- หน้าแรก
- มหาเศรษฐี จากดาวรุ่งวอลล์สตรีทสู่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งอเมริกา
- บทที่ 20 พ่อของเทย์เลอร์ สวิฟต์
บทที่ 20 พ่อของเทย์เลอร์ สวิฟต์
บทที่ 20 พ่อของเทย์เลอร์ สวิฟต์
บทที่ 20 พ่อของเทย์เลอร์ สวิฟต์
สกอตต์เดินตรงไปที่โซฟา หรี่ตาลงเล็กน้อย ง้างมือขึ้น เล็งไปที่ชายผมบลอนด์ที่กำลังหลับสนิท
"เพียะ!" เสียงดังฟังชัด
ฝ่ามือฟาดเข้าที่ก้นของชายผิวขาวผมบลอนด์อย่างจัง
"FXXK! the FXXK!!! &%*...."
เสียงสบถเป็นภาษาอังกฤษรัวเป็นชุดดังขึ้น คนที่โดนฟาดอย่างแรงตอนกำลังฝันหวาน
เด้งพรวดขึ้นมาจากโซฟาทันทีพลางแยกเขี้ยวด้วยความเจ็บปวด
แต่พอเห็นชัดๆ ว่าคนที่ตีตัวเองคือสกอตต์ที่กำลังยืนยิ้มแฉ่งอยู่
หมอนี่ก็หยุดพ่นคำหยาบทันที เอามือลูบก้นปอยๆ แล้วบ่นอุบอิบว่า
"บอส มาก็มาสิครับ อ่อนโยนกว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอ?
ผมเพิ่งจะได้นอนไปแค่สองชั่วโมงเอง ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปผมได้ไหลตายแน่ๆ"
เมื่อได้ยินคำพูดของชายคนนั้น สกอตต์ก็ขมวดคิ้ว
"คินสลีย์ ถ้าไม่ไหวก็ลาพักร้อนซะสิ"
"ไม่เอาหรอกบอส ผมรักบริษัท ผมรักงานของผม"
ชายผิวขาวผมบลอนด์ลูบหน้าตัวเอง พยายามตีหน้าให้ดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
สกอตต์ปรายตามองเขา ก่อนจะหันไปทางเคนที่ยืนแอบขำอยู่ข้างๆ
"หมอนี่เป็นอะไรไป"
เคนลูบหน้า พยายามกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ
"แอนเดรียใกล้จะคลอดเต็มทีแล้วครับ ช่วงนี้เลยอารมณ์ร้าย แถมยังขี้ระแวงสุดๆ ทำเอาคุณคินสลีย์ สวิฟต์ ของเราปวดหัวตึ๊บเลย
งานนี้ตอนแรกผมกะจะไม่ให้เขาเข้ามายุ่ง ให้ไปคอยดูแลแอนเดรียดีๆ แต่เขาดึงดันจะเข้าร่วมให้ได้ครับ"
"พรืด" สกอตต์หลุดขำออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของเคน
เขารู้ดีว่าอารมณ์ร้ายและความขี้ระแวงของแอนเดรียนั้นเป็นยังไง
ถึงจะยังไม่ถึงขั้นใช้ความรุนแรงในครอบครัว แต่มันก็ใกล้เคียงแล้วล่ะ
"บอส" คินสลีย์มองสกอตต์ที่กำลังหัวเราะเยาะอย่างจนปัญญา
"โอเคๆ ฉันไม่ขำแล้ว" สกอตต์ทำแบบเดียวกับเคน คือเอามือลูบหน้าเพื่อกลั้นขำ ก่อนจะปั้นหน้าขรึมพูดอย่างจริงจังว่า
"ถึงแอนเดรียจะทำเกินไปหน่อย แต่ตอนนี้ก็ท้องแก่ใกล้คลอดแล้ว
นายก็ควรจะดูแลเธอให้มากหน่อย เกิดมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา นายจะมานั่งเสียใจทีหลังไม่ได้นะ
แถมเทย์เลอร์เองก็ต้องการคนดูแลด้วย"
คินสลีย์ สวิฟต์... เทย์เลอร์...
คิดว่าหลายคนคงเดาออกแล้วว่าเขาคือใคร
ถูกต้องแล้ว สกอตต์ คินสลีย์ สวิฟต์ พ่อบังเกิดเกล้าของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกในอนาคตนั่นเอง
ตอนแรกสกอตต์ก็ไม่รู้หรอก เดิมทีคินสลีย์เป็นเพียงผู้จัดการพอร์ตการลงทุนของเมอร์ริล ลินช์ ที่คอยประสานงานให้กับสกอตต์และเคนเท่านั้น
ถึงแม้เขาจะไม่ได้มีเซนส์ความไวต่อตลาดอยู่ในระดับดีเลิศ แต่เขามีทักษะการปฏิบัติงานที่ยอดเยี่ยมและมีมนุษยสัมพันธ์เป็นเลิศ
นั่นทำให้สกอตต์และเคน สองคนที่ไม่ค่อยสันทัดเรื่องการเข้าสังคม เกิดความคิดที่จะดึงตัวเขามาทำงานด้วย ดังนั้นเมื่อปีที่แล้ว หลังจากที่สตาร์ไฟร์ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น เคนจึงส่งคำเชิญให้กับคินสลีย์ด้วยข้อเสนอค่าเหนื่อย 2,000,000 ดอลลาร์ต่อปี
ดังนั้น เมื่อเทียบกับรายได้ 1,200,000 ดอลลาร์ต่อปีที่เมอร์ริล ลินช์ ข้อเสนอ 2,000,000 ดอลลาร์จึงมัดใจคินสลีย์ได้สำเร็จ เขาจึงตัดสินใจย้ายมาร่วมงานกับสตาร์ไฟร์ในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายประสานงานกับบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำต่างๆ
หลังจากเข้ามาทำงาน มีอยู่วันหนึ่งที่บ้านไม่มีคนอยู่ เขาเลยพาเทย์เลอร์ลูกสาววัยเตาะแตะมาทำงานด้วย สกอตต์ถึงได้รู้ว่าเขาคือพ่อของเทย์เลอร์ สวิฟต์ และแม่หนูน้อยที่กำลังคลานเตาะแตะอยู่บนพื้นคนนั้น ก็คือซูเปอร์สตาร์ระดับโลก เทย์เลอร์ สวิฟต์
ส่วนเหตุผลที่ไม่ได้เรียกเขาว่าสกอตต์ แต่เรียกว่าคินสลีย์นั้น ก็เพียงเพื่อให้คนในบริษัทแยกแยะได้ง่ายๆ ตอนนี้มันกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว และตัว คินสลีย์ สวิฟต์ เองก็ยินดีรับชื่อนี้ด้วย
"ผมรู้ครับ ผมจ้างพี่เลี้ยงเพิ่มอีกสองคนมาช่วยดูเทย์เลอร์กับแอนเดรียแล้ว ขอให้ผมได้อยู่อย่างสงบสักสองวันเถอะ ไม่งั้นผมต้องบ้าตายแน่ๆ" คินสลีย์ตีหน้าเศร้าเล่าต่อ
"บอส คุณไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เธอน่ากลัวขนาดไหน
วันที่ 12 แพทริเซียจากแบงเกอส์ ทรัสต์ มาทำธุระที่นิวยอร์ก ผมก็นัดเจอกับเธอ พอผมกลับบ้าน แอนเดรียก็หาว่าผมแอบไปมีอะไรกับคนอื่น แล้วก็ไล่ผมออกจากบ้านเลย
บอส คุณก็รู้ ผมจะไปมีอารมณ์พิศวาสอะไรกับยัยมืดแพทริเซียนั่นได้ยังไง"
"ฮ่าฮ่าฮ่า" สกอตต์เห็นสีหน้าอมทุกข์ของ คินสลีย์ สวิฟต์ แล้วก็สุดจะกลั้น
"บอส!"
"โอเคๆๆ ไม่ขำแล้ว แหม ตอนนี้คนเขากำลังท้องกำลังไส้ นายก็ใจกว้างหน่อยเถอะ อย่าไปคิดเล็กคิดน้อยเลย"
สกอตต์พูดไปกลั้นขำไป
"เข้าใจแล้วครับบอส" คินสลีย์ สวิฟต์ ตอบด้วยรอยยิ้มเฝื่อนๆ
"อืม อีกอย่างนึงนะ เรื่องบางเรื่องพวกเราคุยกันเองน่ะไม่เป็นไร แต่ห้ามเอาไปพูดต่อหน้าคนอื่นเด็ดขาด"
สกอตต์เตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขารู้ดีว่าในอนาคตกระแสแบล็กไลฟส์แมตเทอร์ จะส่งผลกระทบวงกว้างแค่ไหน แม้ตอนนี้อาจจะยังไม่รุนแรงนัก แต่มันก็เริ่มมีเค้าลางให้เห็นแล้ว
แถมสถานะของแพทริเซียก็ไม่ใช่ธรรมดา เธอคือผู้จัดการทั่วไปแผนกหลักทรัพย์ของกลุ่มบริษัทการเงินแบงเกอส์ ทรัสต์
และเธอยังเป็นผู้หญิง ซึ่งการก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดนี้ได้ในวงการการเงินแห่งวอลล์สตรีท ถือว่ามีเพียงหยิบมือ สถานะของเธอในกลุ่มคนผิวดำและองค์กรสิทธิสตรีจึงไม่ธรรมดา
