เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 010 - คืนนี้มานอนเป็นเพื่อนฉัน

บทที่ 010 - คืนนี้มานอนเป็นเพื่อนฉัน

บทที่ 010 - คืนนี้มานอนเป็นเพื่อนฉัน


บทที่ 010 - คืนนี้มานอนเป็นเพื่อนฉัน

กลับมาถึงบ้าน บนใบหน้าของหลินจิ้งเฮ่ายังคงมีร่องรอยความบ้าระห่ำจากการขับรถสปอร์ตเมื่อครู่นี้หลงเหลืออยู่ รอยยิ้มเกียจคร้านที่แสนมีเสน่ห์ทำให้หลิ่วหว่านซินที่กำลังรอเขากลับมากินข้าวอยู่ในห้องนั่งเล่นถึงกับตาเป็นประกาย นัยน์ตาที่เคลิบเคลิ้มหลงใหลเผยให้เห็นถึงความสุขและความยินดีอย่างปิดไม่มิด

บ้าผู้ชายหรือเปล่า? เธอไม่ได้บ้าผู้ชายนะ ผู้หญิงที่เก่งกาจและมีความรู้ความสามารถอย่างเธอ มีศักยภาพที่จะเป็นหญิงแกร่งได้อย่างแน่นอน สิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขก็คือ นับตั้งแต่ผู้ชายตรงหน้าประสบอุบัติเหตุ เขาก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความรู้สึกเศร้าหมองและอ้างว้างลดน้อยลงไปมาก ถูกแทนที่ด้วยความเรียบง่ายและเป็นอิสระ

หรือว่าฉันตาฝาดไป? หลิ่วหว่านซินจ้องมองเขาอย่างละเอียดอีกหลายครั้ง ทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องจริง ดังนั้นเธอจึงมีเหตุผลที่จะมีความสุข ผู้หญิงที่ไหนจะอยากให้ผู้ชายของตัวเองจมปลักอยู่ใต้เงาของผู้หญิงคนอื่นตลอดไปล่ะ

"เมื่อกี้คุณไปไหนมาคะ?" หลิ่วหว่านซินยิ้มพลางเดินเข้าไปรับเสื้อโค้ทที่หลินจิ้งเฮ่าถอดออก ก่อนจะเอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า "กับข้าวเริ่มเย็นแล้ว เดี๋ยวฉันไปอุ่นให้คุณก่อนนะคะ"

"ไม่ต้องหรอก หว่านซิน ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว" หลินจิ้งเฮ่าจับมือเธอไว้ พลางเอ่ยว่า "ขอฉันชิมรสมือของว่าที่สะใภ้ตระกูลหลินหน่อยสิ ว่าอร่อยแค่ไหน?"

พูดจบ เขาก็ไม่สนใจความเขินอายของหญิงสาว สวมกอดเอวคอดกิ่วที่ไร้ไขมันส่วนเกินของเธอเอาไว้แน่น ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น โดยไม่มีท่าทีว่าจะไปกินข้าวที่ห้องอาหารเลยแม้แต่น้อย และไม่มีท่าทีหิวโหยเหมือนผีตายอดตายอยากเลยด้วย

เมื่อต้องมานั่งอยู่บนตักของหลินจิ้งเฮ่า หลิ่วหว่านซินก็โอบรอบคอเขาเอาไว้อย่างเป็นธรรมชาติ หัวใจเต้น 'ตึกตัก ตึกตัก' ราวกับจะทะลุอกออกมา เพียงเพราะคำว่า 'ว่าที่สะใภ้ตระกูลหลิน' ของหลินจิ้งเฮ่าประโยคเดียว ยิ่งไปกว่านั้น ท่าทางที่แนบชิดกันของทั้งสองคน ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกประหม่าทำอะไรไม่ถูก การจูบกันที่โรงพยาบาลเป็นการกระทำที่หุนหันพลันแล่นเพราะความหลงใหลและไม่รู้ตัว พอนึกย้อนกลับไปก็ทำให้เธอรู้สึกอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี

สวรรค์! นี่ฉันเป็นฝ่ายขอให้ผู้ชายจูบตัวเองงั้นหรือ เขาจะมองว่าฉันเป็นผู้หญิงร่านหรือเปล่านะ?

