- หน้าแรก
- ฉันอยู่ในเรื่องยอดนักสืบจิ๋วโคนัน แต่มีระบบเกมทนายฟ้าประทาน
- บทที่ 33 เหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน
บทที่ 33 เหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน
บทที่ 33 เหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน
บทที่ 33 เหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน
น้ำเสียงนั้น...ทาคานากะไม่คุ้นเคยเลยสักนิด
อย่างน้อยก็ในความทรงจำปัจจุบันของเขา...ไม่มีเจ้าของเสียงนี้ปรากฏอยู่เลย
เขาหันศีรษะไปมองต้นกำเนิดเสียง
เธอเป็นหญิงสาวสวยคนหนึ่งในชุดลำลอง
(ไม่รู้จักสักนิด...แต่ทำไมถึงรู้สึกคุ้นตาขนาดนี้นะ?)
(หรือจะเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับ 'คดีนั้น' เมื่อสามปีก่อน... ในช่วงความทรงจำของฉันที่หายไป!?)
ดวงตาของทาคานากะเต็มไปด้วยความสับสน
นักสืบโมริและสารวัตรเมงุเระสบตากัน
ถึงแม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...แต่ก็เป็นการดีที่สุดที่จะไม่เข้าไปรบกวนทั้งสองคนในตอนนี้
ทั้งสองจึงแสร้งทำเป็นกอดคอกันเดินไปสมทบกับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ เพื่อรวบรวมคำให้การจากพยานคนอื่นต่อ
“จำฉันไม่ได้แล้วเหรอคะ? ฉันก็นึกว่าคุณจะจำได้เสียอีก...”
หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงผิดหวังเล็กน้อย
ในขณะนั้น...โคนันที่เพิ่งสลัดการเกาะติดของรันมาได้ก็เดินมุ่งหน้ามาทางนี้
เขาตั้งใจจะมาสืบสภาพที่เกิดเหตุเพิ่มเติม แต่กลับต้องชะงักเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
(หือ...อะไรกัน? ยัยหมอนั่นยืนคุยกับอิจิโกะอยู่งั้นเหรอ?)
(หรือว่าสองคนนี้จะรู้จักกันอยู่แล้ว? ที่ฉันระแวงไปก่อนหน้านี้คือเสียเที่ยวเหรอเนี่ย?)
โคนันถอนหายใจพลางก้มมองหน้าจอมือถือที่มีชื่อ [คุณหมออาไซ] ค้างอยู่ใน LINE
ใจหนึ่งก็อยากจะลบออกแต่อีกใจก็อยากรู้ว่าทั้งคู่กำลังคุยเรื่องอะไรกันแน่
ตึก... ตึก...
แม้โคนันจะพยายามย่องให้เบาที่สุดแต่ทาคานากะก็ยังสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน
สายตาหันไปมอง "เจ้าหนูยมทูต" แวบหนึ่ง...ก่อนจะหันกลับมาคุยกับสาวน้อยตรงหน้า
“ขอโทษทีครับ...พอดีผมเพิ่งประสบอุบัติเหตุเมื่อไม่นานมานี้...ทำให้ความทรงจำบางส่วนมันขาดๆหายๆไปน่ะ”
"เพราะฉะนั้นที่ผมทำท่าเหมือนจำคุณไม่ได้ไม่ใช่เพราะลืม...แต่เพราะในตอนนี้ผม 'ไม่รู้จัก' คุณเลยต่างหาก"
“พอจะช่วยแนะนำตัวอีกครั้งได้ไหมครับ?”
คำพูดของทาคานากะไปถึงหูของ 'หญิงสาว' ที่อยู่ตรงหน้าเขา
เธอชะงักไปครู่ใหญ่ด้วยความแปลกใจ
ทนายความคนนี้...คนที่เคยกัดไม่ปล่อยจนถึงขั้นแอบสืบสวนในช่วงพักพิจารณาคดี จนโดนถังดับเพลิงฟาดเข้าที่ท้ายทอยอย่างจัง
แต่ยังฮึดลุกขึ้นมาว่าความต่อได้...ร่างกายปีศาจขนาดนั้น อุบัติเหตุแบบไหนกันที่ทำให้เขาเสียความทรงจำได้?
หญิงสาวส่ายศีรษะอย่างหมดหวังและแนะนำตัวอีกครั้ง
"ฉันชื่อ อาไซ นารุมิ ค่ะ เป็นพยานในคดีลักลอบขนยาเสพติดที่เกาะสึกิคาเงะเมื่อสามปีก่อน"
"เพราะคุณแท้ๆเชียว! จากเดิมที่ฉันควรจะได้ใบประกอบวิชาชีพแพทย์มาตั้งนานแล้ว แต่เพราะคดีนั้น...ฉันจึงต้องเรียนซ้ำสองปีและเพิ่งจะมาจบการศึกษาเอาป่านนี้นี่แหละค่ะ"
(อาไซ นารุมิ...? ชื่อคุ้นหูเป็นบ้าเลยแฮะ)
ทาคานากะลูบคางและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ทันใดนั้น! เหงื่อเย็นๆก็เริ่มไหลซึมตามไรผม...เขาเอื้อมมือไปปาดหน้าผากโดยไม่รู้ตัว
อะไรนะ!? อาไซ นารุมิ!? เกาะสึกิคาเงะ!?
“อาไซ นารุมิ!? เธอยังไม่ตายงั้นเหรอ!?”
ทาคานากะอุทานออกมา
"...?"
อาไซ นารุมิทำหน้าเหวอ
เธอพองแก้มมือเท้าสะเอวและจ้องทาคานากะด้วยสายตาเขียวปัด
“ไร้น้ำใจเกินไปหรือเปล่าคะ!? กับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันสามปี...นี่คือท่าทีที่ควรแสดงออกงั้นเหรอ!?”
“ขอโทษทีนะคะที่ยังไม่ตาย! ฉันมีเหตุผลอะไรที่ 'ต้องตาย' ด้วยหรือไงคะ!?”
“อ๊ะ... เปล่าครับๆ ไม่ใช่แบบนั้น ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น!”
เมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดออกไปทาคานากะจึงลูบหลังศีรษะพร้อมกับยิ้มอย่างเขินอาย
เหตุผลที่เขาประหลาดใจที่อาไซ นารุมิยังมีชีวิตอยู่ก็เพราะเขายังจำเนื้อเรื่องช่วงแรกๆ ของโคนันได้บ้าง
คดีฆาตกรรมเปียโนโซนาต้า "แสงจันทร์" เป็นผลงานยุคแรกๆที่โด่งดังของโคนันและเคยถูกนำมาสร้างใหม่ครั้งหนึ่งด้วย
อาไซ นารุมิที่ยืนอยู่ตรงหน้าทาคานากะคือฆาตกรต่อเนื่องในคดีเปียโนโซนาต้า "แสงจันทร์"!
หลังจากเกิดเหตุฆาตกรรมหลายคดีบนเกาะสึกิคาเงะโคนันก็สามารถเดาตัวตนที่แท้จริงของอาไซ นารุมิได้
ตามเนื้อเรื่องเดิม...นารุมิควรจะจบชีวิตตัวเองด้วยการเผาตัวตายในหอประชุมเกาะสึกิคาเงะ...แม้ว่าโคนันจะคาดการณ์เรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าและรีบไปยังหอประชุมแต่เขาก็ไม่สามารถช่วยอาไซ นารุมิไว้ได้
เหตุการณ์นั้นเองที่กลายเป็นบาดแผลลึกในใจของโคนัน...ทำให้โคนันเปลี่ยนมุมมองจากการเป็นนักสืบที่ "ไล่ต้อนฆาตกร" มาเป็นนักสืบที่ "ปกป้องชีวิตแม้แต่ฆาตกร" เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
คดีฆาตกรรมเปียโนโซนาต้า "แสงจันทร์" เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในความคิดของโคนัน
หลังจากคดีนี้...โคนันไม่มองคดีฆาตกรรมเป็นเกมปริศนาหรือการแสดงความสามารถของนักสืบอีกต่อไป
(อาไซ นารุมิ คือพยานปากสำคัญในคดีของอิจิโกะ ทาคานากะ เมื่อสามปีก่อนงั้นเหรอ...)
โคนันได้ยินบทสนทนาระหว่างทาคานากะและนารุมิทำให้เขาเริ่มนึกถึงข้อมูลจากบันทึกศาลของทาคานากะเมื่อสามปีก่อนที่เขาเคยค้นหาในอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลเฉพาะเจาะจงในบันทึกคดีนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด...โคนันอาศัยเส้นสายของพ่อจึงสามารถขอรับบันทึกคดีโดยละเอียดและได้รู้ถึงสถานการณ์เบื้องหลัง!
(เป็นเพราะการปรากฏตัวของอาไซ นารุมิ....อิจิโกะถึงได้ตัดสินใจ 'หักหลัง' ลูกความตัวเองในวันสุดท้ายของการพิจารณาคดี....พลิกหลักฐานทั้งหมดว่าจำเลยบริสุทธิ์ให้กลายเป็นการพิสูจน์ความผิดของจำเลยแทน)
(ผลที่ตามมาคือสถานะของสำนักงานมุโคเก็นตกต่ำลงอย่างมากและอิจิโกะนักกฎหมายดาวรุ่งก็หายไปจากบัลลังก์ศาล... นี่คือจุดพลิกผันแห่งโชคชะตาของเขา!)
โคนันดันแว่นขึ้นพลางถอนหายใจ...เขารู้ว่าทาคานากะเป็นคนแบบไหน
ในสายตาของอิจิโกะศาลคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ความชั่วร้ายห้ามหลุดลอดไปได้ หากเขาพบว่าตนเองถูกหลอกลวงและลูกความมีความผิดจริง...เขาจะกลายเป็นเพชฌฆาตที่ส่งลูกความเข้าคุกด้วยมือของตัวเองทันที!
หากใครเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตัวเองอย่างแน่วแน่อิชิโกะ ทาคานากะคือทนายความที่ดีที่สุด
แต่หากใครมีประวัติด่างพร้อย...ดาบสองคมนี้ก็จะย้อนมาแทงหัวใจของตัวเอง
“...เอาเป็นว่า เรื่องเมื่อสามปีก่อนเอาไว้คุยกันหลังจบงานนี้แล้วกันนะครับ”
“การปล่อยเวลาทิ้งไว้แม้แต่วินาทีเดียว...โอกาสที่เบาะแสจะเลือนหายไปก็เพิ่มขึ้น จริงไหมครับ?”
เขาชำเลืองมองโคนันที่แอบมุดเข้าไปในห้องมิกซ์เสียงชั้น 4 อย่างเงียบๆ
เนื่องจากโคนันได้เริ่มการสืบสวนไปแล้ว...เขาจึงจำเป็นต้องเริ่มลงมือแล้วเช่นกัน
เพราะเขารู้ตัวดีว่าทักษะการสังเกตการณ์ของเขาอยู่ในระดับคนธรรมดา
แต่สิ่งที่เขาถนัดที่สุดคือการ "ข่มขวัญและรีดคำให้การ" ต่างหาก!
ในการคลี่คลายคดีจำเป็นต้องตรวจสอบทั้งคำให้การและหลักฐานของโคนันไปพร้อมๆกัน
“ค่ะ ตกลงตามนั้น”
นารุมิยอมรับอย่างว่าง่าย
ทาคานากะพยักหน้าเล็กน้อย...ก่อนจะเดินไปหาสารวัตรเมงุเระ
"...ขอยืนยันอีกครั้งนะครับ...คุณอายาโกะ...คุณมั่นใจใช่ไหมว่าคุณอิจิโกะ ทาคานากะออกจากห้องบันทึกเสียงไปอย่างรีบร้อนในขณะที่กำลังเริ่มเปิดวิดีโอสั้นสินะครับ?"
สารวัตรเมงุเระถามอายาโกะผู้ช่วยพิธีกร...
อายาโกะพยักหน้าโดยไม่ลังเลจากนั้นเธอก็เสริมด้วยความลังเลเล็กน้อย
“เอ่อ... แต่คุณมัตสึโอะเองก็ขอตัวออกไปข้างนอกในช่วงเวลานั้นประมาณ 3 นาทีครึ่งเหมือนกันนะคะ”
“แต่... เวลาสั้นแค่นั้น การจะวิ่งจากห้องส่งชั้น 9 ลงมาฆ่าคนถึงชั้น 4 มันทำไม่ได้หรอกใช่ไหมคะ?”
ทาคานากะกำลังจะขัดจังหวะแต่ก็ได้ยินเสียงของโคโกโร่เสียก่อน
“ก็ไม่แน่หรอกครับ! เท่าที่ผมรู้มาคุณมัตสึโอะเคยเป็นตำรวจสายสืบมาก่อน...รู้วิธีใช้อาวุธปืนอยู่แล้ว!”
"ส่วนเจ้าหนูอิจิโกะปืนยังไม่เคยจับด้วยซ้ำ! จะเอาปัญญาที่ไหนไปฆ่าคนกัน!? คนร้ายต้องเป็นมัตสึโอะชัวร์ป้าบ!!"
สีหน้าของนักสืบโมริจริงจังมากเป็นครั้งแรกจนทำให้ทาคานากะซึ่งเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรกรู้สึกตกใจ
ดูท่าทาง 'โคโกโร่ตัวจริง' จะเริ่มเครื่องร้อนเต็มที่แล้วแฮะ!
(จบตอน)