- หน้าแรก
- มายฮีโร่ ฉันคือเดอะแฟลช
- ตอนที่20 บททดสอบโปรฮีโร่ปะทะวิลเลน (2)
ตอนที่20 บททดสอบโปรฮีโร่ปะทะวิลเลน (2)
ตอนที่20 บททดสอบโปรฮีโร่ปะทะวิลเลน (2)
หลังจากออลไมท์จับฉลากอย่างรวดเร็วนักเรียนห้องAทั้ง 20คนก็ถูกแบ่งกลุ่มเรียบร้อย
กลุ่ม A: มิโดริยะ อิซึคุ / อุรารากะ โอชาโกะ
กลุ่ม B: โทโดโรกิ โชโตะ / โชจิ เมโซ
กลุ่ม C: ฮากาคุเระ โทรุ / ยาโอโยโรสุ โมโมะ
กลุ่ม D: บาคุโก คัตสึกิ / อีดะ เท็นยะ
กลุ่ม E: คามินาริ เดนกิ / จิโร่ เคียวกะ
กลุ่ม F: ซาโต้ ริคิโดะ / คิริชิมะ เอจิโร่
กลุ่ม G: มิโนรุ มิเนตะ / โทโคยามิ ฟุมิคาเงะ
กลุ่ม H: จินโซ หลี่เทียน / โอจิโร่ มาชิราโอะ (ในที่สุดชื่อเต็มของพระเอกก็ถูกเปิดเผยแล้ว ปรบมือ ๆ)
กลุ่ม I: ซึยุ อาซุย / อาโอยามะ ยูงะ
กลุ่ม J: อาชิโดะ มินะ / เซโร ฮันตะ
ส่วนคู่ที่จะต่อสู้เป็นกลุ่มแรกคือ “กลุ่มฮีโร่ กลุ่ม A กับกลุ่มวิลเลิน กลุ่ม D!”
ออลไมท์ประกาศเสียงดัง พลางถือบอลจับฉลากสองลูกอยู่ในมือ
ทันทีที่คำพูดนั้นออกมาฝั่งอุรารากะกับอีดะยังถือว่าโอเค
แต่สายตาของบาคุโกกับมิโดริยะกลับเปลี่ยนไปพร้อมกันคนหนึ่งดวงตาลุกโชนเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า
อีกคนหนึ่งกลับดูเหมือนยอมจำนนในทันที
“แกตายแน่ เดคุ!” บาคุโกหันไปมองมิโดริยะสายตาของเขาถ่ายทอดความหมายแบบนั้นออกมาอย่างชัดเจน
ทันทีที่บาคุโกพูดจบสายตาของมิโดริยะก็กลับแน่วแน่ขึ้นมาเขาหันกลับไปมองบาคุโกตรงๆ
ทั้งสองจ้องตากัน
“เสี่ยวโซ่ว ฉันจะฆ่านายแล้วให้นายอยู่ในใจฉันตลอดไป”
“เสี่ยวกง ฉันจะไม่ยอมให้นายทำสำเร็จ”
“ฉันจะใช้วิธีของฉันเองเพื่ออยู่ในใจนายตลอดไป!”
หลี่เทียนทำหน้าลึกซึ้งดวงตาพร่าเล็กน้อยมองทั้งสองคนที่อยู่ไกลออกไปแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเงียบขรึม
นักเรียนข้างๆตอนแรกยังงงกับคำพูดประหลาดของหลี่เทียน
แต่เมื่อพวกเขามองตามสายตาของเขาไปยังบาคุโกที่ดุดันกับมิโดริยะที่เหมือนยอมจำนน
ทันใดนั้นพวกเขาก็เข้าใจบางอย่างขึ้นมา
“พรวดดดด เสี่ยวกง เสี่ยวโซ่ว”
“ฮ่าๆ ไม่ไหวแล้ว ฮ่าๆ หลี่เทียนนายมีพรสวรรค์จริง ๆ”
เหตุการณ์ตอนสอบเมื่อวาน ทำให้ทุกคนรู้แล้วว่ามิโดริยะกับบาคุโกรู้จักกันมาก่อน
แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นอย่างไรแต่เมื่อมี“เรื่องเล่าเล็กๆ”ของหลี่เทียนเพิ่มเข้าไป
สายตาที่ทั้งสองมองกันนั้นก็กลายเป็น…แม้แต่ออลไมท์ยังอดไม่ได้ที่จะหันหน้าไปปิดปากกลั้นหัวเราะ
“ไอ้เวรเอ๊ย ฉันจะฆ่าแก!” เส้นเลือดบนหน้าผากของบาคุโกปูดโปนเขาหันไปตะโกนใส่หลี่เทียนทันที
“ถ้าฝั่งวิลเลินไม่ไปอยู่ข้างระเบิดนิวเคลียร์ก่อนการทดสอบจะเริ่ม5นาที ฝั่งฮีโร่ก็จะชนะนะ! บาคุโกนายอยากแพ้มิโดริยะเหรอ?”
หลี่เทียนเอียงหัวพูดพร้อมรอยยิ้ม
“ไอ้สารเลว... ไอ้สารเลว!” บาคุโกจ้องหลี่เทียนแล้วหอบหายใจหนัก
“บาคุโก!” ด้านข้างอีดะ เท็นยะรีบเรียกเขาไว้
“บ้าชะมัด” สุดท้ายความคิดที่ว่าห้ามแพ้มิโดริยะเด็ดขาดก็เอาชนะทุกอย่างได้
บาคุโกคำรามอย่างโกรธจัดแล้วเดินตามอีดะเข้าไปในตัวอาคาร
“อาจารย์ออลไมท์คะตามกติกาที่คุณเพิ่งพูดถ้าไม่อยู่ใกล้ระเบิดนิวเคลียร์ก่อนห้านาทีก็ถือว่าแพ้ใช่ไหมคะ?”
ยาโอโยโรสุ โมโมะจับจุดบางอย่างได้จึงถามออลไมท์ด้วยความสงสัย
“เหมือนว่า... ฉันจะไม่ได้พูดแบบนั้นนะ!” ตอนนี้ออลไมท์เองก็เริ่มสงสัยชีวิตเหมือนกันสายตาของเขากวาดมองกฎในสมุดเล่มเล็กของตัวเองซ้ำไปมา
เพราะมันไม่มีจริงๆ!
“อ้าวงั้นผมคงฟังผิดไปเองขอโทษด้วยนะครับ ฮ่าๆ!”
หลี่เทียนทำหน้าเหมือนเพิ่งรู้ตัวมองออลไมท์กับยาโอโยโรสุ โมโมะอย่างตกใจ
“นายเป็นปีศาจหรือไงกัน?” มุมปากของนักเรียนที่อยู่แถวนั้นกระตุกพร้อมกัน
พวกเขาดูออกเลยว่าหมอนี่ ถ้าผ่าหัวใจออกมาต้องดำสนิทแน่ ๆ
“ไอ้เวรเอ๊ย ฉันจะฆ่าแก!” จากหน้าต่างชั้นสองบาคุโกที่ได้ยินบทสนทนาด้านล่างตะโกนด้วยความโกรธ
ถ้าไม่ใช่เพราะอีดะดึงตัวเขาไว้แน่นจากด้านหลังเขาอาจจะกระโดดออกมาจากหน้าต่างแล้วก็ได้
“นักเรียนบาคุโก การทดสอบเริ่มแล้วนะ!” หลี่เทียนโบกมือให้บาคุโกแล้วตะโกนขึ้นไป
การแกล้งเจ้าประทัดที่เรียกเขาว่าไอ้เวรทั้งวันแบบนี้ทำให้หลี่เทียนรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมากทันที
“พอได้แล้วหลี่เทียนอย่าพูดมากไปกว่านี้เลย! การทดสอบเริ่มแล้วทีมฮีโร่จะบุกเข้าไปในอีกห้านาที...ส่วนคนอื่นๆตามฉันไปที่ห้องควบคุมเฝ้าดู”
ออลไมท์ตัดบทอย่างเด็ดขาด และประกาศเริ่มการทดสอบทันที
ณ ห้องสังเกตการณ์ภาพบนจอมอนิเตอร์ถูกปรับไปยังอาคารขนาดเล็กที่ใช้เป็นสนามทดสอบแล้ว
บาคุโก คัตสึกิกับอีดะ เท็นยะที่เต็มไปด้วยอารมณ์เดือดดาลได้ไปยืนอยู่ข้างระเบิดนิวเคลียร์จำลองเรียบร้อยแล้ว
ส่วนมิโดริยะ อิซึคุกับอุรารากะ โอชาโกะกำลังคุยกันอยู่ตรงทางเข้าชั้นล่าง
แน่นอนว่า พวกเขาอาจกำลังวางแผนบุกก็ได้เพราะจอมอนิเตอร์ที่นี่มีแค่ภาพไม่มีเสียง
ห้านาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว
การทดสอบเริ่ม!
ทันใดนั้นทุกคนก็เห็นบาคุโกที่กำลังเดือดพล่านพุ่งออกจากห้องเก็บระเบิดพร้อมคำรามเสียงดัง
ทิ้งอีดะไว้ข้างหลังคนเดียวด้วยสีหน้างุนงง
“นี่มัน...” เมื่อเห็นสีหน้ามึนงงของอีดะ
ทุกคนก็รู้ทันทีว่านี่ต้องเป็นความคิดของบาคุโกคนเดียวแน่นอน
“หมอนี่ต้องไปหา เสี่ยวโซ่วแน่ๆ”
หลี่เทียนพูดเบาๆแน่นอนว่าทุกคนรู้ว่าหลี่เทียนหมายถึงใคร
เมื่อเห็นความโกรธของบาคุโกในภาพทุกคนจึงหันไปมองภาพของมิโดริยะ
แล้วไว้อาลัยให้เขาในใจเงียบๆ
หลี่เทียนจ้องภาพบนจออย่างจริงจังแม้ก่อนหน้านี้จะพูดเล่น
แต่การต่อสู้นี้มันคือการเผชิญหน้าที่เหมือนถูกกำหนดไว้แล้วจริง ๆ
เห็นได้ชัดว่าหลังจากเขาเข้ามาในห้องนี้การจับคู่ของเพื่อนร่วมชั้นหลายคนเปลี่ยนไปจากเดิม
แต่มิโดริยะก็ยังคงจับคู่กับอุรารากะและบาคุโกก็ยังคงต้องเผชิญหน้ากับพวกเขาพร้อมกับอีดะอยู่ดี
ภาพแบบนี้ทำให้หลี่เทียนอดครุ่นคิดไม่ได้
นี่มัน...เป็นการบิดเบือนของธรรมชาติมนุษย์หรือยังไงกัน
เอ๊ะ ไม่ใช่สิหรือว่าบนโลกนี้จะมีสิ่งที่เรียกว่าพล็อตเรื่องอยู่จริง
แบบที่ว่ารายละเอียดเล็กๆเปลี่ยนได้แต่ทิศทางหลักเปลี่ยนไม่ได้กันแน่
“งั้นก็ให้ฉันดูหน่อยเถอะ... ไอ้สิ่งที่เรียกว่าโชคชะตา” หลี่เทียนจ้องจอมอนิเตอร์
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ต่อจากนั้นกลับ เกินความคาดหมายของหลี่เทียนอย่างสิ้นเชิง
ในขณะที่บาคุโกกำลังโกรธจัดวิ่งลงไปตามหาทีมฮีโร่คิดว่าจะได้เผชิญหน้ากับมิโดริยะ
แต่ความจริงคือมิโดริยะกับอุรารากะใช้อัตลักษณ์ไร้แรงโน้มถ่วงของอุรารากะลอยขึ้นไปบนชั้นบนสุดของอาคาร
จากนั้นจึงเริ่มค้นหาจาก บนลงล่างผ่านไปเพียงหนึ่งนาทีแรกของเกม
มิโดริยะกับอุรารากะก็พบกับอีดะที่กำลังกวาดห้องว่างอยู่
อีดะถือไม้กวาดในมือข้างหนึ่ง
อีกข้างถือที่ตักผง
เมื่อเห็นทั้งสองคนที่ยืนอยู่ตรงประตู
เขาก็ชะงักไปทันทีนี่มันอะไรกัน?