ถ้าคำพูดพวกนี้หลุดไปเข้าหูเธอเมื่อไหร่ คินสลีย์ สวิฟต์ คงได้ชื่อเสียกระฉ่อนจนต้องกระเด็นออกจากวอลล์สตรีทเป็นแน่ ถึงตอนนั้นต่อให้เป็นสกอตต์ก็คงช่วยอะไรเขาไม่ได้
"เข้าใจครับบอส" คินสลีย์ สวิฟต์ ปรับสีหน้าเป็นจริงจังและรับคำ
สกอตต์พยักหน้า ก่อนจะหันหลังเดินตามเคนเข้าไปในเซฟเฮาส์
ภายในเซฟเฮาส์ เทรดเดอร์ทั้งแปดคนกำลังควบคุมกระแสเงินทุนที่เกิดจากหลักประกันมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ และเลเวอเรจอีก 2 เท่า เพื่อทยอยสร้างสถานะการเทรดอย่างระมัดระวัง เป้าหมายของพวกเขาคือการเปิด Short ทำกำไรขาลงของตลาดหุ้นอเมริกา
เทรดเดอร์หลักทั้งแปดคนที่รับผิดชอบการปฏิบัติงานจริง ต่างก็ขลุกอยู่ในเซฟเฮาส์ตลอดเวลา
ส่วน เคน กริฟฟิน ในฐานะผู้รับผิดชอบหลัก ก็ไม่ได้กลับบ้านเลยนับตั้งแต่เริ่มเปิดสถานะ Long เมื่อปลายเดือนธันวาคม
เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนเต็มแล้วที่เขาฝังตัวอยู่ที่บริษัท
กิน ดื่ม ขับถ่าย หลับนอน ทุกอย่างล้วนทำจบเบ็ดเสร็จอยู่ที่นี่
ในยามที่สกอตต์ไม่อยู่ ที่นี่จำเป็นต้องมีเขาคอยจับตาดู
เพราะนั่นคือเม็ดเงินที่สูงถึง 200 ล้านดอลลาร์หลังจากใช้เลเวอเรจ
สกอตต์น่ะใจถึง กล้าทิ้งงานไปร่อนที่อื่น
แต่ เคน กริฟฟิน ที่เป็นคนลงมือปฏิบัติจริง ไม่สามารถปล่อยวางได้ชิลๆ แบบสกอตต์
เพราะในจำนวนเงินก้อนนั้นมีส่วนแบ่งของเขาอยู่ด้วย เขาไม่ยอมให้ชีวิตที่กำลังจะรุ่งโรจน์ของตัวเองต้องพังทลายลงหรอก
โชคดีที่ แคทเธอรีน ภรรยาของเขา ก็เคยทำงานในตลาดหลักทรัพย์มาก่อน เธอจึงเข้าใจดีว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติ เธอตั้งใจเดินทางจากบ้านมาที่บริษัททุกวันเพื่อทานมื้อเที่ยงเป็นเพื่อนเคน
ลองเปลี่ยนเป็นคนที่ไม่เข้าใจวงการนี้สิ ทำงานอยู่ใกล้บ้านแท้ๆ แต่ไม่ยอมกลับบ้านเป็นเดือนๆ มีหวังคงได้หย่ากันแน่
"เป็นไงบ้าง รายงานสถานการณ์ตลาดให้ฟังหน่อยสิ"
สกอตต์หันไปถามเคนที่ยืนอยู่ข้างๆ พร้อมรอยยิ้ม
"ตามแผนเดิมของเรา หลังจากปิดสถานะ Long ทั้งหมดในวันที่ 12 เราก็คอยจังหวะมาตลอดครับ
พอวันที่ 13 ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดที่ 3,487 จุด ฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลประเมินว่าน่าจะแตะจุดสูงสุดแล้ว
วันที่ 14 เราเลยเริ่มทยอยสะสมสถานะ Short วันนั้นปิดตลาดที่ 3,480 จุด ถึงจะลงมาไม่มาก แต่แนวโน้มขาขึ้นได้สิ้นสุดลงแล้ว
ตั้งแต่วันที่ 15 จนถึงวันนี้ ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงมาจากจุดสูงสุดที่ 3,487 จุด ลงมาเหลือ 3,340 จุดในวันนี้
พวกเราประเมินแล้วเชื่อว่ายังมีพื้นที่ให้ทำกำไรต่อได้อีก คาดว่าเราจะทำการล้างพอร์ตที่ระดับ 3,200 จุด ซึ่งสูงกว่าราคาปิดตลาดของสิ้นปีที่แล้วนิดหน่อยครับ"
"อ้อ งั้นต่อให้เราล้างพอร์ตตอนนี้ ก็ยังได้กำไรตั้งเจ็ดล้านเลยนี่"
สกอตต์คำนวณในหัวคร่าวๆ แล้วเอ่ย
"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ เราทยอยเปิดสถานะช่วง 3,480 ถึง 3,460 จุด กำไรน่าจะเกิน 6 ล้านดอลลาร์ ส่วนตัวเลขที่แน่นอนต้องรอเคลียร์ยอดเทรดทีละรายการก่อนถึงจะรู้ครับ"
เคนตอบด้วยรอยยิ้ม
นี่แหละคือมนต์เสน่ห์ของการเทรดสั้นทำกำไรขาลง ตัวเลขที่วิ่งขึ้นลงพวกนี้สามารถล้างบางความเข้าใจเรื่องเงินทองของคุณไปได้เลย