- หน้าแรก
- มายฮีโร่ ฉันคือเดอะแฟลช
- ตอนที่23 นักข่าว
ตอนที่23 นักข่าว
ตอนที่23 นักข่าว
“ไอ้เด็กโง่ วันนี้ไปโรงเรียนเป็นยังไงบ้าง? ป้าได้ยินมาว่าออลไมท์ไปเป็นครูที่โรงเรียนU.A. แล้วหลานมีเรียนกับเขาบ้างไหม?” หลี่เทียนเพิ่งกลับถึงบ้านไม่นาน ก็ได้ยินป้าของเขาถามคำถามชุดใหญ่ด้วยความอยากรู้
“บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกผมว่าเด็กโง่” หลี่เทียน กลอกตาแล้วเปลี่ยนรองเท้า
“ถ้าไม่เรียกว่าไอ้เด็กโง่ งั้นก็เรียกว่าไอ้ถังข้าวแทนก็แล้วกัน” ทาเคยามะ ยูแค่นเสียง“รีบตอบคำถามป้ามาออลไมท์ไปเป็นครูที่U.A.จริงไหม?”
“ก็จริงสิ แถมบ่ายนี้ยังเป็นคาบของออลไมท์พอดีด้วยเป็นไงอิจฉาล่ะสิ!” หลี่เทียนตอบส่งๆพลางเดินเข้าครัว
“ชิ โม้ชัดๆ” ทาเคยามะ ยูมองหลี่เทียนอย่างดูถูก
เพิ่งเปิดเรียนวันที่สองต่อให้มีออลไมท์มาเป็นครูก็คงไม่ถึงขั้นมาสอนเด็กปีหนึ่งเร็วขนาดนั้นหรอก
“พี่ฮวาอีถูกเรียกไปช่วยอีกแล้วเหรอ?” หลี่เทียนมองข้าวสวยที่นึ่งไว้ในครัวแล้วถามอย่างสบายๆ
“อืม เดี๋ยวก็ต้องไปช่วยอีกนั่นแหละ” ทาเคยามะ ยูพยักหน้าไม่ได้พูดอะไรมาก
เพราะอัตลักษณ์ของนานาริ ฮวาอีทำให้เธอมักถูกเรียกไปทำภารกิจที่ต้องเซ็นสัญญารักษาความลับได้เงินเยอะไม่ค่อยอันตรายแต่ก็ต้องเก็บเป็นความลับสูงเลยพูดอะไรมากไม่ได้
หลี่เทียนก็แค่ถามไปงั้นๆไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เขาสวมผ้ากันเปื้อนจุดไฟแล้วเริ่มทำอาหาร
ไม่มีทางเลือกผู้หญิงในบ้านคนหนึ่งเป็นตัวป่วนที่สามารถทำครัวระเบิดได้ส่วนอีกคนก็เป็น “นักเล่นแร่แปรธาตุอัจฉริยะ” ที่สามารถทำอาหารให้กลายเป็นยาพิษได้
หลี่เทียนผัดอาหารอย่างคล่องแคล่วมองกระทะสีดำในมือแล้วเริ่มครุ่นคิด
ตามเนื้อเรื่องต้นฉบับหลังจากฮีโร่เรียนคาบพื้นฐานไปไม่กี่วันก็มีข่าวแพร่ออกมาว่าออลไมท์ไปทำงานเป็นฮีโร่นักข่าวถึงขั้นไปเฝ้าหน้าบ้านเขาหลายวันกลายเป็นเหตุการณ์วุ่นวาย
จากนั้นไม่นานก็จะเป็นเหตุการณ์USJ ที่ต้องเผชิญหน้ากับวิลเลินเป็นครั้งแรก
แต่โนมุที่สามารถรับหมัดจากออลไมท์ได้เป็นร้อยครั้งโดยไม่เป็นอะไรก็ถือว่าเป็นระดับ“สัตว์ประหลาด”แน่นอน!
“พลังหมัดของฉันตอนนี้ แทบจะพอๆกับการนิ้วดีดเต็มกำลังของมิโดริยะ”หลี่เทียนเปรียบเทียบกับผลการฝึกของตัวเองที่ชายหาด
“แรงระดับนี้ถ้าไปต่อยโนมุก็คงเหมือนไปเกาเท่านั้นแหละ!” หลี่เทียนเกาหัว
แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ถ้าไม่นับความเร็วแล้วพละกำลังของเขายังห่างไกลมากจริงๆ!
“จะเอายังไงดีนะ…” หลี่เทียนเริ่มครุ่นคิด
เขาไม่มีทางไปบอกโรงเรียนU.A. ได้หรอกว่าในคาบUSJจะมีวิลเลินบุกเข้ามาแถมยังพาสัตว์ประหลาดอย่างโนมุที่สามารถสู้กับออลไมท์ได้ในระยะเวลาหนึ่งมาด้วย!
เพราะเขาไม่มีทางอธิบายได้เลยว่าเขารู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง บางทีเขาอาจต้องเผชิญปัญหาที่ร้ายแรงกว่านั้นเช่นถูกสงสัยว่าเป็นสายลับและถึงแม้จะไม่ถูกสงสัยอนาคตก็อาจถูกจับตามองชีวิตหลังจากนั้นก็คงยุ่งเหยิงไปหมด
ต้องรู้ไว้ว่าความฝันของหลี่เทียนคือการเป็นเหมือนไอซาวะ โชตะก่อนจะเข้าวงการฮีโร่เป็นฮีโร่ลับๆที่ไม่ค่อยเป็นที่สนใจแต่หาเงินได้!
ด้วยความเร็วที่คนทั่วไปแทบมองไม่เห็น ความฝันของหลี่เทียนไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันเลย
แค่กๆนอกเรื่องไปหน่อย
“หรือจะลองใช้วิธีพยากรณ์แบบผู้ข้ามโลกดีนะ…” หลี่เทียนพลิกกระทะคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดความคิดนั้นทิ้งไปทันที
โลกนี้ไม่ใช่โลกที่สามารถหลอกกันง่ายๆ
ในสังคมที่เต็มไปด้วย“อัตลักษณ์”แปลกๆ มากมายแบบนี้การจะตรวจสอบว่าใครโกหกเป็นเรื่องง่ายมากและยิ่งไปกว่านั้น
ในโลกนี้ยังมีอัตลักษณ์ที่สามารถ “ทำนายอนาคต” ได้อยู่จริงๆ
“หรือจะส่งจดหมายไม่ระตัวตนไปหาเซอร์ไนท์อายให้เขาใช้อัตลักษณ์ช่วยจับตาดู U.A. ดี? ด้วยอิทธิพลของเขาทางโรงเรียนน่าจะเชื่อ” หลี่เทียนครุ่นคิด
“อย่าไปยุ่งกับหมอนั่นดีกว่า!” หลี่เทียนส่ายหัวอย่างเด็ดขาด
ถึงจะส่งจดหมายแบบไม่ระบุตัวตนแต่ด้วยความสามารถของอีกฝ่ายยังไงก็ต้องตามหาตัวเขาเจอแน่และพลังทำนายอนาคตแบบนั้นเขาไม่มีทางอยากถูกมองทะลุความลับของตัวเองเด็ดขาด
“ช่างมันเถอะ ปล่อยไปตามธรรมชาติแล้วกันถึงจะสู้โนมุตัวประหลาดนั่นไม่ได้แต่ถ้าวางแผนดีๆก็ยังถ่วงเวลาได้จนกว่าออลไมท์จะมาถึงแต่ว่า…” หลี่เทียนหรี่ตาลง สีหน้าลังเล
เขาพร้อมจริงๆแล้วหรือยัง…ที่จะเผชิญหน้ากับวิลเลินและต่อสู้จริง ๆ?
แม้ในชาติก่อนเขาจะไม่เด็กแล้วแต่ก็เติบโตมาในสังคมที่สงบสุขแทบไม่เคยต่อสู้กับใครและในชาตินี้ก็เหมือนกันในฐานะเด็กมัธยมต้นไร้อัตลักษณ์ในครอบครัวฮีโร่เขาไม่มีทางเป็นพวกนักเลงที่มีประสบการณ์ต่อสู้สูง
พูดได้ว่าการต่อสู้ในอาคารเล็กวันนี้คือฉากเดียวในชีวิตที่เรียกได้ว่าเป็นการต่อสู้จริงๆและนี่แหละคือเหตุผลที่หลี่เทียนลังเลเขาแทบไม่เคยสู้มาก่อน แล้วจะสามารถเผชิญหน้ากับวิลเลินต่อสู้เอาเป็นเอาตายได้จริงๆหรือ?