หลิ่วหว่านซินซบหน้าลงบนแผงอกของชายหนุ่มด้วยความเหม่อลอย จู่ๆ ก็เห็นแสงสว่างวาบขึ้นตรงหน้า กลายเป็นกล่องคริสตัลขนาดใหญ่ใบหนึ่ง ซึ่งดูประณีตงดงามมาก

เธอรีบเงยหน้าขึ้น ก็เห็นหลินจิ้งเฮ่ายิ้มบางๆ พลางเอ่ยว่า "ที่รัก ของขวัญสำหรับเธอ"

หลิ่วหว่านซินค่อยๆ ยื่นมือออกไปด้วยความตื่นเต้น แต่ก็ยังแอบมองเขาอย่างลังเลเล็กน้อย

หลินจิ้งเฮ่าไม่กล้าอวดอ้างว่าตัวเองเป็นเทพบุตรนักรัก แต่เขาสามารถรับรู้ถึงความคิดของผู้หญิงคนอื่นได้อย่างละเอียดอ่อน ผู้หญิงที่เพิ่งจะมีความรักก็มักจะกระวนกระวายใจแบบนี้แหละ ผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้ก็เป็นเหมือนกันหมด

เขาแสร้งทำเป็นโมโห ยัดกล่องใส่มือเธอ ก่อนจะคำรามเสียงต่ำว่า "อะไรกัน? ตกลงกันแล้วว่าจะมาเป็นผู้หญิงของฉัน หรือว่าคิดจะกลับคำงั้นเหรอ? ชาตินี้เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก"

นัยน์ตาสีฟ้าครามเรียวยาวของเขาทอประกายแห่งรอยยิ้ม ผู้หญิงน่ะ! ต้องคอยเอาใจพวกเธอ ประโยคนี้ของเขามีความหมายเท่ากับว่า เขาเป็นฝ่ายขอร้องและบังคับให้หลิ่วหว่านซินมาเป็นผู้หญิงของเขา ซึ่งมันช่วยตอบสนองความภาคภูมิใจของเธอได้อย่างมาก

ผู้หญิงทุกคนล้วนมีความภาคภูมิใจอยู่ในตัว ไม่มากก็น้อย แตกต่างกันที่เหตุผลเท่านั้น

คำพูดของหลินจิ้งเฮ่าทำให้หลิ่วหว่านซินตกใจจนต้องกอดกล่องคริสตัลที่มีน้ำหนักพอสมควรในอ้อมแขนไว้แน่น เธอมองเขาด้วยความหวาดกลัวสามส่วนและยิ้มแย้มเจ็ดส่วน พลางถามว่า "จอร์จ ตอนนี้เราสองคนกำลังคบกันอยู่ใช่ไหมคะ?"

"ยัยเบื๊อกที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองเอาซะเลย ถ้าเราไม่ได้คบกันอยู่ แล้วฉันจะให้ของขวัญเธอทำไม?" หลินจิ้งเฮ่าด่าทอพลางหัวเราะเสียงต่ำ "พรุ่งนี้ฉันจะให้พวกถังปินไปขนของที่อะพาร์ตเมนต์เธอมาไว้ที่นี่ ถึงตอนนั้นจะดูสิว่าเธอจะหนีไปไหนรอด"

"จุ๊บ!" ใบหน้าของหลิ่วหว่านซินเปล่งประกายงดงาม เธอยิ้มกว้างอย่างมีความสุข หอมแก้มหลินจิ้งเฮ่าไปหนึ่งฟอด จากนั้นก็เปิดกล่องคริสตัลออกด้วยความตื่นเต้นดีใจ ชั่วพริบตา แสงสีรุ้งก็สาดประกายเจิดจ้าออกมา

