เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 สตาร์ไฟร์อินเวสต์เมนต์

บทที่ 19 สตาร์ไฟร์อินเวสต์เมนต์

บทที่ 19 สตาร์ไฟร์อินเวสต์เมนต์


บทที่ 19 สตาร์ไฟร์อินเวสต์เมนต์

"เคน ช่วงนี้สถานการณ์ของบริษัทเป็นยังไงบ้าง" สกอตต์หันไปมอง เคน กริฟฟิน

"ลูกพี่ การคาดการณ์ของคุณตอนนั้นไม่ผิดจริงๆ การล่มสลายของยักษ์ใหญ่แห่งโลกตะวันออกทำให้พวกโง่นั่นปั่นตลาดหุ้นกันอย่างบ้าคลั่ง

พวกเราใช้เลเวอเรจเปิดสถานะ Long ผ่านเมอร์ริล ลินช์ พอวันที่ 12 ผมก็เริ่มทยอยปิดสถานะ ครั้งนี้พวกเราได้กำไรสุทธิ 18,000,000 ดอลลาร์"

พอพูดถึงเรื่องหุ้น เคนก็ดูตื่นเต้นกว่าปกติมาก

"ดีมาก เคน นายมันอัจฉริยะจริงๆ"

เมื่อได้ยินตัวเลขกำไรที่เคนบอก สกอตต์เองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน

เขาเพิ่งออกจากนิวยอร์กไปแค่เดือนเดียว สินทรัพย์ของเขาก็พุ่งขึ้นมาเกือบ 10% แล้ว

การรู้ข้อมูลวงในคร่าวๆ แล้วจับคู่กับเซียนหุ้นระดับนี้ มันก็เหมือนกับการก้มเก็บเงินในตลาดหุ้นอเมริกาชัดๆ

"ดี ดีมาก นายจ่ายเงินส่วนแบ่งให้พวกเขาไปหรือยัง" สกอตต์ถามอย่างกระตือรือร้น

เคนพยักหน้า "จ่ายแล้วครับ ตามแผนที่เราวางไว้ 10% ถูกแบ่งสรรปันส่วนให้พวกเขาทั้งหมดแล้ว"

สกอตต์ปรับอารมณ์ให้สงบลง

ตัวเลข 10% ถือว่าเยอะมากๆ เป็นอัตราส่วนที่ไม่มีบริษัทไหนในวอลล์สตรีทกล้าจ่ายให้

แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเพราะจำนวนพนักงานใน สตาร์ไฟร์อินเวสต์เมนต์ ของสกอตต์ มีมากกว่าบริษัทเหล่านั้นเยอะมาก

สกอตต์ที่รู้ทิศทางการพัฒนาของการเทรดในอนาคต เลือกที่จะอ้าแขนรับระบบสารสนเทศอย่างเต็มรูปแบบ

จนถึงตอนนี้ พนักงานใต้บังคับบัญชาของเขามีพนักงานเกือบ 60 คนแล้ว ฟังดูอาจจะไม่เยอะ แต่นี่คือสเกลระดับกองทุนขนาดกลางในวอลล์สตรีทเลยทีเดียว

ทว่าสตาร์ไฟร์ของสกอตต์รับผิดชอบแค่การบริหารเงินทุนขนาดกว่า 200 ล้านดอลลาร์ของเขาเท่านั้น

เขามีนักวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากที่สุด นอกเหนือจากสถาบันหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ในวอลล์สตรีท

พวกเขาครองสัดส่วนถึง 2 ใน 3 ของพนักงานทั้งหมด หรือเกือบ 40 คน ซึ่งนำโด่งเมื่อเทียบกับสถาบันขนาดกลางและขนาดย่อมทั่วไปที่มีเพียง 5 ถึง 30 คน

แน่นอนว่าการเลี้ยงดูคนเหล่านี้ย่อมมีข้อดี สกอตต์เพียงแค่คอยชี้แนะทิศทางหลัก ส่วนพวกเขาและเคนจะทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูล

ครอบคลุมตั้งแต่แนวโน้มตลาด กระแสสังคม การประเมินมูลค่าบริษัท ทิศทางนโยบาย ไปจนถึงอิทธิพลทางการเมือง และอื่นๆ อีกมากมาย

และพวกเขาก็เป็นเครื่องรับประกันว่า สกอตต์จะไร้พ่ายตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา ดังนั้นสกอตต์จึงยินดีที่จะจ่ายให้พวกเขามากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยเงินโบนัสที่สูงลิ่วเกินมาตรฐานอุตสาหกรรม ทำให้พวกเขาจงรักภักดีต่อสกอตต์อย่างถึงที่สุด

ประกอบกับแม้กลยุทธ์ของพวกเขาจะดูอนุรักษ์นิยม แต่วิธีการลงมือกลับดุดันและเหี้ยมเกรียมจนเพื่อนร่วมอาชีพในวอลล์สตรีทต่างขนานนามพวกเขาว่า ‘ฝูงไฮยีน่าของสกอตต์’

