- หน้าแรก
- มายฮีโร่ ฉันคือเดอะแฟลช
- ตอนที่2 โปรฮีโร่
ตอนที่2 โปรฮีโร่
ตอนที่2 โปรฮีโร่
ช่วงบ่ายดวงอาทิตย์ยังคงส่องแสงและแผ่ความร้อนอย่างไม่เห็นแก่ตัวโชคดีที่ตอนนี้เพิ่งเข้าสู่เดือนมิถุนายนเท่านั้น
หน้าประตูโรงพยาบาลชิซุโอกะ
หลี่เทียนลากกระเป๋าเดินออกมาจากประตูโรงพยาบาล
เขามองไปรอบๆถนนตรงหน้าที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่เต็มไปด้วยการจราจรที่พลุกพล่านความลังเลปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาเพียงชั่วครู่ก่อนจะหายไปและถูกแทนที่ด้วยความแน่วแน่อย่างยิ่ง
เอี๊ยด!!!
เสียงเบรกดังขึ้นไม่ไกลจากหลี่เทียนมีรถคันหนึ่งหยุดลงจากนั้นร่างงดงามก็เดินลงมาจากรถ
เธอคือป้าของหลี่เทียนMt. Lady ยู ทาเคยามะ
“เสี่ยวเทียนเร็วเข้า! เธอคงไม่ได้ให้ป้าไปจัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้หรอกนะ?” ยู ทาเคยามะเดินเข้ามาสองก้าวแล้วตำหนิเขาเล็กน้อย
“เรื่องออกจากโรงพยาบาล ผมจัดการเองได้”
หลี่เทียนยิ้มพลางพูดอย่างนุ่มนวลเขาไม่ได้จำเป็นต้องให้คนอื่นจัดการทุกอย่างให้เสมอไป
“โอ้โห หลี่เทียนของพวกเราโตขึ้นแล้วสินะ” ยู ทาเคยามะมองหลี่เทียนอย่างหยอกล้อก่อนจะยื่นมือไปหยิบกระเป๋าของเขาเตรียมจะเอาไปใส่ในรถ
ทันทีที่เธอหันกลับมาข้างรถของเธอมีอีกคนหนึ่งยืนอยู่
เป็นใครน่ะเหรอ? ตำรวจไง!!
“คุณตำรวจคะ จอดแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็ขับไปแล้วช่วยดูได้ไหมว่า…ไม่ต้องออกใบสั่งได้หรือเปล่า…” ยู ทาเคยามะประสานมือเข้าด้วยกันสีหน้าลำบากใจพลางขอโทษตำรวจจราจรที่ยืนอยู่ข้างรถของเธอ
“จอดแค่แป๊บเดียวก็คือจอด คุณไม่รู้หรือไงว่าห้ามจอดหน้าทางเข้าโรงพยาบาล?” ตำรวจจราจรหนุ่มกำลังเขียนใบสั่งไปด้วยขณะเดียวกันก็เทศนายู ทาเคยามะอย่างจริงจัง
“หน้าทางเข้าโรงพยาบาลมีรถพยาบาลเข้าออกอยู่บ่อย ถ้ารถของคุณไปขวางทางรถพยาบาลเข้าแล้วทำให้การช่วยชีวิตล่าช้าแม้แต่วินาทีเดียวก็อาจทำให้มีคนต้องเสียชีวิตเพราะคุณได้”
เมื่อฟังคำเทศนาที่ยาวเหยียดนั้นมุมปากของยู ทาเคยามะกระตุกอยู่สองครั้ง
เธอมองถนนบริเวณหน้ารถของตัวเองที่ห่างออกไปเพียงสิบกว่าเมตรและมองถนนทางเข้าออกของโรงพยาบาลที่ทั้งกว้างและโล่ง
ถ้าแบบนี้ยังจะบอกว่าขวางทางรถพยาบาลได้ก็มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น…ก็คือรถพยาบาลกำลังจะขับชนกำแพง
แต่โชคดีที่ตอนนี้เธอไม่ได้สวมชุดฮีโร่
เธอเพิ่งเดบิวต์…เอ่อ ไม่สิยู ทาเคยามะที่เพิ่งเป็นโปรฮีโร่มาได้สิบเดือนตอนนี้เริ่มมีชื่อเสียงอยู่บ้างแต่ก็ยังไม่โด่งดังมากพอจะเป็นที่รู้จักไปทั่ว
ไม่อย่างนั้นถ้าในฐานะฮีโร่แล้วยู ทาเคยามะถูกคนจำได้ในตอนนี้เธอคงถูกเพื่อนร่วมอาชีพเอาไปล้อเป็นเรื่องขำแน่นอน
แล้วจะทำอะไรได้ล่ะ?