"ว้าว!" ต่อให้เป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยมีความทะเยอทะยานอย่างหลิ่วหว่านซิน ก็ยังอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงกับเครื่องประดับที่งดงามราวกับงานสลักเสลาของเทพยดาในมือ

คอลเลกชันแซปไฟร์สีน้ำเงิน: สร้อยคอ แหวน ต่างหู และสร้อยข้อมือ ครบเซ็ตสี่ชิ้น ประดับด้วยเพชรและแซปไฟร์สีน้ำเงินคุณภาพสูงความสะอาดระดับเอสแอล (SL) ขึ้นไปหลายสิบเม็ด สลับซับซ้อนกันอย่างลงตัว ดีไซน์หรูหราสง่างาม ล้ำสมัยและแปลกใหม่ การเจียระไนสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ...

ไม่มีรอยตำหนิเลยแม้แต่น้อย!!!

"แซปไฟร์สีน้ำเงินเป็นสัญลักษณ์ของความสงบ ความสดชื่น และความงดงาม ส่วนเพชรสีขาวเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และสวยงาม มันเหมาะกับเธอมากจริงๆ" หลินจิ้งเฮ่าจ้องมองผู้หญิงที่กำลังน้ำตาคลอเบ้าตรงหน้าอย่างเงียบๆ ลูบผมของเธอพลางเอ่ยขึ้น

หลิ่วหว่านซินซาบซึ้งใจจนเช็ดน้ำตากับเสื้อของเขาอย่างไม่เกรงใจ ทุบตีหลินจิ้งเฮ่าเบาๆ อย่างแง่งอน "มีเงินก็ใช่ว่าจะใช้สุรุ่ยสุร่ายแบบนี้นะ"

"นี่มันราคาเท่าไหร่คะเนี่ย?" พูดไม่ทันขาดคำ เธอก็อดไม่ได้ที่จะถามเสียงอ่อน

"ฮ่าๆ..." เมื่อเห็นท่าทีของเธอที่ทั้งรักทั้งหวงแต่ก็แอบตำหนิเขาอยู่ในที หลินจิ้งเฮ่าก็กลั้นขำไว้ไม่อยู่ ระเบิดหัวเราะออกมา ก่อนจะแกล้งแหย่ว่า "งั้นฉันเอาไปคืนดีกว่าไหม?"

"ไม่เอานะ ให้แล้วให้เลยสิ จะมาทวงคืนได้ยังไง" พอหลิ่วหว่านซินพูดจบ ก็รู้ตัวว่าหลุดปากออกไปแล้ว ใบหน้าแดงก่ำด้วยความขวยเขิน รีบกอดกล่องคริสตัลไว้แน่น กลัวว่าหลินจิ้งเฮ่าจะเปลี่ยนใจจริงๆ

เธอรีบเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างมีเลศนัยว่า "เทียนอวิ้น? เหมือนจะไม่เคยได้ยินชื่อเครื่องประดับแบรนด์นี้มาก่อนเลย จอร์จ มันแพงมากจริงๆ เหรอคะ?"

"มันเป็นเครื่องประดับที่ฉันสั่งทำพิเศษกับผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องประดับส่วนตัว และตั้งชื่อให้มันเอง เทียนอวิ้นก็คือแบรนด์ของมัน ราคาน่าจะตกประมาณหนึ่งล้านกว่าดอลลาร์สหรัฐ ความจริงแล้วเรื่องนี้ไม่สำคัญหรอก แค่เธอชอบ มันก็มีความหมายแล้ว" หลินจิ้งเฮ่าเอ่ยอย่างลึกซึ้ง

หลิ่วหว่านซินรู้สึก 'ใจหาย' วาบ ต่อให้สั่งทำเร็วแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะได้ของภายในวันเดียว หรือว่า...? การคิดมากจนเกินไปทำให้สีหน้าของเธอเศร้าหมองลง

