เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 ทาคานากะก็เป็นผู้ต้องสงสัยเช่นกัน!

บทที่ 32 ทาคานากะก็เป็นผู้ต้องสงสัยเช่นกัน!

บทที่ 32 ทาคานากะก็เป็นผู้ต้องสงสัยเช่นกัน!


บทที่ 32 ทาคานากะก็เป็นผู้ต้องสงสัยเช่นกัน!

— — — — 13 เมษายน เวลา 20:50 น. — — — —

— — — — สถานีโทรทัศน์โยมิอุริ ชั้น 4 ห้องมิกซ์เสียง — — — —

สารวัตรเมงุเระจ้องมองเทปตำรวจที่ล้อมปิดห้องมิกซ์เสียง

เขาหันศีรษะมามองโคโกโร่ด้วยสีหน้าครุ่นคิด...เมื่อซาโตะ มิวาโกะมาถึงชั้นสี่พร้อมกับนักสืบโมริและคนอื่นๆ

โคโกโร่รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยกับสายตาที่มองมาและรู้สึกอึดอัดไปทั่วทั้งตัว

“สารวัตรเมงุเระ! มองผมแบบนั้นทำไมครับ? หรือคุณสงสัยว่าผมเป็นคนร้าย!?”

“บอกไว้ก่อนนะ! ไม่ว่าคดีจะเกิดขึ้นตอนไหนผมก็มีหลักฐานยืนยันว่าผมไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ!”

โคโกโร่ประกาศกร้าวพลางเดินนำเข้าไปที่หน้าห้องมิกซ์เสียง

เขาหันศีรษะและสังเกตเห็นทันทีว่าทาคานากะกำลังยืนมองอยู่ข้างๆร่างของมิชิฮิโกะ

(ไอ้หนูอิจิโกะชิ่งหนีออกมาก่อนที่แท้ก็แอบมาสืบคดีเองนี่นา!)

(หนอย... สารวัตรนะสารวัตร! ให้อิจิโกะเข้ามาช่วยก่อนงั้นเหรอ!?)

(ไม่ยอมเรียกยอดนักสืบโมริ โคโกโร่ คนนี้!...ความสัมพันธ์ของเรามันจืดจางลงแล้วสินะ)

ลุงโมริได้แต่คิดฟุ้งซ่านพร่ำเพ้อในใจ

สารวัตรเมงุเระตบไหล่ลุงโมริเบาๆ...ก่อนจะลากไปคุยข้างๆด้วยน้ำเสียงมีเลศนัย

“โมริคุง...ทำไมคดีคราวนี้ถึงมีเธออยู่ในที่เกิดเหตุอีกแล้วล่ะเนี่ย? ฉันล่ะเจอเธอในที่เกิดเหตุบ่อยจนน่าตกใจจริงๆนะ!”

“ตอนแรกฉันก็คิดว่าเป็นปัญหาของอิจิโกะคุง....แต่พอดูดีๆแล้วคนที่ดวงซวย (หรือเป็นตัวซวย) จริงๆน่าจะเป็นเธอมากกว่านะเนี่ย!”

“…?”

โมริ โคโกโร่ ถึงกับทำหน้าเหวอ

สารวัตรหมายความว่ายังไงที่เห็นฉันอยู่แต่ในที่เกิดเหตุ!? ปกติคุณกับผมก็แทบไม่ได้เจอกันที่อื่นนอกจากที่เกิดเหตุอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ!!!

ลุงโมริปัดมืออย่างรำคาญใจไม่อยากคุยเรื่องนี้ต่อ

“ผมเป็นยอดนักสืบนะครับ! จะมาบอกว่าผมดวงซวยได้ยังไง!?”

“คนที่อยู่ทุกที่เกิดเหตุจริงๆน่ะมันเจ้าหนูโคนัน...หือ? โคนัน?”

ลุงโมริฉุกคิดขึ้นมาได้

เวรละ!...หรือเจ้าหนูนั่นจะเป็นเครื่องจักรผลิตความซวยเคลื่อนที่จริงๆฟะ!? ไปที่ไหนมีคนตายที่นั่น!

เห็นทีต้องหาเวลาติดต่อพ่อแม่ให้มารับกลับไปจริงๆแล้วสิ!

ทิ้งลูกไว้บ้านคนอื่นตั้งนานไม่ยักษ์กะโทรมาถามไถ่สักคำ!...

“ลุงโมริมาแล้วเหรอครับ?”

เมื่อสังเกตเห็นบทสนทนาด้านหลังทาคานากะจึงหันศีรษะมา

คราวนี้แววตาของเขามีความจริงจังและเคร่งขรึมเป็นอย่างมาก

แตกต่างจากท่าทีร่าเริงสดใสของเขาอย่างสิ้นเชิง

ลุงโมริซึ่งถูกทาคานากะมองอยู่ก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที

เขาคือนักสืบชื่อดังโมริ โคโกโร่เขาจะยอมให้ดาวรุ่งพุ่งแรงมาบดบังรัศมีไม่ได้เด็ดขาด!

ปล่อยไก่มาสองคดีแล้ว...คราวนี้แหละถึงเวลาโชว์พลังของยอดนักสืบนิทราตัวจริง!

มีคนเห็นโคโกโร่กำลังยกเทปที่ตำรวจกั้นไว้แล้วเดินเข้าไปในห้องมิกซ์เสียง

เขากวาดสายตามองการตกแต่งและสภาพการณ์ภายในห้องอย่างรวดเร็ว

สิ่งแรกที่สะดุดตาที่สุดคือ "รอยเลือด" นั่นเอง

ที่หน้าต่างมีคราบเลือดขนาดใหญ่ไหลหยดลงมา...ซึ่งเป็นร่องรอยที่ผู้ตายทิ้งไว้อย่างไม่ต้องสงสัย

นอกจากนี้...ยังพบ "รอยกระสุน" หลายรูบบนภาพวาดฝาผนังและกำแพงห้อง

ร่องรอยที่หลงเหลืออยู่จากการยิงแบบสะเปะสะปะอย่างชัดเจน

นักสืบโมริขยับเข้าไปใกล้ศพของมิชิฮิโกะมากขึ้นอีกนิด

เขาใช้มือลูบคางพลางเผยความสามารถที่แท้จริงออกมา

(อืม... ไม่ต้องสงสัยเลย...นี่คือคดีฆาตกรรมด้วยอาวุธปืน!)

(อาวุธสังหารน่าจะเป็นปืนพกกระบอกนี้ที่วางอยู่ข้างๆมิชิฮิโกะ)

(เมื่อพิจารณาร่วมกับหลักฐานในที่เกิดเหตุ....สถานการณ์ก็ชัดเจนแจ่มแจ้งมาก!)

เบาะแสทุกอย่างร้อยเรียงกันเป็นภาพในหัวของโคโกโร่

เขามองไปที่ทาคานากะด้วยความมั่นใจอย่างยิ่ง แล้วพูดว่า...

“ผมรู้ความจริงของคดีนี้แล้ว!”

“อะไรนะ!?” ทาคานากะรู้สึกตกใจอย่างมาก

“อะไรนะ!?” สารวัตรเมงุเระสำลักน้ำลาย

“อะไรนะ!?” แม้แต่ลุงโมริเองก็ตกใจตัวเองจนหน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง

“.....?...ลุงจะตกใจทำไมละ! ก็คุณลุงเป็นคนพูดเองไม่ใช่เหรอ!?”

ทาคานากะถามอย่างเอือมระอาพลางมองไปที่ประตู

เขานึกในใจว่าเจ้าหนูยมทูตก็ไม่ได้อยู่ที่ประตูนี่นา...เป็นไปไม่ได้ที่โคนันจะใช้เครื่องเปลี่ยนเสียงเลียนเสียงลุงโมริ...

โคโกโร่เกาหัวอย่างเขินอายพลางพูดว่า

“แหะๆ...ฉันแค่ตกใจที่ทั้งสองคนทำท่าเหมือนเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ฉันจะรู้ความจริงน่ะสิ”

“ฉันเป็นยอดนักสืบนะครับจำได้ไหม? คดีนี้ยังไม่ทำให้รู้สึกง่วงเท่านั้นเอง!”

สารวัตรเมงุเระส่ายหัว

ที่จริงแล้ว...ช่วงที่ผ่านม นักสืบโมริดูมีพลังงานเต็มเปี่ยมไม่มีทีท่าว่าจะง่วงนอนเลย

นั่นแหละปัญหา...นักสืบโมริที่ไม่หลับ... มักจะให้คำตอบที่ผิดเสมอ!

เป็นไปได้ไหมว่าทนายทาคานากะตั้งใจจะใช้โมริคุงพูดเพื่อ 'คัดตัวเลือกที่ผิด' ออกไปก่อน? โหดเหี้ยมจริงๆ!

“คนร้ายต้องบุกเข้ามาทางประตูห้องมิกซ์เสียงแน่ๆ!”

ลุงโมริเริ่มวิเคราะห์

“เขาเล็งปืนพกไปที่เหยื่อ...จากนั้นบังคับเหยื่อไปที่หน้าต่าง...ก่อนจะลั่นไกสังหาร!”

“ดูสิ! รอยกระสุนบนตัวเหยื่อกับกองเลือดบนหน้าต่าง มันพิสูจน์เรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน!”

นักสืบโมริวิเคราะห์แล้ว

“ยิ่งไปกว่านั้น! ฝีมือการยิงของฆาตกรต้องแย่มาก...วิถีกระสุนถึงได้กระจัดกระจายไปทั่วกำแพงแบบนั้น”

“ยิงพลาดไปตั้งหลายนัดกว่าจะโดนเป้าหมาย!”

สารวัตรเมงุเระพยักหน้าหลายครั้งเมื่อได้ยินเช่นนั้น

ทาคานากะที่ยืนอยู่ใกล้ๆลูบคางตัวเองอยู่กลับรู้สึกว่ามีบางอย่างขัดแย้งกัน

เขาคิดว่าฆาตกรน่าจะยิงปืนในโกดังเก็บอุปกรณ์ประกอบฉากบนชั้น 7

แต่ว่าทำไมถึงมีรอยกระสุนมากมายในห้องมิกซ์เสียงและทำไมเหยื่อถึงตายในลักษณะที่ทิ้งรอยเลือดไว้บนหน้าต่าง?

ถ้าเหยื่อโดนยิงจนกระเด็นไปพิงหน้าต่างแล้วค่อยๆทรุดลงมา...รอยเลือดที่ไหลลงมาก็ดูสมเหตุสมผล...แต่ทริคมันจะง่ายแบบนั้นจริงเหรอ?

“สารวัตรเมงุเระเหตุการณ์ยิงกันเกิดขึ้นที่ชั้น 4 น่าจะมีเสียงดังมาก...พนักงานที่อยู่ชั้น 4 น่าจะได้ยินเสียงปืนแล้วมาพบศพจนต้องแจ้งตำรวจใช่ไหมครับ?”

โคโกโร่เมื่อเห็นว่าทาคานากะยังคงเงียบอยู่...ก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าการคาดเดาของเขานั้นถูกต้อง

เขาทำการวิเคราะห์ต่อไปด้วยท่าทีลำพองใจ...จากนั้นก็เห็นทั้งทาคานากะและสารวัตรเมงุเระจ้องมองมาที่เขาโดยไม่พูดอะไรสักคำ

“มะ... มองผมทำไม!? ผมพูดผิดตรงไหนเหรอ!?”

นักสืบโมริรู้สึกงุนงง

“ตอนเกิดเหตุไม่มีพนักงานคนไหนอยู่ที่ชั้น 4 ครับ เพราะเหยื่อสั่งให้ทุกคนออกไปให้หมดเพราะต้องการความเป็นส่วนตัว”

“และคนที่พาพนักงานรักษาความปลอดภัยมาที่นี่จนเจอศพและแจ้งตำรวจ...ก็คือผมเองครับ!”

คำพูดของทาคานากะทำเอาลุงโมริช็อกจนตาค้าง

ลุงโมริกลืนน้ำลายพลางชี้นิ้วไปที่ทนายหนุ่มและตะโกนด้วยความตกใจ

“งั้นก็หมายความว่า... แกเองก็มี 'เวลาลงมือ' และมี 'แผนร้าย' ด้วยงั้นเรอะ!?”

“ถูกต้องครับ...ผมเองก็มีช่วงเวลาที่ไม่มีใครเห็นตัวอยู่พักหนึ่งเพราะฉะนั้นในทางทฤษฎี...ผมก็คือหนึ่งในผู้ต้องสงสัยครับ”

ทาคานากะยืนยันคำพูดของลุงโมริอย่างหน้าตาเฉย...เขาประเมินแล้วว่าที่นี่คงไม่มีเบาะแสอะไรให้เก็บเพิ่มในตอนนี้.....จึงหันไปหาสารวัตรเมงุเระ

“ผมต้องการพบพนักงานในห้องส่งทุกคน...รวมถึงแขกรับเชิญที่ถูกเชิญมาออกรายการในคืนนี้ด้วยครับ!”

“ผมต้องการฟังคำให้การของพวกเขา!”

สารวัตรเมงุเระไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ...เขาจึงพยักหน้าตกลง

ทั้งสามคนเดินฝ่าแนวเทปของตำรวจในห้องมิกซ์เสียงและออกมายังทางเดินที่กว้างขวางขึ้น

ทว่า...ทันทีที่ก้าวเท้าออกมาโถงทางเดินและเผชิญหน้ากับผู้คนที่มารวมตัวกัน

เสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาดก็ดังขึ้นจากข้างตัวของทาคานากะ

“คุณทนายทาคานากะ...ไม่เจอกันสามปีแล้วนะ...ช่วงนี้สบายดีไหมครับ?”

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 32 ทาคานากะก็เป็นผู้ต้องสงสัยเช่นกัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว