เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่22 ละครแกหลอกฉัน!!!

ตอนที่22 ละครแกหลอกฉัน!!!

ตอนที่22 ละครแกหลอกฉัน!!!


โอจิโร่ มาชิราโอะถึงกับตะลึงไม่ใช่แค่โอจิโร่แม้แต่ทุกคนในห้องควบคุมก็ตะลึงไปตามๆกันเพราะกล้องที่ติดตั้งในโรงเรียนไม่ใช่กล้องความเร็วสูง

เลยสามารถจับภาพความเร็วอันน่ากลัวของหลี่เทียนซึ่งเกินกว่า2มัคได้

ดังนั้นภาพเมื่อครู่สำหรับทุกคนในห้องควบคุมมันเหมือนกับว่ามีใครบางคนลบช่วงเวลาตรงกลางทิ้งไปวินาทีก่อนยังเห็นหลี่เทียนถูกโจมตีอยู่ในอันตรายแต่วินาทีถัดมาโทโดโรกิก็ล้มลงกับพื้นแล้ว

แม้แต่ออลไมท์ก็ยังไม่ทันได้เห็นว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น

“ไปเถอะ ไปหาโชจิกัน” หลี่เทียนเดินไปทางโอจิโร่เตรียมจะช่วยทำลายน้ำแข็งที่แช่แข็งเท้าของเขา

“นายพูดว่าอะไรนะ จบแล้วงั้นเหรอ!”

ทันใดนั้นเสียงตะโกนก็ดังขึ้นอีกครั้ง ความเย็นจัดแผ่ปกคลุมทั้งโถงทันทีอุณหภูมิเหมือนจะลดลงไปหลายสิบองศา

“หืม?” หลี่เทียนสะดุ้งหันกลับไปมองก็เห็นโทโดโรกิที่กำลังลุกขึ้นจากพื้น

“เอ๊ะ! นายยังไม่สลบอีกเหรอ?” หลี่เทียนมองมือของตัวเอง แล้วมองไปที่มือของโทโดโรกิที่กุมด้านข้างต้นคออดรู้สึกเขินขึ้นมาไม่ได้

(-0-)

หลี่เทียนเงยหน้ามองฟ้าอย่างช่วยไม่ได้ สีหน้าเต็มไปด้วยความอึดอัดเขาเห็นในละครมาหลายเรื่องแค่ฟันสันมือทีเดียวผู้หญิงก็สลบแล้วนิ

เขาเลยคิดว่าง่ายๆแถมยังกลัวจะทำร้ายโทโดโรกิเลยไม่ได้ใช้แรงจากแรงเฉื่อยเต็มที่แต่ควบคุมแรงเอาไว้

ผลลัพธ์ตอนนี้ก็คือ…

“ละครพวกนั้นมันโกหก!” หลี่เทียนแทบอยากจะร้องไห้เพราะก่อนหน้านี้ทำเท่ไว้ตั้งเยอะ

โทโดโรกิที่กุมท้ายทอยไว้ พิงกำแพงน้ำแข็งด้านหนึ่งหลังจากตกใจอยู่พักหนึ่งเขาก็รู้ตัวว่าหลี่เทียนโผล่มาด้านหลังเขาโดยไม่รู้ตัวเลยจริงๆเพราะไม่มีใครที่พิงกำแพงอยู่จะคิดว่าอีกฝ่ายจะไปโผล่ข้างหลังได้!

“นายนี่น่าเบื่อจริงๆ” โทโดโรกิลุกขึ้นมองหลี่เทียนอย่างจริงจังแล้วพูดเสียงต่ำ

ที่หลี่เทียนโผล่มาด้านหลังเขาได้ ไม่ใช่ว่าเขาทำลายน้ำแข็งแต่…เขาขยับตัวโทโดโรกิไปข้างหน้าสองก้าว

ใช่แล้วในชั่วขณะนั้นหลี่เทียนขยับโทโดโรกิไปข้างหน้าสองก้าวโดยที่โทโดโรกิไม่ทันได้ตอบสนอง จากนั้นก็ไปยืนด้านหลังแล้วฟันสันมือใส่เขา

