เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่21 จบแล้วงั้นเหรอ!?

ตอนที่21 จบแล้วงั้นเหรอ!?

ตอนที่21 จบแล้วงั้นเหรอ!?


หลังจบการแข่งขันยาโอโยโรสุ โมโมะปฏิเสธที่จะแก้มัดให้“มิเนตะ”โดยที่โทโคยามิที่ถูกพัวพันไปด้วยสุดท้ายออลไมท์ต้องลงมืออีกครั้งใช้พละกำลังฉีกตาข่ายลวดเหล็กที่พันทั้งสองไว้แน่นหลายสิบชั้นออก

ต่อมาคามินาริ เดนกิกับจิโร่ เคียวกะจากกลุ่มEและซาโต้ ริคิโดะกับคิริชิมะ เอจิโร่จากกลุ่มFเป็นฝ่ายชนะ

“ทีมฮีโร่กลุ่มBปะทะทีมวิลเลินกลุ่มH” ออลไมท์ ตะโกนประกาศชื่อทีมที่เขาจับได้ในมือ

“ในที่สุดก็ถึงตาฉันลงสนามแล้วสินะ?” หลี่เทียนยืดตัวขยับร่างกายพร้อมรอยยิ้มจากนั้นหันไปมองโอจิโร่ มาชิราโอะแล้วถามว่า “แล้วคู่ต่อสู้ของกลุ่มเราคือใคร?”

“คือโทโดโรกิกับโชจิ เมโซะ” โอจิโร่ มาชิราโอะคิดเล็กน้อยก่อนตอบ

ตั้งแต่ตอนที่ถูกจัดกลุ่ม พวกเขาก็ได้แนะนำตัวกันแล้ว

“โทโดกับเพื่อนโชจิสิน่ะ” หลี่เทียนหันไปมองคู่ต่อสู้ที่อยู่อีกฝั่งพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า

ในช่วงเวลานี้ถ้าไม่มีหลี่เทียนโทโดโรกิที่ใช้พลังได้เต็มที่คงเป็นอันดับหนึ่งของห้องAอย่างไม่ต้องสงสัยและแม้แต่บาคุโกในตอนนี้ก็อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของโทโดโรกิที่ตอนนี้ปมในใจถูกคลี่คลายไปแล้ว

“โอจิโร่ ไปกันเถอะ!” หลี่เทียนเรียกโอจิโร่ก่อนที่ทั้งสองจะเดินไปยังอาคารทดสอบถัดไป

ในฐานะทีมวิลเลินพวกเขาต้องไปถึงจุดของแบบจำลองอาวุธนิวเคลียร์ล่วงหน้าส่วนทีมฮีโร่จะเริ่มบุกได้หลังผ่านไปห้านาที

เมื่อมองแผ่นหลังของหลี่เทียนกับโอจิโร่ สีหน้าของโทโดโรกิและโชจิก็เคร่งเครียดอย่างมาก

“ฉันคิดว่าเราควรคุยกันก่อนว่าจะร่วมมือกันจัดการหลี่เทียนยังไง” โชจิ เมโซะพูดขึ้นโดยปากที่ดูเหมือนหนวดแขนยื่นออกมา

“ไม่จำเป็น”โทโดโรกิพูดอย่างเย็นชา“อัตลักษณ์ของผู้ชายคนนั้นไม่ใช่อะไรที่เราจะเอาชนะได้ด้วยการร่วมมือกันแบบลวกๆได้เพราะงั้นสู้ตั้งแต่แรกเลยดีกว่า…สู้ในแบบของตัวเองไปเลย”

แม้ว่าคำพูดของโทโดโรกิจะดูไร้เยื่อใยไปหน่อยและท่าทีของเขาก็เย็นชาแต่โชจิ เมโซไม่ใช่คนที่จะใส่ใจเรื่องพวกนั้นเขากลับครุ่นคิดตามคำพูดของโทโดโรกิอย่างจริงจังก่อนจะพยักหน้าเงียบๆแล้วพูดว่า

“ฟังดูมีเหตุผล งั้นเราก็ปรับตามสถานการณ์แล้วคอยช่วยเหลือกันก็แล้วกัน”

