- หน้าแรก
- ถึงจะเป็นตัวร้าย แต่ประวัติผมขาวสะอาดนะครับ
- บทที่ 17 ฉูเหยียนผู้กล้าหาญไม่เกรงกลัวต่อความยากลำบาก
บทที่ 17 ฉูเหยียนผู้กล้าหาญไม่เกรงกลัวต่อความยากลำบาก
บทที่ 17 ฉูเหยียนผู้กล้าหาญไม่เกรงกลัวต่อความยากลำบาก
บทที่ 17 ฉูเหยียนผู้กล้าหาญไม่เกรงกลัวต่อความยากลำบาก
เมื่อไม่อาจคิดหาวิธีแก้ปัญหาดีๆ ได้ในเวลานี้ เจียงเต้าหลี่จึงทำได้เพียงปลอบใจตัวเอง เตียงนอนยังอุ่นไม่พอหรือ? หรือดนตรีที่หอฝานฮวายังไพเราะไม่พอ? โชคชะตามีแต่จะทำให้เขาเสียเวลาหาความสำราญเปล่าๆ
ไม่กี่วันผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับกะพริบตา ในวันนี้ แขกเหรื่อที่เดินทางมายังจวนอัครเสนาบดีเพื่อร่วมแสดงความยินดีในงานวันเกิดต่างหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย เจียงเต้าหลี่จงใจห้อจองมในโรงน้ำชาฝั่งตรงข้ามเพื่อชมความครึกครื้นโดยเฉพาะ
เขาเห็นจางเหวินเทายืนรออยู่ที่ทางเข้าเป็นเวลานาน แต่กลับไม่มีใครที่เขาคาดหวังมาปรากฏตัวเลยสักคน เจียงเต้าหลี่แทบจะหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นภาพนั้น
ถ้าพวกนั้นมาก็ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้วล่ะ ก็เขาเล่นส่งคนไปแจ้งข่าวด้วยตัวเองทุกคนเลยนี่นา พวกที่มีความใกล้ชิดกับราชวงศ์ย่อมไม่มาอยู่แล้ว เพราะพวกเขาคอยปฏิบัติตามท่าทีของราชวงศ์อยู่เสมอ
จางเหวินเทาถอดใจเมื่อคนที่เขารอคอยไม่มาปรากฏตัว จึงเดินกลับเข้าไปในจวนเพื่อรับหน้า (หลอกลวง) แขกเหรื่อที่มาร่วมงานในวันนี้
ผ่านไปครู่หนึ่ง ฉูเหยียนก็มาถึงพร้อมกับลากเกวียนบรรทุก 'ของขวัญวันเกิด' ขนาดใหญ่มาหลายเล่ม ทหารยามไม่รู้จักฉูเหยียนจึงรีบเข้าไปขวางทันที
"เจ้าเป็นใคร? มาเพื่ออวยพรวันเกิดให้อัครเสนาบดีงั้นหรือ?"
ฉูเหยียนยิ้มและกล่าวว่า "แน่นอน ข้ามาเพื่ออวยพรวันเกิดให้อัครเสนาบดี ไม่ได้มางานศพเสียหน่อย จริงไหม?"
ทหารยามแทบจะด่าสวนกลับไป
ฉูเหยียนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ไปรายงานว่า 'สหายเก่า' ของอัครเสนาบดีมา 'ฉลองวันเกิด' ให้ แต่ของขวัญค่อนข้างหนัก รบกวนเชิญท่านอัครเสนาบดีออกมาดูด้วยตัวเองเถิด"
ฉูเหยียนนั้นฉลาดหลักแหลม เขารู้ดีว่าหากเข้าไปแล้วคงยากที่จะได้ออกมา ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ให้ตาเฒ่านั่นออกมาดูด้วยตัวเองก็แล้วกัน
เมื่อจางเหวินเทาเดินออกมา เขาก็มองไปที่ฉูเหยียน นึกไม่ออกเลยว่าเคยมีสหายเก่าเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด
"สหายตัวน้อยผู้นี้คือใครกัน? เหตุใดชายชราผู้นี้จึงจำเจ้าไม่ได้?"
ฉูเหยียนแทบจะอดใจไม่ไหวอยากชักกระบี่ออกมาเมื่อเห็นหน้าจางเหวินเทา เขาพยายามข่มอารมณ์และกล่าวว่า "ท่านอัครเสนาบดีเป็นคนงานยุ่ง ความจำย่อมสั้นเป็นธรรมดา แต่ข้าไม่เคยลืมบุญคุณที่ท่านอัครเสนาบดีเคยมีต่อครอบครัวของข้าเมื่อยี่สิบปีก่อนเลย"
"เมื่อได้ยินว่าวันนี้เป็นวันเกิดครบรอบปีที่ยิ่งใหญ่ของท่านอัครเสนาบดี ข้าจึงเตรียมของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มาเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง หวังว่าท่านอัครเสนาบดีจะไม่รังเกียจ"
จางเหวินเทาหัวเราะลั่น "ข้าจะรังเกียจได้อย่างไรเล่า! ไม่รังเกียจหรอก! หายากนักที่เจ้ายังจดจำชายชราผู้นี้ได้ น้ำใจของเจ้าต่างหากที่สำคัญที่สุด แล้วของขวัญคืออะไรล่ะ? เปิดออกให้ดูหน่อยสิ"
แม้จางเหวินเทาจะจำไม่ได้ว่าเคยช่วยเหลือใครไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน แต่นี่ก็ถือเป็นเรื่องดีที่มีคนนำของมาประเคนให้ถึงหน้าประตู เขาถึงกับเรียกแขกทุกคนในวันนี้ออกมาดู พร้อมเอ่ยชมว่าฉูเหยียนเป็นชายหนุ่มนิสัยดีที่รู้จักทดแทนบุญคุณ
เมื่อเห็นเช่นนั้น ฉูเหยียนก็แค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็นและหันกลับไปซัดฝ่ามือ ผ้าขาวที่คลุมของขวัญอยู่ปลิวหายไปในพริบตา เผยให้เห็นโลงศพที่เรียงรายอยู่เป็นแถว
เหล่าแขกเหรื่อที่เพิ่งจะหัวเราะพูดคุยกันเมื่อครู่ต่างตกตะลึงจนเงียบกริบ ใบหน้าของจางเหวินเทาเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีม่วง และจากสีม่วงเป็นสีดำคล้ำ
เขาชี้ไปที่โลงศพเหล่านั้นแล้วถามว่า "นี่มันหมายความว่าอย่างไร สหายตัวน้อย? เจ้าตั้งใจมาที่นี่เพื่อฉีกหน้าชายชราผู้นี้งั้นหรือ?"
ฉูเหยียนแสร้งทำหน้าซื่อตาใส "ท่านอัครเสนาบดีกล่าวเช่นนั้นได้อย่างไร? ข้าตั้งใจมาเพื่อฉลองวันเกิดให้ท่านโดยเฉพาะเลยนะ ทุกคนในหมู่บ้านของข้าต่างก็บอกว่าการมอบโลงศพในวันเกิดจะนำมาซึ่งความโชคดีและความเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง!"
จางเหวินเทาพยายามข่มความโกรธที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจ: "เจ้าคงจะเข้าใจอะไรผิดไปแล้วล่ะ ไม่มีใครเขามอบของแบบนี้ให้กันในงานวันเกิดหรอก หากเจ้ายอมคุกเข่าโขกศีรษะขอขมาข้าเดี๋ยวนี้ ข้าจะถือเสียว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น"
เจียงเต้าหลี่กำลังเฝ้ามองดูอยู่จากในโรงน้ำชาด้วยความสนใจอย่างยิ่ง ตาเฒ่าคนนี้ช่างมีความอดทนสูงเสียจริง จากนั้นเขาก็หันไปถามชิวหลีว่า "เรื่องที่ข้าให้เจ้าไปจัดการเป็นอย่างไรบ้าง?"
"วางใจได้เพคะ องค์ชาย องครักษ์เสื้อแพรอยู่ใกล้ๆ นี้เอง หากสถานการณ์เลวร้ายลง พวกเขาจะนำตัวฉูเหยียนออกไปโดยอ้างว่าเป็นสายลับเพคะ"
เจียงเต้าหลี่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะหันกลับไปชมการแสดงต่อ!
ฉูเหยียนจ้องมองจางเหวินเทาอย่างดุดัน: "ข้าคุกเข่าให้ก็ได้นะ แต่ต้องเป็นตอนที่เจ้า จางเหวินเทา ลงไปนอนอยู่ในโลงศพนี้แล้วต่างหาก ถึงตอนนั้นข้าจะไปคุกเข่าโขกศีรษะและจุดธูปให้ที่หน้าหลุมศพของเจ้าอย่างแน่นอน"
"ดี! ดี! ดี!" หากจางเหวินเทายังไม่เข้าใจในตอนนี้ เขาก็คงเป็นคนโง่เง่าเต่าตุ่นแล้ว เขาหันไปพูดกับฉูเหยียนว่า "ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ได้มาเพื่อทดแทนบุญคุณ แต่มาเพื่อแก้แค้นสินะ!"
"ข้าไม่กลัวที่จะบอกเจ้าหรอกนะ ชายชราผู้นี้มีศัตรูมากมายนับไม่ถ้วนในชีวิต แต่พวกมันล้วนตกตายไปหมดแล้ว ในขณะที่ข้ายังมีชีวิตอยู่และอยู่ดีมีสุข เจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใด?"
"ถุย จะเพราะอะไรอีกล่ะ? ก็เพราะเจ้ามันเป็นตาเฒ่าหัวเต่ามุดหัวอยู่ในกระดองน่ะสิ!" ฉูเหยียนไม่เกรงใจอีกต่อไปและเริ่มด่ากราดออกมาตรงๆ
"ตาเฒ่าอย่างเจ้านี่ช่างจินตนาการล้ำเลิศเสียจริง คิดว่าคนอย่างเจ้าจะมีคนมาตอบแทนบุญคุณงั้นหรือ เจ้ามันก็เหมือนคางคกอยากกินเนื้อหงส์ เพ้อเจ้อไปเองทั้งนั้น!"
"ทำไมเจ้าไม่ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้างล่ะ? หน้าตาอย่างเจ้าดูเหมือนคนดีนักหรือไง? เจ้ามันก็เหมือนสุนัขเห่าหางเครื่องบิน ไม่รู้จักเจียมตัวเอาเสียเลย!"
"เจ้าถึงกับกล้าเชิญตระกูลขุนนางทั้งหมดในเมืองหลวงมาฉลองวันเกิดให้เจ้า เจ้ามันก็เหมือนคนตายแต่งหน้า ทนทำเพื่อเอาหน้าชัดๆ!"
บรรดาแขกเหรื่อต่างยืนอึ้งตะลึงงัน ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้วเนี่ย? นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้ามาด่าทอถึงหน้าจวนอัครเสนาบดี แถมยังแบกโลงศพมาด้วย ช่างเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจริงๆ!
เจียงเต้าหลี่เองก็อึ้งไปเหมือนกัน "ให้ตายเถอะ ฉูเหยียนคนนี้ร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ข้ามองไม่ออกเลยนะว่าเขาจะด่าคนเก่งขนาดนี้"
ชิวหลีหัวเราะร่วน "องค์ชายเพคะ ไม่รู้สึกคุ้นหูบ้างหรือเพคะ? ฉูเหยียนจะไปรู้คำด่าพวกนี้ได้อย่างไร? เขาอุตส่าห์ไปขอให้ตงหน่วนช่วยสอนให้โดยเฉพาะเลยนะเพคะ"
"อ้อ อย่างนี้นี่เอง ไม่เลวๆ สอนมาดีใช้ได้" เจียงเต้าหลี่สนุกสนานไปกับการชมการแสดงเป็นอย่างมาก แม้ว่าตงหน่วนจะไม่ชอบเล่นลูกไม้แพรวพราวเหมือนชุนเถา แต่วิธีการด่าของนางก็ถือว่ามีระบบระเบียบดีทีเดียว
ดูเหมือนว่าวันนี้เขาจะได้ฟังเรื่องบันเทิงเริงรมย์จนหูแฉะเสียแล้วล่ะ
อย่างไรก็ตาม จางเหวินเทาเห็นได้ชัดว่าไม่อยากฟังอีกต่อไป เขาคำรามลั่น "เด็กๆ! คนของข้าอยู่ที่ไหน? ลากตัวกบฏผู้นี้ลงไปแล้วใช้ม้าห้าตัวแยกร่างมันซะ!"
ทว่า เนื่องจากจางเหวินเทาไม่ได้มีบรรดาศักดิ์ใดๆ เขาจึงไม่มีกองทหารส่วนตัว คนที่ออกมาจึงมีเพียงบ่าวรับใช้ในเรือนและยามรักษาการณ์เท่านั้น บ่าวรับใช้เหล่านี้เห็นว่าฉูเหยียนไม่ใช่คนที่จะต่อกรด้วยได้ง่ายๆ จึงไม่มีใครกล้าก้าวออกไปข้างหน้าเลยสักคน
ทางด้านฉูเหยียนก็เริ่มด่าทออีกครั้ง "ตาเฒ่าหัวเต่าอย่างเจ้านี่มันเหมือนคางคกหาวจริงๆ คุยโตโอ้อวดเสียเหลือเกิน! เอะอะก็ด่าว่าข้าเป็นกบฏ ถ้าข้าไม่รู้มาก่อน ข้าคงคิดว่าเจ้าเป็นองค์ฮ่องเต้ไปแล้วนะเนี่ย!"
จางเหวินเทาไม่อาจทนฟังได้อีกต่อไป "ไป! ทุกคน จับตัวมันไว้! ใครฆ่ามันได้ ข้าจะตกรางวัลให้เป็นศิลาปราณหนึ่งหมื่นก้อน!"
ดังคำกล่าวที่ว่า มีเงินย่อมจ้างผีโม่แป้งได้ เมื่อบรรดาบ่าวรับใช้ได้ยินเรื่องศิลาปราณ ต่างก็ส่งเสียงร้องคำรามพร้อมพุ่งทะยานเข้าใส่ แต่สุดท้ายก็ต้องลงไปคลานกองกับพื้นหลังจากผ่านไปเพียงกระบวนท่าเดียว
ช่างน่าขันนัก ฉูเหยียนคือใครกัน? เขาคือทายาทของโหวเสินฮั่ว และเคล็ดวิชาเทพเพลิงที่เขาฝึกฝนก็มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านการต่อสู้ แล้วพวกกระจอกเหล่านี้จะเอาชนะเขาได้อย่างไร?
เมื่อเห็นดังนั้น จางเหวินเทาก็เตรียมจะลงมือด้วยตัวเอง แม้ว่าเขาจะเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋น แต่เขาก็มีวรยุทธ์ และระดับจักรพรรดิยุทธ์ก็ถือว่าไม่ต่ำทรามเลยทีเดียว!
แต่ก่อนที่เขาจะได้ขยับตัว เจียงอีก็พาคนของเขามาถึงอย่างล่าช้า "ไม่จำเป็นที่ท่านอัครเสนาบดีจะต้องลงมือจัดการเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ด้วยตัวเองหรอกขอรับ เด็กๆ มัดตัวสายลับผู้นี้ให้ข้า!"
จางเหวินเทา: ????
"ผู้บัญชาการเจียง นี่มันหมายความว่าอย่างไร?"
เจียงอีเดินไปข้างหน้าเพื่ออธิบาย "สุขสันต์วันเกิดขอรับท่านอัครเสนาบดี! ชายผู้นี้คือสายลับที่เรากำลังตามล่าตัวอยู่ ในเมื่อเขากล้ามาสร้างความวุ่นวายในงานเลี้ยงวันเกิดของท่านอัครเสนาบดีในวันนี้ ข้าจะลงโทษเขาอย่างหนักแน่นอนขอรับ"
จางเหวินเทาถามว่า "แล้วถ้าข้าต้องการประหารชีวิตมันตรงนี้เดี๋ยวนี้เลยล่ะ?"
เจียงอีส่ายหน้า "นั่นย่อมเป็นไปไม่ได้ขอรับ ท่านอัครเสนาบดีไม่มีอำนาจก้าวก่ายคดีขององครักษ์เสื้อแพรของเรา อีกทั้งเขายังกำเบาะแสสำคัญเอาไว้อีกด้วย"
ในขณะที่จางเหวินเทากำลังชั่งใจว่าจะใช้กำลังดีหรือไม่ เขาก็เหลือบไปเห็นเจียงเต้าหลี่กำลังเดินตรงเข้ามา
"โอ้โห เกิดอะไรขึ้นที่นี่เนี่ย? ทำไมถึงมีโลงศพเยอะแยะขนาดนี้? ช่างอัปมงคลเสียจริง"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงอีก็ชี้ไปที่ฉูเหยียนพร้อมกับกลั้นหัวเราะขณะตอบกลับไปว่า "องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ ชายผู้นี้เป็นสายลับพ่ะย่ะค่ะ เขาเป็นคนก่อเรื่องวุ่นวายทั้งหมด"
เจียงเต้าหลี่เดินเข้าไปแล้วเตะเข้าไปหนึ่งที "พวกเจ้าทำงานกันประสาอะไร? ในเมื่อเขาเป็นสายลับ แล้วทำไมถึงไม่จับตัวเขาก่อนหน้านี้ล่ะ? ปล่อยให้เขาออกมาอาละวาดสร้างเรื่องสร้างราวอยู่ได้ เอาตัวเขาไป เอาตัวไปเร็วเข้า!"
"พ่ะย่ะค่ะ พ่ะย่ะค่ะ... กระหม่อมจะนำตัวคนผู้นี้ไปเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อมองไปที่เจียงเต้าหลี่ จางเหวินเทาก็ไม่กล้าแสดงอำนาจบาตรใหญ่ใดๆ อีกต่อไป เขาทำได้เพียงยืนมององครักษ์เสื้อแพรพาตัวชายผู้นั้นจากไปอย่างหมดหนทาง
เจียงเต้าหลี่มองไปที่ฝูงชนบริเวณทางเข้า "ทำไมพวกท่านถึงยังยืนอยู่ตรงนี้อีกล่ะ? วันนี้เป็นงานฉลองวันเกิดไม่ใช่หรือ? กินให้อิ่ม ดื่มให้เต็มที่ กินให้อิ่ม ดื่มให้เต็มที่เลยนะ!"
เมื่อกลับมาถึงจวนอ๋อง เจียงเต้าหลี่ก็ไม่อาจกลั้นเสียงหัวเราะไว้ได้อีกต่อไป เขาพิงตัวเข้ากับชิวหลีแล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง