เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

091 ถึงกับนิ่งเงียบไปเลย

091 ถึงกับนิ่งเงียบไปเลย

091 ถึงกับนิ่งเงียบไปเลย


ทั้งสามคนเกือบจะเดินพ้นเขตสถาบันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ด้วยคำแนะนำของดันเต้ พวกเขาจึงเปลี่ยนทิศทางมาอยู่ที่หน้าหอพักของวิทยาลัยจอมเวทแทน แม้ดันเต้จะไม่แน่ใจว่าเทรเซียจะอยู่ห้องไหม แต่การลองมาเช็กดูสักหน่อยก็คงไม่เสียหาย

ก๊อก ก๊อก

"เทรเซีย อยู่หรือเปล่า?"

"ดันเต้เหรอ? รอสักครู่นะ"

เสียงตอบรับของเทรเซียดังกมาจากในห้อง ไม่นานนักก็ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าอันร่าเริง เธอก้าวเดินมาเปิดประตูให้ทันที

"เอ๊ะ?"

ทว่าสิ่งที่ทำให้เทรเซียประหลาดใจก็คือ นอกจากดันเต้แล้วยังมีเด็กสาวอีกสองคนยืนอยู่หน้าห้องด้วย ถึงแม้โคนีเลียจะไม่รู้จักเทรเซีย แต่เทรเซียนั้นคุ้นหน้าคุ้นตาโคนีเลียเป็นอย่างดี หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ ในสถาบันแห่งนี้คงมีนักศึกษาน้อยคนนักที่จะไม่เคยได้ยินชื่อคู่หู ดันเต้ & โคนีเลีย ยกเว้นพวกที่ไม่ค่อยจะโผล่หัวมาเรียนและไม่เคยสนใจข่าวคราวรอบตัวอย่างฟลอร่านั่นแหละ

แต่ยังไม่ทันที่เทรเซียจะได้กล่าวทักทาย เธอก็ถูกฟลอร่าที่พุ่งพรวดเข้ามาในห้องสวมกอดเข้าอย่างจัง

"พี่เทรเซีย!"

ฟลอร่าร้องเรียกด้วยน้ำเสียงดี๊ด๊า ดูท่าว่าเธอจะสนิทกับเทรเซียมากทีเดียว

"รีบเข้ามาข้างในก่อนสิ"

แม้เทรเซียจะยังงุนงง แต่ก็รีบเอ่ยชวนให้พวกดันเต้เข้ามานั่งพักข้างในก่อน

"ดันเต้? นายไปสนิทกับฟลอร่าได้ยังไงเนี่ย? แล้วก็...โคนีเลีย ยินดีที่ได้รู้จักนะ!"

"ส...สวัสดีค่ะ!"

"วันนี้บังเอิญเจอกับฟลอร่าพอดีน่ะ พวกเราสามคนเลยอยากจะมาถามข้อมูลเกี่ยวกับมอเรียนหน่อยน่ะ"

"ใช่แล้ว! แก๊งสามบื้อ จะไปตามจับพี่ชายกลับมาให้ได้!"

"เดี๋ยวๆๆ พวกเธอจะตามหามอเรียน...แล้วไอ้แก๊งสามบื้อนี่มันคืออะไรกัน?"

เทรเซียมองฟลอร่าที มองดันเต้ทีด้วยสีหน้ามึนตึ๊บ ทันใดนั้นเธอก็เข้าใจแจ่มแจ้ง เจ้าหมอนี่แกล้งปัญญาอ่อนอีกแล้ว! คราวก่อนปั่นหัวอลิซยังไม่หนำใจอีกหรือไง?

"ฟลอร่า เธออย่าไปมองว่าดันเต้เป็นคนซื่อบื้อเชียวนะ หมอนี่น่ะมันพวกประเภทเดียวกับพี่ชายนั่นแหละ..."

เทรเซียจับบ่าของฟลอร่าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เธอรู้สึกเข็ดขยาดกับวีรกรรมสุดแสบของดันเต้เหลือเกิน อลิซยังพอว่าเพราะฐานะเป็นถึงเจ้าหญิง ดันเต้เลยไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม แต่กับฟลอร่านี่สิ ถ้าไม่ระวังตัวให้ดี มีหวังโดนดันเต้หลอกจนจำทางกลับบ้านไม่ได้แน่!

"อะไรนะ? หรือว่าดันเต้จริงๆ แล้วฉลาดมากงั้นเหรอ?"

ฟลอร่าหันขวับมามองดันเต้ด้วยความตกตะลึง เธอไม่เข้าใจว่าถ้าฉลาดแล้วทำไมต้องมาเรียนเสริม แถมวิทยาลัยอัศวินจะมีคนฉลาดระดับเดียวกับพี่ชายเธอได้ยังไง

"เขา...เขาแค่มาเรียนเป็นเพื่อนฉันเฉยๆ น่ะ"

โคนีเลียรีบช่วยอธิบาย ฟลอร่าอ้าปากค้าง ริมฝีปากสั่นระริก ราวกับศรัทธาที่เคยมีพังทลายลงต่อหน้า

"'แก๊งสามบื้อ...ได้สลายตัวซะแล้ว..."

จากนั้นเด็กสาวก็นั่งเหม่ออยู่บนโซฟาพร้อมพึมพำกับตัวเอง เหมือนเครื่องจะค้างไปเสียแล้ว ดันเต้ได้แต่ส่ายหัวอย่างระอา จริงๆ เขาก็ไม่ได้กะจะปั่นหัวฟลอร่าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เทรเซียนี่ช่างชอบเอาคนฉลาดไปตัดสินคนฉลาดด้วยกันจริงๆ เลย

"ว่าแต่ ทำไมพวกนายถึงต้องตามหามอเรียนด้วยล่ะ?"

เทรเซียจ้องดันเต้เขม็งด้วยความระแวดระวัง

"ฟลอร่าบ่นว่าคิดถึงพี่ชายน่ะ พวกเราเลยอยากช่วยทำความปรารถนาเล็กๆ นี้ให้เป็นจริง ให้สองพี่น้องได้กลับมาพบกันอย่างสุดซึ้งไงล่ะ"

"นาย...แน่ใจนะ?"

เท่าที่เทรเซียรู้ แม้ฟลอร่ากับมอเรียนคู่พี่น้องจะรักกันดี แต่ยัยเด็กคนนี้ก็ไม่ได้ติดพี่ชายขนาดนั้น ปกติก็เห็นใช้ชีวิตแบบเรื่อยเปื่อย ไม่ค่อยจะสนใจอะไรใครอยู่แล้ว

ดันเต้กระแอมไอออกมาเบาๆ ฟลอร่าที่อยู่ข้างๆ ก็รีบดึงสติกลับมาแล้วพูดขึ้นว่า

"ฟลอร่าคิดถึงพี่จังเลย พี่เทรเซียขา ช่วยหนูหน่อยนะคะ" (พูดด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์สุดๆ)

"พวกนายนี่มัน..."

เทรเซียมองดันเต้กับฟลอร่าด้วยสายตาดูแคลนอย่างปิดไม่มิด

สีหน้าของดันเต้ดูเก้อเขินขึ้นมาทันที ทักษะการแสดงสดของฟลอร่ามันห่วยแตกเกินเยียวยาจริงๆ ทั้งที่ตอนซ้อมกันก่อนหน้านี้ ท่าทางสะอึกสะอื้นปานจะขาดใจของเธอทำเอาดันเต้อินไปกับความรักพี่น้องจนน้ำตาแทบซึม

"ฉันเคยเจอเขาที่เมืองหลวงเมื่อไม่กี่เดือนก่อนจริงๆ นั่นแหละ"

เทรเซียพูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเธอรู้ดีว่าคงหลอกดันเต้ไม่สำเร็จ แต่เธอก็ไม่สามารถเล่าอะไรไปมากกว่านี้ได้ มอเรียนไว้ใจเธอถึงได้ยอมมาปรากฏตัวให้เห็น และตอนที่เธอถามข้อมูลเกี่ยวกับนักสร้างการ์ด เขาก็บอกเธออย่างไร้ความลังเล ในฐานะเพื่อน การเอาข้อมูลของมอเรียนไปบอกคนอื่นมันดูจะผิดจรรยาบรรณไปหน่อย แม้แต่กับดันเต้ที่เธอถือว่าเป็นเพื่อนคนหนึ่งก็ตาม

"ดันเต้ นายกะจะจับตัวมอเรียนกลับไปเพื่อเอาเงินรางวัลนำจับจากตระกูลฮันโนเวอร์ล่ะสิ?"

"พูดอะไรอย่างนั้น ที่ทำไปน่ะเพราะอยากช่วยท่านเคานต์ตามหาผู้สืบทอดตระกูลให้เจอต่างหาก ไม่คิดเหรอว่ามันเป็นการทำบุญทำกุศลอย่างหนึ่งน่ะ?"

"แต่ว่า..."

"ในฐานะเพื่อนซี้ของมอเรียน ฉันปล่อยให้เขาถลำลึกไปมากกว่านี้ไม่ได้จริงๆ"

"นายไปเป็นเพื่อนซี้พี่ชายฉันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน..."

ฟลอร่าจำได้แม่นว่าตอนที่ดันเต้พูดถึงพี่ชายเธอครั้งแรก สายตาเขามันแฝงไปด้วยความอาฆาตชัดๆ

ดันเต้: "ฟลอร่า อย่าขัดคอสิ!"

เทรเซีย: "แต่ว่า...ถ้ามอเรียนถูกจับกลับบ้านไปจริงๆ มีหวังโดนคุณอาตีกระดูกหักแน่ๆ"

ดันเต้ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินแบบนั้น

"เจ้านั่นไปทำเรื่องระยำตำบอนอะไรไว้กันแน่ ถึงทำให้พ่อตัวเองแค้นฝังหุ่นขนาดนั้น?"

ต่อให้มอเรียนจะหนีความรับผิดชอบในการเป็นทายาทตระกูลแล้วออกไปท่องโลกกว้าง มันก็ไม่น่าจะถึงขั้นนั้นมั้ง หรือว่าฟลอร่าไม่ได้พูดเล่น? ถ้าจับมอเรียนกลับไปได้ ท่านเคานต์จะดีใจถึงขนาดจับฟลอร่าแต่งงานกับเขาเลยเหรอ? เทรเซียนิ่งเงียบไป เหมือนมีบางอย่างที่พูดออกมาไม่ได้

แต่ดูเหมือนฟลอร่าจะรีบูตระบบตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว

"เขาก็แค่เอาการ์ดระดับมหากาพย์ประจำตระกูลไปขายให้พวกลัทธิคืนชีพ แล้วก็เอาเงินไปกว้านซื้อทาสเอลฟ์ที่ล้มป่วยหนักมาจากพ่อค้าทาสรายใหญ่น่ะ..."

เธอไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระขณะเล่า ร่างกายของเอลฟ์คนนั้นเต็มไปด้วยพิษและคำสาปที่ซับซ้อนจนยากจะชำระล้างหรือถอนออกได้ นั่นเลยทำให้ทาสที่เดิมทีควรจะประเมินค่าไม่ได้ถูกตั้งราคาขายไว้แบบถูกๆ เมื่อฟังคำอธิบายของฟลอร่าจบ ดันเต้ก็ลูบคางพลางพยักหน้าตาม ขโมยของรักของหวงของตระกูลนี่ก็นับว่าแสบใช้ได้ แถมยังไปทำมาค้าขายกับพวกลัทธิคืนชีพอีก พฤติกรรมนี้มันเลวร้ายสุดๆ ไปเลย

"แต่มันก็ไม่น่าจะถึงขั้นถูกพ่อตีกระดูกหักมั้ง ยังไงเขาก็เป็นลูกชายคนโตนะ"

ฟลอร่าส่ายหัวดิก

"พี่ชายฉันน่ะ จริงๆ แล้วแอบไปติดสินบนสมาชิกของลัทธิคืนชีพไว้ไม่กี่คน แล้วหลังจากนั้นก็ร่วมมือกับพวกนั้นขโมยการ์ดระดับมหากาพย์ใบนั้นกลับคืนมา"

"งั้นสิ่งที่เขาทำมันก็เรื่องดีไม่ใช่เหรอ?"

ไปตุ๋นของคืนมาจากลัทธิคืนชีพเนี่ย ได้บุญมหาศาลเลยล่ะ

"ไม่ๆๆ เรื่องมันยังไม่จบแค่นั้น"

"ยังมีอีกเหรอ?"

ดันเต้เริ่มสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีขึ้นมาตะหงิดๆ

"พี่ชายไปเจอฮีลเลอร์ที่เก่งกาจเข้าขั้นอัศจรรย์คนหนึ่ง จนรักษาอาการป่วยที่รักษาไม่หายของเอลฟ์คนนั้นได้สำเร็จ จากนั้นเขาก็ยกการ์ดระดับมหากาพย์ใบนั้นให้เอลฟ์คนนั้นไป จนพลังต่อสู้ของเธอเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว แล้วก็พากันไปถล่มรังของไอ้พ่อค้าทาสนั่นจนราบคาบ แถมยังชิงเอาเงินที่เคยจ่ายค่าตัวเอลฟ์กลับคืนมาหมดเกลี้ยงเลยด้วย..."

"..."

คราวนี้แม้แต่ดันเต้เองยังต้องเงียบกริบ ขุนโจรหรือนายทุนมาได้ยินเรื่องนี้คงต้องหลั่งน้ำตา สรุปคือพี่ท่านไม่ได้เสียเงินสักแดงเดียว แต่กลับได้ทั้งเอลฟ์สุดแกร่ง การ์ดระดับมหากาพย์ แถมยังได้เงินก้อนโตกลับมาอีก? และไอ้ ฮีลเลอร์ผู้เก่งกาจเข้าขั้นอัศจรรย์ ในเรื่องเนี่ย ทำไมมันรู้สึกคุ้นๆ อย่างบอกไม่ถูกนะ?

"แถมยังเป็นการไปลบเหลี่ยมพวกลัทธิคืนชีพและพวกผู้มีอิทธิพลในดินแดนพร้อมๆ กัน จนสุดท้ายก็นำไปสู่ความวุ่นวายภายในเขตปกครองเป็นชุดใหญ่เลยล่ะ"

เมื่อฟลอร่าเล่าเรื่องราวอันรุ่งโรจน์ของมอเรียนจนจบ ภายในห้องนั่งเล่นก็เงียบกริบไร้ซึ่งเสียงใดๆ

จบบทที่ 091 ถึงกับนิ่งเงียบไปเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว