- หน้าแรก
- มายฮีโร่ ฉันคือเดอะแฟลช
- ตอนที่3 ฮางาคุเระ โทรุ
ตอนที่3 ฮางาคุเระ โทรุ
ตอนที่3 ฮางาคุเระ โทรุ
“ก็แบบนี้แหละ…ตั้งแต่นี้ไปเธอก็จะได้มาอยู่กับป้าแล้วเป็นยังไงบ้างดีใจไหม?”
ทาเคยามะ ยูหยุดอยู่หน้าประตูห้อง502หยิบกุญแจออกมาเปิดประตูแล้วหันมายิ้มถามหลี่เทียน
“…อ่า” มุมปากของหลี่เทียนกระตุกเล็กน้อยเขาจะกล้าพูดได้ไงว่าไม่ดีใจ?
“ดี…ดีใจ” หลี่เทียนตอบอย่างฝืนๆ
“ดีใจก็ดีแล้ว” ทาเคยามะ ยูไม่รู้ว่าเธอมองไม่ออกว่าหลี่เทียนกำลังฝืนยิ้มหรือจงใจไม่สนใจเธอผลักประตูเปิดแล้วเดินเข้าไปในห้องทันที
“เข้ามาสิพี่ฮวาอีของนายเริ่มเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับนายตั้งแต่เช้าแล้ว”
ในเมื่อมาแล้วก็ต้องอยู่ให้ได้หลี่เทียนจะทำอะไรได้ล่ะเขาจึงเดินตามเข้าไป
“พี่ฮวาอีก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอ…เดี๋ยวก่อน เมื่อกี้ป้าบอกว่าพี่ฮวาอีเริ่มเตรียมงานเลี้ยงตั้งแต่ตอนเที่ยง?”
หลี่เทียนเบิกตากว้างมองทาเคยามะ ยูอย่างตกใจ
“แน่นอนสิพวกเราเป็นคู่หูที่เข้ากันที่สุด…” ทาเคยามะ ยูพยักหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ
แต่ทันใดนั้นเหมือนเธอจะนึกอะไรขึ้นได้สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันทีเธอผลักประตูเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว
หลี่เทียน รีบตามเข้าไปเช่นกันทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องเขาก็หยุดฝีเท้าลง
กลิ่นแปลกๆลอยเข้ามาในจมูกของเขาไม่หยุด
“…มีอะไรไหม้อยู่หรือเปล่า?” หลี่เทียน มองไปทางห้องครัวอย่างแปลกใจ
ตอนนี้สีหน้าของทาเคยามะ ยูดูแย่มากเห็นได้ชัดว่าในที่สุดเธอก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
“นานาริ ฮวาอี—!!” ทาเคยามะ ยูตะโกนออกมาโดยตรง
“มา…มาแล้ว…มาแล้ว…” เสียงใสๆดังตอบกลับมาสามครั้งติดกัน
จากนั้นหญิงสาวสวมแว่นที่แต่งตัวเหมือนพ่อครัวก็วิ่งออกมาจากทางห้องครัว
ใบหน้าที่ควรจะขาวเนียนกลับดำปื้เสื้อผ้าก็มีรอยไหม้เต็มไปหมด
“ยูแล้วก็เสี่ยวเทียน ในที่สุดพวกเธอก็กลับมาแล้ว!”
ทันทีที่เธอเห็นทาเคยามะ ยูกับหลี่เทียนหญิงสาวสวมแว่นก็ร้องไห้โฮแล้วพุ่งเข้าหาทาเคยามะ ยู
แต่หญิงสาวที่พุ่งเข้ามานั้นถูกทาเคยามะ ยูจับไว้ได้ทันทีเธอถูกหนีบไว้ใต้รักแร้ของทาเคยามะ ยูก่อนที่ทาเคยามะ ยูจะถามด้วยสีหน้ามืดครึ้ม
“บอกมา เธอไปทำอะไรมา?”
“มะ…ไม่…ไม่…ไม่ได้ทำอะไรเลย!” หญิงสาวสวมแว่นกลอกตา ฟองขาวแทบจะออกมาจากมุมปาก
“ฉันก็แค่ทำ…ทำ…อาหาร…”
เมื่อเห็นภาพตรงหน้าหลี่เทียนก็ยกมือกุมหน้าผากอย่างจนใจ
แต่เขาไม่ได้แปลกใจเลยเพราะแทบทุกครั้งที่เขาเห็นป้าของเขาอยู่กับนานาริ ฮวาอีก็มักจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเสมอด้วยเหตุผลต่าง ๆ
นานาริ ฮวาอีเคยเป็นเพื่อนร่วมห้องของป้าเขาสมัยเรียนโรงเรียนฮีโร่และตอนนี้ก็เป็นพาร์ตเนอร์ในสำนักงานฮีโร่ของเธอ
แต่ถ้าอยู่นอกงานด้านสนับสนุนหรือธุรกิจของฮีโร่แล้วเธอจะกลายเป็นคนที่เด๋อมากๆ
เด๋อจนแทบไม่มีสามัญสำนึกในการใช้ชีวิตเลย
อย่างเช่นครั้งนี้มีเตาแก๊สสองหัว หม้อหุงข้าวไฟฟ้าและเตาแม่เหล็กไฟฟ้า
ดังนั้นนานาริ ฮวาอีจึงตั้งหม้อหลายใบตั้งแต่เช้าใส่วัตถุดิบกับน้ำลงไปต้มซุป
อีกด้านหนึ่งก็ใส่น้ำมันเตรียมผัดผัก ข้าวก็ใส่ลงไปในหม้อส่วนปลา,กุ้ง,ปูก็เอาไปต้มรวมกันในอีกหม้อหนึ่ง
ฟังดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ถ้าจะอธิบายให้ละเอียดก็คือมันฝรั่ง แครอท หัวหอม และวัตถุดิบอื่นๆไม่ได้ปอกเปลือกเลยโยนลงหม้อแล้วต้มทันที
ผักก็ใส่น้ำมันแล้วปิดฝาหม้อเลยโดยไม่ผัด ข้าวในหม้อหุงข้าวก็ล้างไปครึ่งเดียวแล้วเอาไปหุง
ส่วนปลา กุ้ง ปู ก็ไม่จัดการอะไรเลยเอาไปต้มรวมกัน
และที่สำคัญที่สุดคือเธอมักจะลืมปิดไฟทุกครั้งต้องรอจนหม้อเดือดจนไหม้ถึงจะรีบไปปิดไฟ
พอคิดถึงเรื่องพวกนี้หลี่เทียนก็พูดไม่ออกเขาไม่เข้าใจจริงๆว่าคนแบบนี้ใช้ชีวิตอยู่มาได้ยังไง
“ทำอาหารงั้นเหรอ? เธอบอกว่าเธอกำลังทำอาหาร…แต่เธอเกือบเผาครัวฉันเลยนะ!”
“ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ…”
หลี่เทียนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นฟังเสียงที่ดังมาจากในครัวใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความจนใจต่อป้าของตัวเอง
หลังจากเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันมาสี่ปีทาเคยามะ ยูก็รู้จักนิสัยของนานาริ ฮวาอีเป็นอย่างดี
แต่ยังกล้าให้เธอเตรียมอาหารมื้อใหญ่ด้วยตัวเอง
วันนี้…ไม่สิดูท่าว่าครัวที่บ้านคงจะใช้งานตามปกติไม่ได้อย่างน้อยครึ่งเดือน
“ช่างเถอะ…สั่งอาหารเดลิเวอรี่ดีกว่า” หลี่เทียนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเงียบๆจากนั้นก็หาเบอร์ร้านอาหารแล้วสั่งอาหาร
สุดท้ายเมื่ออาหารมาส่งทาเคยามะ ยูก็เพิ่งจะเทศนานานาริ ฮวาอีเสร็จพอดีและพวกเขาก็ได้กินมื้อแรกหลังย้ายเข้าบ้านใหม่
แล้วจากนั้นก็พา หลี่เทียน ไปโรงเรียน
(หลี่เทียน ̄へ ̄ : เฮอะ ๆ)
ตอนเช้าเพิ่งออกจากโรงพยาบาลตอนบ่ายก็ถูกส่งกลับไปโรงเรียนแล้ว
เมื่อนั่งอยู่ในห้องเรียนที่ไม่ได้สัมผัสมาหลายปีหลี่เทียนทำหน้าตาเหมือนปลาตายฟังครูสอนบทเรียนที่น่าเบื่อจนรู้สึกเหมือนอยากตายให้รู้แล้วรู้รอด
ถึงแม้เขาจะกลับมาโรงเรียนแต่เจ้าของร่างเดิมเป็นคนไร้ อัตลักษณ์
ดังนั้นตั้งแต่เด็กเขาก็แทบไม่มีตัวตนในห้องเรียนเลยยิ่งไปกว่านั้นเวลาส่วนใหญ่ของเจ้าของร่างเดิมก็ใช้ไปกับการฝึกฝนทำให้ในห้องเรียนยิ่งดูไม่โดดเด่น
สถานะของเขาน่าจะคล้ายกับพระเอกในช่วงต้นเรื่องอาจจะแตกต่างกันเพียงอย่างเดียวคือเขาไม่มีเพื่อนสมัยเด็กที่อยู่ห้องเดียวกันอย่างบาคุโก
หลังหมดคาบเรียนหลี่เทียนก็ฟุบลงบนโต๊ะทันทีสีหน้าหมดอาลัยตายอยาก
ถึงแม้ว่าความรู้หลายอย่างจะแตกต่างกันเพราะโลกไม่เหมือนกัน
แต่หลี่เทียนได้สืบทอดความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่เป็นเด็กเรียนเก่งมาอย่างสมบูรณ์
ดังนั้นเขาจึงกลายเป็น“เด็กเรียนเก่ง”อย่างสง่างามเนื้อหาในชั้นเรียนพวกนี้ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับเขา
“หลี่เทียน…ยินดีด้วยนะที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว”
เสียงที่เต็มไปด้วยพลังดังขึ้นข้างหูของหลี่เทียน
ขณะที่ยังนอนฟุบอยู่บนโต๊ะหลี่เทียนหันศีรษะไปมองภาพแปลกๆที่ลอยอยู่ข้างตัว
เขาเห็นเพียงเสื้อผ้าที่ลอยอยู่กลางอากาศโดยไม่เห็นร่างกาย
“ขอบคุณ!” หลี่เทียนทักทายด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ฮางาคุเระ โทรุเด็กสาวล่องหนจากอนิเมะเคยมีความสัมพันธ์แบบเพื่อนสมัยเด็กกับหลี่เทียน
ตอนเด็กฮางาคุเระ โทรุมักจะถูกคนอื่นรังแกเพราะร่างกายล่องหนส่วนเจ้าของร่างเดิมของหลี่เทียนที่เป็นลูกหลานของฮีโร่
ด้วยความยุติธรรมที่พลุ่งพล่านเขาจึงรีบเข้าไปช่วยจากนั้นทั้งสองก็ได้รู้จักกันถึงแม้ตอนประถมและมัธยมต้นจะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันแต่ก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอ
“หลี่เทียนนายไม่เป็นอะไรจริงๆ ใช่ไหม?”
ฮางาคุเระ โทรุมองหลี่เทียนที่นอนฟุบอยู่บนโต๊ะเหมือนเห็นใบหน้าฝั่งซ้ายเขียนว่า“หมดอาลัย”ฝั่งขวาเขียนว่า“ตายอยาก”แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“ฉันไม่เป็นไร รู้สึกดีมากๆ...-0-” หลี่เทียนตอบกลับอย่างสบายๆ
“งั้นเหรอ?” ฮางาคุเระ โทรุพยักหน้ารัวๆสีหน้าดูเหมือนกำลังลังเลแม้จะไม่มีใครมองเห็นก็ตาม
เธออยากถามหลี่เทียนเรื่องลุงกับป้าท้ายที่สุดเธอก็รู้จากข่าวแล้วว่าพ่อแม่ของหลี่เทียนดูเหมือนจะเสียชีวิตในเหตุการณ์นั้น
แต่เธอก็ไม่รู้ว่าจะถามยังไงหรือควรจะปลอบเขายังไงดี
แน่นอนว่าความลังเลบนหน้าของฮางาคุเระ โทรุนั้นหลี่เทียนไม่เห็น
เพราะว่า…เธอล่องหน(¬_¬)
ผ่านไปสักพักเสียงระฆังเข้าเรียนก็ดังขึ้นฮางาคุเระ โทรุที่ยังลังเลอยู่รีบวิ่งกลับไปยังห้องเรียนของตัวเอง
“เด็กคนนี้นี่นะ…” หลี่เทียน มองชุดนักเรียนที่กำลังเดินจากไปแล้วอดหัวเราะไม่ได้
แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นใบหน้าของฮางาคุเระ โทรุแต่ถึงจะทึ่มแค่ไหนเขาก็ยังสัมผัสได้ถึงความลังเลของเธอ
สำหรับฮางาคุเระ โทรุแล้วหลี่เทียนก็ถือว่ายอมรับเธอเป็นเพื่อนสมัยเด็กอย่างแท้จริง
แต่ในหัวของเข ก็อดนึกถึงชุดฮีโร่แบบถุงมือของฮางาคุเระ โทรุในเนื้อเรื่องเดิมไม่ได้
เขาจำได้ว่าในโรงเรียนยูเอมีคนหนึ่งชื่อมิริโอะที่มีอัตลักษณ์แบบทะลุผ่านได้และไม่สามารถใช้กับเสื้อผ้าได้
ดังนั้นทุกครั้งที่ใช้อัตลักษณ์เสื้อผ้าของเขาก็จะหลุดออกหมดภายหลังชุดฮีโร่ของเขาถูกสร้างโดยบริษัทอุปกรณ์พิเศษโดยใช้เส้นใยที่ทำจากเส้นผมของเขาเองเพื่อให้สามารถรองรับอัตลักษณ์ได้
“หาเวลาเตือนเธอสักหน่อยดีกว่า ชุดฮีโร่ในอนาคตสามารถทำจากเส้นใยผมของตัวเองได้…” หลี่เทียนพึมพำกับตัวเอง
ยังไงซะเธอก็เป็นเพื่อนสมัยเด็กที่เขายอมรับแล้วเขาคงปล่อยให้ฮางาคุเระ โทรุเป็นเหมือนในต้นฉบับแบบนั้นไม่ได้
อีกเรื่องก็คือปัญหาการฝึกพิเศษตอนดูอนิเมะในชาติก่อนหลี่เทียนก็อยากจะบ่นเหมือนกัน
เขาไม่เข้าใจเลยว่าในต้นฉบับฮางาคุเระ โทรุสามารถสอบเข้าแผนกฮีโร่ของโรงเรียนมัธยมUAได้ยังไง?
ไม่ว่าจะมองจากอัตลักษณ์แบบล่องหนพละกำลังทางร่างกายหรือผลการเรียน
หลี่เทียนก็ไม่คิดว่าเพื่อนสมัยเด็กของเขาจะมีความสามารถมากพอที่จะผ่านการสอบของUAได้
ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดก็คือฮิโตชิ ชินโซจากแผนกสามัญ
อัตลักษณ์ล่องหนนั้นแทบไม่ได้เหนือกว่าอัตลักษณ์ล้างสมองของเขาเลยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหุ่นยนต์
อย่างน้อยหุ่นยนต์ที่มีเกราะหนาแบบนั้นต่อให้ยืนเฉยๆก็ไม่สามารถถูกหมัดเล็กๆของฮางาคุเระ โทรุทำลายได้อยู่แล้ว!
และยังมีอีกหลายคนเช่นมิโนรุ มิเนตะเจ้าของอัตลักษณ์หนุบหนับที่มักจะถูกล้ออยู่ตลอดเวลา
พลังโจมตีของเขาเองก็ดูเหมือนจะไม่สามารถเจาะเกราะของหุ่นยนต์ได้เช่นกัน
โอเค!
ถ้าการใช้ลูกบอลเหนียวๆของเขาไปติดหุ่นยนต์แล้วนับเป็นคะแนนได้
งั้นโคดะ โคจิล่ะถึงแม้เขาจะสามารถเรียกฝูงนกมาได้แต่จะให้จะงอยปากของนกกระจอกฝูงหนึ่งไปจิกเกราะหุ่นยนต์ให้แตกงั้นเหรอ?
หรือว่าจะสามารถเรียกสัตว์อย่างเสือ สิงโต หรือช้างที่เตรียมไว้ล่วงหน้ามาช่วยสอบได้
ต้องรู้ก่อนว่านอกจากสองตัวประหลาดในต้นฉบับอย่างมิโดริยะ อิซึคุ และคัตสึกิ บาคุโกแล้ว
ผู้สมัครคนอื่นที่สอบผ่านต่างก็มีทั้งคะแนนจากการทำลายศัตรูและคะแนนช่วยเหลือหลี่เทียนแทบอยากจะระเบิดสมองตัวเอง
เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าฮางาคุเระ โทรุที่ไม่มีอาวุธอะไรเลยสามารถทำลายหุ่นยนต์ที่มีเกราะหนาหลายเซนติเมตรได้ยังไง?
―――――――――――――――――――――――――
[ Nanli Huayiชื่ออังกฤษแปลได้นานาริ ฮวาอีส่วนชื่อจีน南里花衣แปลเป็นได้มินามิริ ฮานาอิเอาอันไหนดี55 ] เอานานาริ ฮวาอีไปก่อนเนาะ55