- หน้าแรก
- มายฮีโร่ ฉันคือเดอะแฟลช
- ตอนที่22 ละครแกหลอกฉัน!!!
ตอนที่22 ละครแกหลอกฉัน!!!
ตอนที่22 ละครแกหลอกฉัน!!!
โอจิโร่ มาชิราโอะถึงกับตะลึงไม่ใช่แค่โอจิโร่แม้แต่ทุกคนในห้องควบคุมก็ตะลึงไปตามๆกันเพราะกล้องที่ติดตั้งในโรงเรียนไม่ใช่กล้องความเร็วสูง
เลยสามารถจับภาพความเร็วอันน่ากลัวของหลี่เทียนซึ่งเกินกว่า2มัคได้
ดังนั้นภาพเมื่อครู่สำหรับทุกคนในห้องควบคุมมันเหมือนกับว่ามีใครบางคนลบช่วงเวลาตรงกลางทิ้งไปวินาทีก่อนยังเห็นหลี่เทียนถูกโจมตีอยู่ในอันตรายแต่วินาทีถัดมาโทโดโรกิก็ล้มลงกับพื้นแล้ว
แม้แต่ออลไมท์ก็ยังไม่ทันได้เห็นว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น
“ไปเถอะ ไปหาโชจิกัน” หลี่เทียนเดินไปทางโอจิโร่เตรียมจะช่วยทำลายน้ำแข็งที่แช่แข็งเท้าของเขา
“นายพูดว่าอะไรนะ จบแล้วงั้นเหรอ!”
ทันใดนั้นเสียงตะโกนก็ดังขึ้นอีกครั้ง ความเย็นจัดแผ่ปกคลุมทั้งโถงทันทีอุณหภูมิเหมือนจะลดลงไปหลายสิบองศา
“หืม?” หลี่เทียนสะดุ้งหันกลับไปมองก็เห็นโทโดโรกิที่กำลังลุกขึ้นจากพื้น
“เอ๊ะ! นายยังไม่สลบอีกเหรอ?” หลี่เทียนมองมือของตัวเอง แล้วมองไปที่มือของโทโดโรกิที่กุมด้านข้างต้นคออดรู้สึกเขินขึ้นมาไม่ได้
(-0-)
หลี่เทียนเงยหน้ามองฟ้าอย่างช่วยไม่ได้ สีหน้าเต็มไปด้วยความอึดอัดเขาเห็นในละครมาหลายเรื่องแค่ฟันสันมือทีเดียวผู้หญิงก็สลบแล้วนิ
เขาเลยคิดว่าง่ายๆแถมยังกลัวจะทำร้ายโทโดโรกิเลยไม่ได้ใช้แรงจากแรงเฉื่อยเต็มที่แต่ควบคุมแรงเอาไว้
ผลลัพธ์ตอนนี้ก็คือ…
“ละครพวกนั้นมันโกหก!” หลี่เทียนแทบอยากจะร้องไห้เพราะก่อนหน้านี้ทำเท่ไว้ตั้งเยอะ
โทโดโรกิที่กุมท้ายทอยไว้ พิงกำแพงน้ำแข็งด้านหนึ่งหลังจากตกใจอยู่พักหนึ่งเขาก็รู้ตัวว่าหลี่เทียนโผล่มาด้านหลังเขาโดยไม่รู้ตัวเลยจริงๆเพราะไม่มีใครที่พิงกำแพงอยู่จะคิดว่าอีกฝ่ายจะไปโผล่ข้างหลังได้!
“นายนี่น่าเบื่อจริงๆ” โทโดโรกิลุกขึ้นมองหลี่เทียนอย่างจริงจังแล้วพูดเสียงต่ำ
ที่หลี่เทียนโผล่มาด้านหลังเขาได้ ไม่ใช่ว่าเขาทำลายน้ำแข็งแต่…เขาขยับตัวโทโดโรกิไปข้างหน้าสองก้าว
ใช่แล้วในชั่วขณะนั้นหลี่เทียนขยับโทโดโรกิไปข้างหน้าสองก้าวโดยที่โทโดโรกิไม่ทันได้ตอบสนอง จากนั้นก็ไปยืนด้านหลังแล้วฟันสันมือใส่เขา
“ทำเพื่อความเท่สินะ?” ด้วยสติปัญญาของโทโดโรกิ เขาเดาความคิดของหลี่เทียนได้ทันที
“ถึงเขาจะแข็งแกร่งมาก แต่ฉันยังมีโอกาสเพราะเขามัวแต่ทำเท่เขาไม่ได้จริงจังกับการต่อสู้นี้เลย นี่แหละคือกุญแจสู่ชัยชนะของฉัน” โทโดโรกิจ้องหลี่เทียนดวงตาเป็นประกายมือขวาปล่อยไอเย็นออกมาไม่หยุด
“โทโดโรกิ อย่าคิดจะสู้เลย” หลี่เทียนปรับอารมณ์ที่เขินของตัวเอง
หันไปมองโทโดโรกิที่เข้าสู่ท่าต่อสู้แล้วพูดเรียบๆ “การต่อสู้นี้จบแล้วถ้าไม่เชื่อนายลองดูที่มือตัวเองก็ได้”
“มือฉัน?” โทโดโรกิชะงักไปก่อนจะก้มมองมือขวาของตัวเองโดยสัญชาตญาณแล้วก็เห็นว่าที่ข้อมือมีเทปวงหนึ่งพันอยู่
“นี่มัน…เทปจับกุม?” ดวงตาของโทโดโรกิหรี่ลงทันที
ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
ราวกับมองออกว่าโทโดโรกิกำลังสงสัยอะไร
หลี่เทียนพูดอย่างสบายๆว่า “ก็ตอนที่นายลุกขึ้นแล้วพูดว่า ‘จบแล้วงั้นเหรอ’ นั่นแหละ”
และหลี่เทียนก็เสริมไปอีกว่า“แล้วก็…ฉันแวะออกไปเดินเล่นนิดหน่อยด้วย โชจิก็โดนพันด้วยเทปจับกุมแล้วเหมือนกัน”
ราวกับจะยืนยันคำพูดของหลี่เทียนเสียงของออลไมท์ก็ดังขึ้นจากหูฟังที่พวกเขาสวมอยู่
“ทีมฮีโร่ถูกจับกุม ทีมวิลเลินชนะ!”
“โอเคการแข่งขันจบแล้วโทโดโรกินายจะละลายน้ำแข็งได้ไหม การแช่แข็งนานๆจะส่งผลเสียต่อร่างกายของโอจิโร่”หลี่เทียนพูดอย่างนุ่มนวล
โทโดโรกินิ่งเงียบไปและปล่อยคลื่นความร้อนออกมาจากใต้เท้าของเขาอย่างรวดเร็ว น้ำแข็งหนาทึบละลายกลายเป็นไอและสลายไปในพริบตา
“ครั้งหน้า ฉันจะชนะ” โทโดโรกิพูดเสียงเย็นก่อนจะหันหลังเดินจากไป
มองแผ่นหลังของโทโดโรกิที่จากไปหลี่เทียนยักไหล่ก่อนจะเรียกโอจิโร่ มาชิราโอะที่ยังมึนๆให้กลับไปด้วยกัน
ณ ห้องควบคุม
ขณะที่ออลไมท์กำลังจะให้ยาโอโยโรสุ โมโมะออกมาวิเคราะห์อีกครั้ง
“ไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์” โทโดโรกิพูดแทรกอย่างเย็นชา “ไม่ว่าจะวิเคราะห์หรือวางแผนยังไง ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมช่องว่างมันห่างกันเกินไป”
สิ่งที่โทโดโรกิพูดไม่ได้หมายถึงแค่ช่องว่างระหว่างเขากับหลี่เทียนเท่านั้นแต่ยังรวมถึงโชจิกับโอจิโร่ด้วย
