหญ้าอย่างฉัน ฉันก็ปฏิเสธเขาไปแล้ว" คริสติน่าแก้ต่างให้ตัวเองด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ พูดจบก็ยังแกล้งขยิบตาให้หลินจิ้งเฮ่าอีกต่างหาก

หลินจิ้งเฮ่าพูดไม่ออกอีกครั้ง แม้ว่าตอนที่เขาปฏิเสธคริสติน่าอย่างอ้อมๆ เขาจะพูดว่า 'กระต่ายไม่กินหญ้าข้างคลอง' ก็จริง แต่เขาก็ไม่เคยตามจีบคริสติน่าเลยสักครั้ง นี่มันกลับดำเป็นขาวชัดๆ!

เรื่องจริงปนเรื่องแต่ง เรื่องแต่งปนเรื่องจริง... ครึ่งต่อครึ่ง ดูเหมือนผู้หญิงจะเกิดมาพร้อมกับความรักหน้าตาและชอบหาเรื่องไร้สาระจริงๆ!

เห็นเดวิดตั้งท่าจะซักไซ้ไล่เลียงต่อ หลินจิ้งเฮ่ารีบคว้าขวดไวน์ที่อีกฝ่ายบังไว้มารินใส่แก้วเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เขานั่งไขว่ห้างอย่างเกียจคร้าน เริ่มพูดเข้าประเด็น "เดวิด รายงานกับเอกสารพวกนี้มันเยอะเกินไป วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์ดูหรอก เอาเป็นว่าหลังจบเทศกาลตรุษจีนของทางเราแล้ว ฉันจะส่งนักบัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชี ฯลฯ ไปตรวจสอบที่บริษัทคุณก็แล้วกัน"

เรื่องส่วนตัวก็ส่วนเรื่องส่วนตัว เรื่องงานก็ส่วนเรื่องงาน หลินจิ้งเฮ่าแยกแยะเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน เขาจะไม่ปล่อยให้เดวิดและซิตี้กรุ๊ปจัดการการลงทุนทรัพย์สินทั้งหมดของเขาตามอำเภอใจเพียงเพราะความสัมพันธ์อันดีเด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้น พี่น้องกันก็ยังต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน ซิตี้กรุ๊ปเป็นแค่หุ้นส่วนทางธุรกิจที่ไม่ได้มีความเกี่ยวดองใดๆ ยิ่งต้องคิดให้รอบคอบ!

"ตกลงครับ คุณจอร์จที่เคารพ!" พอพูดถึงเรื่องธุรกิจ เดวิดก็สลัดคราบคนสบายๆ ขี้เล่นทิ้งไปจนหมดสิ้น ท้ายที่สุดแล้ว ในการร่วมมือทางธุรกิจ หลินจิ้งเฮ่าคือลูกค้าระดับ VIP ระดับไดมอนด์ของพวกเขา

"เอาอย่างนี้ คุณช่วยสรุปสินทรัพย์ของฉัน รวมถึงผลกำไรและการลงทุนในช่วงปีกว่าๆ ที่ผ่านมาให้ฉันฟังคร่าวๆ หน่อย" หลินจิ้งเฮ่าจิบไวน์แดง ค่อยๆ หลับตาลง รับฟังเสียงเล่าเจื้อยแจ้วของเดวิด

หนึ่ง ถือหุ้น 2% ของกลุ่มบริษัทอวิ๋นเสียง เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสอง เนื่องจากราคาหุ้นทรงตัวในช่วงปีกว่าที่ผ่านมา มูลค่าปัจจุบันอยู่ที่ 210 ล้านดอลลาร์ เงินปันผลระหว่างปี 2004 ถึง 2005 รวมสองปีอยู่ที่ 24.5 ล้านดอลลาร์

สอง ถือหุ้นใหญ่เด็ดขาด 55% ของสโมสรระดับไฮเอนด์ในลอสแอนเจลิส — คลับชนชั้นนำเชื้อสายจีนแห่งสหรัฐอเมริกา สมาชิกหลักคือชาวจีนชั้นนำในลอสแอนเจลิส บุคคลในอุตสาหกรรมเกิดใหม่ และเจ้าหน้าที่สถานทูตจีน จำนวนสมาชิกเกือบ 500 คน ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 100,000 ดอลลาร์ ค่าธรรมเนียมสมาชิก 30,000 ถึง 50,000 ดอลลาร์ จุดประสงค์หลักของคลับคือการมอบสภาพแวดล้อมที่หรูหราสง่างามและบริการส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่นักธุรกิจชาวจีนที่มีชื่อเสียงและบุคคลชั้นนำจากทุกวงการเมื่อจัดงานเลี้ยงสังสรรค์หรือเจรจาธุรกิจ มูลค่า 48 ล้านดอลลาร์ กำไรระหว่างปี 2004 ถึง 2005 อยู่ที่ 47 ล้านดอลลาร์

