เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่20 บททดสอบโปรฮีโร่ปะทะวิลเลน (2)

ตอนที่20 บททดสอบโปรฮีโร่ปะทะวิลเลน (2)

ตอนที่20 บททดสอบโปรฮีโร่ปะทะวิลเลน (2)


หลังจากออลไมท์จับฉลากอย่างรวดเร็วนักเรียนห้องAทั้ง 20คนก็ถูกแบ่งกลุ่มเรียบร้อย

กลุ่ม A: มิโดริยะ อิซึคุ / อุรารากะ โอชาโกะ

กลุ่ม B: โทโดโรกิ โชโตะ / โชจิ เมโซ

กลุ่ม C: ฮากาคุเระ โทรุ / ยาโอโยโรสุ โมโมะ

กลุ่ม D: บาคุโก คัตสึกิ / อีดะ เท็นยะ

กลุ่ม E: คามินาริ เดนกิ / จิโร่ เคียวกะ

กลุ่ม F: ซาโต้ ริคิโดะ / คิริชิมะ เอจิโร่

กลุ่ม G: มิโนรุ มิเนตะ / โทโคยามิ ฟุมิคาเงะ

กลุ่ม H: จินโซ หลี่เทียน / โอจิโร่ มาชิราโอะ (ในที่สุดชื่อเต็มของพระเอกก็ถูกเปิดเผยแล้ว ปรบมือ ๆ)

กลุ่ม I: ซึยุ อาซุย / อาโอยามะ ยูงะ

กลุ่ม J: อาชิโดะ มินะ / เซโร ฮันตะ

ส่วนคู่ที่จะต่อสู้เป็นกลุ่มแรกคือ “กลุ่มฮีโร่ กลุ่ม A กับกลุ่มวิลเลิน กลุ่ม D!”

ออลไมท์ประกาศเสียงดัง พลางถือบอลจับฉลากสองลูกอยู่ในมือ

ทันทีที่คำพูดนั้นออกมาฝั่งอุรารากะกับอีดะยังถือว่าโอเค

แต่สายตาของบาคุโกกับมิโดริยะกลับเปลี่ยนไปพร้อมกันคนหนึ่งดวงตาลุกโชนเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า

อีกคนหนึ่งกลับดูเหมือนยอมจำนนในทันที

“แกตายแน่ เดคุ!” บาคุโกหันไปมองมิโดริยะสายตาของเขาถ่ายทอดความหมายแบบนั้นออกมาอย่างชัดเจน

ทันทีที่บาคุโกพูดจบสายตาของมิโดริยะก็กลับแน่วแน่ขึ้นมาเขาหันกลับไปมองบาคุโกตรงๆ

ทั้งสองจ้องตากัน

“เสี่ยวโซ่ว ฉันจะฆ่านายแล้วให้นายอยู่ในใจฉันตลอดไป”

“เสี่ยวกง ฉันจะไม่ยอมให้นายทำสำเร็จ”

“ฉันจะใช้วิธีของฉันเองเพื่ออยู่ในใจนายตลอดไป!”

หลี่เทียนทำหน้าลึกซึ้งดวงตาพร่าเล็กน้อยมองทั้งสองคนที่อยู่ไกลออกไปแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเงียบขรึม

นักเรียนข้างๆตอนแรกยังงงกับคำพูดประหลาดของหลี่เทียน

แต่เมื่อพวกเขามองตามสายตาของเขาไปยังบาคุโกที่ดุดันกับมิโดริยะที่เหมือนยอมจำนน

ทันใดนั้นพวกเขาก็เข้าใจบางอย่างขึ้นมา

“พรวดดดด เสี่ยวกง เสี่ยวโซ่ว”

“ฮ่าๆ ไม่ไหวแล้ว ฮ่าๆ หลี่เทียนนายมีพรสวรรค์จริง ๆ”

เหตุการณ์ตอนสอบเมื่อวาน ทำให้ทุกคนรู้แล้วว่ามิโดริยะกับบาคุโกรู้จักกันมาก่อน

แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นอย่างไรแต่เมื่อมี“เรื่องเล่าเล็กๆ”ของหลี่เทียนเพิ่มเข้าไป

สายตาที่ทั้งสองมองกันนั้นก็กลายเป็น…แม้แต่ออลไมท์ยังอดไม่ได้ที่จะหันหน้าไปปิดปากกลั้นหัวเราะ

“ไอ้เวรเอ๊ย ฉันจะฆ่าแก!” เส้นเลือดบนหน้าผากของบาคุโกปูดโปนเขาหันไปตะโกนใส่หลี่เทียนทันที

“ถ้าฝั่งวิลเลินไม่ไปอยู่ข้างระเบิดนิวเคลียร์ก่อนการทดสอบจะเริ่ม5นาที ฝั่งฮีโร่ก็จะชนะนะ! บาคุโกนายอยากแพ้มิโดริยะเหรอ?”

หลี่เทียนเอียงหัวพูดพร้อมรอยยิ้ม

“ไอ้สารเลว... ไอ้สารเลว!” บาคุโกจ้องหลี่เทียนแล้วหอบหายใจหนัก

“บาคุโก!” ด้านข้างอีดะ เท็นยะรีบเรียกเขาไว้

“บ้าชะมัด” สุดท้ายความคิดที่ว่าห้ามแพ้มิโดริยะเด็ดขาดก็เอาชนะทุกอย่างได้

บาคุโกคำรามอย่างโกรธจัดแล้วเดินตามอีดะเข้าไปในตัวอาคาร

“อาจารย์ออลไมท์คะตามกติกาที่คุณเพิ่งพูดถ้าไม่อยู่ใกล้ระเบิดนิวเคลียร์ก่อนห้านาทีก็ถือว่าแพ้ใช่ไหมคะ?”

ยาโอโยโรสุ โมโมะจับจุดบางอย่างได้จึงถามออลไมท์ด้วยความสงสัย

“เหมือนว่า... ฉันจะไม่ได้พูดแบบนั้นนะ!” ตอนนี้ออลไมท์เองก็เริ่มสงสัยชีวิตเหมือนกันสายตาของเขากวาดมองกฎในสมุดเล่มเล็กของตัวเองซ้ำไปมา

เพราะมันไม่มีจริงๆ!

“อ้าวงั้นผมคงฟังผิดไปเองขอโทษด้วยนะครับ ฮ่าๆ!”

หลี่เทียนทำหน้าเหมือนเพิ่งรู้ตัวมองออลไมท์กับยาโอโยโรสุ โมโมะอย่างตกใจ

“นายเป็นปีศาจหรือไงกัน?” มุมปากของนักเรียนที่อยู่แถวนั้นกระตุกพร้อมกัน

พวกเขาดูออกเลยว่าหมอนี่ ถ้าผ่าหัวใจออกมาต้องดำสนิทแน่ ๆ

“ไอ้เวรเอ๊ย ฉันจะฆ่าแก!” จากหน้าต่างชั้นสองบาคุโกที่ได้ยินบทสนทนาด้านล่างตะโกนด้วยความโกรธ

ถ้าไม่ใช่เพราะอีดะดึงตัวเขาไว้แน่นจากด้านหลังเขาอาจจะกระโดดออกมาจากหน้าต่างแล้วก็ได้

“นักเรียนบาคุโก การทดสอบเริ่มแล้วนะ!” หลี่เทียนโบกมือให้บาคุโกแล้วตะโกนขึ้นไป

การแกล้งเจ้าประทัดที่เรียกเขาว่าไอ้เวรทั้งวันแบบนี้ทำให้หลี่เทียนรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมากทันที

“พอได้แล้วหลี่เทียนอย่าพูดมากไปกว่านี้เลย! การทดสอบเริ่มแล้วทีมฮีโร่จะบุกเข้าไปในอีกห้านาที...ส่วนคนอื่นๆตามฉันไปที่ห้องควบคุมเฝ้าดู”