มิโดริยะกับอุรารากะตะโกนขึ้น
แล้วพุ่งเข้าใส่ทันทีมิโดริยะพุ่งไปข้างหน้ากอดขาใหญ่ของอีดะเอาไว้แน่น
ส่วนอุรารากะรีบวิ่งไปที่ โมเดลระเบิดนิวเคลียร์
สุดท้ายแม้บาคุโกจะตอบสนองเร็วระเบิดเพดานชั้นสองแล้วพุ่งตรงเข้ามาเพื่อช่วย
แต่มันก็สายเกินไปเขาทำได้เพียงมองดูอุรารากะกระโดดเข้าไปแตะระเบิดนิวเคลียร์และจบการต่อสู้ทันที
ในห้องสังเกตการณ์หลี่เทียนคิดว่าการต่อสู้ช่วงต้นที่ควรจะเดือดเลือดพล่านแต่กลับจบลงแบบเงียบๆ อย่างน่าประหลาดเขาจึงพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
นักเรียนคนอื่นๆก็ไม่ต่างกันเมื่อมองดูบาคุโกที่กำลังอาละวาดอยู่ในภาพจากจอมอนิเตอร์
ทุกคนก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย
ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่าหลี่เทียนคิดมากเกินไปเกี่ยวกับ“พล็อตเรื่อง”และ“กระแสใหญ่ที่เปลี่ยนไม่ได้”
หลังจากออลไมท์ออกไปจัดการกดบาคุโกที่กำลังระเบิดอารมณ์และพาตัวเขากลับมาที่ห้องเฝ้าดู
คำอธิบายของโมโมะก็ทำให้กลุ่มคนที่แทบไม่เข้าใจอะไรเลยรวมถึงหลี่เทียนด้วยเข้าใจขึ้นมาทันทีว่า
ความรู้ก็คือพลัง
ออลไมท์ : “เมี้ยวๆ.....” (แอดเอาด้วยคน : “เมี้ยวๆ”)
“แค่ก แค่ก” ออลไมท์ไอเบาๆแล้วพูดว่า
“คุณหนูยาโอโยโรสุอธิบายได้ดีมาก งั้นเรามาเรียนต่อกันการต่อสู้คู่ถัดไปคือกลุ่มGฝั่งฮีโร่ปะทะกลุ่มCฝั่งวิลเลิน”
“ห๋าากลายเป็นฝั่งวิลเลินเหรอ ทั้งที่อยากเป็นฮีโร่แท้ๆ” โทรุจากกลุ่ม C ขยับแขนขาไปมาพูดพึมพำอย่างหดหู่เล็กน้อย
“กลุ่มวิลเลินงั้นเหรอ งั้นต้องออกแบบกับดักให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของอาคารหลังเล็กนี้สิน”
ด้านข้างยาโอโยโรสุ โมโมะเริ่มจมอยู่ในความคิดแบบวิลเลินและเริ่มพิจารณาการจัดวางกับดักแล้ว
ส่วนทางฝั่ง กลุ่ม G ที่เป็นฮีโร่ตอนนี้....
“ยาโอโยโรสุตูมๆ~ ยาโอโยโรสุตูมๆ~” มิเนตะจ้องไปที่โมโมะจนน้ำลายแทบไหลออกจากมุมปาก
“เงาแห่งความมืดที่กลายเป็นสหายแห่งความยุติธรรมจะกลืนกินความมืดและผู้ส่งสารแห่งความมืดจะตัดสินความชั่วร้าย”
โทโคยามิพึมพำกับตัวเองแต่สายตาของเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังมิเนตะที่อยู่ตรงหน้าหรือว่านี่คือความชั่วร้ายที่เขาควรพิพากษา?