สาม ลงทุนในหุ้นอย่าง ExxonMobil, CNOOC, Google, Walmart, Starbucks, Apple, Microsoft, TSR, TZOO, PTU และตลาดเงินตราต่างประเทศ รวมถึงฟิวเจอร์สอื่นๆ ซื้อถูกขายแพง มีทั้งกำไรและขาดทุน กำไรรวมประมาณ 900 ล้านดอลลาร์

สี่ อสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา รถยนต์ ของสะสมส่วนตัว และทรัพย์สินอื่นๆ มูลค่ากว่า 25 ล้านดอลลาร์

แต่ในทางลับ เขายังถือหุ้น 41% ของโรงแรมระดับนานาชาติเทียนคง ซึ่งเป็นโรงแรมระดับห้าดาวในเมืองเจียงหนาน ประเทศจีน ในนามของหลินจิ้งเฮ่า (ทุกอย่างในสหรัฐอเมริกาใช้ชื่อจอร์จ หลิน) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มูลค่ากว่า 92 ล้านดอลลาร์ ผลตอบแทนระหว่างปี 2004 ถึง 2005 อยู่ที่ 8.5 ล้านดอลลาร์

แน่นอนว่าความลับข้อนี้ ก็เหมือนกับที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นคนเมืองเจียงหนาน มันถูกปิดบังไว้ใต้ดินมาโดยตลอด โรงแรมนี้มอบหมายให้ทีมผู้บริหารของเครือโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ (Four Seasons Hotels) ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลกเป็นผู้ดูแล เพื่อให้เกิดนวัตกรรมและประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น คณะกรรมการบริหารจึงตัดสินใจมอบหุ้น 4% ให้กับกลุ่มโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์

ส่วนรายได้จากโลกมืดของสมาคมอวิ๋นเทียน หลินจิ้งเฮ่าไม่ยอมรับไว้เลยแม้แต่แดงเดียว ไม่ใช่ว่าเขาไม่กล้าเอาเงินสกปรกหรอกนะ แต่ทั้งหมดที่เขาทำให้กับสมาคมอวิ๋นเทียนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็เพื่อตอบแทนบุญคุณที่พ่อลูกตระกูลซั่งชุบเลี้ยงเขามา สมาคมอวิ๋นเทียนเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีนี้ เขาตอบแทนบุญคุณตระกูลซั่งมากพอแล้ว ที่เหลือก็มีเพียงความผูกพันฉันพี่น้อง!

ยิ่งไปกว่านั้น รายได้จากการลงทุนในกลุ่มบริษัทอวิ๋นเสียงตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็เพียงพอให้เขาใช้ชีวิตอย่างหรูหราไปตลอดชาติแล้ว

ทั้งหมดนี้คือทรัพย์สินทั้งหมดและผลตอบแทนจากการลงทุนของหลินจิ้งเฮ่า หักค่าใช้จ่ายแล้ว รวมทั้งสิ้นกว่า 1.22 พันล้านดอลลาร์

แต่เงินกำไรส่วนใหญ่ในช่วงสองปีที่ผ่านมาถูกนำไปลงทุนในหุ้นหลักๆ เงินตราต่างประเทศ และฟิวเจอร์ส เงินฝากในธนาคารซิตี้แบงก์มีไม่ถึง 250 ล้านดอลลาร์

แต่เพราะเขาเป็น VIP ระดับสูงของซิตี้กรุ๊ป เครดิตค้ำประกันทำให้เขาสามารถขอวงเงินสินเชื่อได้ถึง 5 เท่าของเงินฝาก สมมติว่าเขามีเงินฝากในธนาคารซิตี้แบงก์ 200 ล้านดอลลาร์ เขาจะสามารถขอวงเงินสินเชื่อผ่านผู้บริหารระดับสูงของซิตี้กรุ๊ปได้ถึง 1 พันล้านดอลลาร์

และเงื่อนไขของการมีสิทธิ์เหล่านี้คือ เงินทุนของเขาจะต้องฝากไว้ในธนาคารซิตี้แบงก์ตลอดไป มีทรัพย์สินถาวรที่มีมูลค่ามหาศาล และต้องเปิดเผยการลงทุนสินเชื่อของเขาต่อซิตี้กรุ๊ปอย่างโปร่งใส

"คุณจอร์จที่เคารพ สายตาที่เฉียบแหลมของคุณในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ฉันนับถือจากใจจริง ฉันยังแอบลงทุนตามคุณจนได้กำไรมานิดหน่อยด้วย ฮ่าๆ... ดูเหมือนว่าถ้ามีเวลา ฉันคงต้องเลี้ยงมื้อใหญ่คุณสักมื้อแล้วล่ะ" เดวิดหัวเราะร่วน ยกแก้วไวน์ในมือขึ้นทักทายหลินจิ้งเฮ่าเพื่อแสดงความเคารพ

หลินจิ้งเฮ่าไม่ได้พูดอะไร เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ "เดวิด เทขายหุ้นและเงินตราต่างประเทศทั้งหมดที่ฉันมีในตลาดหลักทรัพย์เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดให้หมดเลย"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 11 - แต่งกับใครก็ต้องตามเขาไป!

คัดลอกลิงก์แล้ว