ช่องว่างระหว่างสองคนนั้นกับเขาก็มากและช่องว่างระหว่างเขากับหลี่เทียนก็ยิ่งมากกว่าในการต่อสู้จำลองแบบนี้ แทบไม่มีทางพลิกเกมได้เลย
แม้คำพูดจะดูเย็นชาไปบ้าง แต่เหล่านักเรียนที่อยู่ตรงนั้นก็เข้าใจคำพูดของเขา
โดยเฉพาะโอจิโร่ที่ได้เห็น “การต่อสู้ระดับเทพ” กับตาตัวเองและโชจิ เมโซที่ถูกประกาศตกรอบแบบงงๆต่างก็เข้าใจเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง
มีเพียงบาคุโกยังจ้องมองหลี่เทียนกับโทโดโรกิอย่างไม่ยอมแพ้และยังมีมิโดริยะด้วยสายตาของบาคุโกกวาดมองทั้งสามคนอย่างต่อเนื่อง เต็มไปด้วยความโกรธและไม่ยอมรับ
ตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยมต้น เขาเป็นที่หนึ่งมาตลอดไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนกีฬาหรืออัตลักษณ์
ไม่ว่าจะเป็นโทโดโรกิที่แสดงพลังเหนือชั้น หลี่เทียนที่เอาชนะโทโดโรกิได้ หรือแม้แต่การที่มิโดริยะเอาชนะเขาด้วยกลยุทธ์
ทั้งหมดนี้ทำให้เขาไม่ยอมรับอย่างถึงที่สุดและศักดิ์ศรีของเขาก็ไม่ยอมให้เขาหลอกตัวเองว่าที่แพ้เป็นเพราะกลยุทธ์
“บ้าเอ๊ย! ไอ้หัวสองสีนั้น ไอ้เจ้าเดกุแล้วก็ไอ้หมอนั่นหลี่เทียนที่ทำตัวน่าหมั่นไส้ พวกแกรอฉันไว้เลย” บาคุโกกัดฟันแน่นด้วยความไม่ยอมแพ้
“ฉันจะต้องแซงพวกแกให้ได้ อันดับหนึ่ง…ต้องเป็นของฉันเท่านั้น!”
การเรียนยังคงดำเนินต่อไปการต่อสู้กลุ่มสุดท้ายคือทีมฮีโร่ของกลุ่ม I ที่ประกอบด้วยซึยุ อาซุยและอาโอยามะ ยูงะปะทะกับทีมวิลเลินของกลุ่ม Jที่ประกอบด้วยอาชิโดะ มินะและเซโระ ฮันตะและการต่อสู้กลุ่มสุดท้ายก็จบลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน
“ในการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรงการฝึกต่อสู้ครั้งแรกถือว่าทำได้ดีมากหลังจากกลับไปแล้วพวกเธอควรทบทวนข้อผิดพลาดของตัวเองและคิดดูว่าถ้าทำอีกครั้งจะสามารถชนะหรือทำได้ดีกว่าครั้งนี้ไหม”ออลไมท์มองนักเรียนห้องAแล้วพูดอย่างจริงจัง
เมื่อได้ยินคำพูดของออลไมท์ ทุกคนก็อดครุ่นคิดไม่ได้
เมื่อเห็นว่านักเรียนตั้งใจฟัง ออลไมท์ก็ยิ้มกว้าง “โดยรวมแล้วพวกเธอทุกคนทำงานหนักมาก! เอาล่ะเลิกเรียนได้!”
“เลิกเรียนแบบนี้เลยเหรอ? หลังจากเรียนกับอาจารย์ไอซาวะแล้วการสอนแบบปกติแบบนี้มันรู้สึกแปลกๆนิดหน่อยนะ”ซึยุ อาซุยที่มักพูดตรงๆก็พูดออกมาตรง ๆ
“แค่กๆ… การสอนแบบปกติก็เป็นอิสระของครูเหมือนกันนะ!” ออลไมท์พูดอย่างเขินๆในฐานะครูมือใหม่เขายังต้องอ่านตามแผนการสอนอยู่เลยจะไปเทียบกับครูมากประสบการณ์อย่างไอซาวะได้ยังไง
“เอาล่ะ ทุกคนรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับห้องเรียน หลังจากสรุปสิ่งที่ได้เรียนวันนี้แล้วก็กลับบ้านได้” พูดจบออลไมท์ก็พุ่งออกไปตามทางเดินทันทีราวกับกำลังหนีอะไรบางอย่าง
แต่จริงๆแล้วตอนนี้เขาก็แทบไม่ต่างจากการหนีจริงๆ
เมื่อพ้นสายตานักเรียนออลไมท์กระโดดออกจากอุโมงค์จากนั้นควันสีขาวก็พุ่งขึ้นและเขาก็กลับไปเป็นร่างผอมในทันที
“พอเริ่มสอนแล้ว เวลาร่างกล้ามเนื้อมันไม่พอจริง ๆ…” ออลไมท์ไอเบาๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะเดินไปยังห้องพัก
หลังจากออลไมท์ประกาศเลิกเรียน นักเรียนชายหญิงก็แยกย้ายกันไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเอง
ระหว่างทางฝั่งนักเรียนชายก็ล้อมหลี่เทียนโดยไม่ได้นัดหมายแล้วเริ่มพูดคุยกัน
“เพื่อนหลี่เทียน อัตลักษณ์ของนายจริงๆ คืออะไรเหรอ? วิ่งเร็วมากใช่ไหม? ดูแล้วโคตรแข็งแกร่งเลย!” คิริชิมะ เอจิโร่ ที่อยู่ใกล้หลี่เทียนถามขึ้นอย่างอยากรู้
ทันทีที่คำพูดนี้ออกมารอบข้างก็เงียบลงแม้แต่โทโดโรกิที่เย็นชาและบาคุโกที่มักทำหน้าบึ้งก็ยังเงี่ยหูฟัง
“อัตลักษณ์ของฉันน่ะเหรอ! ก็ประมาณว่า…วิ่งเร็วมากนั่นแหละ” หลี่เทียนตอบ
“ประมาณว่า?”ด้านข้างอีดะเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ มุมปากกระตุกเล็กน้อย “เพื่อนหลี่เทียน ฉันขอถามำด้มั้ยว่า ‘ประมาณ’ นี่มันประมาณแค่ไหนกันแน่?”
“ประมาณไหนเหรอ?” หลี่เทียนมองสายตาอยากรู้ของนักเรียนรอบตัวก่อนจะคิดเล็กน้อยแล้วพูดว่า
“อัตลักษณ์ของฉันสามารถเพิ่มความเร็วในการวิ่ง ความเร็วในการเคลื่อนไหวของร่างกาย ความเร็วปฏิกิริยาของระบบประสาท”
“การมองเห็นแบบไดนามิก ความเร็วในการคิดพูดง่ายๆคือความเร็วทุกอย่างยกเว้นพละกำลังถูกเสริมขึ้นเป็นหลายสิบเท่า!”
คิริชิมะ เอจิโร่: “ความเร็วในการวิ่ง?”
คามินาริ เดนกิ: “ความเร็วการเคลื่อนไหวของร่างกาย?”
โอจิโร่ มาชิราโอะ: “ความเร็วปฏิกิริยาประสาท?”
ซาโต้ ริคิโดะ: “การมองเห็นแบบไดนามิก?”
โทโคยามิ ฟุมิคาเงะ: “ความเร็วในการคิด?”
ทุกคน: “เพิ่มขึ้นเป็นหลายสิบเท่าทั้งหมดเลยเนี่ยนะ!!!”
ด้านข้างบาคุโกถึงกับสะดุดเท้าแล้วหยุดนิ่งอยู่กับที่
พวกเขาล้วนเป็นคนที่อยากเป็นฮีโร่ จะไม่รู้ได้ยังไงว่าการที่ทุกอย่างถูกเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่าตามที่หลี่เทียนพูด มันหมายความว่ายังไง
“แบบนี้เรียกว่า‘ประมาณ’เหรอ?” อีดะ เท็นยะที่อัตลักษณ์ของเขาเองก็เป็นสายความเร็วมองหลี่เทียนด้วยสายตาเคืองๆ
ถึงจะรู้ว่าที่หลี่เทียนพูดยังถือว่ากั๊กไว้ แต่ตอนนี้เขาก็ยังรู้สึกอึดอัดอยู่ดี!
“ก็ใกล้เคียงกันไม่ใช่เหรอ? อัตลักษณ์ของฉันก็เป็นความเร็วเหมือนกันนะ!” หลี่เทียนพูดอย่างไร้เดียงสา
“มันต่างกันลิบลับเลยต่างหาก!” ทุกครตะโกนพูดพร้อมกัน
“เอ่อ…” หลี่เทียนถึงกับหุบปากทันทีเมื่อเห็นฝูงชนเดือดขึ้นมา
มองภาพนั้นแม้แต่มิโดริยะ อิซึคุที่รู้อยู่แล้วก็ยังอดยิ้มขมไม่ได้เขามองกลุ่มคนที่เต็มไปด้วยความอิจฉาแล้วคิดในใจ
“ถ้าพวกเขารู้ว่าอัตลักษณ์ของหลี่เทียนเพิ่งตื่นขึ้นมาได้แค่เดือนกว่าๆล่ะก็…”
เขาเองก็ได้One For Allมาในช่วงเวลาใกล้กัน แต่พอมองคนอื่นแล้วมองตัวเอง…มิโดริยะก็รู้สึกว่าตัวเองช่างล้มเหลวจริงๆ
ทั้งๆที่ได้รับอัตลักษณ์ทรงพลังจากออลไมท์ แต่กลับใช้มันเหมือนพลังฆ่าศัตรู1000ทำร้ายตัวเอง800
“เดี๋ยวนะ นายบอกว่าอัตลักษณ์ของนายไม่เพิ่มพละกำลัง แต่เมื่อกี้นาย…” บาคุโกจับจุดผิดปกติได้ รีบก้าวเข้ามาถาม
“นายหมายถึงแรงบีบใช่ไหม? นั่นมันแรงเฉื่อยต่างหาก!” หลี่เทียนเลือกที่จะพูดแล้ว ก็ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอะไร
“จริงๆแล้วเมื่อความเร็วถึงระดับหนึ่ง มันจะสร้างแรงเฉื่อยมหาศาล…ดังนั้นถึงพละกำลังของฉันจะไม่สูง แต่ก็สามารถใช้แรงเฉื่อยจากความเร็วเพื่อเพิ่มพลังได้” พูดไปเขาก็ยื่นมือออกมาแสดงให้ทุกคนดู
“ดูมือฉันนะ” ทุกคนมองไปที่มือของหลี่เทียนทันใดนั้นสายตาก็พร่าไปเสียงโซนิคบูมดังขึ้นข้างหู แล้วก็เห็นมือของเขากำแน่นแล้ว
“ก็ประมาณนี้แหละ” หลี่เทียนกางมือออกอีกครั้ง เผยให้เห็นฝ่ามือที่แดงขึ้น
“แต่แรงสะท้อนมันค่อนข้างแรงทุกครั้งที่ใช้ก็จะทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บเล็กน้อย ถ้าใช้แรงเกินไปก็อาจถึงขั้นกระดูกหักได้เลย”
“กล้ามเนื้อบาดเจ็บ? กระดูกหัก? งั้นก็แปลว่าหลี่เทียนทุกครั้งที่นายใช้อัตลักษณ์ร่างกายก็จะเต็มไปด้วยบาดแผลน่ะสิ?” คามินาริ เดนกิ อุทานออกมา
“มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นหรอก!” หลี่เทียนยิ้มแล้วโบกมือเมื่อเผชิญกับสายตาเป็นห่วงของเพื่อนๆ
“เพราะอัตลักษณ์ของฉัน ความสามารถในการฟื้นตัวเร็วกว่าคนธรรมดาหลายเท่าแผลเล็กๆแบบนี้เดี๋ยวเดียวก็หายแล้ว!”
“เอ่อ…” เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เทียนทุกคนที่เมื่อกี้ยังรู้สึกกังวลอยู่มองไปที่ฝ่ามือขาวๆ ของเขาแล้วก็อดอยากตบหน้าตัวเองไม่ได้
พวกเขาเพิ่งได้ยินอะไรไปนะ…เพราะอัตลักษณ์ทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นหลายเท่าแผลเล็กๆหายในพริบตา
ที่แท้ความเร็วเหนือมนุษย์ยังมีความสามารถแบบนี้ด้วยงั้นเหรอ…บ้าชัด ๆ!
มีที่ไหนวิ่งเร็วแล้วฟื้นตัวเร็วตามไปด้วย!
หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ ทุกคนก็เข้าใจความจริงลึกซึ้งอย่างหนึ่ง…
นั่นก็คือสิ่งที่หลี่เทียนพูดว่า “ประมาณ” น่ะเชื่อไม่ได้เด็ดขาด!
“ประมาณ” ของหลี่เทียน…นี่มันโคตรไม่ประมาณเลย!