เนื่องจากก่อนหน้านี้บาคุโกได้ระเบิดเปิดรูบนตัวอาคารดังนั้นฮากาคุเระ โทรุและยาโอโยโรสุ โมโมะจากฝั่งวิลเลิน
จึงเข้าไปในอาคารอีกหลังที่ใช้เป็นสนามสอบแทน
ไม่นานก็ผ่านไปห้านาทีแม้ว่าการบุกจากหลังคาแบบที่มิโดริยะใช้ก่อนหน้านี้จะได้ผลดีมาก
แต่เพราะเพิ่งใช้ไปเมื่อรอบก่อนรอบนี้อีกฝ่ายต้องระวังแน่นอน
เมื่อพิจารณาเรื่องนี้แล้วโทโคยามิ ฟุมิคาเงะกับมิโนรุ มิเนตะจึงเลือกบุกเข้าทางประตูโดยตรง
แล้วรีบพุ่งขึ้นชั้นบนอย่างรวดเร็วดาร์กชาโดว์ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของโทโคยามิ
คือเงาที่มีตัวตนเป็นรูปธรรมอาศัยอยู่ในร่างของเขามันสามารถยืด หด และแปรรูปได้อย่างอิสระและมีพลังอย่างมากในระยะกลางถึงระยะไกล
ในภาพบนจอมอนิเตอร์ก็พิสูจน์จุดนี้ได้อย่างชัดเจน
ผ่านไปห้านาทีหลังเริ่มเกมกับดักจำนวนมากที่ยาโอโยโรสุ โมโมะวางเอาไว้ถูกดาร์กชาโดว์ของโทโคยามิกวาดทำลายแทบหมดอย่างรวดเร็ว
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงสุดทางของชั้นสองอย่างไรก็ตามคนในห้องเฝ้าดูการต่อสู้ต่างกลั้นหายใจสายตาจับจ้องไปที่โมโมะที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องตรงมุมทางเดินของชั้นสาม
รวมถึงโทรุที่ล่องหนอยู่มานานแล้วทุกคนเข้าใจทันทีว่ากับดักไม้ตายอยู่บนชั้นสาม
“ง่ายจริงๆ เลย!” มิเนตะพูดอย่างสบายๆ มือหนึ่งถือบอลทรงองุ่นที่อยู่บนหัวของตัวเอง
“พอเราจับยาโอโยโรสุได้แล้ว จะกำจัดเธอเลยดีไหมหรือจะสู้กันก่อนดีนะ? อืม... ชวนลำบากจริง ๆ!”
เมื่อเห็นสีหน้าลามกของมิเนตะโทโคยามิก็รู้ทันทีว่า“การสู้กันก่อน”ที่หมอนี่พูดถึง
ต้องไม่ใช่อะไรดีแน่นอนเขาแทบจะควบคุมเงามืดไม่ให้ต่อยมิเนตะไม่ได้อยู่แล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้ดาร์กชาโดว์ยังต้องคอยระวังกับดักรอบๆ
“ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นวางกับดักซับซ้อนแบบนี้ได้ยังไงภายในห้านาที”
ดาร์กชาโดว์ใช้ความสามารถของตัวเองทำลายกับดักอย่างรุนแรง พร้อมบ่นอย่างพูดไม่ออก
ตรงมุมบันไดจากชั้นสองขึ้นชั้นสามเพราะมุมมองถูกบัง
นี่จึงเป็นจุดที่พวกเขาตื่นตัวที่สุดกับดักที่ทำให้ทั้งโทโคยามิและคนในห้องเฝ้าดูรู้สึกเสียวสันหลัง
ถูกดาร์กชาโดว์ทำลายไปทีละอย่าง
“เรียบร้อยแล้ว บนบันไดไม่มีกับดักแล้ว ส่วนทางเดินชั้นสามยังมีกับดักอีกหลายจุด และไม่พบใครอยู่ตรงนั้น”
ดาร์กชาโดว์กลับมาที่ข้างตัวโทโคยามิแล้วรายงาน
“ขอบใจมาก โซมิโกะ” โทโคยามิกล่าวขอบคุณ
ก่อนจะเตรียมก้าวขึ้นไปชั้นสาม แต่ทันทีที่เขาก้าวเข้าสู่ชั้นสาม
“ตอนนี้แหละ!” ยาโอโยโรสุ โมโมะ พุ่งออกมาจากห้องด้านข้างในมือของเธอถือปืนขนาดใหญ่เล็งไปที่โทโคยามิและมิเนตะทันที
“มีซุ่มโจมตี” สีหน้าของโทโคยามิเปลี่ยนไปทันที
ดาร์กชาโดว์พุ่งออกไปขวางด้านหน้าเขาแล้วพุ่งโจมตีอย่างรวดเร็ว
แต่ทว่า...
“ท่าแสบตาหมา!” (ชื่อนี้จริงๆนะ55)
เสียงใสของโทรุดังขึ้นแสงสว่างจ้าเทียบได้กับแฟลชของตำรวจระเบิดขึ้นต่อหน้าทั้งสองคนทันที
และแสงนั้นไม่ได้สว่างค้างไว้แต่กลับกะพริบถี่ๆอย่างต่อเนื่อง
“แย่แล้ว...” สีหน้าของโทโคยามิเปลี่ยนทันทีสิ่งที่ดาร์กชาโดว์ของเขากลัวที่สุดก็คือแสงจ้า
“ตาฉัน!” ในวินาทีถัดมาสิ่งเดียวที่โทโคยามิ ฟุมิคาเงะและมิโนรุ มิเนตะมองเห็นมีเพียงแสงสีขาวที่กะพริบวูบวาบเท่านั้น
ตาข่ายลวดเหล็กหนาแน่นพันรัดโทโคยามิ ฟุมิคาเงะกับมิเนตะ มิโนรุเอาไว้อย่างแน่นหนา
และบนหัวของมิเนตะยังมีลูกบอลเหนียวพิเศษจำนวนมากติดอยู่กับตาข่ายทำให้ทั้งสองคนถูกยึดติดเข้าด้วยกันแน่น
แต่ทว่าในห้องสังเกตการณ์ทุกคนมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงงพวกเขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ยกเว้นเพียงหลี่เทียนที่รู้จักโทรุดีและปิดตาตั้งแต่จังหวะแสงแฟลชปรากฏขึ้น
ส่วนคนอื่นๆนั้นถูกแสงแฟลชทำให้ตาพร่ากันหมด
“พวกนายประเมินหมอนั่นต่ำเกินไปจริง ๆ” หลี่เทียนส่ายหัวอย่างอดไม่ได้ขณะมองภาพบนหน้าจอเฝ้าระวัง
ในจังหวะที่แฟลชของฮากาคุเระทำให้อีกฝ่ายตาบอดชั่วคราว
คนเดียวที่ตอบสนองได้ทันทีคือมิเนตะ
แม้ว่าวิธีโต้กลับของเขาคือการดึงลูกบอลเหนียวรูปองุ่นออกจากหัวอย่างต่อเนื่องแล้วโยนออกไป
สุดท้ายจะถูกปืนยิงตาข่ายของยาโอโยโรสุ โมโมะจัดการย้อนกลับก็ตาม
แต่ความเร็วในการตอบสนองแบบนั้นก็ถือว่าน่าชื่นชมมาก
แน่นอนว่าเพราะจอมอนิเตอร์ในห้องสังเกตการณ์ไม่มีเสียง
หลี่เทียนจึงไม่รู้ว่าสถานการณ์จริงๆเป็นแบบนี้
“ฉันยังไม่ได้แตะ ของตูมๆของยาโอโยโรสุเลยนะจะมาแพ้ได้ยังไง!” มิเนตะหลับตาร้องตะโกนไปด้วย
พร้อมกับดึงลูกบอลเหนียวสุดพิเศษจากหัวของตัวเองออกมา แล้วขว้างออกไปอย่างบ้าคลั่ง
ยาโอโยโรสุ โมโมะ : “ไอ้โรคจิต ไปตายซะไป!”