ออลไมท์ตัดบทอย่างเด็ดขาด และประกาศเริ่มการทดสอบทันที

ณ ห้องสังเกตการณ์ภาพบนจอมอนิเตอร์ถูกปรับไปยังอาคารขนาดเล็กที่ใช้เป็นสนามทดสอบแล้ว

บาคุโก คัตสึกิกับอีดะ เท็นยะที่เต็มไปด้วยอารมณ์เดือดดาลได้ไปยืนอยู่ข้างระเบิดนิวเคลียร์จำลองเรียบร้อยแล้ว

ส่วนมิโดริยะ อิซึคุกับอุรารากะ โอชาโกะกำลังคุยกันอยู่ตรงทางเข้าชั้นล่าง

แน่นอนว่า พวกเขาอาจกำลังวางแผนบุกก็ได้เพราะจอมอนิเตอร์ที่นี่มีแค่ภาพไม่มีเสียง

ห้านาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว

การทดสอบเริ่ม!

ทันใดนั้นทุกคนก็เห็นบาคุโกที่กำลังเดือดพล่านพุ่งออกจากห้องเก็บระเบิดพร้อมคำรามเสียงดัง

ทิ้งอีดะไว้ข้างหลังคนเดียวด้วยสีหน้างุนงง

“นี่มัน...” เมื่อเห็นสีหน้ามึนงงของอีดะ

ทุกคนก็รู้ทันทีว่านี่ต้องเป็นความคิดของบาคุโกคนเดียวแน่นอน

“หมอนี่ต้องไปหา เสี่ยวโซ่วแน่ๆ”

หลี่เทียนพูดเบาๆแน่นอนว่าทุกคนรู้ว่าหลี่เทียนหมายถึงใคร

เมื่อเห็นความโกรธของบาคุโกในภาพทุกคนจึงหันไปมองภาพของมิโดริยะ

แล้วไว้อาลัยให้เขาในใจเงียบๆ

หลี่เทียนจ้องภาพบนจออย่างจริงจังแม้ก่อนหน้านี้จะพูดเล่น

แต่การต่อสู้นี้มันคือการเผชิญหน้าที่เหมือนถูกกำหนดไว้แล้วจริง ๆ

เห็นได้ชัดว่าหลังจากเขาเข้ามาในห้องนี้การจับคู่ของเพื่อนร่วมชั้นหลายคนเปลี่ยนไปจากเดิม

แต่มิโดริยะก็ยังคงจับคู่กับอุรารากะและบาคุโกก็ยังคงต้องเผชิญหน้ากับพวกเขาพร้อมกับอีดะอยู่ดี

ภาพแบบนี้ทำให้หลี่เทียนอดครุ่นคิดไม่ได้

นี่มัน...เป็นการบิดเบือนของธรรมชาติมนุษย์หรือยังไงกัน

เอ๊ะ ไม่ใช่สิหรือว่าบนโลกนี้จะมีสิ่งที่เรียกว่าพล็อตเรื่องอยู่จริง

แบบที่ว่ารายละเอียดเล็กๆเปลี่ยนได้แต่ทิศทางหลักเปลี่ยนไม่ได้กันแน่

“งั้นก็ให้ฉันดูหน่อยเถอะ... ไอ้สิ่งที่เรียกว่าโชคชะตา” หลี่เทียนจ้องจอมอนิเตอร์

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ต่อจากนั้นกลับ เกินความคาดหมายของหลี่เทียนอย่างสิ้นเชิง

ในขณะที่บาคุโกกำลังโกรธจัดวิ่งลงไปตามหาทีมฮีโร่คิดว่าจะได้เผชิญหน้ากับมิโดริยะ

แต่ความจริงคือมิโดริยะกับอุรารากะใช้อัตลักษณ์ไร้แรงโน้มถ่วงของอุรารากะลอยขึ้นไปบนชั้นบนสุดของอาคาร

จากนั้นจึงเริ่มค้นหาจาก บนลงล่างผ่านไปเพียงหนึ่งนาทีแรกของเกม

มิโดริยะกับอุรารากะก็พบกับอีดะที่กำลังกวาดห้องว่างอยู่

อีดะถือไม้กวาดในมือข้างหนึ่ง

อีกข้างถือที่ตักผง

เมื่อเห็นทั้งสองคนที่ยืนอยู่ตรงประตู

เขาก็ชะงักไปทันทีนี่มันอะไรกัน?