โทโดโรกิมองโชจิแวบหนึ่ง ดูเหมือนจะประหลาดใจกับคำตอบที่เรียบง่ายนั้นเล็กน้อยก่อนจะหยุดไปครู่หนึ่งแล้วตอบเบาๆว่า “…อืม”

ห้านาทีผ่านไปอย่างรวดเร็วโทโดโรกิที่ยืนอยู่หน้าประตูอาคารเมื่อถึงเวลาก็เดินเข้าไปอย่างช้าๆส่วนโชจิยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับ

นี่คือสิ่งที่โทโดโรกิบอกเขาไว้ล่วงหน้า ทันทีที่ก้าวเข้าไปในอาคารเขาจะสู้เต็มกำลังโดยไม่สนว่าเขาจะเป็นศัตรูหรือพวกเดียวกัน ดังนั้นในช่วงแรกโชจิต้องหลีกเลี่ยงอาคารไปก่อน

“ตำแหน่งของพวกเขาอยู่ที่โถงกลาง ชั้นสี่” โชจิขยับหนวดที่เปลี่ยนเป็นหู ก่อนจะแปรเป็นปากแล้วพูดบอกโทโดโรกิ

“เข้าใจแล้ว” โทโดโรกิตอบเบาๆพร้อมก้าวเข้าไป

กระแสอากาศเย็นจัดแผ่กระจายออกจากตำแหน่งที่เท้าของโทโดโรกิในขณะเดียวกันมือขวาของโทโดโรกิแตะลงบนผนังเกล็ดน้ำแข็งลามไปทุกที่ที่สายตามองเห็นและถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว

ภายในโถงชั้นสี่ของอาคารเล็ก แบบจำลองอาวุธนิวเคลียร์ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง

“ว่าไงโอจิโร่นายจะไปลองฝีมือก่อนหรือจะให้ฉันลงมือเลยดี?” หลี่เทียน ถามอย่างสบาย ๆ ขณะสัมผัสชุดต่อสู้บนร่างกาย

โอจิโร่ มาชิราโอะลังเลเล็กน้อยตอนที่เพิ่งจับทีมกันในห้องควบคุมหลี่เทียนเคยบอกเขาแล้วว่าก่อนการต่อสู้จะให้เขาเลือกเองว่าจะลงมือหรือให้หลี่เทียนจัดการ

เหตุผลที่ให้เขาเลือกนั้นแม้โอจิโร่จะรู้สึกว่าเหลือเชื่ออยู่บ้างเพราะคำพูดของหลี่เทียนในตอนนั้นคือ

“ฉันเพิ่งได้ชุดต่อสู้ที่สามารถใช้ความเร็วได้เต็มที่มาดังนั้นไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใครฉันก็อาจจะตื่นเต้นจนอยากปิดฉากการต่อสู้ในพริบตา”

―――――――――――――――――――――――――

“เอ่อ ขอโทษนะหลี่เทียนแต่ฉันก็อยากลองสู้ดู” โอจิโร่ มาชิราโอะกล่าวขอโทษ

“ไม่ต้องขอโทษหรอก” หลี่เทียน ยักไหล่แล้วพูด“แต่ฉันเตือนนายไว้ก่อนนะโทโดโรกิไม่ใช่คนธรรมดา อัตลักษณ์กับความสามารถในการต่อสู้ของเขาอยู่ในระดับโปรแน่นอน”

“ระดับโปรเหรอ?” โอจิโร่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกำหมัดแน่น

ดวงตาเรียวเล็กเปิดกว้างเต็มไปด้วยจิตสู้ “ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังอยากลอง ไม่งั้นฉันจะไม่ยอมรับมันเด็ดขาด”

“อืมเวลาก็ใกล้จะหมดแล้วฉันว่าการโจมตีของเขาคงมาถึงที่นี่ทันทีที่ครบห้านาที ระวังตัวด้วยล่ะ” หลี่เทียนพยักหน้าแล้วพูด

“มาถึงทันทีที่ครบห้านาที?” โอจิโร่ชะงักไปเล็กน้อยหมายความว่ายังไง? อะไรคือมาถึงทันที?

ยังไม่ทันที่โอจิโร่จะคิดต่อหรือถามหลี่เทียนเสียงของออลไมท์ก็ดังขึ้นจากหูฟัง

จากนั้น...น้ำแข็งก็แผ่กระจายขึ้นมาจากใต้เท้าของพวกเขาอย่างรวดเร็วเพียงพริบตาเดียวโถงทั้งหมดรวมถึงแบบจำลองอาวุธนิวเคลียร์ก็ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง

ส่วนโอจิโร่กับหลี่เทียนที่ยืนอยู่ในโถงนั้น ก็ถูกแช่แข็งอยู่กับที่อย่างไม่ต้องสงสัย

“นี่มัน...” ใบหน้าของโอจิโร่ซีดลง มองน้ำแข็งใต้เท้าแล้วพยายามดึงขาออก

“น้ำแข็งแบบนั้นถ้านายฝืนมากเกินไปขาจะบาดเจ็บหนักไม่ต้องพูดถึงการต่อสู้แค่ขยับตัวก็ลำบากแล้ว”หลี่เทียนยืนอยู่ที่เดิมแล้วเตือน

โอจิโร่ชะงักไปแต่ก็ยังพยายามดึงออกอยู่ดีก่อนจะยิ้มฝืดเมื่อรู้สึกว่ามันแทบจะหลุดออกมาไม่ได้ หลี่เทียนพูดถูกน้ำแข็งที่เกาะติดผิวแล้วแช่แข็งแบบนี้ถ้าฝืนจริงๆขาของเขาคงพังยับแน่

“เขาพูดถูก นายถูกน้ำแข็งของฉันแช่แข็งไว้ ถ้าฝืนก็จะบาดเจ็บหนักเอานะ” เสียงเรียบนิ่งดังมาจากทางประตู ก่อนที่ร่างของโทโดโรกิจะเดินออกมา

“แต่...สำหรับนายแล้ว คงหลุดออกมาได้ง่ายสินะ!” โทโดโรกิจ้องมองหลี่เทียนอย่างแน่วแน่ “แต่การเลือกยอมให้น้ำแข็งของฉันแช่แข็งไว้คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดของนายและฉันจะไม่ให้โอกาสนายหลุดออกมาแน่นอน”

ขณะที่โทโดโรกิพูดชั้นน้ำแข็งก็ปรากฏขึ้นใต้เท้าของเขาทันที ดันร่างของโทโดโรกิพุ่งเข้าหาหลี่เทียนขณะเดียวกันไอเย็นจัดก็พุ่งออกมาจากมือขวาของโทโดโรกิ

“โอจิโร่ ดูเหมือนว่าต่อไปจะถึงตาฉันลงมือแล้วล่ะ!” หลี่เทียนไม่สนใจการพุ่งเข้ามาของโทโดโรกิแต่หันไปมองโอจิโร่ มาชิราโอะแล้วพูดเบา ๆ

เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เทียนโอจิโร่ก็อดยิ้มขมไม่ได้จริงอย่างที่ว่าช่องว่างระดับมันห่างกันเกินไป! อีกฝ่ายถึงขั้นแช่แข็งเขาได้โดยที่ยังไม่ทันได้เห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ

“ดูเหมือนว่า…นายจะเมินฉันไปเลยสินะ?” ใบหน้าที่เฉยเมยของโทโดโรกิปรากฏความโกรธขึ้นมาเล็กน้อย

ความเย็นในมือของเขากลายเป็นแท่งน้ำแข็งทันที แล้วยืดยาวพุ่งไปทางหลี่เทียน

แท่งน้ำแข็งนั้นเหมือนส่วนต่อของแขนโทโดโรกิ หนามน้ำแข็งนับไม่ถ้วนแผ่กระจายและเติบโตอย่างบ้าคลั่งปกคลุมตำแหน่งของหลี่เทียนในพริบตาและแช่แข็งทุกอย่าง

“หายไปแล้วงั้นเหรอ?” เมื่อโทโดโรกิมองอีกครั้งตรงที่หลี่เทียนอยู่กลับว่างเปล่าเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังพิงแท่งน้ำแข็งของตัวเองอย่างรวดเร็วและมองไปรอบๆ

แม้ก่อนหน้านี้เท้าของหลี่เทียนจะถูกแช่แข็ง แต่สำหรับเขาแล้วถึงจะไม่สามารถสั่นแขนขาเหมือนมีดไอออนความถี่สูงได้ แต่การทำลายชั้นน้ำแข็งก็ยังง่ายดายอยู่ดี

“สัญชาตญาณต่อสู้ดีจริงๆ! การตัดสินใจและลงมือทันทีนี่ก็ระดับสุดยอดเหมือนกัน” หลี่เทียนปรากฏตัวตรงตำแหน่งเดิมของโทโดโรกิ มองเขาพร้อมรอยยิ้มบางๆแล้วพูด

“น้ำเสียงแบบนั้น…ดูเหมือนว่า…” โทโดโรกิมองหลี่เทียน ขณะเดียวกันบนชั้นน้ำแข็งของอาคารเล็กก็ปรากฏหนามน้ำแข็งหนาแน่นล้อมหลี่เทียนจากทุกทิศ

“นายไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นนักเรียนเลยสินะ!”

พร้อมกับเสียงคำรามหนามน้ำแข็งนับไม่ถ้วนก็พุ่งออกไปทันทีราวกับฝนธนูนับพัน

เมื่อเห็นฉากตรงหน้า โอจิโร่ที่ตั้งใจหลีกเลี่ยงและยังไม่ทันได้ลงมือถึงกับตะลึง เพื่อนๆในห้องควบคุมก็ตะลึงเช่นกัน

“นี่กะจะฆ่ากันเลยรึไง?” หลังจากตกใจกับพลังของโทโดโรกิสีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปทันทีในสายตาของพวกเขาการโจมตีแบบหนาแน่นระดับนี้ต่อให้เร็วแค่ไหนก็คงหลบไม่ได้แน่!

“หลี่เทียน…” แม้แต่โทรุก็ยังกำหมัดแน่นมองจอภาพด้วยความตึงเครียด

แม้เธอจะเชื่อมั่นในตัวหลี่เทียนมากและต่างจากเพื่อนร่วมชั้นที่คิดว่าอัตลักษณ์ของหลี่เทียนเป็นแค่ความเร็วสูงธรรมดา

แต่ถึงเธอรู้ว่าอัตลักษณ์ของหลี่เทียนเป็นแบบไหน แต่เธอไม่เคยสัมผัสโลกของสปีดเตอร์จริงๆมาก่อน เพียงแค่คำพูดหลี่เทียนเธอไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าโลกของคนที่มีความเร็วระดับนั้นเป็นยังไง

การโจมตีแบบนี้ ซึ่งในสายตาคนทั่วไปไม่มีทางหลบได้แต่สำหรับสปีดเตอร์แล้วนั้น

“ช้าเกินไป” หลี่เทียนมองหนามน้ำแข็งนับไม่ถ้วนที่ล้อมรอบทุกทิศ ดวงตาเปล่งประกายสายฟ้าสีทอง

โหมดความเร็ว…เปิดใช้งาน!

สายฟ้าสีทองห่อหุ้มร่างของหลี่เทียนและในสายตาของเขาโลกทั้งใบก็หยุดนิ่งลงในชั่วขณะนั้น

หนามน้ำแข็งนับไม่ถ้วนหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ แล้วค่อยๆเครื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ขณะที่ใบหน้าของโทโดโรกิยังคงมีความมั่นใจราวกับชัยชนะอยู่ในกำมือ

และด้านข้างสีหน้าของโอจิโร่ มาชิราโอะยังคงเต็มไปด้วยความตกตะลึงและเริ่มมีแววกังวลเล็กน้อยปรากฏขึ้น

ฟึบ!

ร่างของหลี่เทียนก็เคลื่อนไหวหลบผ่านหนามน้ำแข็งนับไม่ถ้วนด้วยมุมที่มนุษย์ไม่อาจทำได้ ก่อนจะไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลังโทโดโรกิ

เนื่องจากสปีดฟอร์ซเพิ่มเพียงความเร็วในการเคลื่อนที่ ความเร็วปฏิกิริยาของเส้นประสาท การมองเห็นแบบไดนามิก ความเร็วในการคิดและความเร็วในการเคลื่อนไหวของหลี่เทียนขึ้นเป็นร้อยเท่า

โดยไม่ได้เพิ่มพละกำลัง ทำให้หลี่เทียนในสภาวะสปีดฟอร์ซดูเหมือนคนธรรมดาในโลกที่เวลาช้าลงร้อยเท่า

แต่ความจริงแล้ว…มันไม่เหมือนกัน

เมื่อทุกความเร็วถูกยกระดับขึ้นเป็นร้อยเท่า ร่างกายของหลี่เทียนก็ไม่ใช่ระดับคนธรรมดาอีกต่อไป

* นักเขียน: ตอนที่ตัวเอกบอกความเร็วกับออลไมท์ ผมเขียนผิดไปตอนนั้นบอกว่าเพิ่ม60เท่าแต่จริงๆมากกว่า80เท่าตอนนี้ประมาณ90เท่าใกล้100เท่าแล้ว * / [แอด: ตอนไหนอะจำไม่ได้5555]

หลี่เทียนสามารถทำสิ่งที่คนธรรมดาทำได้ในโลกที่เวลาช้าลงร้อยเท่า แต่เขายังสามารถทำสิ่งที่คนธรรมดา“ทำไม่ได้”ในสภาพแบบนั้นได้ด้วย

ตัวอย่างง่ายๆ ก็คือ…ต่อให้คนธรรมดาเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระในโลกที่เวลาช้าลงร้อยเท่า ก็ยังไม่สามารถวิ่งบนผนังอาคารแนวตั้ง90องศาเหมือนหลี่เทียนได้เพราะนั่นคือการทำให้เวลาของคนอื่นช้าลง ไม่ใช่การเพิ่มความเร็วของตัวเอง

ในทำนองเดียวกันการเร่งเวลาของตัวเองก็เหมือนกับสปีดฟอร์ซ

สิ่งที่หลี่เทียนมีคือความเร็วเหนือมนุษย์ ความว่องไวมากกว่าคนทั่วไปถึงร้อยเท่าและระบบประสาทการเคลื่อนไหวที่เหนือกว่าคนทั่วไปถึงร้อยเท่า

แม้พละกำลังจะไม่ได้สูงมากแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าร่างกายของเขาจะเป็นระดับเดียวกันกับคนปกติ

พูดตามตรงหลังจากได้ครอบครองสปีดฟอร์ซจริงๆแล้วหลี่เทียนก็ไม่เข้าใจเลยว่า“แฟลช”ที่เขาเคยเห็นในชาติก่อน ผ่านอะไรมาถึงได้กลายเป็นสปีดเตอร์แบบนั้น

ภายใต้การคิดที่เร็วขึ้นร้อยเท่า หลี่เทียนเพียงยกมือขึ้นเขาก็ฟันสันมือลงไปที่ต้นคอของโทโดโรกิ

ตูม!

ต้นคอถูกกระแทกอย่างแรงร่างล้มลงกับพื้นทันทีและก็เหมือนมีใครไปกดสวิตช์เวลาเริ่มไหลอีกครั้ง

หนามน้ำแข็งที่หนาแน่นพุ่งระเบิดด้วยความเร็วสูงเศษน้ำแข็งนับไม่ถ้วนกระเด็นกระจายไปทั่วทุกทิศส่องประกายระยิบระยับงดงามท่ามกลางแสงแดด

ด้านข้างโอจิโร่ มาชิราโอะที่เมื่อครู่ยังเป็นห่วงความปลอดภัยของหลี่เทียนถึงกับตะลึงงันเมื่อมองไปยังโทโดโรกิที่จู่ๆ ก็ล้มสลบกองอยู่กับพื้น

“จบแล้ว” หลี่เทียนถอนตัวออกจากสปีดฟอร์ซ แล้วพูดขึ้นอย่างสบายๆ

จบบทที่ ตอนที่21 จบแล้วงั้นเหรอ!?

คัดลอกลิงก์แล้ว