เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 สิ่งที่เรียกว่าการเมืองแบบชนชั้นนำ

บทที่ 16 สิ่งที่เรียกว่าการเมืองแบบชนชั้นนำ

บทที่ 16 สิ่งที่เรียกว่าการเมืองแบบชนชั้นนำ


บทที่ 16 สิ่งที่เรียกว่าการเมืองแบบชนชั้นนำ

สามชั่วโมงต่อมา

สกอตต์นอนขดตัวอยู่ที่เบาะหลังของรถลินคอล์น ทาวน์คาร์ คันแคบของฮิลลารี

ข้างกายคือฮิลลารีที่ใบหน้ามีสีแดงระเรื่อเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์

"วันนี้คุณมาเกลี้ยกล่อมให้สื่อฝั่งอนุรักษ์นิยมยอมให้ความร่วมมือไม่ใช่เหรอ แต่ผมเห็นพวกคุณไม่ได้คุยเรื่องพวกนี้กันเลยนี่"

สกอตต์รู้สึกแปลกใจ ครึ่งหลังของงานเลี้ยงแทบจะกลายเป็นงานปาร์ตี้ธรรมดาๆ ไปเลย

ทุกคนจับกลุ่มคุยกับคนรู้จักของตัวเอง จากนั้นบนเวทีก็มีการแสดงเต้นรำเล็กน้อย ซึ่งมันเหมือนกับงานเลี้ยงฉลองที่เขาเคยเจอในฮอลลีวูดไม่มีผิด

"ฉันบอกให้คุณไปศึกษาเรื่องการล็อบบี้ทางการเมืองมาให้เยอะๆ คุณก็ไม่ฟัง"

ฮิลลารีปรายตามองสกอตต์อย่างหงุดหงิด

แต่พอเห็นสกอตต์ทำหน้าเหมือนเรื่องพวกนี้น่าเบื่อเต็มทน เธอก็ถอนหายใจ

เธอไม่อยากให้สกอตต์เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มากนัก เพราะกลัวว่าตัวเองจะถูกเขี่ยทิ้ง

แต่ในขณะเดียวกันเธอก็หวังให้สกอตต์ได้เรียนรู้เรื่องพวกนี้ไว้บ้าง ไม่ว่าเวลาไหนมันก็เป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเอง

"ทุกครั้งที่พรรคเดโมแครตเกิดเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่ บรรดาเจ้าของสื่อฝั่งอนุรักษ์นิยมก็จะมารวมตัวกันแถวๆ นิวยอร์กหรือวอชิงตัน ในทางกลับกันก็เช่นเดียวกัน"

"พวกเขาจะรอให้หัวหน้าพรรคติดต่อไปยังองค์กรอย่างเนชั่นแนล เพรเยอร์ เบรคฟาสต์ เพื่อให้เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยง และเมื่อพวกเขามาปรากฏตัวที่งานเลี้ยงนี้ ก็ถือเป็นการแสดงออกว่าพวกเขาพร้อมให้ความร่วมมือและจะไม่ขุดคุ้ยเรื่องนี้ให้ลึกลงไปอีก"

"เพียงแต่ฉันไม่คิดว่าครั้งนี้เนชั่นแนล เพรเยอร์ เบรคฟาสต์ จะเป็นคนรับหน้าที่จัดงาน แม้ว่าที่นี่จะเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ แต่โดยทั่วไปแล้วพวกเขามักจะค่อนไปทางฝั่งอนุรักษ์นิยม และแทบจะไม่ค่อยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งแบบนี้สักเท่าไหร่"

"ผมเข้าใจแล้ว นี่สินะคือความตกลงปลงใจทางการเมืองแบบชนชั้นนำที่พวกคุณเอาแต่โม้กันนักหนาใช่มั้ย"

เมื่อได้ยินคำพูดของสกอตต์ ฮิลลารีก็ถลึงตาใส่เขา "คำพูดบางอย่างพูดกันเองแบบส่วนตัวก็ไม่เป็นไรหรอกนะ แต่อย่าเอาไปพูดข้างนอกล่ะ นี่คือสิ่งที่พวกเขาภูมิใจกันหนักหนาเลยนะ"

สกอตต์เบ้ปาก

ระบอบสาธารณรัฐอภิชนาธิปไตยเฮงซวยแบบนี้มีอะไรให้น่าภาคภูมิใจกัน

ขาดอะไรก็พรีเซนต์อันนั้นจริงๆ

ก็เป็นแค่พวกลูกหลานนักโทษที่ถูกเนรเทศมาที่นี่ พอร่ำรวยขึ้นมาก็แค่อยากจะลิ้มลองประสบการณ์อะไรบางอย่างที่ตัวเองไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนก็แค่นั้นแหละ

ได้มีชีวิตใหม่เป็นชาติที่สอง เขาก็ยังคงไม่รู้สึกอินกับการเมืองอยู่ดี

เขาไม่ใช่คนที่ชอบซ่อนเร้นอารมณ์ของตัวเอง

ในสถานการณ์ที่บีบบังคับบางครั้ง อย่างเช่นตอนที่เพิ่งเจอฮิลลารีใหม่ๆ เขาก็ยังพอจะเสแสร้งแกล้งทำได้

แต่แบบนั้นเขาไม่ชอบ และไม่มีความสุขด้วย

เขาไม่ได้เกิดใหม่เพื่อมาคอยปั้นหน้ายิ้มประจบใครหรอกนะ

เพราะงั้นเขาเลยเกลียดบรรยากาศการเสแสร้งแกล้งทำในงานชุมนุมทางการเมืองเข้าไส้

ในจุดนี้ แม้ฮอลลีวูดจะเป็นวงการบันเทิง และพวกเขาอาจจะเสแสร้งอยู่หน้ากล้อง หรือมีการชิงดีชิงเด่นกันลับหลังบ้าง แต่ถ้าเทียบกับแวดวงการเมืองแล้วก็ยังดูจริงใจกว่าเยอะ

อีกอย่างที่นี่คืออเมริกา ไม่ใช่ประเทศในชาติที่แล้วของเขา

ที่นั่นอำนาจเป็นตัวควบคุมเงินทอง ถ้าอยากเติบโตก็ต้องสานสัมพันธ์อันดีกับผู้มีอำนาจ

แต่ที่นี่คืออเมริกา ที่นี่คือโลกที่อำนาจและเงินทองต้องพึ่งพาอาศัยกัน หรือกระทั่งหากเงินของคุณมีมากเกินเกณฑ์ที่กำหนด เงินก็ยิ่งสำคัญกว่าอำนาจเสียอีก

ตอนนี้เขามีเงินแล้ว ส่วนเรื่องอำนาจ เขาก็มีฮิลลารี ผู้หญิงที่จะได้เข้าไปนั่งในทำเนียบขาวถึง 8 ปีในอนาคต ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องไปเสแสร้งปั้นหน้ากับคนพวกนั้น

แถมต่อให้ถึงตอนนั้นบิลจะลงจากตำแหน่งไปแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าอิทธิพลของบิลจะลดลงตามไปด้วย

และเมื่อถึงเวลานั้น จำนวนเงินที่เขามีก็คงไม่ใช่แค่เศษเงินเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้แน่นอน ใครหน้าไหนคิดจะแตะต้องเขา ก็ต้องประเมินน้ำหน้าตัวเองด้วยว่ามีความสามารถพอหรือเปล่า

รถมาจอดที่หน้าประตูคฤหาสน์

ครั้งนี้สกอตต์ไม่ได้โอบเอวฮิลลารีอีก

ครั้งนี้สกอตต์รับบทเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว พอลงจากรถก็เดินไปเปิดประตูฝั่งของฮิลลารี แล้วยืนบังสายตาให้

ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาสามารถแสดงออกอย่างเปิดเผยในงานเลี้ยงส่วนตัวระดับสูง หรือแม้แต่แสดงให้บิลเห็นได้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชนได้

เมื่อเข้ามาในคฤหาสน์ ทันทีที่ประตูพับปิดลง สกอตต์ก็ผ่อนคลายลงทันที

เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกออกแล้วโยนให้เคชาซึ่งเป็นแม่บ้าน

หลังจากเดินไปนั่งที่ห้องนั่งเล่น เขาก็รินน้ำเย็นให้ตัวเองหนึ่งแก้ว

"เอาหน่อยไหม"

สกอตต์หันไปมองฮิลลารีที่นั่งลงข้างๆ แล้วถาม

"ไม่เป็นไร คุณดื่มเถอะ"

ฮิลลารีเอนหลังพิงโซฟาแล้วนวดขมับตัวเองเบาๆ

แม้ว่าเธอจะชินกับการไปร่วมงานเลี้ยงแล้ว แต่การดื่มทั้งไวน์แดง แชมเปญ และวิสกี้ ก็ยังถือว่าหนักหนาเกินไปสำหรับเธออยู่ดี

สกอตต์ยักไหล่ แล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่มเงียบๆ

วันนี้เขาก็ดื่มไปไม่น้อยเหมือนกัน แม้ว่าเขาจะไม่รู้จักคนส่วนใหญ่เลย แต่ในสถานที่แบบงานเลี้ยง เมื่อมีคนถือแก้วไวน์เดินเข้ามาหา ถ้าคุณไม่ยอมชนแก้วด้วย มันก็จะดูไม่ให้เกียรติงาน

แต่ร่างกายของเขาแข็งแรงพอ อีกอย่างงานเลี้ยงในฮอลลีวูดที่มีเหล้ายาปลาปิ้งเพียบพร้อมนั้นมันเร้าใจกว่านี้เยอะ ร่างกายเขาเลยชินชาไปแล้ว

หลังจากวางแก้วน้ำลง สกอตต์ก็หยิบนิตยสารเพลย์บอยฉบับล่าสุดจากโต๊ะกระจกขึ้นมา

ไหนๆ ก็ไม่มีอะไรทำ แถมยังไม่มีงานอะไรต้องจัดการด้วย

หลังจากพักจนรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย ฮิลลารีก็หันหน้ามามองสกอตต์ที่กำลังทำตัวว่างงาน

"สกอตต์ ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ"

"มีอะไรเหรอฮิล" สกอตต์ปิดหนังสือนิตยสารในมือลงอย่างเสียดาย

เขายังอยากจะวิจารณ์ทรวดทรงแม่สาวอเมริกันที่หน้าไม่อายพวกนี้อีกสักหน่อยแท้ๆ

แต่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง เขาอิจฉาฮิวจ์ เฮฟเนอร์จริงๆ ผู้หญิงทั่วอเมริกาที่อยากจะขึ้นปกเพลย์บอยคงมีมากพอที่จะทำให้เขาได้ลองของใหม่ไม่ซ้ำหน้าไปได้ตลอดชีวิตเลยมั้ง

ช่างเป็นไอดอลของลูกผู้ชายจริงๆ

ฮิลลารีเงียบไปครู่หนึ่ง

"บ่ายนี้ฉันต้องไปบอสตัน ถ้าตกลงกันได้ในคืนนี้ พรุ่งนี้แผนทั้งหมดก็จะเริ่มดำเนินการทันที"

"อืม แล้วไงล่ะ ต้องการให้ผมช่วยอะไรไหม"

สกอตต์หันไปมองฮิลลารีแล้วถามอย่างสบายๆ

ฮิลลารีมองสกอตต์ด้วยความรู้สึกเกรงใจนิดๆ

"อืม กำลังคนในด้านอื่นๆ ของเรามีเพียงพอแล้วล่ะ ถ้าแผนไม่เปลี่ยนแปลง ฉันกับบิลจะไปออกรายการเพื่อชี้แจงเรื่องนี้ในอีก 10 วันข้างหน้า

แต่เราต้องการใครสักคนที่มีน้ำหนักพอสมควรมาช่วยปูทางให้ก่อน ถ้าเป็นไปได้ คุณพอจะช่วยฉันเรื่องนี้หน่อยได้ไหม"

"จะให้ช่วยยังไงล่ะ" สกอตต์ตอบรับอย่างตรงไปตรงมา ยิ่งฮิลลารีก้าวหน้าไปได้ไกลเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเป็นผลดีต่อเขามากเท่านั้น ตราบใดที่ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับการเลือกตั้งโดยตรง เรื่องอื่นเขาก็ไม่เกี่ยงหรอก

"วางใจเถอะ ฉันไม่ทำให้คุณต้องลำบากใจหรอก" ฮิลลารีถอนหายใจอย่างโล่งอก "ในอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า เราอาจจะต้องรบกวนคุณไปออกรายการสักรายการหนึ่ง ฉันอยากให้คุณพูดถึงผลงานทางการเมืองของบิลที่อาร์คันซอสักเล็กน้อยน่ะ"

"ผลงานทางการเมือง?" สกอตต์ถึงกับพูดไม่ออก พูดตามตรง ในความทรงจำของเขา นอกจากเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีต่างๆ นานาอย่างต่อเนื่องแล้ว เขาก็นึกผลงานของบิลไม่ออกเลยจริงๆ

"อืม เราจะจัดเตรียมให้พิธีกรถามคำถามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ฉันหวังว่าคุณจะเป็นคนช่วยนำทางไปก่อน เพื่อให้ผู้คนหันมาสนใจผลงานของเขาแทนที่จะเป็นเรื่องชีวิตส่วนตัว" ฮิลลารีหยุดชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ "แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าไม่มีผลประโยชน์อะไรกับคุณเลย เราจะใช้เส้นสายโปรโมทบทสัมภาษณ์นี้อย่างเต็มที่ เพื่อปั้นให้คุณกลายเป็นตัวแทนแห่งอเมริกันดรีมยุคใหม่"

"จริงเหรอ" สกอตต์ตื่นเต้นขึ้นมาทันที

หลายคนอาจจะไม่เข้าใจว่าตำแหน่งนี้มีค่ามากแค่ไหน แต่สกอตต์ที่เกิดใหม่มาแล้ว 10 ปีรู้ดี

ตัวแทนแห่งอเมริกันดรีม ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไร ไม่มีอำนาจและไม่ได้ทำเงิน

แต่ทุกสิ่งบนโลกนี้ใช่ว่าจะเอาเงินมาเป็นมาตรวัดได้เสมอไป ตำแหน่งนี้มีอำนาจแฝงที่สำคัญอย่างยิ่ง นั่นคือ การมีเอกสิทธิ์คุ้มครองจากสื่อ

ตำแหน่งนี้ใช่ว่าจะมอบให้ใครได้ง่ายๆ แต่เมื่อได้รับเลือกแล้ว เขาก็จะเป็นเสมือนอัญมณีบนยอดประภาคารแห่งอเมริกา ที่คอยดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก

อย่างน้อยก็ก่อนที่คุณจะล้มเหลวหรือจำเป็นต้องเปลี่ยนยอดประภาคารใหม่ รัฐบาลอเมริกันจะไม่มีวันยอมให้อัญมณีบนยอดประภาคารของตนต้องแปดเปื้อน

วอร์เรน บัฟเฟตต์คนก่อนหน้านี้ก็เป็นเช่นนั้น ข่าวคราวที่เผยแพร่ออกมาล้วนเป็นการโฟกัสไปที่เรื่องครอบครัว แต่กลับไม่มีใครบอกประชาชนเลยว่าเขามีภรรยาถึงสองคนในครอบครัวเดียว

อย่างยอดประภาคารคนปัจจุบัน บิล เกตส์ ก็เช่นเดียวกัน ทุกสื่อต่างพากันโปรโมทว่าเขาสร้างตัวมาจากศูนย์ ลาออกจากมหาวิทยาลัยมาเปิดบริษัทจนประสบความสำเร็จ แต่กลับไม่มีใครพูดถึงพื้นเพครอบครัวของเขา และไม่มีใครรายงานเรื่องที่เขาแอบคบชู้มาอย่างยาวนานเลยสักนิด

อย่าบอกนะว่าเก็บความลับได้ดีจนสื่อไม่รู้ เรื่องพวกนี้อย่าว่าแต่ในหมู่มหาเศรษฐีด้วยกันเลย ขนาดพวกโปรแกรมเมอร์ในซิลิคอนแวลลีย์ยังรู้ดีกันถ้วนหน้า

วงการธุรกิจเป็นอย่างไร วงการการเมืองของพวกเรแกนหรือมาร์ติน ลูเธอร์ คิง ก็ยิ่งแล้วใหญ่

ข่าวฉาวของพวกเขาถูกแฉออกมาก็ตอนเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ตบนมือถือกันหมดแล้ว

ในช่วงเวลาที่การควบคุมสื่อของอเมริกาอ่อนกำลังลง

"อืม เพียงแต่ว่าตอนนี้มันยังเป็นแค่การตัดสินใจภายในพรรค เราจะช่วยผลักดันคุณในระดับนี้ แต่คุณยังเป็นแค่หนึ่งในผู้ท้าชิงเท่านั้น ทางพรรครีพับลิกันคงยังไม่ยอมรับคุณในตอนนี้ แต่ตราบใดที่คุณยังคงรักษาความสำเร็จไว้ได้อย่างต่อเนื่อง หรือเอาชนะตัวแทนฝั่งรีพับลิกันได้ คุณก็จะได้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากเกตส์"

ฮิลลารีรู้ดีว่าทำไมสกอตต์ถึงได้ตื่นเต้นนัก เธอรู้ซึ้งถึงมูลค่าของมันดี

บิลเองก็เป็นตัวแทนแห่งอเมริกันดรีมที่มีชื่อเสียงเช่นกัน แต่เขาก็เป็นเพียงหนึ่งในตัวแทนแห่งอเมริกันดรีมที่มาจากแวดวงนักการเมืองในประเทศเท่านั้น

แต่ถึงอย่างนั้น ทรัพยากรทางการเมืองที่ได้รับจากตำแหน่งนี้ก็มากมายมหาศาลเหลือเกิน

ในประเทศที่ทุกคนรู้ดีว่าความสำเร็จต้องพึ่งพาสายเลือดและพื้นเพครอบครัว ผู้คนต่างก็คลั่งไคล้และไล่ตามคนที่มีความสามารถพอที่จะทลายขีดจำกัดด้านชาติตระกูลของตัวเองลงได้ แม้ว่าคนคนนั้นจะถูกปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อการตลาดก็ตาม

"ก็ได้" สกอตต์รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ด้วยมูลค่าทรัพย์สินเพียงสองร้อยล้านดอลลาร์ในตอนนี้ของเขา คงไม่อาจแบกรับตำแหน่งอัญมณีบนยอดประภาคารนี้ได้จริงๆ

"ตกลง ถึงเวลาจะไปออกรายการทีวีช่องไหนคุณก็โทรมาบอกผมแล้วกัน ช่วงสองวันนี้ผมจะให้คาร์ลมาด้วย"

แต่ในพริบตาสกอตต์ก็ปรับอารมณ์กลับมาได้ ตัวแทนอเมริกันดรีมฉบับมินิก็ยังถือว่าเป็นตัวแทนเหมือนกัน มีก็ยังดีกว่าไม่มีล่ะน่า

"อืม"

จบบทที่ บทที่ 16 สิ่งที่เรียกว่าการเมืองแบบชนชั้นนำ

คัดลอกลิงก์แล้ว