มิโดริยะกับอุรารากะตะโกนขึ้น

แล้วพุ่งเข้าใส่ทันทีมิโดริยะพุ่งไปข้างหน้ากอดขาใหญ่ของอีดะเอาไว้แน่น

ส่วนอุรารากะรีบวิ่งไปที่ โมเดลระเบิดนิวเคลียร์

สุดท้ายแม้บาคุโกจะตอบสนองเร็วระเบิดเพดานชั้นสองแล้วพุ่งตรงเข้ามาเพื่อช่วย

แต่มันก็สายเกินไปเขาทำได้เพียงมองดูอุรารากะกระโดดเข้าไปแตะระเบิดนิวเคลียร์และจบการต่อสู้ทันที

ในห้องสังเกตการณ์หลี่เทียนคิดว่าการต่อสู้ช่วงต้นที่ควรจะเดือดเลือดพล่านแต่กลับจบลงแบบเงียบๆ อย่างน่าประหลาดเขาจึงพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

นักเรียนคนอื่นๆก็ไม่ต่างกันเมื่อมองดูบาคุโกที่กำลังอาละวาดอยู่ในภาพจากจอมอนิเตอร์

ทุกคนก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย

ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่าหลี่เทียนคิดมากเกินไปเกี่ยวกับ“พล็อตเรื่อง”และ“กระแสใหญ่ที่เปลี่ยนไม่ได้”

หลังจากออลไมท์ออกไปจัดการกดบาคุโกที่กำลังระเบิดอารมณ์และพาตัวเขากลับมาที่ห้องเฝ้าดู

คำอธิบายของโมโมะก็ทำให้กลุ่มคนที่แทบไม่เข้าใจอะไรเลยรวมถึงหลี่เทียนด้วยเข้าใจขึ้นมาทันทีว่า

ความรู้ก็คือพลัง

ออลไมท์ : “เมี้ยวๆ.....” (แอดเอาด้วยคน : “เมี้ยวๆ”)

“แค่ก แค่ก” ออลไมท์ไอเบาๆแล้วพูดว่า

“คุณหนูยาโอโยโรสุอธิบายได้ดีมาก งั้นเรามาเรียนต่อกันการต่อสู้คู่ถัดไปคือกลุ่มGฝั่งฮีโร่ปะทะกลุ่มCฝั่งวิลเลิน”

“ห๋าากลายเป็นฝั่งวิลเลินเหรอ ทั้งที่อยากเป็นฮีโร่แท้ๆ” โทรุจากกลุ่ม C ขยับแขนขาไปมาพูดพึมพำอย่างหดหู่เล็กน้อย

“กลุ่มวิลเลินงั้นเหรอ งั้นต้องออกแบบกับดักให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของอาคารหลังเล็กนี้สิน”

ด้านข้างยาโอโยโรสุ โมโมะเริ่มจมอยู่ในความคิดแบบวิลเลินและเริ่มพิจารณาการจัดวางกับดักแล้ว

ส่วนทางฝั่ง กลุ่ม G ที่เป็นฮีโร่ตอนนี้....

“ยาโอโยโรสุตูมๆ~ ยาโอโยโรสุตูมๆ~” มิเนตะจ้องไปที่โมโมะจนน้ำลายแทบไหลออกจากมุมปาก

“เงาแห่งความมืดที่กลายเป็นสหายแห่งความยุติธรรมจะกลืนกินความมืดและผู้ส่งสารแห่งความมืดจะตัดสินความชั่วร้าย”

โทโคยามิพึมพำกับตัวเองแต่สายตาของเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังมิเนตะที่อยู่ตรงหน้าหรือว่านี่คือความชั่วร้ายที่เขาควรพิพากษา?