เมื่อคาดเดาได้ว่าเธอต้องมีสีหน้าแบบนี้ หลินจิ้งเฮ่าก็จ้องมองดวงตาสวยซึ้งของเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า "ฉันสั่งทำไว้นานแล้ว ตั้งใจจะมอบให้กับผู้หญิงของฉัน อย่าสงสัยในความจริงใจของฉันเลย ถ้าผู้หญิงคนนั้น (ซูชิงอี๋) ได้กลายเป็นคนรักของฉัน ฉันก็จะมอบให้เธอเหมือนกัน ความหมายของเครื่องประดับชิ้นนี้คือการได้ครอบครองซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ทำขึ้นเพื่อผู้หญิงคนไหนโดยเฉพาะ"

หลินจิ้งเฮ่าแอบเสียใจที่ให้เร็วเกินไป ตอนนี้ก็เหมือนสาดน้ำออกไปแล้ว เก็บกลับคืนมาไม่ได้ ในเมื่ออธิบายที่มาของมันไม่ได้ ก็ทำได้แค่โกหกหน้าตายเพื่อเอาตัวรอดไปก่อน

เมื่อได้ยินน้ำเสียงเศร้าสร้อยของเขา (แกล้งทำได้เนียนสุดๆ) หลิ่วหว่านซินก็รู้ตัวว่าตัวเองทำร้ายความรู้สึกของชายหนุ่มเข้าแล้ว เธอรู้สึกเสียใจจนน้ำตาไหลพราก กอดหลินจิ้งเฮ่าไว้แน่นไม่ยอมปล่อย สะอื้นไห้อย่างตะกุกตะกักว่า "ขอโทษนะ จอร์จ ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันขอโทษคุณแล้ว คุณยกโทษให้ฉันเถอะนะ ไม่ว่าคุณจะลงโทษฉันยังไง ฉันก็ไม่ปริปากบ่นเลย ขอร้องล่ะนะ!!!"

"จริงเหรอ?" หลินจิ้งเฮ่าโอบกอดเอวคอดกิ่วของหลิ่วหว่านซิน แอบดีใจที่ตัวเองมีวาทศิลป์และฝีมือการแสดงที่ไม่เลวเลย ทว่าในใจก็ยังคงรู้สึกผิดต่อเธออยู่บ้าง ช่วยไม่ได้นี่นา เขาบอกความจริงเกี่ยวกับที่มาของเครื่องประดับชุดนี้ให้เธอรู้ไม่ได้จริงๆ

"จริงสิ"

"งั้นคืนนี้มานอนเป็นเพื่อนฉันนะ"

"หา?" หลิ่วหว่านซินตกใจกับคำพูดนี้ ทำตัวไม่ถูกและเขินอาย "คุณบอกว่าจะรอไปอีกหนึ่งปีก่อนไม่ใช่หรือไง?"

มุมปากของหลินจิ้งเฮ่าปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่หาดูได้ยาก "ยัยหื่น ความหมายของฉันคือให้เธอมานอนเป็นเพื่อนฉัน การนอนหลับไม่ได้หมายความว่าต้องมีเรื่องบนเตียงเสมอไปนะ เธอคิดลึกไปแล้วนะ หว่านซิน"

หลิ่วหว่านซินเจ็บใจจนกัดฟันกรอด ทุบตีหลินจิ้งเฮ่าเบาๆ พลางตำหนิว่า "ถ้าคุณไม่พูดกำกวมแบบนั้น ฉันจะเข้าใจผิดได้ยังไงล่ะ! ต้นเหตุก็คือคุณนั่นแหละ?"

