- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 090 ผู้พ่ายแพ้ต่อสิ่งยั่วยวน (2/2)
090 ผู้พ่ายแพ้ต่อสิ่งยั่วยวน (2/2)
090 ผู้พ่ายแพ้ต่อสิ่งยั่วยวน (2/2)
เขาน่าจะเดาออกว่าในสมองของฟลอร่านั้นกำลังคิดอะไรอยู่ แะมันต้องเป็นเรื่องที่เสียมารยาทสุดๆ แน่! ดันเต้ไม่เคยถูกใครมองว่าเป็นคนโง่มาก่อนเลยนะ!
แต่ถ้าจะให้พูดกันตามตรง ดันเต้ก็ไม่สามารถโกรธคนซื่อบื้อแบบธรรมชาติลงโทษอย่างฟลอร่าได้ลงจริงๆ เธอไม่มีเจตนาร้ายใดๆ แค่เป็นพวกที่รักอิสระเกินไปแถมยังใช้ชีวิตแบบไม่คิดอะไรเลยก็เท่านั้นเอง
“จะว่าไป เธอโดดเรียนแบบนี้ ไม่กลัวโดนไล่ออกจริงๆ เหรอ?”
ดันเต้อดไม่ได้ที่จะถามออกไป
ไม่ว่ายังไงก็เถอะ ต่อให้จะเป็นในวิทยาลัยอัศวิน แต่การโดดเรียนติดต่อกันสองเดือนมันก็เกินไปหน่อย เขารู้สึกว่าต่อให้เป็นระดับหัวกะทิอย่างดันเต้หรือโคนีเลีย ถ้าโดดเรียนสักสองสัปดาห์ ก็คงโดนทางสถาบันเรียกไปคุยแบบซีเรียสอย่างแน่นอน
“ไม่เป็นไรหรอก บ้านฉันค่อนข้างมีอิทธิพลน่ะ! พ่อฉันเป็นถึงเคานต์เลยนะ! แถมท่านยังสนิทกับคณบดีมากด้วย”
ฟลอร่าพูดออกมาอย่างเปิดเผยโดยไม่คิดจะปิดบังเลยสักนิดว่าตัวเองเป็นเด็กเส้น
“อีกอย่าง ถ้าโดนไล่ออกได้จริงๆ ก็คงจะดีสิ!”
พอพูดถึงเรื่องโดนไล่ออก น้ำเสียงของเธอก็ดูร่าเริงขึ้นมาทันทีถึงเจ็ดส่วน ราวกับว่าเธอรอคอยให้ถึงวันที่จะได้ออกไปจากสถาบัน แห่งนี้ใจจะขาด
“ไม่นะ ฟลอร่าไปไม่ได้นะ”
โคนีเลียอุตส่าห์หาเพื่อนผู้หญิงที่คุยกันถูกคอแบบนี้ได้ทั้งที ก่อนหน้านี้วงสังคมในสถาบันของเธอก็จำกัดอยู่แค่กับดันเต้ และโคลอิกซ์เท่านั้น
แม้จะมีเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ที่พอจะคุยด้วยได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่ความสัมพันธ์แบบทักทายกันเวลาเจอหน้าเท่านั้น เธอยอมรับไม่ได้หรอกถ้าหากฟลอร่าจะต้องถูกไล่ออกไป
“วางใจเถอะน่า ขนาดฉันโดดเรียนมาตั้งสองเดือนยังแค่โดนสั่งให้เรียนซ่อมเอง โดดต่ออีกสักปีก็ไม่โดนไล่ออกหรอก!”
