- หน้าแรก
- ถึงจะเป็นตัวร้าย แต่ประวัติผมขาวสะอาดนะครับ
- บทที่ 16 ชุนเถาผู้เบิกบาน
บทที่ 16 ชุนเถาผู้เบิกบาน
บทที่ 16 ชุนเถาผู้เบิกบาน
บทที่ 16 ชุนเถาผู้เบิกบาน
"ขอเพียงท่านอ๋องทรงช่วยกระหม่อมล้างแค้น ชีวิตของฉู่เหยียนผู้นี้ย่อมเป็นของท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อเห็นเช่นนั้น เจียงเต้าหลี่ก็ประคองฉู่เหยียนให้ลุกขึ้น "ดี ดี... ลุกขึ้นเถิด เก็บข้าวของแล้วกลับไปกับข้า"
ฉู่เหยียนลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น "ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง กระหม่อมได้รับปากท่านหญิงไว้ว่าจะสอนวิชายิงธนูให้นาง ดังนั้น..."
เจียงเต้าหลี่โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "เรื่องเล็กน้อย ให้หรงเอ๋อร์ไปพักที่จวนของข้าสักระยะ เรียนจบเมื่อใดค่อยกลับก็แล้วกัน"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หยางซูก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป "ท่านอ๋อง เช่นนั้นคงไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ! จะให้หรงเอ๋อร์ไปพักที่จวนของท่านอ๋องได้อย่างไร? เรื่องนี้ไม่เหมาะสม ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง"
"ท่านอาหมายความว่าอย่างไรกัน? ไม่ไว้ใจข้าหรือ? ท่านอา ข้าไม่ใช่สัตว์ป่าหน้าขนเสียหน่อย หรงเอ๋อร์เพิ่งจะอายุสิบสองปีเท่านั้นเองนะ"
หยางซูปรายตามองฉู่เหยียนก่อนจะกระซิบข้างหูเจียงเต้าหลี่ "มิใช่ว่ากระหม่อมไม่ไว้ใจท่านอ๋อง แต่ท่านอ๋องก็ทรงทราบดีว่าตระกูลหยางของเราไม่แต่งงานเกี่ยวดองกับราชวงศ์ นี่เป็นคำสอนของบรรพบุรุษทั้งสองตระกูล หรงเอ๋อร์ชมชอบท่านอ๋องมาตั้งแต่เด็ก หากนางไปพักที่จวนของท่านอ๋อง เกรงว่าจะจบไม่สวยแน่พ่ะย่ะค่ะ"
เจียงเต้าหลี่ครุ่นคิดตามและตระหนักว่านั่นคือความจริง ทั้งสองตระกูลไม่อาจเกี่ยวดองกันได้เว้นเสียแต่จะละเมิดคำสอนของบรรพบุรุษ
เจียงเต้าหลี่นึกถึงทางออกที่ประนีประนอมขึ้นมาได้ "เอาเช่นนี้เป็นอย่างไร ให้หรงเอ๋อร์ไปพักที่ตำหนักบูรพา แล้วให้ฉู่เหยียนไปสอนนางที่นั่นวันเว้นวัน วิธีนี้ฉู่เหยียนจะได้มีเวลาอยู่กับน้องสาวมากขึ้นด้วย"
ทั้งสามคนบรรลุข้อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย ท่านหญิงองค์น้อยผู้น่าสงสารที่อยู่ด้านนอกไม่ได้ยินบทสนทนาอย่างชัดเจน และไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองถูกจัดการวางแผนชีวิตให้เสร็จสรรพแล้ว
หลังจากที่เจียงเต้าหลี่กลับมาถึงจวนพร้อมกับฉู่เหยียน เขาก็ได้รับข่าวที่น่าฉงนใจเรื่องหนึ่ง
เขามองชิวหลีที่อยู่เบื้องหน้าพลางเอ่ยถาม "เจ้าว่าอย่างไรนะ? งานฉลองวันเกิดอายุครบสองร้อยปีของจางเหวินเทางั้นหรือ? เขาเชิญตระกูลขุนนางทั้งหมดในเมืองหลวง แถมยังคิดจะเชิญเปิ่นหวังไปด้วยเนี่ยนะ? เขาสติฟั่นเฟือนไปแล้วหรือ?"
ชิวหลียืนยันหนักแน่น "เป็นเช่นนั้นเพคะท่านอ๋อง เทียบเชิญถูกส่งมาถึงแล้ว ท่านอ๋อง จะให้พวกเราเตรียมของขวัญแสดงความยินดีหรือไม่เพคะ?"