"มิลาน คุนเดอรา ได้สร้างวาทกรรมแห่งความรักสุดคลาสสิกไว้ในหนังสือ 'The Unbearable Lightness of Being' ว่า การร่วมรักกับผู้หญิงและการนอนกับผู้หญิงเป็นความรู้สึกสองอย่างที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อย่างแรกคือการแสวงหาความสุขทางกามารมณ์ ส่วนอย่างหลังคือความรักและความผูกพัน ตอนนี้ สิ่งที่ฉันต้องการคืออย่างหลังเท่านั้น ไม่มากเกินไปใช่ไหมล่ะ!" หลินจิ้งเฮ่างัดไม้ตายออกมาใช้ คำพูดไหลลื่นราวกับสายน้ำ

"ถือว่าคุณเก่งเรื่องหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองก็แล้วกัน เลขาตัวน้อยคนนี้เถียงสู้คุณไม่ได้หรอก จะให้นอนเป็นเพื่อนก็นอนสิ ใครกลัวใครล่ะ!" คำพูดฟังดูแข็งกร้าว แต่พอถึงเวลา หลิ่วหว่านซินกลับพูดว่า "แต่อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ ฉันยังไม่ได้เตรียมใจเลย เราเพิ่งจะคบกันได้ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยนะ!"

"ฮ่าๆ... บางคนรู้จักกันแค่วันเดียวก็รักกันไปชั่วชีวิต บางคนแต่งงานกันมาทั้งชีวิต แต่กลับนอนร่วมเตียงกันเหมือนคนแปลกหน้า! ...!"

หลังจากฟังคำบรรยายยาวยืดไปอีกชุด เลขาตัวน้อยก็พูดไม่ออก! แต่ก็ยังไม่ยอมตกลงง่ายๆ!!!

ทั้งสองคนหยอกล้อกันไปมาบนโซฟาพักใหญ่ การหยอกล้อแบบนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ความเขินอายในตอนแรกก็ลดน้อยลงไปมาก!!!

หลิ่วหว่านซินซบหน้าลงบนแผงอกอันอบอุ่นของเขา เอ่ยอย่างแผ่วเบาว่า "พรุ่งนี้คุณพ่อกับคุณน้าของฉันจะบินมาลอสแอนเจลิสเพื่อมาฉลองปีใหม่กับฉัน ฉันขอเลื่อนการย้ายออกจากอะพาร์ตเมนต์ไปก่อนนะ คุณ... ฉัน..."

ประโยคหลังจากนั้น เธอไม่กล้าพูดออกไปตรงๆ เธอกลัวว่าจะทำให้หลินจิ้งเฮ่าโกรธอีก เธอรักเขาจากใจจริง

ตอนนี้ยากนักกว่าที่ทั้งสองคนจะได้มาอยู่ด้วยกัน เธอไม่อยากสูญเสียความรักครั้งนี้ไปจริงๆ

เมื่อเช้านี้ หลินจิ้งเฮ่าเพิ่งจะรู้ว่าหลิ่วหว่านซินเป็นลูกสาวคนเดียว แม่แท้ๆ ของเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนเธออายุสิบขวบ คุณน้าที่เธอเรียกอยู่ตอนนี้ก็คือแม่เลี้ยงของเธอ แต่ทั้งคู่ก็อายุห่างกันเพียงสิบปี ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนสนิทสนมกันมาก ยิ่งกว่าแม่ลูกซะอีก เหมือนพี่สาวน้องสาวกันมากกว่า!

หลินจิ้งเฮ่าเม้มริมฝีปาก เผยรอยยิ้มเกียจคร้าน "กลัวว่าพ่อแม่เธอจะรังเกียจลูกครึ่งอย่างฉันงั้นเหรอ? หรือว่าไม่มั่นใจในตัวฉัน?"

"พวกท่านอยู่ต่างประเทศมาตั้งหลายปีแล้ว ไม่ได้หัวโบราณคร่ำครึอย่างที่คุณคิดหรอกนะ ฉันแค่กลัวว่าเราเพิ่งจะคบกันยังไม่ถึงวันเลย ถ้าฉันแนะนำคุณให้พวกท่านรู้จักตอนนี้ ฉันก็ยังไม่รู้ใจคุณเลย"

"อืม... ยื่นมือมาสิ"

"ทำไมล่ะ?"

"ยื่นมาเถอะน่า!"

"อ๊ะ!"

ทำไมนาฬิกาข้อมือบางเรือนถึงต้องประดับด้วยอัญมณีล้ำค่ามากมายเพื่อดึงดูดสายตาผู้คน แต่บางเรือนกลับดูเรียบง่ายแต่กลับได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม? กรอบนาฬิกาเพชรทองคำขาว หน้าปัดเพชรทองคำ สายนาฬิกาทองคำขาวประดับเพชร กลไกไขลานด้วยมือ

ประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ สวยงามกว่าสี่ร้อยกว่าเม็ด และแซปไฟร์อีกสี่เม็ด รูปลักษณ์ที่งดงาม เพชรที่เปล่งประกายแวววาว สง่างามและสูงส่งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นความทนทานหรือความเที่ยงตรง นาฬิกาเรือนนี้ก็ถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่สมบูรณ์แบบ

แม้จะประดับด้วยเพชรและอัญมณีที่สวยงามตระการตา แต่กลับไม่รู้สึกถึงความ 'ไร้รสนิยม' เลยแม้แต่น้อย

เมื่อมองดูนาฬิกาข้อมือผู้หญิงดีไซน์คลาสสิกที่สวยงามไร้ที่ติเรือนนี้ถูกหลินจิ้งเฮ่าสวมเข้าที่ข้อมือซ้ายของเธอ หลิ่วหว่านซินก็ทำได้เพียงเอามือปิดปาก จ้องมองชายหนุ่มด้วยความหลงใหล น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่!

ผู้หญิงคนไหนบ้างที่ไม่ชอบความโรแมนติก ความโรแมนติกที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวต่างหากที่จะแสดงให้เห็นถึงพลังทำลายล้างที่แท้จริงของมัน หากมีผู้ชายคนหนึ่งบอกคนรักของตัวเองว่า วันนี้เราจะไปกินข้าวที่ร้านอาหารหรูๆ ผู้หญิงคนนั้นอาจจะยิ้มแย้มดีใจ แต่ในใจก็สูญเสียความลึกลับน่าค้นหาไปแล้ว!!!

หลินจิ้งเฮ่าเล่นเกมนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม อย่างน้อยที่สุด เขาก็ใช้ของที่เป็นของคุณชายรองหลินโดยไม่ได้รู้สึกเสียดายเลยแม้แต่น้อย แต่กลับสามารถหลอกผู้หญิงสวยระดับนางฟ้ามาครอบครองได้สำเร็จ ดูจากสีหน้าของเลขาตัวน้อยตอนนี้ก็รู้แล้ว เฮ้อ ชาตินี้เลขาตัวน้อยคงต้องตกหลุมรักผู้ชายตรงหน้าหัวปักหัวปำอย่างแน่นอน

และไม่เพียงแค่นั้น! ในขณะที่หญิงสาวกำลังซาบซึ้งใจจนทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้น หลินจิ้งเฮ่าก็ถือโอกาสลูบคลำหน้าอกนุ่มๆ ของเธอไปหลายที "เครื่องประดับเมื่อกี้ แล้วก็นาฬิกาเรือนนี้ ฉันใช้เงินไปกับเธอเกินสิบล้านหยวนแล้วนะ จำไว้ว่านี่คือของหมั้น ชาตินี้อย่าหวังจะหนีพ้นเงื้อมมือฉันไปได้เลย"

"หัวใจก็โดนคุณขโมยไปแล้ว จะให้หนีไปไหนได้อีกล่ะ! ต่อไปถ้าคุณรังเกียจฉัน ต่อให้ฉันต้องอ้อนวอนหน้าด้านๆ ฉันก็จะไม่ไปไหนหรอก" หลิ่วหว่านซินยิ้มกว้าง รอยยิ้มนั้นงดงามราวกับสายรุ้งหลังฝนตก เธอซุกตัวออดอ้อนอยู่ในอ้อมกอดของหลินจิ้งเฮ่าราวกับลูกหมูตัวน้อย

"พ่อแม่เธอจะมาถึงกี่โมง?"

