เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่23 นักข่าว

ตอนที่23 นักข่าว

ตอนที่23 นักข่าว


“ไอ้เด็กโง่ วันนี้ไปโรงเรียนเป็นยังไงบ้าง? ป้าได้ยินมาว่าออลไมท์ไปเป็นครูที่โรงเรียนU.A. แล้วหลานมีเรียนกับเขาบ้างไหม?” หลี่เทียนเพิ่งกลับถึงบ้านไม่นาน ก็ได้ยินป้าของเขาถามคำถามชุดใหญ่ด้วยความอยากรู้

“บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกผมว่าเด็กโง่” หลี่เทียน กลอกตาแล้วเปลี่ยนรองเท้า

“ถ้าไม่เรียกว่าไอ้เด็กโง่ งั้นก็เรียกว่าไอ้ถังข้าวแทนก็แล้วกัน” ทาเคยามะ ยูแค่นเสียง“รีบตอบคำถามป้ามาออลไมท์ไปเป็นครูที่U.A.จริงไหม?”

“ก็จริงสิ แถมบ่ายนี้ยังเป็นคาบของออลไมท์พอดีด้วยเป็นไงอิจฉาล่ะสิ!” หลี่เทียนตอบส่งๆพลางเดินเข้าครัว

“ชิ โม้ชัดๆ” ทาเคยามะ ยูมองหลี่เทียนอย่างดูถูก

เพิ่งเปิดเรียนวันที่สองต่อให้มีออลไมท์มาเป็นครูก็คงไม่ถึงขั้นมาสอนเด็กปีหนึ่งเร็วขนาดนั้นหรอก

“พี่ฮวาอีถูกเรียกไปช่วยอีกแล้วเหรอ?” หลี่เทียนมองข้าวสวยที่นึ่งไว้ในครัวแล้วถามอย่างสบายๆ

“อืม เดี๋ยวก็ต้องไปช่วยอีกนั่นแหละ” ทาเคยามะ ยูพยักหน้าไม่ได้พูดอะไรมาก

เพราะอัตลักษณ์ของนานาริ ฮวาอีทำให้เธอมักถูกเรียกไปทำภารกิจที่ต้องเซ็นสัญญารักษาความลับได้เงินเยอะไม่ค่อยอันตรายแต่ก็ต้องเก็บเป็นความลับสูงเลยพูดอะไรมากไม่ได้

หลี่เทียนก็แค่ถามไปงั้นๆไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เขาสวมผ้ากันเปื้อนจุดไฟแล้วเริ่มทำอาหาร

ไม่มีทางเลือกผู้หญิงในบ้านคนหนึ่งเป็นตัวป่วนที่สามารถทำครัวระเบิดได้ส่วนอีกคนก็เป็น “นักเล่นแร่แปรธาตุอัจฉริยะ” ที่สามารถทำอาหารให้กลายเป็นยาพิษได้

หลี่เทียนผัดอาหารอย่างคล่องแคล่วมองกระทะสีดำในมือแล้วเริ่มครุ่นคิด

ตามเนื้อเรื่องต้นฉบับหลังจากฮีโร่เรียนคาบพื้นฐานไปไม่กี่วันก็มีข่าวแพร่ออกมาว่าออลไมท์ไปทำงานเป็นฮีโร่นักข่าวถึงขั้นไปเฝ้าหน้าบ้านเขาหลายวันกลายเป็นเหตุการณ์วุ่นวาย

จากนั้นไม่นานก็จะเป็นเหตุการณ์USJ ที่ต้องเผชิญหน้ากับวิลเลินเป็นครั้งแรก

แต่โนมุที่สามารถรับหมัดจากออลไมท์ได้เป็นร้อยครั้งโดยไม่เป็นอะไรก็ถือว่าเป็นระดับ“สัตว์ประหลาด”แน่นอน!

“พลังหมัดของฉันตอนนี้ แทบจะพอๆกับการนิ้วดีดเต็มกำลังของมิโดริยะ”หลี่เทียนเปรียบเทียบกับผลการฝึกของตัวเองที่ชายหาด

“แรงระดับนี้ถ้าไปต่อยโนมุก็คงเหมือนไปเกาเท่านั้นแหละ!” หลี่เทียนเกาหัว

แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ถ้าไม่นับความเร็วแล้วพละกำลังของเขายังห่างไกลมากจริงๆ!

“จะเอายังไงดีนะ…” หลี่เทียนเริ่มครุ่นคิด

เขาไม่มีทางไปบอกโรงเรียนU.A. ได้หรอกว่าในคาบUSJจะมีวิลเลินบุกเข้ามาแถมยังพาสัตว์ประหลาดอย่างโนมุที่สามารถสู้กับออลไมท์ได้ในระยะเวลาหนึ่งมาด้วย!

เพราะเขาไม่มีทางอธิบายได้เลยว่าเขารู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง บางทีเขาอาจต้องเผชิญปัญหาที่ร้ายแรงกว่านั้นเช่นถูกสงสัยว่าเป็นสายลับและถึงแม้จะไม่ถูกสงสัยอนาคตก็อาจถูกจับตามองชีวิตหลังจากนั้นก็คงยุ่งเหยิงไปหมด

ต้องรู้ไว้ว่าความฝันของหลี่เทียนคือการเป็นเหมือนไอซาวะ โชตะก่อนจะเข้าวงการฮีโร่เป็นฮีโร่ลับๆที่ไม่ค่อยเป็นที่สนใจแต่หาเงินได้!

ด้วยความเร็วที่คนทั่วไปแทบมองไม่เห็น ความฝันของหลี่เทียนไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันเลย

แค่กๆนอกเรื่องไปหน่อย

“หรือจะลองใช้วิธีพยากรณ์แบบผู้ข้ามโลกดีนะ…” หลี่เทียนพลิกกระทะคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดความคิดนั้นทิ้งไปทันที

โลกนี้ไม่ใช่โลกที่สามารถหลอกกันง่ายๆ

ในสังคมที่เต็มไปด้วย“อัตลักษณ์”แปลกๆ มากมายแบบนี้การจะตรวจสอบว่าใครโกหกเป็นเรื่องง่ายมากและยิ่งไปกว่านั้น

ในโลกนี้ยังมีอัตลักษณ์ที่สามารถ “ทำนายอนาคต” ได้อยู่จริงๆ

“หรือจะส่งจดหมายไม่ระตัวตนไปหาเซอร์ไนท์อายให้เขาใช้อัตลักษณ์ช่วยจับตาดู U.A. ดี? ด้วยอิทธิพลของเขาทางโรงเรียนน่าจะเชื่อ” หลี่เทียนครุ่นคิด

“อย่าไปยุ่งกับหมอนั่นดีกว่า!” หลี่เทียนส่ายหัวอย่างเด็ดขาด

ถึงจะส่งจดหมายแบบไม่ระบุตัวตนแต่ด้วยความสามารถของอีกฝ่ายยังไงก็ต้องตามหาตัวเขาเจอแน่และพลังทำนายอนาคตแบบนั้นเขาไม่มีทางอยากถูกมองทะลุความลับของตัวเองเด็ดขาด

“ช่างมันเถอะ ปล่อยไปตามธรรมชาติแล้วกันถึงจะสู้โนมุตัวประหลาดนั่นไม่ได้แต่ถ้าวางแผนดีๆก็ยังถ่วงเวลาได้จนกว่าออลไมท์จะมาถึงแต่ว่า…” หลี่เทียนหรี่ตาลง สีหน้าลังเล

เขาพร้อมจริงๆแล้วหรือยัง…ที่จะเผชิญหน้ากับวิลเลินและต่อสู้จริง ๆ?

แม้ในชาติก่อนเขาจะไม่เด็กแล้วแต่ก็เติบโตมาในสังคมที่สงบสุขแทบไม่เคยต่อสู้กับใครและในชาตินี้ก็เหมือนกันในฐานะเด็กมัธยมต้นไร้อัตลักษณ์ในครอบครัวฮีโร่เขาไม่มีทางเป็นพวกนักเลงที่มีประสบการณ์ต่อสู้สูง

พูดได้ว่าการต่อสู้ในอาคารเล็กวันนี้คือฉากเดียวในชีวิตที่เรียกได้ว่าเป็นการต่อสู้จริงๆและนี่แหละคือเหตุผลที่หลี่เทียนลังเลเขาแทบไม่เคยสู้มาก่อน แล้วจะสามารถเผชิญหน้ากับวิลเลินต่อสู้เอาเป็นเอาตายได้จริงๆหรือ?

“ตอนนั้น…ฉันจะกล้าชกออกไปโดยไม่ลังเลได้จริงๆไหมนะ…” หลี่เทียนชะงักไปเล็กน้อย

“ใครมันจะไปรู้ ถ้ายังไม่เคยลงมือสู้จริง!”

―――――――――――――――――――――――

“ขอถามเพื่อนนักเรียนหน่อยนะครับตอนที่ออลไมท์สอนเป็นยังไงบ้าง?”

“พวกเธอรู้สึกยังไงกับการเรียนกับออลไมท์?”

“คาบของออลไมท์ต่างจากครูคนอื่นไหม จะเข้มงวดมากรึเปล่า”

หน้าประตูโรงเรียนมัธยมปลายU.A.กลุ่มนักข่าวจำนวนมากล้อมและดักนักเรียนไว้ พอจับใครได้ก็ยิงคำถามใส่รัวๆ

แต่ถึงแม้ออลไมท์จะเริ่มทำงานที่U.A.ได้แค่สามวันแค่สำหรับนักเรียนส่วนใหญ่แล้ว พวกเขายังไม่ได้เรียนกับเขาเลยด้วยซ้ำหลายคนยังไม่เคยเห็นเขาในโรงเรียนด้วยซ้ำ

เพราะทางU.A.เองก็รู้ดีว่าความสามารถในการสอนของออลไมท์นั้น... ดังนั้นส่วนใหญ่ก็แค่หาเวลาไปโผล่ตัวในชั้นเรียนต่างๆเพื่อให้กำลังใจเท่านั้น

เมื่อยืนอยู่ห่างจากประตูโรงเรียนเล็กน้อย หลี่เทียนมองภาพนักข่าวที่บ้าคลั่งดักนักเรียนแล้วรุมถามคำถามจนเขาถึงกับพูดไม่ออก

นี่แหละ…เหตุผลที่เขาอยากเป็นฮีโร่สายลับ

เขาไม่ใช่คนแบบเอ็นเดเวอร์ที่แค่ทำหน้าดุใส่นักข่าวก็ทำให้พวกนั้นไม่กล้าขยับได้

ด้วยความเร็วและความสามารถของเขาสักวันหนึ่งเขาก็ต้องโด่งดังแน่นอนถึงจะไม่กล้าพูดว่าเหนือกว่าออลไมท์

แต่ความสนใจก็คงไม่ต่างจากดาราระดับแนวหน้าหรือซูเปอร์สตาร์ในชาติก่อนของเขา

ถึงหลี่เทียนจะไม่ใช่คนที่ชอบความเงียบขนาดนั้นแต่การต้องยืนอยู่ใต้แสงไฟถูกคนทั้งประเทศหรือทั้งโลกจับตามองมันก็เกินไปจริงๆ

โดยเฉพาะการต้องคิดคำพูดอย่างระมัดระวังก่อนพูดต่อหน้ากล้องแค่นึกก็ปวดหัวแล้ว

“เฮ้อ เพราะงั้นฉันถึงอยากเป็นฮีโร่สายลับแบบอาจารย์ไอซาวะไงล่ะ!”

หลี่เทียนเปิดใช้สปีดฟอร์ซพุ่งผ่านนักข่าวนับไม่ถ้วน ก่อนจะโผล่มาในโรงเรียนแล้วเกาหัวอย่างจนใจ

“ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ก็ถือเป็นเกียรติเลยนะที่ฉันจะเป็นแบบอย่างให้เธอน่ะหลี่เทียน…” เสียงอ่อนแรงดังขึ้น

“ปกติครูไม่ควรเป็นแบบอย่างให้นักเรียนอยู่แล้วเหรอ?” หลี่เทียนยักไหล่ไม่ได้แปลกใจกับการที่ไอซาวะ โชตะยืนอยู่ข้างๆเพราะเขาเห็นตั้งแต่แรกแล้ว

“แต่หลี่เทียน ห้ามใช้อัตลักษณ์ในที่สาธารณะนอกโรงเรียนและในโรงเรียนก็ห้ามใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากครู” ไอซาวะ โชตะพูดอย่างเรียบเฉย

“อัตลักษณ์ถ้าไม่ใช้หรือไม่ฝึกแล้วจะพัฒนาได้ยังไง?” หลี่เทียนมองไอซาวะอย่างพูดไม่ออก “ผมไม่เชื่อหรอกว่าพวกโปรฮีโร่แบบคุณก่อนจะได้ใบอนุญาต จะไม่เคยแอบฝึกอัตลักษณ์ของตัวเองเลย”

“แค่ก…” ไอซาวะไอเบาๆแล้วหันสายตาหนีจากหลี่เทียน

จริงอยู่ถึงจะไม่ใช่ว่าโปรฮีโร่ทุกคนจะเป็นแบบนี้ แต่โปรฮีโร่ระดับแนวหน้าส่วนใหญ่ก่อนจะได้ใบอนุญาตต่างก็แอบฝึกอัตลักษณ์ของตัวเองกันทั้งนั้น

แม้แต่ตัวเขาเองก่อนจะกลายเป็นโปรฮีโร่ก็เคยฝึกเทคนิคการจับกุมและการต่อสู้อย่างบ้าคลั่งแม้การฝึกหลักจะไม่ใช่อัตลักษณ์แต่เขาก็ใช้อัตลักษณ์ช่วยในการฝึกไม่น้อย

ไอซาวะหันตัวเดินไปทางประตู เตรียมจะไปจัดการนักข่าวด้านนอกและตอนที่เดินผ่านหลี่เทียนเขาก็พูดเสียงเบาที่มีแค่สองคนได้ยิน

“ระวังตัวไว้ อย่าให้โดนจับได้ล่ะ”

หลี่เทียนยิ้มกว้างก่อนจะหันหลังเดินเข้าโรงเรียน

ช่วงเช้าของโรงเรียนU.A. ยังเป็นวิชาพื้นฐานทั่วไปซึ่งทำให้หลายคนรู้สึกเบื่อ

เพราะสำหรับนักเรียนหัวกะทิของห้องAอย่างหลี่เทียน,โมโมะและบาคุโกเนื้อหาแบบนี้พวกเขาศึกษามาเองจนหมดแล้ว โดยเฉพาะโมโมะความรู้ของเธอยังเหนือกว่านักศึกษามหาวิทยาลัยหลายคนเสียอีก

ส่วนคนอื่นๆ…เนื้อหาแบบนี้ก็ไม่น่าสนใจเท่าคาบบ่ายอยู่แล้ว จึงไม่มีแรงจูงใจจะตั้งใจฟัง

มีเพียงช่วงประชุมชั้นเรียนที่สร้างความวุ่นวายเล็กน้อย

เมื่อไอซาวะตัดสินใจอย่างไร้เรี่ยวแรงให้พวกนักเรียนเลือกหัวหน้าห้องและกรรมการอื่นๆแทบทุกคนก็รีบเสนอตัวอยากเป็นหัวหน้าห้องกันทันที

ถ้าเป็นห้องเรียนทั่วไปตำแหน่งหัวหน้าห้องก็เหมือนเด็กรับใช้แต่ในแผนกฮีโร่ตำแหน่งนี้คือผู้นำของฮีโร่ในอนาคต

สำหรับโปรฮีโร่ระดับสูง ความสามารถในการนำทีมเป็นสิ่งจำเป็น

ดังนั้นจึงเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น แต่หลี่เทียนบอกเลยว่าเขาไม่สนใจตำแหน่งหัวหน้าห้องเลยสำหรับฮีโร่สายลับความสามารถในการนำคนไม่ใช่สิ่งจำเป็นส่วนงานจิปาถะน่ะเหรอ?

มีเวลาทำแบบนั้น เขาเอาไปวิ่งซ้อมสักสองรอบยังดีกว่า

เมื่ออีดะเสนอให้ใช้วิธีโหวตแบบประชาธิปไตยหลี่เทียนก็เลยลงคะแนนให้ “อีดะ” แบบส่ง ๆ

แล้วผลลัพธ์ล่ะ?

ยาโอโยโรสุ โมโมะ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าห้อง ด้วยคะแนน 3 เสียง

อีดะ เท็นยะ ได้เป็นรองหัวหน้าห้อง ด้วยคะแนน 2 เสียง

ส่วนคนอื่นๆ แทบทุกคนได้คนละ 1 เสียง

ในทางกลับกันหลี่เทียนเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นคะแนนของตัวเองเพราะคะแนนที่เขาได้…มาจากอีดะนั่นเอง ( แอด: ไม่ใช้ว่าเลือกกันไปแล้วเหรอหรือผมจำผิด555)

ในที่สุดการประชุมชั้นเรียนก็ปิดฉากลง ท่ามกลางคำประกาศอย่างหนักแน่นและทรงพลังของยาโอโยโรสุ โมโมะและ อีดะ เท็นยะ

จบบทที่ ตอนที่23 นักข่าว

คัดลอกลิงก์แล้ว