"แล้วเรื่องกลับตัวเปิดสถานะ Short ล่ะ จัดการหรือยัง" สกอตต์ถามกลับ

ตอนนั้นที่ประชุมมีมติว่า หลังจากเปิดสถานะ Long จนประสบความสำเร็จแล้ว ก็จะกลับลำมาเปิดสถานะ Short ทันที

"เริ่มทยอยเปิดสถานะแล้วครับ คาดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 20 ข้อมูลชี้ให้เห็นว่ายังไม่สายเกินไป แถมพวก มอร์แกน สแตนลีย์ กับ ซิตี้กรุ๊ป ก็เริ่มเปิด Short เล็กๆ น้อยๆ แล้ว นี่แหละโอกาสของเรา"

เคนกลับมาอยู่ในโหมดเยือกเย็น น้ำเสียงของเขาฟังดูไร้อารมณ์และเด็ดขาด

"อืม รักษาธรรมเนียมของเราไว้ อย่าโลภไปกอบโกยเงินก้อนสุดท้าย ถึงเป้าหมายกำไรเมื่อไหร่ก็ถอนตัวทันที"

สกอตต์หัวใสแจ๋ว พวกเขาไม่ใช่ มอร์แกน สแตนลีย์ หรือ ซิตี้กรุ๊ป ที่สามารถใช้เม็ดเงินมหาศาลปั่นตลาดได้ในระดับหนึ่ง พวกนั้นต่อให้โลภเงินก้อนสุดท้ายแล้วเกิดพลาดขึ้นมาก็ยังหาทางกู้สถานการณ์ได้

แต่เขาทำแบบนั้นไม่ได้ เงินทุนของเขามีอิทธิพลน้อยเกินไปในกระดานเทรดใหญ่ขนาดนี้ สิ่งที่ทำได้คือใช้ความระมัดระวังเพื่อรักษาผลกำไรเอาไว้

อย่างน้อยวิธีนี้ก็ปลอดภัยกว่า

แน่นอนว่าวันใดที่เขาสามารถควบคุมสินทรัพย์ระดับแสนล้านดอลลาร์ได้ เมื่อนั้นเขาเองก็จะลงไปกวาดเงินทุกเซ็นต์หยดสุดท้ายเหมือนกัน

แมนฮัตตันในเดือนมกราคม เวลาหนึ่งทุ่มตรง ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว

แสงไฟยามค่ำคืนเริ่มสว่างไสว พื้นที่รอบๆ วอลล์สตรีทส่องประกายระยิบระยับ

แสงไฟจากตึกระฟ้าโดยรอบขับเน้นให้ย่านนี้ดูงดงามตระการตา เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้วิวกลางคืนของแมนฮัตตันมีชื่อเสียงโด่งดัง

ในยามวิกาลเช่นนี้

ตลาดหลักทรัพย์ใหญ่ๆ ย่อมปิดทำการไปนานแล้ว

บริษัทส่วนใหญ่ในตึกระฟ้าแถวนี้ก็เลิกงานกันหมดแล้วเช่นกัน

แต่ก็ใช่ว่าทั้งหมดจะปิดไฟมืดมิด เพราะบริษัทการเงินบางแห่งก็ต้องเปิดทำการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

ย่อมมีคนอยู่โยงเฝ้าออฟฟิศ

อย่างเช่น สตาร์ไฟร์อินเวสต์เมนต์ ที่ยังมีพนักงานบางส่วนทำงานล่วงเวลาอยู่

วอลล์สตรีทยามค่ำคืนคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว

ถนนหนทางยังคงคึกคักไม่ต่างจากความวุ่นวายในตอนกลางวัน

รถ แคดิลแลค สีแดงแล่นมาจอดที่อาคารหมายเลข 125 ถนนบรอดเวย์

สกอตต์ก้าวเข้าไปในอาคารอย่างเงียบเชียบภายใต้การคุ้มกันของบอดี้การ์ด

อาคารบรอดเวย์ 125 หรืออีกชื่อหนึ่งคือ นิวยอร์กพลาซ่า 2

อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1971 มีความสูงทั้งหมด 40 ชั้น ผ่านมาเพิ่งจะ 20 ปี ถือเป็นน้องใหม่เมื่อเทียบกับตึกรอบข้างที่สร้างขึ้นในยุค 20s และ 30s

แถมที่นี่ยังไม่ได้จัดว่าเป็นพื้นที่ไข่แดงของวอลล์สตรีทด้วยซ้ำ

แต่เหตุผลที่สกอตต์เลือกที่นี่

นอกจากระบบสารสนเทศที่ล้ำหน้าตึกส่วนใหญ่ในวอลล์สตรีทหลังจากการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 87 และการติดตั้งสายสัญญาณเฉพาะสำหรับเทรดเดอร์แล้ว

เหตุผลสำคัญที่สุดก็คือ มันถูกมาก

หลายปีมานี้ภาคการเงินเติบโตชะงัก สถาบันขนาดเล็กบนวอลล์สตรีทส่วนใหญ่อยู่ในสภาวะรายรับไม่พอกับรายจ่าย

นอกจากใจกลางวอลล์สตรีทแล้ว อาคารสำนักงานที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับบริษัทการเงินเริ่มถูกปล่อยทิ้งร้าง

อย่างที่นี่ ตอนที่สกอตต์ย้ายเข้ามา พื้นที่ส่วนใหญ่ยังว่างเปล่า มีอัตราการเช่าไม่ถึง 30% แถมบริษัทที่เช่าอยู่ก็ยังทยอยย้ายออกเรื่อยๆ

ในขณะที่ค่าเช่าเฉลี่ยรอบข้างพุ่งสูงกว่า 25 ดอลลาร์ต่อตารางฟุต สกอตต์กลับจ่ายแค่ 18 ดอลลาร์ต่อตารางฟุต แถมยังได้ฟรีค่าเช่าช่วงตกแต่งอีกครึ่งปี

พื้นที่เหมาทั้งชั้น 27,500 ตารางฟุต หรือราวๆ 2,500 กว่าตารางเมตร ตกราคาไม่ถึง 500,000 ดอลลาร์ต่อปี

สกอตต์ที่รู้ดีว่าเศรษฐกิจจะต้องฟื้นตัวในไม่ช้า จึงตัดสินใจเซ็นสัญญายาว 5 ปี รวบพื้นที่ชั้น 18 ทั้งชั้นมาเป็นของตัวเอง

หลังจากผ่านด่านตรวจยืนยันตัวตนกับพนักงานรักษาความปลอดภัยที่หน้าตึก พวกเขาก็ขึ้นลิฟต์ด่วนตรงไปยังชั้น 18

เมื่อออกจากลิฟต์ เดินผ่านโถงทางเดิน ก็จะพบกับโถงต้อนรับที่มีป้าย [สตาร์ไฟร์อินเวสต์เมนต์] แขวนอยู่

เวลานี้เป็นเวลาเลิกงานแล้ว จึงไม่มีพนักงานต้อนรับสาวสวยอยู่ที่เคาน์เตอร์

แต่กลับมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรูปร่างกำยำสองคนยืนประจำการอยู่ พอพวกเขาเห็นสกอตต์ปรากฏตัว ก็รีบทำความเคารพทันที

"สวัสดีตอนค่ำครับ บอส"

สกอตต์พยักหน้ารับเบาๆ ปล่อยให้บอดี้การ์ดสองคนรออยู่ด้านนอก ส่วนเขากับเคนเดินเข้าไปในบริษัท

เมื่อเข้ามาด้านใน

สกอตต์ที่คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี ก็ตรงดิ่งไปยัง เซฟเฮาส์ หรือห้องนิรภัยของบริษัทอย่างรวดเร็ว

เซฟเฮาส์เป็นพื้นที่พิเศษที่บริษัทการเงินหลายแห่งจัดเตรียมไว้เป็นการเฉพาะ

เทรดเดอร์ที่จะเข้าไปในเซฟเฮาส์จะต้องถูกยึดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด และต้องผ่านการตรวจค้นร่างกายอย่างละเอียด

เมื่อเข้าไปแล้ว จะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาจนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น

ตลอดระยะเวลาที่พวกเขาทำการเทรดอยู่ข้างในนั้น

จะมีเจ้าหน้าที่เฉพาะทางคอยส่งอาหาร ทำความสะอาด และจัดการเรื่องอื่นๆ ให้ทุกวัน

หน้าที่ของเทรดเดอร์เหล่านี้ก็คือ การรับฟังคำสั่ง และดำเนินการเทรดหรือเฝ้าจับตาดูสินทรัพย์ตามเป้าหมายในช่วงเวลาที่กำหนด

ภายในเซฟเฮาส์ของสตาร์ไฟร์อินเวสต์เมนต์ มีพนักงาน 10 คนขลุกอยู่ข้างในมาสามสี่วันแล้ว

พวกเขาคือเทรดเดอร์ที่รับผิดชอบการเปิดสถานะ Short ในตลาดหุ้นครั้งนี้

บริเวณด้านนอกเซฟเฮาส์ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีก 4 คนเฝ้าอยู่

นอกจากผู้ที่ได้รับอนุญาตแล้ว จะไม่มีใครสามารถเข้าออกได้อย่างอิสระ

ไม่ว่าจะเป็นคนข้างใน หรือคนข้างนอกก็ตาม

ห้ามเข้าออกโดยเด็ดขาด

ตอนที่สกอตต์ไปถึง มีชายผมบลอนด์วัยราวๆ สี่สิบปีคนหนึ่งกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนโซฟาพักผ่อนด้านนอก

ชายผิวขาวผมบลอนด์คนนั้นนอนหลับปุ๋ยอย่างสบายใจ

จบบทที่ บทที่ 19 สตาร์ไฟร์อินเวสต์เมนต์

คัดลอกลิงก์แล้ว