“ตอนนั้น…ฉันจะกล้าชกออกไปโดยไม่ลังเลได้จริงๆไหมนะ…” หลี่เทียนชะงักไปเล็กน้อย
“ใครมันจะไปรู้ ถ้ายังไม่เคยลงมือสู้จริง!”
―――――――――――――――――――――――
“ขอถามเพื่อนนักเรียนหน่อยนะครับตอนที่ออลไมท์สอนเป็นยังไงบ้าง?”
“พวกเธอรู้สึกยังไงกับการเรียนกับออลไมท์?”
“คาบของออลไมท์ต่างจากครูคนอื่นไหม จะเข้มงวดมากรึเปล่า”
หน้าประตูโรงเรียนมัธยมปลายU.A.กลุ่มนักข่าวจำนวนมากล้อมและดักนักเรียนไว้ พอจับใครได้ก็ยิงคำถามใส่รัวๆ
แต่ถึงแม้ออลไมท์จะเริ่มทำงานที่U.A.ได้แค่สามวันแค่สำหรับนักเรียนส่วนใหญ่แล้ว พวกเขายังไม่ได้เรียนกับเขาเลยด้วยซ้ำหลายคนยังไม่เคยเห็นเขาในโรงเรียนด้วยซ้ำ
เพราะทางU.A.เองก็รู้ดีว่าความสามารถในการสอนของออลไมท์นั้น... ดังนั้นส่วนใหญ่ก็แค่หาเวลาไปโผล่ตัวในชั้นเรียนต่างๆเพื่อให้กำลังใจเท่านั้น
เมื่อยืนอยู่ห่างจากประตูโรงเรียนเล็กน้อย หลี่เทียนมองภาพนักข่าวที่บ้าคลั่งดักนักเรียนแล้วรุมถามคำถามจนเขาถึงกับพูดไม่ออก
นี่แหละ…เหตุผลที่เขาอยากเป็นฮีโร่สายลับ
เขาไม่ใช่คนแบบเอ็นเดเวอร์ที่แค่ทำหน้าดุใส่นักข่าวก็ทำให้พวกนั้นไม่กล้าขยับได้
ด้วยความเร็วและความสามารถของเขาสักวันหนึ่งเขาก็ต้องโด่งดังแน่นอนถึงจะไม่กล้าพูดว่าเหนือกว่าออลไมท์
แต่ความสนใจก็คงไม่ต่างจากดาราระดับแนวหน้าหรือซูเปอร์สตาร์ในชาติก่อนของเขา
ถึงหลี่เทียนจะไม่ใช่คนที่ชอบความเงียบขนาดนั้นแต่การต้องยืนอยู่ใต้แสงไฟถูกคนทั้งประเทศหรือทั้งโลกจับตามองมันก็เกินไปจริงๆ
โดยเฉพาะการต้องคิดคำพูดอย่างระมัดระวังก่อนพูดต่อหน้ากล้องแค่นึกก็ปวดหัวแล้ว
“เฮ้อ เพราะงั้นฉันถึงอยากเป็นฮีโร่สายลับแบบอาจารย์ไอซาวะไงล่ะ!”
หลี่เทียนเปิดใช้สปีดฟอร์ซพุ่งผ่านนักข่าวนับไม่ถ้วน ก่อนจะโผล่มาในโรงเรียนแล้วเกาหัวอย่างจนใจ
“ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ก็ถือเป็นเกียรติเลยนะที่ฉันจะเป็นแบบอย่างให้เธอน่ะหลี่เทียน…” เสียงอ่อนแรงดังขึ้น
“ปกติครูไม่ควรเป็นแบบอย่างให้นักเรียนอยู่แล้วเหรอ?” หลี่เทียนยักไหล่ไม่ได้แปลกใจกับการที่ไอซาวะ โชตะยืนอยู่ข้างๆเพราะเขาเห็นตั้งแต่แรกแล้ว
“แต่หลี่เทียน ห้ามใช้อัตลักษณ์ในที่สาธารณะนอกโรงเรียนและในโรงเรียนก็ห้ามใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากครู” ไอซาวะ โชตะพูดอย่างเรียบเฉย
“อัตลักษณ์ถ้าไม่ใช้หรือไม่ฝึกแล้วจะพัฒนาได้ยังไง?” หลี่เทียนมองไอซาวะอย่างพูดไม่ออก “ผมไม่เชื่อหรอกว่าพวกโปรฮีโร่แบบคุณก่อนจะได้ใบอนุญาต จะไม่เคยแอบฝึกอัตลักษณ์ของตัวเองเลย”
“แค่ก…” ไอซาวะไอเบาๆแล้วหันสายตาหนีจากหลี่เทียน
จริงอยู่ถึงจะไม่ใช่ว่าโปรฮีโร่ทุกคนจะเป็นแบบนี้ แต่โปรฮีโร่ระดับแนวหน้าส่วนใหญ่ก่อนจะได้ใบอนุญาตต่างก็แอบฝึกอัตลักษณ์ของตัวเองกันทั้งนั้น
แม้แต่ตัวเขาเองก่อนจะกลายเป็นโปรฮีโร่ก็เคยฝึกเทคนิคการจับกุมและการต่อสู้อย่างบ้าคลั่งแม้การฝึกหลักจะไม่ใช่อัตลักษณ์แต่เขาก็ใช้อัตลักษณ์ช่วยในการฝึกไม่น้อย
ไอซาวะหันตัวเดินไปทางประตู เตรียมจะไปจัดการนักข่าวด้านนอกและตอนที่เดินผ่านหลี่เทียนเขาก็พูดเสียงเบาที่มีแค่สองคนได้ยิน
“ระวังตัวไว้ อย่าให้โดนจับได้ล่ะ”
หลี่เทียนยิ้มกว้างก่อนจะหันหลังเดินเข้าโรงเรียน
ช่วงเช้าของโรงเรียนU.A. ยังเป็นวิชาพื้นฐานทั่วไปซึ่งทำให้หลายคนรู้สึกเบื่อ
เพราะสำหรับนักเรียนหัวกะทิของห้องAอย่างหลี่เทียน,โมโมะและบาคุโกเนื้อหาแบบนี้พวกเขาศึกษามาเองจนหมดแล้ว โดยเฉพาะโมโมะความรู้ของเธอยังเหนือกว่านักศึกษามหาวิทยาลัยหลายคนเสียอีก
ส่วนคนอื่นๆ…เนื้อหาแบบนี้ก็ไม่น่าสนใจเท่าคาบบ่ายอยู่แล้ว จึงไม่มีแรงจูงใจจะตั้งใจฟัง
มีเพียงช่วงประชุมชั้นเรียนที่สร้างความวุ่นวายเล็กน้อย
เมื่อไอซาวะตัดสินใจอย่างไร้เรี่ยวแรงให้พวกนักเรียนเลือกหัวหน้าห้องและกรรมการอื่นๆแทบทุกคนก็รีบเสนอตัวอยากเป็นหัวหน้าห้องกันทันที
ถ้าเป็นห้องเรียนทั่วไปตำแหน่งหัวหน้าห้องก็เหมือนเด็กรับใช้แต่ในแผนกฮีโร่ตำแหน่งนี้คือผู้นำของฮีโร่ในอนาคต
สำหรับโปรฮีโร่ระดับสูง ความสามารถในการนำทีมเป็นสิ่งจำเป็น
ดังนั้นจึงเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น แต่หลี่เทียนบอกเลยว่าเขาไม่สนใจตำแหน่งหัวหน้าห้องเลยสำหรับฮีโร่สายลับความสามารถในการนำคนไม่ใช่สิ่งจำเป็นส่วนงานจิปาถะน่ะเหรอ?
มีเวลาทำแบบนั้น เขาเอาไปวิ่งซ้อมสักสองรอบยังดีกว่า
เมื่ออีดะเสนอให้ใช้วิธีโหวตแบบประชาธิปไตยหลี่เทียนก็เลยลงคะแนนให้ “อีดะ” แบบส่ง ๆ
แล้วผลลัพธ์ล่ะ?
ยาโอโยโรสุ โมโมะ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าห้อง ด้วยคะแนน 3 เสียง
อีดะ เท็นยะ ได้เป็นรองหัวหน้าห้อง ด้วยคะแนน 2 เสียง
ส่วนคนอื่นๆ แทบทุกคนได้คนละ 1 เสียง
ในทางกลับกันหลี่เทียนเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นคะแนนของตัวเองเพราะคะแนนที่เขาได้…มาจากอีดะนั่นเอง ( แอด: ไม่ใช้ว่าเลือกกันไปแล้วเหรอหรือผมจำผิด555)
ในที่สุดการประชุมชั้นเรียนก็ปิดฉากลง ท่ามกลางคำประกาศอย่างหนักแน่นและทรงพลังของยาโอโยโรสุ โมโมะและ อีดะ เท็นยะ