เจียงเต้าหลี่แค่นหัวเราะเบาๆ "ช่างประเสริฐแท้ บุตรชายของตนยังถูกขังลืมอยู่ในคุก แต่กลับมีอารมณ์มาจัดงานเลี้ยงวันเกิด? ของขวัญอันใดกัน? ข้าที่เป็นถึงเชื้อพระวงศ์ต้องไปร่วมฉลองวันเกิดให้ขุนนางต้อยต่ำด้วยหรือ? ฝันไปเถอะ! เขาคิดว่าตัวเองเป็นอ๋องเสินอู่ หรือโหวเจิ้นกั๋วกันแน่?"
"ช่างไร้ยางอายสิ้นดี เรื่องผิดปกติเช่นนี้ย่อมต้องมีอะไรทะแม่งๆ ซ่อนอยู่เป็นแน่ ชิวหลี สั่งการให้องครักษ์เสื้อแพรจับตาดูจวนอัครเสนาบดีอย่างใกล้ชิด ข้าอยากจะรู้นักว่าเขากำลังคิดจะก่อเรื่องวุ่นวายอันใด"
ชิวหลียิ้มรับ "แน่นอนว่าท่านอ๋องย่อมเสด็จไปร่วมงานวันเกิดของเขาไม่ได้อยู่แล้วเพคะ แต่สิ่งที่ท่านอ๋องอาจยังไม่ทรงทราบก็คือ ตำแหน่งอัครเสนาบดีแห่งเทียนอู่นั้นมีวาระห้าสิบปี จางเหวินเทาดำรงตำแหน่งมาสองวาระติดต่อกันแล้ว เป้าหมายของเขาในครั้งนี้คงหนีไม่พ้นการสร้างฐานอำนาจเพื่อเตรียมปูทางสู่วาระที่สามเป็นแน่เพคะ"
"ฝันไปเถอะ" เจียงเต้าหลี่กล่าว ก่อนจะหันไปหาฉู่เหยียน "เจ้ามีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง? เราจะปล่อยให้งานวันเกิดครั้งนี้ผ่านไปอย่างราบรื่นไม่ได้เด็ดขาด"
ฉู่เหยียนส่ายหน้า ตอนนี้เขาสิ้นไร้ไม้ตอก ไร้ซึ่งอำนาจและอิทธิพลใดๆ แล้วเขาจะไปทำอะไรได้เล่า?
จู่ๆ เจียงเต้าหลี่ก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา "ฉู่เหยียน ในเมื่อนี่คืองานฉลองอายุครบสองร้อยปีของเขา เจ้าก็ไปสั่งทำโลงศพให้เขาสักโลง แล้วนำไปส่งให้ถึงที่ในวันงานเสียเลยสิ"
เจียงเต้าหลี่มองออกว่าฉู่เหยียนเป็นคนซื่อตรงเกินไป กระทั่งเรื่องการล้างแค้นเขาก็ยังรู้สึกลังเล หากเป็นเจียงเต้าหลี่ล่ะก็ ป่านนี้จวนอัครเสนาบดีคงวุ่นวายจนแทบพลิกแผ่นดินไปนานแล้ว ชายผู้นี้จำเป็นต้องได้รับการขัดเกลาอีกมาก มิเช่นนั้นจะกลายเป็นลูกสมุนที่มีคุณสมบัติคู่ควรได้อย่างไร?
ฉู่เหยียนปฏิเสธพัลวัน "ท่านอ๋อง เรื่องนี้... ต่อให้กระหม่อมมีชีวิตรอดนำไปส่งได้ แต่กระหม่อมจะมีชีวิตรอดกลับมาได้หรือพ่ะย่ะค่ะ?"
เจียงเต้าหลี่วางมือลงบนบ่าของฉู่เหยียน "บอกข้ามาสิ เจ้ากลัวสิ่งใดกัน? ถึงเวลานั้น เจ้าก็แค่ชูป้ายหยกประจำจวนอ๋องเทียนอู่ให้พวกมันดู มาคอยดูกันสิว่ามันจะกล้าแตะต้องเจ้าหรือไม่"
"เจ้าจะมามัวขี้ขลาดตาขาวอยู่ทำไม? นึกถึงบิดาของเจ้า นึกถึงร้อยกว่าชีวิตในตระกูลของเจ้าสิ เจ้าพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่แล้วหรือ? ศัตรูของเจ้ายังคงมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย แถมตอนนี้ยังเตรียมจัดงานฉลองวันเกิดอายุครบสองร้อยปีอีกต่างหาก"
ดวงตาของฉู่เหยียนแดงก่ำเมื่อได้ฟัง เขาสลัดตัวหลุดจากการจับกุมของเจียงเต้าหลี่และคำรามลั่น "กระหม่อมจะพอใจได้อย่างไร?! กระหม่อมแทบอยากจะดื่มเลือดกินเนื้อของมันเสียด้วยซ้ำ! ท่านอ๋องตรัสได้ถูกต้อง กระหม่อมมีสิ่งใดต้องกลัวอีก? กระหม่อมจะไปสั่งทำของขวัญเดี๋ยวนี้เลย!"
ชิวหลีที่เฝ้ามองอยู่ด้านข้างเบิกตากว้าง "ท่านอ๋อง ทำเช่นนี้จะดีหรือเพคะ? หม่อมฉันเกรงว่าเขาอาจจะธาตุไฟแตกซ่านได้นะเพคะ"
เจียงเต้าหลี่ยิ้ม "ข้าทำไปก็เพื่อตัวเขาเองทั้งนั้น หากเขายังขี้ขลาดเช่นนี้แล้วจะล้างแค้นได้อย่างไร? นี่คือความยึดติดในใจของเขา ข้ากำลังช่วยเขาอยู่นะ"
"อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เขากำลังพุ่งชนอยู่เบื้องหน้า พวกเราก็ต้องคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ชิวหลี ส่งข่าวไปถึงอ๋องเสินอู่ โหวเจิ้นกั๋ว และอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของเสด็จพ่อ"
"บอกพวกเขาว่าอย่าไปร่วมงานฉลองวันเกิดนี้ แล้วให้ชุนเถาเดินทางไปที่ตำหนักบูรพา... หืม? ชุนเถาหายไปไหนเสียล่ะ?"
ชิวหลีผายมือทั้งสองข้างออก "ในที่สุดท่านอ๋องก็ตรัสถามถูกคนเสียที ชุนเถาไม่ได้ตามเสด็จเข้าวังไปพร้อมกับท่านอ๋องหรอกหรือเพคะ?"
เจียงเต้าหลี่ตบหน้าผากตัวเอง "แย่ล่ะสิ ข้าลืมนางไปเสียสนิทเลย"
"มิต้องกังวลไปหรอกเพคะท่านอ๋อง ชุนเถาอยู่ในวังย่อมปลอดภัยดี ป่านนี้นางอาจจะกำลังอยู่กับฮองเฮาก็เป็นได้"
เจียงเต้าหลี่พยักหน้า "จริงด้วย เสด็จป้าทรงอยากรับชุนเถาเป็นบุตรบุญธรรมมาหลายครั้งแล้ว คืนนี้นางคงไม่กลับมาแล้วล่ะ"
ทั้งสองคาดเดาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ขณะนี้ชุนเถากำลังเพลิดเพลินกับงานเลี้ยงอาหารเลิศรสในตำหนักของฮองเฮา และฮองเฮากำลังเช็ดเม็ดข้าวที่ติดอยู่มุมปากของนางให้อย่างอ่อนโยน
ฮองเฮาหลินเจียนเจียเอ่ยถาม "ชุนเถา นานแค่ไหนแล้วที่เจ้าไม่ได้กินอิ่มท้องเช่นนี้? เจ้าเด็กนั่นรังแกเจ้าอย่างนั้นหรือ? วันหลังเปิ่นกงจะสั่งสอนเขาเสียหน่อยแล้ว"
"งั่มๆ... ไม่เพคะ ไม่ใช่เลยเพคะฮองเฮา ท่านอ๋องดีต่อหม่อมฉันมาก ช่วงนี้หม่อมฉันแค่ฝึกปรืออย่างหนักก็เลยเจริญอาหารไปหน่อยเท่านั้นเพคะ"
"เช่นนั้นก็ดีแล้ว แต่เหตุใดถึงต้องเหน็ดเหนื่อยฝึกฝนหนักปานนั้นด้วยเล่า? เต้าหลี่ไม่เห็นจำเป็นต้องให้เจ้ามาคอยคุ้มครองสักหน่อย"
ชุนเถาส่ายหน้า "ไม่ใช่เพคะฮองเฮา ท่านอ๋องบอกว่า จะพาหม่อมฉันออกไปเที่ยวเล่นก็ต่อเมื่อหม่อมฉันทะลวงระดับถึงขั้นขุนพลยุทธ์แล้วเท่านั้น ฮองเฮาเพคะ พระองค์ไม่ทรงทราบหรอกว่าท่านอ๋องน่ะพาเที่ยวสนุกมากแค่ไหน!"
หลินเจียนเจียจับประเด็นสำคัญได้ "โอ้? แล้วเขาพาเจ้าไปเที่ยวเล่นที่ใดบ้างล่ะ?"
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ชุนเถาก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที "ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันจะเล่าให้ฟัง... บลาๆๆ..."
หลังจากฟังจนจบ หลินเจียนเจียก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง แต่เมื่อนึกถึงข้อเท็จจริงที่ว่าในอนาคตชุนเถาคงไม่อาจหลุดรอดเงื้อมมือของเขาไปได้ นางก็แทบอยากจะจับตัวเจียงเต้าหลี่มาโบยสักร้อยไม้ให้รู้แล้วรู้รอด
สาเหตุที่ฮองเฮาทรงดีต่อชุนเถามากถึงเพียงนี้ เป็นเพราะบิดาของชุนเถาเคยช่วยชีวิตฮองเฮาเอาไว้ในอดีต มิเช่นนั้นชุนเถาก็คงไม่กลายเป็นเด็กกำพร้าดังเช่นทุกวันนี้
เดิมทีฮองเฮาตั้งพระทัยจะรับชุนเถาเป็นบุตรบุญธรรม ทว่าก่อนที่พระองค์จะได้ลงมือทำสิ่งใด เด็กสาวก็ถูกส่งตัวไปยังจวนอ๋องเทียนอู่เสียแล้ว นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าเหตุใดเจียงเต้าหลี่ถึงได้หวาดกลัวทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับฮองเฮา
และก็เป็นไปตามคาด ชุนเถาค้างคืนที่ตำหนักของฮองเฮา กว่าฮ่องเต้จะเสด็จมาถึง ประตูตำหนักก็ปิดลงเสียแล้ว ฮ่องเต้ทรงบ่นพึมพำกับฉางกงกงว่า "เจ้าเด็กนั่นอบรมสั่งสอนสาวใช้ของตัวเองอย่างไรกัน? เหตุใดนางถึงได้วิ่งเข้าออกวังหลวงเป็นว่าเล่นเช่นนี้?"
ฉางกงกงจะพูดอะไรได้เล่า? เขาทำได้เพียงยิ้มรับเท่านั้น มีเพียงฮ่องเต้เท่านั้นที่กล้าตำหนิติเตียนอ๋องเทียนอู่ได้ หากเป็นผู้อื่นล่ะก็ คงได้ถูกล้างบางทั้งโคตรตระกูลเป็นแน่!
ณ จวนอ๋องเทียนอู่
เจียงเต้าหลี่แทบจะอ้าปากค้างเมื่อได้ยินรายงานของฉู่เหยียน
"ฉู่เหยียน นี่เจ้าหมายความว่าเจ้าสั่งทำโลงศพถึงสามสิบหกโลงเลยงั้นหรือ?"
"พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง กระหม่อมสืบสวนมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ตระกูลจางมีสายเลือดหลักทั้งหมดสามสิบหกคน และยังมีสายรองอีกมากมาย ท่านอ๋อง หรือว่าจำนวนแค่นี้ยังไม่พอ? ให้กระหม่อมสั่งเพิ่มอีกดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"
เจียงเต้าหลี่ตบบ่าฉู่เหยียน "พอแล้วๆ แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ หากเจ้าสั่งทำมากกว่านี้ ข้าเกรงว่าเจ้าคงจะไม่ได้มีชีวิตรอดกลับมาจริงๆ น่ะสิ"
ฉู่เหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "วางพระทัยเถิดพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง เรื่องทั้งหมดนี้จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับจวนอ๋องอย่างแน่นอน"
เจียงเต้าหลี่ส่ายหน้า "ไม่ๆๆ ฉู่เหยียน เจ้าต้องจำเอาไว้ให้ขึ้นใจว่าชีวิตของเจ้าคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เข้าใจหรือไม่? อีกอย่าง ข้าก็ไม่ได้กลัวว่าเขาจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว"
ฉู่เหยียนพยักหน้าอย่างแรงเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาเข้าใจอย่างถ่องแท้ จากนั้นก็รีบพุ่งตัวออกไปบำเพ็ญเพียรในทันที!
เจียงเต้าหลี่ครุ่นคิดอยู่ในใจว่าปัญหาเรื่องผู้มีโชคชะตาคนนี้ได้รับการคลี่คลายอย่างสมบูรณ์แล้ว แล้วเขาจะไปตามหาคนต่อไปจากที่ใดกันเล่า?