ก็ทำได้แค่ยอมรับโทษเท่านั้น!
“เอ่อ…คุณลุงตำรวจคะ คือว่า…ช่วยดูหน่อยได้ไหมว่าค่าปรับจะเพิ่มก็ไม่เป็นไรแต่ไม่ต้องหักคะแนนใบขับขี่ได้หรือเปล่า…”
ยู ทาเคยามะกระพริบตาใส่ตำรวจจราจร ทำท่าทางน่าสงสารและน่ารักเพื่อขอร้อง
มุมปากของหลี่เทียนกระตุกเล็กน้อย
เมื่อมองป้าของเขาที่กำลังพยายามทำตัวน่ารักอย่างต่อเนื่องเขารู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในคอจะกลืนก็ไม่ลงจะคายก็ไม่ได้
“ไม่ได้” ตำรวจจราจรปฏิเสธยู ทาเคยามะอย่างตรงไปตรงมาทำให้แววโกรธปรากฏขึ้นในดวงตาของเธอ
หึ! ฉันยังหนุ่มอยู่แท้ๆแต่เธอที่เป็นผู้หญิงอายุมากกว่ากลับมาเรียกฉันว่าลุงงั้นก็หักคะแนนให้หมดเลยสิระบายอารมณ์หน่อยก็ยังดี
เมื่อคิดในใจแบบนั้นตำรวจจราจรก็ยังก้มหน้ากรอกใบสั่งในมืออย่างเงียบๆ
จำนวนเงินค่าปรับถูกลดลงเหลือขั้นต่ำแต่คะแนนที่ต้องหักจากใบขับขี่…กลับถูกเขียนไว้สูงสุดตามกฎระเบียบ
――――――――――――――――――――――――
หลี่เทียนนั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับมองทิวทัศน์ที่ผ่านไปนอกหน้าต่างรถภาพโฆษณาของออลไมท์ บนตึกต่างๆดูสะดุดตาเป็นพิเศษ
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะอย่างภาคภูมิใจดังอยู่ข้างหูใบหน้าของหลี่เทียนก็เต็มไปด้วยความจนใจ
“ฮ่าๆๆคุณหนูคนนี้ฉลาดจริงๆใช้แค่กลเม็ดเล็กๆก็จัดการเขาได้แล้วผู้ชายแข็งทื่อแบบนั้นจะมาเป็นคู่ต่อสู้ของคุณหนูผู้นี้ได้ยังไงกัน?”
ยู ทาเคยามะถือใบสั่งค่าปรับไว้ในมือพลางหัวเราะอย่างภูมิใจดวงตาเต็มไปด้วยความพอใจ
หลี่เทียนเหลือบมองผ้าคนนี้แล้วก็รู้สึกหมดคำพูด
ก็แค่ค่าปรับน้อยลงนิดหน่อยเท่านั้นเองส่วนคะแนนใบขับขี่ที่ถูกหักก็สามารถใช้ใบอนุญาตโปรฮีโร่ยกเว้นได้ทำไมถึงดีใจขนาดนั้น?
ป้าของเขาคนนี้ทุกอย่างดีหมดทั้งใจดี กล้าหาญ ซื่อตรง สวยแล้วก็…เอ่อ เจ้าเล่ห์นิดหน่อยแค่กๆ…มีนิสัยติดเงินอยู่หน่อย
“ก็เพราะ อัตลักษณ์นั่นแหละ…” หลี่เทียนถอนหายใจอย่างอดไม่ได้
เขายังจำได้ลางๆว่าตั้งแต่เด็กป้าของเขาก็มีอัตลักษณ์แล้วและพลังทำลายล้างก็น่าตกใจมากจึงมักต้องจ่ายค่าชดเชยอยู่บ่อยๆจนกลายเป็นนิสัยแบบนี้
และเหตุผลสำคัญที่ป้าของเขาเลือกเป็นโปรฮีโร่ก็เพราะว่าอาชีพนี้หาเงินได้เร็วและมีรายได้มากพอจะเอาไปจ่ายค่าชดเชยความเสียหาย
แต่..หลี่เทียนนึกถึงข่าวเกี่ยวกับป้าของเขาที่อ่านในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาดูเหมือนว่าแม้จะเป็นโปรฮีโร่แล้วเพราะอัตลักษณ์ที่มีพลังทำลายล้างสูงเธอก็ยังต้องจ่ายเงินจำนวนมากหลังจากปฏิบัติภารกิจฮีโร่เสร็จ
“ฮีโร่งั้นเหรอ…” หลี่เทียนรู้สึกซับซ้อนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
พูดตามตรงตอนที่เขาดูอนิเมะMy Hero Academiaในชาติก่อนเขารู้สึกขัดใจอยู่เสมอ
คำว่าโปรฮีโร่ดูเหมือนจะกลายเป็นโซ่ตรวนที่พันธนาการฮีโร่เหล่านั้นเอาไว้
ถ้าทำได้ดีก็ถือว่าเป็นหน้าที่ของพวกเขา แต่ถ้าทำพลาดประชาชนก็จะตำหนิ
ตอนต่อสู้กับวิลเลินก็ยังต้องระวังไม่ให้ทำอีกฝ่ายถึงตายง่ายๆ
หลังจากการต่อสู้ถ้าเกิดความเสียหายจากเหตุผลส่วนตัวของฮีโร่ก็ยังต้องจ่ายค่าชดเชยด้านมนุษยธรรมอีก
ทุกครั้งที่เห็นแบบนี้หลี่เทียนก็อยากจะบ่นออกมาดัง ๆ
นี่มันเหมือนกับการใช้แรงงานโปรฮีโร่เป็นข้าราชการรับใช้ประชาชนอย่างเต็มรูปแบบเลยไม่ใช่หรือ?
แต่หลังจากมาถึงโลกนี้แล้วหลี่เทียนก็เริ่มเข้าใจเหตุผลขึ้นมาบ้าง
เพราะว่า…เงินเดือนมันสูงเกินไปจริงๆ!
หลี่เทียนนึกถึงรายชื่อฮีโร่จำนวนมากในอันดับผู้เสียภาษีสูงสุดที่เขาเคยเห็น
ไม่ต้องพูดถึงออลไมท์ฮีโร่ยอดนิยมอันดับหนึ่งที่ภาษีคำนวณได้ยาก
แค่พเอนเดเวอร์ที่อยู่ในอันดับสองของรายชื่อฮีโร่
แม้ว่าเขาจะมีอัตลักษณ์ที่แข็งแกร่งมากและมีสถิติการจับกุมวิลเลินสูงที่สุดในบรรดาโปรฮีโร่แต่ในด้านความนิยมแล้วเอนเดเวอร์ก็ยังไม่ถือว่าอยู่ระดับแถวหน้า
แต่ถึงอย่างนั้นภาษีที่เอนเดเวอร์จ่ายเมื่อปีที่แล้วก็ยังมากกว่าหนึ่งพันล้านเยน
นี่เป็นเพียงจำนวนภาษีที่จ่ายนะไม่ใช่เงินที่เอนเดเวอร์ได้รับจริง
อาชีพฮีโร่เป็นอาชีพที่น่ากลัวมากในแง่หนึ่งเพราะอัตราภาษีถือว่าต่ำมากแต่ยังสามารถจ่ายภาษีได้มากกว่าหนึ่งพันล้านต่อปี
แล้วลองคิดดูสิปีหนึ่งต้องหาเงินได้เท่าไรกัน?
พอคิดแบบนี้หลี่เทียนก็อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้
หลี่เทียนลูบคางครุ่นคิดถึงแม้เขาจะมาอยู่ในโลกของMy Hero Academia แล้วแต่ตอนแรกหลี่เทียนก็ไม่ได้คิดจะเป็นโปรฮีโร่เลย
อคติจากชีวิตก่อนกับการที่เขาเป็นคนไร้อัตลักษณ์นั้นเป็นเหตุผลหนึ่ง
อีกเหตุผลหนึ่งก็คือหลี่เทียนรู้สึกว่าคำว่า “อาชีพ” ที่นำมาอยู่หน้าคำว่าฮีโร่มันฟังดูขัดหูเล็กน้อย
แน่นอนว่าหลี่เทียนไม่ได้สุดโต่งเหมือนสเตนนักล่าฮีโร่
เขาเข้าใจดีว่าการมีอยู่ของโปรฮีโร่นั้นมีความจำเป็นเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ฮีโร่ทุกคนเสียสละอย่างไร้ผลตอบแทน
แต่ถึงอย่างนั้นหลี่เทียนก็ยังรู้สึกยอมรับคำว่าโปรฮีโร่ได้ยากอยู่ดี
แต่ตอนนี้ล่ะ?
“หรือว่าฉันจะลองเล่นบทฮีโร่ดูบ้างดี…”
หลี่เทียนคิดกับตัวเองแน่นอนว่าเขาไม่ได้อยากเป็นฮีโร่เพราะเรื่องต่ำๆอย่างเงินหรอก
เรื่องสำคัญต้องพูดสามครั้ง แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเงิน ไม่ใช่เพราะเงิน ไม่ใช่เพราะเงิน!
ความจริงแล้วความฝันของเจ้าของร่างเดิมก็คือการเป็น ฮีโร่
แต่น่าเสียดายที่เขาเป็นคนไร้อัตลักษณ์และครอบครัวก็ไม่เคยสนับสนุนเรื่องนี้เลย
เจ้าของร่างเดิมเกือบจะยอมแพ้ต่อความฝันในการเป็นฮีโร่แล้วและถึงกับแอบสมัครสอบวิชาฮีโร่ของโรงเรียนUAที่จะมีขึ้นในอีกครึ่งเดือนข้างหน้าเพื่อเป็นการบอกลาความฝันของตัวเอง
พอมาคิดดูตอนนี้หลี่เทียนก็รู้สึกว่าในเมื่อเขาได้รับทั้งความทรงจำและอารมณ์ของเจ้าของร่างเดิมมาแล้ว
การช่วยสานต่อความฝันของเขาก็น่าจะเป็นเรื่องที่ควรทำเหมือนกัน
หลี่เทียน ทำสีหน้าจริงจังจนแทบจะรู้สึกซาบซึ้งกับตัวเองเสียแล้ว (แอด : ออกมาแล้วสิซินะนิสัยของแก!!)
――――――――――――――――――――――――
ณ ชุมชนฮีโร่
“ลงจากรถได้แล้ว ถึงบ้านแล้ว”
หน้าตึกอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งยู ทาเคยามะจอดรถทันทีแล้วพูดกับหลี่เทียนที่กำลังนั่งเหม่ออยู่ที่เบาะข้างคนขับ
“แต่ที่นี่มันไม่ใช่....” หลี่เทียนกำลังจะพูดต่อแต่ทันใดนั้นเขาก็เห็นภาพที่ทำให้ถึงกับอึ้ง
ยู ทาเคยามะที่เพิ่งลงจากรถจู่ๆก็ร่างสูงขึ้นและใหญ่ขึ้นทันที
ร่างของเธอพองตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและกลายเป็นยักษ์หญิงตัวสูงใหญ่ในพริบตา
แม้ว่าหลี่เทียนจะรู้มานานแล้วว่าป้าของเขามีอัตลักษณ์ที่ชื่อว่าGigantification(ขยายร่าง)และโลกนี้ก็เป็นโลกที่มีพลังเหนือมนุษย์
แต่การได้เห็นภาพแบบนี้กับตาตัวเอง
สำหรับหลี่เทียนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในโลกซึ่งมีกฎฟิสิกส์ เคมีและชีววิทยาที่เคร่งครัดอย่างยิ่งในชาติก่อน
มันช่างเป็นความตกใจอย่างมหาศาล
“แปลกจังทำไมป้าถึงจู่ๆ ก็กลายเป็นยักษ์ล่ะหรือว่าจะมีวิลเลิน?”
นอกจากความตกใจแล้วหลี่เทียนก็ยังรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
แล้วหลังจากนั้น...หลี่เทียนก็รู้สึกว่ารถที่เขานั่งอยู่ถูกยู ทาเคยามะยกขึ้น
แล้วย้ายไปด้านข้าง…ก่อนจะตั้งให้ตรง
“ฉัน…” หลี่เทียนกลืนเสียงครางที่เกือบหลุดออกมาลงคอไปเงียบๆแล้วมองป้าที่กำลังหดร่างกลับเป็นปกติอยู่นอกรถ
“คนขับผู้หญิง…ผู้หญิงแน่นอน” (แอดนิดหน่อย55)
หลี่เทียนรู้สึกหนาววาบไปทั้งตัวจู่ๆก็รู้สึกโชคดีที่ตัวเองยังกลับมาถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย
จากนั้นเขารีบปลดเข็มขัดนิรภัยเปิดประตูแล้วลงจากรถทันที
“ไปกันเถอะ” ยู ทาเคยามะกดกุญแจรถจากระยะไกลรถส่งเสียงบี๊บสองครั้งก่อนที่เธอจะโบกมือเรียกหลี่เทียนให้รีบตามมา
“ป้า ที่นี่คือที่ไหน?” หลี่เทียนรีบเดินตามไปแล้วขมวดคิ้วถามเบาๆพลางมองไปรอบๆ
“บ้านของพวกเรา” ยู ทาเคยามะตอบทันทีเหมือนไม่ต้องคิดก่อนจะพูดต่อ
“ตอนนี้เธอเพิ่งอายุสิบสี่เองจะปล่อยให้เธอกลับไปอยู่บ้านคนเดียวได้ยังไงตอนนี้ก็มาอยู่กับป้าก่อนแล้วกัน”
“หืม?” หลี่เทียนชะงักไปเล็กน้อยเรื่องมาอยู่กับป้าแต่ไม่นานเขาก็เข้าใจความหมายของป้าแล้ว
เห็นได้ชัดว่าเธอกังวลว่าเขาจะกลับไปอยู่บ้านคนเดียวแล้วเมื่อเห็นสิ่งของต่างๆก็จะนึกถึงพ่อแม่และจมอยู่กับความเศร้าเพียงลำพัง
หลี่เทียนรู้สึกพูดไม่ออกเล็กน้อยแม้ว่าเขาจะได้รับความทรงจำทั้งหมดของเจ้าของร่างเดิมมา
แต่ในด้านอารมณ์แล้วเขาไม่ได้มีความเจ็บปวดจากการสูญเสียพ่อแม่เหมือนเจ้าของร่างเดิม
“หืออะไรรีบมาสินี่คือบ้านที่ป้าเพิ่งซื้อเธอยังไม่รู้จักทางเดี๋ยวป้าพาไปดูเอง”
ยู ทาเคยามะที่เดินไปถึงหน้าทางเดินแล้วหันกลับมาตะโกนเรียกหลี่เทียนอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย
ถึงแม้หลี่เทียนจะไม่ได้อยากตามไปนัก
แต่เขามองแขนขาที่ผอมบางของตัวเองแล้วก็มองสภาพแวดล้อมรอบตัวที่ยังไม่คุ้นเคย
เขาใช้เวลาคิดครู่นึงก่อนจะตอบกลับและรีบวิ่งเหยาะๆตามไปทันที “ครับผม!!!…”