"เที่ยวบินตอนบ่ายสามโมงครึ่งค่ะ"

"งั้นถึงเวลาเราขับรถไปรับพวกท่านด้วยกันนะ!"

"อืม คุณจัดการได้เลยค่ะ!" หลิ่วหว่านซินดีใจเหมือนเด็กๆ หอมแก้มเขาไปหนึ่งฟอด "คุณใจดีจัง จอร์จ!"

"ออกมาเถอะ! พวกหัวขโมยลับๆ ล่อๆ!" หลินจิ้งเฮ่ามองไปที่บันได พลางด่าทอพร้อมรอยยิ้ม

"ฮ่าๆ... ได้ดูละครรักโรแมนติกฟรีๆ ซาบซึ้งจังเลย!" เซียวกังและพวกอีกสามคนเดินลงมาจากหัวมุมบันไดชั้นสองพร้อมกับหัวเราะร่า

"พี่หว่านซิน เมื่อเช้าฉันเพิ่งบอกไปเองไม่ใช่เหรอ! แค่พี่อ้อนนิดหน่อยก็ได้เงินเป็นกอบเป็นกำแล้ว ดูสิ โอ้โห! เครื่องประดับสุดยอด นาฬิกาสุดหรู" ถังปินกระโดดมายืนตรงหน้าหลิ่วหว่านซิน "นี่ กอดพี่จอร์จแล้วรู้สึกดีไหมล่ะ! ตกลงค่าแม่สื่อพี่จะให้เมื่อไหร่เนี่ย?"

"..." คำพูดแซวและหยอกล้อดังมาเป็นระลอก ความเขินอายไม่อาจเก็บซ่อนไว้ได้ หลิ่วหว่านซินหน้าแดงก่ำจนแทบจะหยดเป็นน้ำ

"ไม่คุยกับพวกนายแล้ว!" หลิ่วหว่านซินทุบตีหลินจิ้งเฮ่า "คุณกับพวกเขาก็เป็นพวกอันธพาลเหมือนกันนั่นแหละ"

หลินจิ้งเฮ่าเบะปาก ทำหน้าตาใสซื่อบริสุทธิ์ "เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ!"

"ใครใช้ให้พวกเขาแกล้งฉันแบบนี้ แล้วคุณก็ไม่ช่วยฉันเลยล่ะ!" หลิ่วหว่านซินกระโดดลงจากตักของเขา วิ่งไปทางห้องครัว พลางเอ่ยอย่างปากไม่ตรงกับใจว่า "ฉันจะเอาอาหารบนโต๊ะไปเททิ้งให้หมด ให้คุณหิวตายไปเลย!"

แน่นอนว่าหลินจิ้งเฮ่าไม่ได้คิดว่าเธอจะทำจริง หึ! อยากจะไปอุ่นอาหารให้ผู้ชายของตัวเองกิน แต่ก็กลืนน้ำลายตัวเองไม่ลง ผู้หญิงที่ปากไม่ตรงกับใจ!

"เมื่อกี้คุณคริสติน่า สเปียร์ส กับคุณเดวิด ฟาสส์ โทรมา บอกว่าตอนบ่ายสามโมงจะเข้ามาพบคุณเพื่อรายงานเรื่องธุรกิจค่ะ" ก่อนจะเข้าห้องอาหาร หลิ่วหว่านซินก็ตะโกนบอก!

"อืม!" หลินจิ้งเฮ่าไม่ได้พูดอะไร หันไปมองจางเฉิงและพวก "ปีนี้ฉันไม่ได้ซื้ออะไรมาฝากพวกนายเลย จะเอายังไงดี รถแปดคันในโรงรถ พวกนายไปเลือกกันเอาเองคนละคันก็แล้วกัน ถือซะว่าเป็นของขวัญปีใหม่กับโบนัสปลายปีก็แล้วกัน!"

"ฉันเอาลัมโบร์กินี มูร์เซียลาโก!" ปั๋วเอิน จอห์นสัน พอได้ยินก็เต้นแร้งเต้นกาด้วยความดีใจ

จางเฉิงกลอกตาบนด่าว่า "ไอ้โง่เอ๊ย" ปั๋วเอินงงเป็นไก่ตาแตก ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงโดนด่า บ่นอุบอิบว่า "รถสปอร์ตสุดหรูราคาสี่แสนดอลลาร์สหรัฐ พวกนายไม่เอา แล้วทำไมปกติฉันถึงเห็นพวกนายขับกันอย่างเมามันเลยล่ะ!"

เซียวกังอยากจะเตะหมอนี่สักที "ก็เพราะปกติต้องใช้รถบ่อยๆ ไง พวกเราถึงไม่เอา ไอ้โง่เอ๊ย! ใช้หัวสมองทึบๆ ของแกคิดดูให้ดีสิ"

"ทำไมล่ะ!" อีกสามคนถลึงตาใส่เขาอย่างเอาเรื่อง ทำให้ปั๋วเอินนึกภาพความโหดร้ายของการโดนสามรุมหนึ่งขึ้นมาได้ทันที กลัวจนตัวสั่น ไม่กล้าพูดอะไรอีก

หลินจิ้งเฮ่ามองดูพวกตัวป่วนอย่างขำขัน แต่ในใจกลับคิดว่า: เจ้าทึ่มนี่ก็น่ารักดีแฮะ!

ถังปินหัวเราะอย่างมีเลศนัย "พี่จอร์จคำนวณเก่งจังเลยนะ!"

หลินจิ้งเฮ่าแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ "คนละคัน ต่อให้เลือกคันที่ถูกที่สุด ฉันก็ต้องขาดทุนอย่างน้อยก็หนึ่งล้านกว่าดอลลาร์สหรัฐ แบบนี้เรียกว่าคำนวณเก่งเหรอ? งั้นแกก็เอาเงินมาให้ฉันใช้สักไม่กี่แสนสิ!"

"ใครใช้ให้พี่เป็นเจ้านายและพี่ใหญ่ของฉันล่ะ! อ๊ะ นอกเรื่องไปแล้ว!" ถังปินเกาหัวแก้เก้อ เถียงว่า "ยังไงพี่ก็มีแผนร้ายอยู่ดี! รถพวกนี้ให้พวกเรา ก็ยังเป็นรถส่วนรวมอยู่ดี ถ้าไม่ให้ ฉันก็ยังขับได้เหมือนเดิม พี่จะขับรถพร้อมกันทั้งแปดคันได้ยังไงล่ะ? พี่จอร์จ ฉันว่าพี่มีแววเป็นพ่อค้าหน้าเลือดนะ อ๊ะ พูดผิด! พี่มันก็พ่อค้าหน้าเลือดอยู่แล้ว"

"คุยเรื่องเงินกับแกนี่มันปวดหัวจริงๆ!" หลินจิ้งเฮ่าลูบหน้าผากดูว่ามีเหงื่อเย็นไหลออกมาหรือเปล่า "งั้นว่ามาสิ แกอยากได้อะไร?"

"เอาเหมือนเดิม!" ทั้งสี่คนตะโกนพร้อมกัน

"หึ... ก็ได้!" หลินจิ้งเฮ่ายิ้มขื่นๆ เอาเหมือนเดิมก็คือ เหมือนทุกๆ ปี ให้ซองแดงคนละหนึ่งแสนดอลลาร์สหรัฐ แน่นอนว่า เงินเดือนปีละห้าหมื่นดอลลาร์สหรัฐและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็ต้องคิดแยกต่างหาก

ช่วยไม่ได้นี่นา เลี้ยงพวกตัวป่วนพวกนี้ ปีหนึ่งๆ ต้องใช้เงินอย่างน้อยสองล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป!

"โอ้! เย้...!" ทั้งสี่คนแปะมือฉลองกันอย่างดีใจ!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 010 - คืนนี้มานอนเป็นเพื่อนฉัน

คัดลอกลิงก์แล้ว