“ทำเพื่อความเท่สินะ?” ด้วยสติปัญญาของโทโดโรกิ เขาเดาความคิดของหลี่เทียนได้ทันที

“ถึงเขาจะแข็งแกร่งมาก แต่ฉันยังมีโอกาสเพราะเขามัวแต่ทำเท่เขาไม่ได้จริงจังกับการต่อสู้นี้เลย นี่แหละคือกุญแจสู่ชัยชนะของฉัน” โทโดโรกิจ้องหลี่เทียนดวงตาเป็นประกายมือขวาปล่อยไอเย็นออกมาไม่หยุด

“โทโดโรกิ อย่าคิดจะสู้เลย” หลี่เทียนปรับอารมณ์ที่เขินของตัวเอง

หันไปมองโทโดโรกิที่เข้าสู่ท่าต่อสู้แล้วพูดเรียบๆ “การต่อสู้นี้จบแล้วถ้าไม่เชื่อนายลองดูที่มือตัวเองก็ได้”

“มือฉัน?” โทโดโรกิชะงักไปก่อนจะก้มมองมือขวาของตัวเองโดยสัญชาตญาณแล้วก็เห็นว่าที่ข้อมือมีเทปวงหนึ่งพันอยู่

“นี่มัน…เทปจับกุม?” ดวงตาของโทโดโรกิหรี่ลงทันที

ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

ราวกับมองออกว่าโทโดโรกิกำลังสงสัยอะไร

หลี่เทียนพูดอย่างสบายๆว่า “ก็ตอนที่นายลุกขึ้นแล้วพูดว่า ‘จบแล้วงั้นเหรอ’ นั่นแหละ”

และหลี่เทียนก็เสริมไปอีกว่า“แล้วก็…ฉันแวะออกไปเดินเล่นนิดหน่อยด้วย โชจิก็โดนพันด้วยเทปจับกุมแล้วเหมือนกัน”

ราวกับจะยืนยันคำพูดของหลี่เทียนเสียงของออลไมท์ก็ดังขึ้นจากหูฟังที่พวกเขาสวมอยู่

“ทีมฮีโร่ถูกจับกุม ทีมวิลเลินชนะ!”

“โอเคการแข่งขันจบแล้วโทโดโรกินายจะละลายน้ำแข็งได้ไหม การแช่แข็งนานๆจะส่งผลเสียต่อร่างกายของโอจิโร่”หลี่เทียนพูดอย่างนุ่มนวล

โทโดโรกินิ่งเงียบไปและปล่อยคลื่นความร้อนออกมาจากใต้เท้าของเขาอย่างรวดเร็ว น้ำแข็งหนาทึบละลายกลายเป็นไอและสลายไปในพริบตา

“ครั้งหน้า ฉันจะชนะ” โทโดโรกิพูดเสียงเย็นก่อนจะหันหลังเดินจากไป

มองแผ่นหลังของโทโดโรกิที่จากไปหลี่เทียนยักไหล่ก่อนจะเรียกโอจิโร่ มาชิราโอะที่ยังมึนๆให้กลับไปด้วยกัน

ณ ห้องควบคุม

ขณะที่ออลไมท์กำลังจะให้ยาโอโยโรสุ โมโมะออกมาวิเคราะห์อีกครั้ง

“ไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์” โทโดโรกิพูดแทรกอย่างเย็นชา “ไม่ว่าจะวิเคราะห์หรือวางแผนยังไง ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมช่องว่างมันห่างกันเกินไป”

สิ่งที่โทโดโรกิพูดไม่ได้หมายถึงแค่ช่องว่างระหว่างเขากับหลี่เทียนเท่านั้นแต่ยังรวมถึงโชจิกับโอจิโร่ด้วย

ช่องว่างระหว่างสองคนนั้นกับเขาก็มากและช่องว่างระหว่างเขากับหลี่เทียนก็ยิ่งมากกว่าในการต่อสู้จำลองแบบนี้ แทบไม่มีทางพลิกเกมได้เลย

แม้คำพูดจะดูเย็นชาไปบ้าง แต่เหล่านักเรียนที่อยู่ตรงนั้นก็เข้าใจคำพูดของเขา

โดยเฉพาะโอจิโร่ที่ได้เห็น “การต่อสู้ระดับเทพ” กับตาตัวเองและโชจิ เมโซที่ถูกประกาศตกรอบแบบงงๆต่างก็เข้าใจเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง

มีเพียงบาคุโกยังจ้องมองหลี่เทียนกับโทโดโรกิอย่างไม่ยอมแพ้และยังมีมิโดริยะด้วยสายตาของบาคุโกกวาดมองทั้งสามคนอย่างต่อเนื่อง เต็มไปด้วยความโกรธและไม่ยอมรับ

ตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยมต้น เขาเป็นที่หนึ่งมาตลอดไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนกีฬาหรืออัตลักษณ์

ไม่ว่าจะเป็นโทโดโรกิที่แสดงพลังเหนือชั้น หลี่เทียนที่เอาชนะโทโดโรกิได้ หรือแม้แต่การที่มิโดริยะเอาชนะเขาด้วยกลยุทธ์

ทั้งหมดนี้ทำให้เขาไม่ยอมรับอย่างถึงที่สุดและศักดิ์ศรีของเขาก็ไม่ยอมให้เขาหลอกตัวเองว่าที่แพ้เป็นเพราะกลยุทธ์

“บ้าเอ๊ย! ไอ้หัวสองสีนั้น ไอ้เจ้าเดกุแล้วก็ไอ้หมอนั่นหลี่เทียนที่ทำตัวน่าหมั่นไส้ พวกแกรอฉันไว้เลย” บาคุโกกัดฟันแน่นด้วยความไม่ยอมแพ้

“ฉันจะต้องแซงพวกแกให้ได้ อันดับหนึ่ง…ต้องเป็นของฉันเท่านั้น!”

การเรียนยังคงดำเนินต่อไปการต่อสู้กลุ่มสุดท้ายคือทีมฮีโร่ของกลุ่ม I ที่ประกอบด้วยซึยุ อาซุยและอาโอยามะ ยูงะปะทะกับทีมวิลเลินของกลุ่ม Jที่ประกอบด้วยอาชิโดะ มินะและเซโระ ฮันตะและการต่อสู้กลุ่มสุดท้ายก็จบลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน

“ในการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรงการฝึกต่อสู้ครั้งแรกถือว่าทำได้ดีมากหลังจากกลับไปแล้วพวกเธอควรทบทวนข้อผิดพลาดของตัวเองและคิดดูว่าถ้าทำอีกครั้งจะสามารถชนะหรือทำได้ดีกว่าครั้งนี้ไหม”ออลไมท์มองนักเรียนห้องAแล้วพูดอย่างจริงจัง

เมื่อได้ยินคำพูดของออลไมท์ ทุกคนก็อดครุ่นคิดไม่ได้

เมื่อเห็นว่านักเรียนตั้งใจฟัง ออลไมท์ก็ยิ้มกว้าง “โดยรวมแล้วพวกเธอทุกคนทำงานหนักมาก! เอาล่ะเลิกเรียนได้!”

“เลิกเรียนแบบนี้เลยเหรอ? หลังจากเรียนกับอาจารย์ไอซาวะแล้วการสอนแบบปกติแบบนี้มันรู้สึกแปลกๆนิดหน่อยนะ”ซึยุ อาซุยที่มักพูดตรงๆก็พูดออกมาตรง ๆ

“แค่กๆ… การสอนแบบปกติก็เป็นอิสระของครูเหมือนกันนะ!” ออลไมท์พูดอย่างเขินๆในฐานะครูมือใหม่เขายังต้องอ่านตามแผนการสอนอยู่เลยจะไปเทียบกับครูมากประสบการณ์อย่างไอซาวะได้ยังไง

“เอาล่ะ ทุกคนรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับห้องเรียน หลังจากสรุปสิ่งที่ได้เรียนวันนี้แล้วก็กลับบ้านได้” พูดจบออลไมท์ก็พุ่งออกไปตามทางเดินทันทีราวกับกำลังหนีอะไรบางอย่าง

แต่จริงๆแล้วตอนนี้เขาก็แทบไม่ต่างจากการหนีจริงๆ

เมื่อพ้นสายตานักเรียนออลไมท์กระโดดออกจากอุโมงค์จากนั้นควันสีขาวก็พุ่งขึ้นและเขาก็กลับไปเป็นร่างผอมในทันที

“พอเริ่มสอนแล้ว เวลาร่างกล้ามเนื้อมันไม่พอจริง ๆ…” ออลไมท์ไอเบาๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะเดินไปยังห้องพัก

หลังจากออลไมท์ประกาศเลิกเรียน นักเรียนชายหญิงก็แยกย้ายกันไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเอง

ระหว่างทางฝั่งนักเรียนชายก็ล้อมหลี่เทียนโดยไม่ได้นัดหมายแล้วเริ่มพูดคุยกัน

“เพื่อนหลี่เทียน อัตลักษณ์ของนายจริงๆ คืออะไรเหรอ? วิ่งเร็วมากใช่ไหม? ดูแล้วโคตรแข็งแกร่งเลย!” คิริชิมะ เอจิโร่ ที่อยู่ใกล้หลี่เทียนถามขึ้นอย่างอยากรู้

ทันทีที่คำพูดนี้ออกมารอบข้างก็เงียบลงแม้แต่โทโดโรกิที่เย็นชาและบาคุโกที่มักทำหน้าบึ้งก็ยังเงี่ยหูฟัง

“อัตลักษณ์ของฉันน่ะเหรอ! ก็ประมาณว่า…วิ่งเร็วมากนั่นแหละ” หลี่เทียนตอบ

“ประมาณว่า?”ด้านข้างอีดะเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ มุมปากกระตุกเล็กน้อย “เพื่อนหลี่เทียน ฉันขอถามำด้มั้ยว่า ‘ประมาณ’ นี่มันประมาณแค่ไหนกันแน่?”

“ประมาณไหนเหรอ?” หลี่เทียนมองสายตาอยากรู้ของนักเรียนรอบตัวก่อนจะคิดเล็กน้อยแล้วพูดว่า

“อัตลักษณ์ของฉันสามารถเพิ่มความเร็วในการวิ่ง ความเร็วในการเคลื่อนไหวของร่างกาย ความเร็วปฏิกิริยาของระบบประสาท”

“การมองเห็นแบบไดนามิก ความเร็วในการคิดพูดง่ายๆคือความเร็วทุกอย่างยกเว้นพละกำลังถูกเสริมขึ้นเป็นหลายสิบเท่า!”

คิริชิมะ เอจิโร่: “ความเร็วในการวิ่ง?”

คามินาริ เดนกิ: “ความเร็วการเคลื่อนไหวของร่างกาย?”

โอจิโร่ มาชิราโอะ: “ความเร็วปฏิกิริยาประสาท?”

ซาโต้ ริคิโดะ: “การมองเห็นแบบไดนามิก?”

โทโคยามิ ฟุมิคาเงะ: “ความเร็วในการคิด?”

ทุกคน: “เพิ่มขึ้นเป็นหลายสิบเท่าทั้งหมดเลยเนี่ยนะ!!!”

ด้านข้างบาคุโกถึงกับสะดุดเท้าแล้วหยุดนิ่งอยู่กับที่

พวกเขาล้วนเป็นคนที่อยากเป็นฮีโร่ จะไม่รู้ได้ยังไงว่าการที่ทุกอย่างถูกเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่าตามที่หลี่เทียนพูด มันหมายความว่ายังไง

“แบบนี้เรียกว่า‘ประมาณ’เหรอ?” อีดะ เท็นยะที่อัตลักษณ์ของเขาเองก็เป็นสายความเร็วมองหลี่เทียนด้วยสายตาเคืองๆ

ถึงจะรู้ว่าที่หลี่เทียนพูดยังถือว่ากั๊กไว้ แต่ตอนนี้เขาก็ยังรู้สึกอึดอัดอยู่ดี!

“ก็ใกล้เคียงกันไม่ใช่เหรอ? อัตลักษณ์ของฉันก็เป็นความเร็วเหมือนกันนะ!” หลี่เทียนพูดอย่างไร้เดียงสา

“มันต่างกันลิบลับเลยต่างหาก!” ทุกครตะโกนพูดพร้อมกัน

“เอ่อ…” หลี่เทียนถึงกับหุบปากทันทีเมื่อเห็นฝูงชนเดือดขึ้นมา

มองภาพนั้นแม้แต่มิโดริยะ อิซึคุที่รู้อยู่แล้วก็ยังอดยิ้มขมไม่ได้เขามองกลุ่มคนที่เต็มไปด้วยความอิจฉาแล้วคิดในใจ

“ถ้าพวกเขารู้ว่าอัตลักษณ์ของหลี่เทียนเพิ่งตื่นขึ้นมาได้แค่เดือนกว่าๆล่ะก็…”

เขาเองก็ได้One For Allมาในช่วงเวลาใกล้กัน แต่พอมองคนอื่นแล้วมองตัวเอง…มิโดริยะก็รู้สึกว่าตัวเองช่างล้มเหลวจริงๆ

ทั้งๆที่ได้รับอัตลักษณ์ทรงพลังจากออลไมท์ แต่กลับใช้มันเหมือนพลังฆ่าศัตรู1000ทำร้ายตัวเอง800

“เดี๋ยวนะ นายบอกว่าอัตลักษณ์ของนายไม่เพิ่มพละกำลัง แต่เมื่อกี้นาย…” บาคุโกจับจุดผิดปกติได้ รีบก้าวเข้ามาถาม

“นายหมายถึงแรงบีบใช่ไหม? นั่นมันแรงเฉื่อยต่างหาก!” หลี่เทียนเลือกที่จะพูดแล้ว ก็ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอะไร

“จริงๆแล้วเมื่อความเร็วถึงระดับหนึ่ง มันจะสร้างแรงเฉื่อยมหาศาล…ดังนั้นถึงพละกำลังของฉันจะไม่สูง แต่ก็สามารถใช้แรงเฉื่อยจากความเร็วเพื่อเพิ่มพลังได้” พูดไปเขาก็ยื่นมือออกมาแสดงให้ทุกคนดู

“ดูมือฉันนะ” ทุกคนมองไปที่มือของหลี่เทียนทันใดนั้นสายตาก็พร่าไปเสียงโซนิคบูมดังขึ้นข้างหู แล้วก็เห็นมือของเขากำแน่นแล้ว

“ก็ประมาณนี้แหละ” หลี่เทียนกางมือออกอีกครั้ง เผยให้เห็นฝ่ามือที่แดงขึ้น

“แต่แรงสะท้อนมันค่อนข้างแรงทุกครั้งที่ใช้ก็จะทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บเล็กน้อย ถ้าใช้แรงเกินไปก็อาจถึงขั้นกระดูกหักได้เลย”

“กล้ามเนื้อบาดเจ็บ? กระดูกหัก? งั้นก็แปลว่าหลี่เทียนทุกครั้งที่นายใช้อัตลักษณ์ร่างกายก็จะเต็มไปด้วยบาดแผลน่ะสิ?” คามินาริ เดนกิ อุทานออกมา

“มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นหรอก!” หลี่เทียนยิ้มแล้วโบกมือเมื่อเผชิญกับสายตาเป็นห่วงของเพื่อนๆ

“เพราะอัตลักษณ์ของฉัน ความสามารถในการฟื้นตัวเร็วกว่าคนธรรมดาหลายเท่าแผลเล็กๆแบบนี้เดี๋ยวเดียวก็หายแล้ว!”

“เอ่อ…” เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เทียนทุกคนที่เมื่อกี้ยังรู้สึกกังวลอยู่มองไปที่ฝ่ามือขาวๆ ของเขาแล้วก็อดอยากตบหน้าตัวเองไม่ได้

พวกเขาเพิ่งได้ยินอะไรไปนะ…เพราะอัตลักษณ์ทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นหลายเท่าแผลเล็กๆหายในพริบตา

ที่แท้ความเร็วเหนือมนุษย์ยังมีความสามารถแบบนี้ด้วยงั้นเหรอ…บ้าชัด ๆ!

มีที่ไหนวิ่งเร็วแล้วฟื้นตัวเร็วตามไปด้วย!

หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ ทุกคนก็เข้าใจความจริงลึกซึ้งอย่างหนึ่ง…

นั่นก็คือสิ่งที่หลี่เทียนพูดว่า “ประมาณ” น่ะเชื่อไม่ได้เด็ดขาด!

“ประมาณ” ของหลี่เทียน…นี่มันโคตรไม่ประมาณเลย!

จบบทที่ ตอนที่22 ละครแกหลอกฉัน!!!

คัดลอกลิงก์แล้ว