เนื่องจากก่อนหน้านี้บาคุโกได้ระเบิดเปิดรูบนตัวอาคารดังนั้นฮากาคุเระ โทรุและยาโอโยโรสุ โมโมะจากฝั่งวิลเลิน

จึงเข้าไปในอาคารอีกหลังที่ใช้เป็นสนามสอบแทน

ไม่นานก็ผ่านไปห้านาทีแม้ว่าการบุกจากหลังคาแบบที่มิโดริยะใช้ก่อนหน้านี้จะได้ผลดีมาก

แต่เพราะเพิ่งใช้ไปเมื่อรอบก่อนรอบนี้อีกฝ่ายต้องระวังแน่นอน

เมื่อพิจารณาเรื่องนี้แล้วโทโคยามิ ฟุมิคาเงะกับมิโนรุ มิเนตะจึงเลือกบุกเข้าทางประตูโดยตรง

แล้วรีบพุ่งขึ้นชั้นบนอย่างรวดเร็วดาร์กชาโดว์ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของโทโคยามิ

คือเงาที่มีตัวตนเป็นรูปธรรมอาศัยอยู่ในร่างของเขามันสามารถยืด หด และแปรรูปได้อย่างอิสระและมีพลังอย่างมากในระยะกลางถึงระยะไกล

ในภาพบนจอมอนิเตอร์ก็พิสูจน์จุดนี้ได้อย่างชัดเจน

ผ่านไปห้านาทีหลังเริ่มเกมกับดักจำนวนมากที่ยาโอโยโรสุ โมโมะวางเอาไว้ถูกดาร์กชาโดว์ของโทโคยามิกวาดทำลายแทบหมดอย่างรวดเร็ว

ไม่นานพวกเขาก็มาถึงสุดทางของชั้นสองอย่างไรก็ตามคนในห้องเฝ้าดูการต่อสู้ต่างกลั้นหายใจสายตาจับจ้องไปที่โมโมะที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องตรงมุมทางเดินของชั้นสาม

รวมถึงโทรุที่ล่องหนอยู่มานานแล้วทุกคนเข้าใจทันทีว่ากับดักไม้ตายอยู่บนชั้นสาม

“ง่ายจริงๆ เลย!” มิเนตะพูดอย่างสบายๆ มือหนึ่งถือบอลทรงองุ่นที่อยู่บนหัวของตัวเอง

“พอเราจับยาโอโยโรสุได้แล้ว จะกำจัดเธอเลยดีไหมหรือจะสู้กันก่อนดีนะ? อืม... ชวนลำบากจริง ๆ!”

เมื่อเห็นสีหน้าลามกของมิเนตะโทโคยามิก็รู้ทันทีว่า“การสู้กันก่อน”ที่หมอนี่พูดถึง

ต้องไม่ใช่อะไรดีแน่นอนเขาแทบจะควบคุมเงามืดไม่ให้ต่อยมิเนตะไม่ได้อยู่แล้ว

ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้ดาร์กชาโดว์ยังต้องคอยระวังกับดักรอบๆ

“ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นวางกับดักซับซ้อนแบบนี้ได้ยังไงภายในห้านาที”

ดาร์กชาโดว์ใช้ความสามารถของตัวเองทำลายกับดักอย่างรุนแรง พร้อมบ่นอย่างพูดไม่ออก

ตรงมุมบันไดจากชั้นสองขึ้นชั้นสามเพราะมุมมองถูกบัง

นี่จึงเป็นจุดที่พวกเขาตื่นตัวที่สุดกับดักที่ทำให้ทั้งโทโคยามิและคนในห้องเฝ้าดูรู้สึกเสียวสันหลัง

ถูกดาร์กชาโดว์ทำลายไปทีละอย่าง

“เรียบร้อยแล้ว บนบันไดไม่มีกับดักแล้ว ส่วนทางเดินชั้นสามยังมีกับดักอีกหลายจุด และไม่พบใครอยู่ตรงนั้น”