ฟลอร่าอธิบายด้วยตรรกะประหลาดๆ ของเธออย่างมั่นอกมั่นใจ
ดันเต้เคยคิดว่าพวกขุนนางในอาณาจักรนี้ก็น่าจะปกติกันดี อย่างเช่น เทรเซียหรือโคลอิกซ์ หรือแม้แต่พวกคุณชายเจ้าสำราญอย่างฟลาต้า อย่างน้อยก็ยังเป็นพวกเรียนเก่งที่ตั้งใจเรียน ดูยังไงก็ยังมีมาดของขุนนางอยู่บ้าง
ไม่นึกเลยว่าจะมีตัวประหลาดอย่างฟลอร่าโผล่มา รูปแบบพฤติกรรมของเธอไม่เหมือนกับสิ่งที่เลดี้จากตระกูลขุนนางจะทำเลยสักนิด…
...
ทั้งสามคนเดินคุยกันไปตลอดทางที่มุ่งหน้าไปยังร้านขนมหวาน พอฟลอร่าเริ่มเปิดปากพูดเธอก็เจื้อยแจ้วไม่หยุด เล่าเรื่องของเธอให้ดันเต้ และโคนีเลียฟัง
เธอเล่าว่าเธอถูกที่บ้านบังคับให้มาสอบเข้าที่สถาบันแห่งนี้ เดิมทีครอบครัวไม่ได้ควบคุมอะไรเธอมากนัก เลี้ยงดูมาแบบปล่อยให้เติบโตอย่างมีความสุขมาตั้งแต่เด็ก แต่พี่ชายของเธอนั้นเป็นพวกพยศไม่ยอมคน แถมยังหนีออกจากบ้านไปร่อนเร่พเนจรสุดขอบฟ้า
ดังนั้นในฐานะลูกสาวคนโตของบ้าน ฟลอร่าเลยเริ่มถูกกวดขันอย่างหนัก แน่นอนว่าสาเหตุหลักน่าจะเป็นเพราะที่บ้านค้นพบผลลัพธ์ของการเลี้ยงดูแบบตามใจเกินไป เลยกลัวว่าเธอจะเลียนแบบพี่ชายแล้วหนีหายไปอีกคน ก็เลยเลิกเลี้ยงแบบปล่อยเกาะตั้งแต่นั้นมา
“เธอเป็นลูกสาวของท่านเคานต์เลือดเหล็ก นายพลฮันโนเวอร์คนนั้นจริงๆ เหรอ?”
ดันเต้จินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ ว่า ฟลอร่าจะเป็นถึงท่านหญิงจากตระกูลขุนนางใหญ่ที่ดูจริงจังขนาดนั้น
“ใช่แล้วๆ ชื่อเต็มของฉันคือ ฟลอร่า ฮันโนเวอร์ ยังไงล่ะ”
“แล้วพี่ชายเธอไม่โดนที่บ้านจับกลับมาเหรอ? อีกอย่างเขาเป็นถึงคุณชายลูกเคานต์ ไม่กลัวโดนลักพาตัวบ้างหรือไง?”
สมแล้วที่เป็นคนครอบครัวเดียวกันจริงๆ พวกเธอเนี่ยคือร่างอวตารของเสรีภาพชัดๆ ถ้าตระกูลไม่ล่มสลายไปซะก่อนก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว
เขาแอบบ่นพึมพำในใจ
“ถึงพี่ชายของฉันจะสู้คนไม่เก่ง แต่เขามีพรสวรรค์ด้านการสื่อสารที่ไม่เหมือนใคร แถมยังมีหัวการค้าสุดๆ ไม่ต้องห่วงเลยว่าเขาจะขาดเงินใช้ ไม่เหมือนฉันที่ซื่อบื้อขนาดนี้...”
พอพูดถึงตรงนี้ ฟลอร่าก็เม้มริมฝีปากสีแดงสดของเธอ ทำท่าทางเหมือนจะน้อยใจอยู่นิดๆ
“เขาฉลาดมากเลยเหรอ?”
“ใช่เลยล่ะ สงสัยความฉลาดของฉันคงไปรวมอยู่ที่ตัวเขาหมดแล้วมั้ง”
ดันเต้จ้องมองหน้าของฟลอร่าอีกครั้ง ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตามากขึ้นเรื่อยๆ
“พี่ชายเธออายุมากกว่าเธอเท่าไหร่?”
“สองปี”
ในที่สุดเขาก็เหมือนจะมั่นใจในอะไรบางอย่าง จึงขมวดคิ้วแล้วถามออกไปว่า
“พี่ชายของเธอเนี่ย หน้าตาหล่อเหลา ดูสง่างามและเป็นกันเอง แต่ถ้าสังเกตที่นัยน์ตาเขาดีๆ จะให้ความรู้สึกที่ดูอันตรายนิดๆ ใช่ไหม?”
ดันเต้ สรุปภาพลักษณ์ของคนคนหนึ่งในความทรงจำออกมาแล้วถามออกไป ก่อนหน้านี้ตอนที่เห็นฟลอร่าครั้งแรกในห้องเรียน เขาก็รู้สึกคุ้นๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะสีตาและสีผมของเธอ มันแทบจะเหมือนกับคนในความทรงจำของเขาเป๊ะๆ เลย
“ใช่เลยๆ! นายเคยเจอพี่ชายฉันด้วยเหรอ?”
“เขาชื่อมอเรียนใช่ไหม?”
“ใช่! นายเป็นเพื่อนของพี่ชายเหรอ?”
“อ้อ เปล่า...ก็นับว่าเป็นเพื่อนนั่นแหละ ตอนที่อยู่ชายแดนอาณาจักรแถวคูลัน เขาเคยมาพักที่เมืองของพวกเราอยู่พักหนึ่งน่ะ”
พอดันเต้นึกถึงหมอนั่นเขาก็ถึงกับกัดฟันกรอด
ไอ้พ่อค้าหน้าเลือดนั่น!
จนถึงตอนนี้ หมอนี่คือคนเดียวในโลกที่กล้ามาล้วงคองูเห่าจากดันเต้ไปได้! เพราะมันกว้านซื้อก็อบลินมหาโจรล็อตนั้นไปในราคาแค่ใบละ 100 เหรียญเท่านั้น!
แล้วไอ้หมอนี่ก็ยังกล้าเสี่ยงตายโดนที่บ้านจับกลับไป ด้วยการแอบไปขายการ์ดพวกนั้นในเมืองหลวง ที่มีคนพลุกพล่านและหูตาเป็นสับปะรด ที่สำคัญคือไม่มีใครจับเขากลับไปได้เลยสักคน!
เป็นพวกยอมตายเพื่อเงินจริงๆ พอคิดถึงไอ้เจ้ามอเรียนขึ้นมา หมัดของดันเต้ก็กำแน่นโดยไม่รู้ตัว
“จะว่าไป ที่บ้านเธอมีการตั้งค่าหัวหรืออะไรพวกนั้นไหม? อย่างเช่นถ้าจับตัวพี่ชายเธอกลับไปได้ จะได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่?”
“มีแน่นอนสิ ถ้านายจับพี่ชายฉันกลับไปได้ คุณพ่ออาจจะดีใจจนยกฉันให้นายเลยก็ได้นะ!”
ฟลอร่า ใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากล่างเบาๆ พร้อมกับยิ้มออกมาด้วยท่าทางใสซื่อสุดๆ
“ไม่ๆๆ อย่าล้อเล่นกันแบบนั้นสิ”
ดันเต้รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน
ตระกูลที่เลี้ยงลูกอย่าง มอเรียนกับฟลอร่าออกมาได้พร้อมกันเนี่ย ดันเต้ไม่อยากจะเข้าไปพัวพันด้วยเลยจริงๆ
เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามต่อว่า
“แต่เธอแน่ใจนะว่าพ่อเธอจะดีใจขนาดนั้น?”
เพราะจากคำตอบของฟลอร่า ฟังดูแล้วเหมือนท่านเคานต์ฮันโนเวอร์ จะให้ความสำคัญกับการจับตัวมอเรียนกลับมามากๆ ไม่แน่ว่าท่านเคานต์ อาจจะยอมจ่ายค่าตอบแทนที่มีค่าเท่ากับลูกสาวซื่อบื้อคนนี้เลยก็ได้
ฟลอร่าพยักหน้ายืนยัน
“อื้ม คุณพ่อชอบพูดเสมอว่า ถ้าชาตินี้ท่านจะต้องตายตาไม่หลับ สิ่งที่เสียใจที่สุดก็คงเป็นเรื่องที่จับตัวพี่ชายไม่ได้ แล้วไม่ได้ฟาดพี่ให้ยับคามือนั่นแหละ”
แหม ช่างบังเอิญอะไรขนาดนี้? ความคิดของผมกับพ่อเธอนี่ช่างตรงกันเป๊ะเลย! ไอ้พ่อค้าไร้จรรยาบรรณนั่น ถ้าปล่อยให้ลอยนวลต่อไป ฟ้าดินคงไม่ให้อภัยแน่! ดันเต้คนนี้ไม่ได้ทำเพื่อเงินรางวัลอะไรนั่นหรอกนะ แต่ทำเพื่อทวงคืนความยุติธรรมล้วนๆ!
“ฟลอร่า วางใจได้เลย เรื่องช่วยท่านเคานต์จับตัวมอเรียนกลับมาเนี่ย พวกเรายินดีช่วยเต็มที่แบบไม่เกี่ยงเลย!”
“มี...มีงานเข้ามาอีกแล้ว!”
อย่างไรก็ตาม ฟลอร่ากลับส่ายหัวอย่างเสียดาย
“อย่าล้อเล่นน่า พวกเราสามคนจะไปจับพี่ชายได้ยังไงกัน!”
“ไม่หรอก ผมมีเบาะแสสำคัญอยู่ หึๆ พวกเราไปหาคนคนหนึ่งก่อน แล้วค่อยไปร้านขนมด้วยกันนะ”
ดันเต้ยกมุมปากยิ้มเย็นชาออกมาอีกครั้ง
ตามหลักแล้ว มอเรียนเคยเอาการ์ดยอดฮิตอย่างก็อบลินมหาโจร ไปเร่ขายที่เมืองหลวง ถ้าใครรู้ว่ามอเรียนมีของในสต็อกเยอะขนาดนั้น จะต้องมีคนไปถามเขาแน่ๆ ว่าใครเป็นคนสร้างการ์ดสุดกวนประสาทใบนี้ขึ้นมา แล้วก็น่าจะตามรอยมาจนถึงเมืองเล็กๆ แถวชายแดนได้
แต่ความเป็นจริงก็คือ หลังจากที่ก็อบลินมหาโจรโด่งดังเป็นพลุแตกในเมืองหลวงอยู่พักหนึ่ง กลับไม่มีพ่อค้าคนไหนตามหาดันเต้จนเจอที่เมืองชายแดนเลยสักคน
นั่นแสดงว่ามอเรียนระมัดระวังตัวเป็นพิเศษเวลาขายการ์ด เขาไม่ยอมคุยกับคนอื่นง่ายๆ แน่ แต่สุดท้ายกลับมีแค่ เทรเซีย เลดี้จากตระกูลเคานต์ ที่กำลังตกอับเพียงคนเดียวที่ตามหาดันเต้จนเจอที่เมืองชายแดน เพื่อขอซื้อผู้กองก็อบลิน และพาเขามาที่เมืองหลวง
นั่นหมายความว่า เทรเซียมีโอกาสสูงมากที่จะได้เจอตัวมอเรียน! และมอเรียนก็ต้องไว้ใจเทรเซียมากๆ ถึงได้ยอมบอกเรื่องราวต่างๆ กับเธอเยอะขนาดนี้!