ดาร์กชาโดว์กลับมาที่ข้างตัวโทโคยามิแล้วรายงาน

“ขอบใจมาก โซมิโกะ” โทโคยามิกล่าวขอบคุณ

ก่อนจะเตรียมก้าวขึ้นไปชั้นสาม แต่ทันทีที่เขาก้าวเข้าสู่ชั้นสาม

“ตอนนี้แหละ!” ยาโอโยโรสุ โมโมะ พุ่งออกมาจากห้องด้านข้างในมือของเธอถือปืนขนาดใหญ่เล็งไปที่โทโคยามิและมิเนตะทันที

“มีซุ่มโจมตี” สีหน้าของโทโคยามิเปลี่ยนไปทันที

ดาร์กชาโดว์พุ่งออกไปขวางด้านหน้าเขาแล้วพุ่งโจมตีอย่างรวดเร็ว

แต่ทว่า...

“ท่าแสบตาหมา!” (ชื่อนี้จริงๆนะ55)

เสียงใสของโทรุดังขึ้นแสงสว่างจ้าเทียบได้กับแฟลชของตำรวจระเบิดขึ้นต่อหน้าทั้งสองคนทันที

และแสงนั้นไม่ได้สว่างค้างไว้แต่กลับกะพริบถี่ๆอย่างต่อเนื่อง

“แย่แล้ว...” สีหน้าของโทโคยามิเปลี่ยนทันทีสิ่งที่ดาร์กชาโดว์ของเขากลัวที่สุดก็คือแสงจ้า

“ตาฉัน!” ในวินาทีถัดมาสิ่งเดียวที่โทโคยามิ ฟุมิคาเงะและมิโนรุ มิเนตะมองเห็นมีเพียงแสงสีขาวที่กะพริบวูบวาบเท่านั้น

ตาข่ายลวดเหล็กหนาแน่นพันรัดโทโคยามิ ฟุมิคาเงะกับมิเนตะ มิโนรุเอาไว้อย่างแน่นหนา

และบนหัวของมิเนตะยังมีลูกบอลเหนียวพิเศษจำนวนมากติดอยู่กับตาข่ายทำให้ทั้งสองคนถูกยึดติดเข้าด้วยกันแน่น

แต่ทว่าในห้องสังเกตการณ์ทุกคนมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงงพวกเขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ยกเว้นเพียงหลี่เทียนที่รู้จักโทรุดีและปิดตาตั้งแต่จังหวะแสงแฟลชปรากฏขึ้น

ส่วนคนอื่นๆนั้นถูกแสงแฟลชทำให้ตาพร่ากันหมด

“พวกนายประเมินหมอนั่นต่ำเกินไปจริง ๆ” หลี่เทียนส่ายหัวอย่างอดไม่ได้ขณะมองภาพบนหน้าจอเฝ้าระวัง

ในจังหวะที่แฟลชของฮากาคุเระทำให้อีกฝ่ายตาบอดชั่วคราว

คนเดียวที่ตอบสนองได้ทันทีคือมิเนตะ

แม้ว่าวิธีโต้กลับของเขาคือการดึงลูกบอลเหนียวรูปองุ่นออกจากหัวอย่างต่อเนื่องแล้วโยนออกไป

สุดท้ายจะถูกปืนยิงตาข่ายของยาโอโยโรสุ โมโมะจัดการย้อนกลับก็ตาม

แต่ความเร็วในการตอบสนองแบบนั้นก็ถือว่าน่าชื่นชมมาก

แน่นอนว่าเพราะจอมอนิเตอร์ในห้องสังเกตการณ์ไม่มีเสียง

หลี่เทียนจึงไม่รู้ว่าสถานการณ์จริงๆเป็นแบบนี้

“ฉันยังไม่ได้แตะ ของตูมๆของยาโอโยโรสุเลยนะจะมาแพ้ได้ยังไง!” มิเนตะหลับตาร้องตะโกนไปด้วย

พร้อมกับดึงลูกบอลเหนียวสุดพิเศษจากหัวของตัวเองออกมา แล้วขว้างออกไปอย่างบ้าคลั่ง

ยาโอโยโรสุ โมโมะ : “ไอ้โรคจิต ไปตายซะไป!”

จบบทที่ ตอนที่20 บททดสอบโปรฮีโร่ปะทะวิลเลน (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว