เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่1 สปีดฟอร์ซ

ตอนที่1 สปีดฟอร์ซ

ตอนที่1 สปีดฟอร์ซ


เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นที่เมืองชิงซิงประเทศจีน

อยู่ๆก็มีการนำเสนอข่าวว่ามีเด็กทารกคนหนึ่งเปล่งแสงออกมาตอนคลอด

หลังจากนั้นก็มีการค้นพบสิ่งเหนือธรรมชาติเพิ่มขึ้นในแต่ละท้องที่

จากนั้นเวลาก็ผ่านพ้นไปโดยที่ไม่มีใครรู้ถึงสาเหตุของมันและตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่พลังเหนือธรรมชาติพวกนี้กลายเป็นเรื่องปกติ

และแล้วสิ่งที่มนุษย์หลายคนใฝ่ฝันก็เป็นจริงเพราะในโลกยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนไปกลายเป็นสังคมของยอดมนุษย์

ซึ่งประชากรบนโลกราวๆ80เปอร์เซ็นต์จะมีอัตลักษณ์พิเศษบางอย่างอยู่และท่ามกลางโลกที่กำลังตกสู่วังวนแห่งความโกลาหล

การกำเนิดของอาชีพหนึ่งที่ไม่ว่าใครก็ต้องเคยใฝ่ฝันและหลงใหลที่ได้อาบแสงไฟที่สอดส่องเจิดจรัสบนเวทีซึ่งอาชีพนั้นก็คือ...[ฮีโร่]!!!

――――――――――――――――――

ณ โรงพยาบาลเมืองชิซูโอกะ

“ผ่านไปสิบวันแล้วนับตั้งแต่เหตุการณ์ที่จัตุรัสแต่โศกนาฏกรรมยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำมีผู้เสียชีวิต79คนและบาดเจ็บสาหัส85คน”

“ในนั้นมีฮีโร่เสียชีวิต6คนและฮีโร่บาดเจ็บสาหัสอีก13คนตัวเลขอันนองเลือดเหล่านี้ยังคงอยู่ในความคิดของพวกเรานี่คือการโจมตีของเหล่าวิลเลินที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์รหัสHของเมืองนีออนเมื่อหกปีก่อน”

“เรื่องนี้ทำให้ผู้คนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ฮีโร่สามารถปกป้องพวกเราได้จริงหรือไม่...”

แคชะ~

ทีวีในห้องผู้ป่วยถูกปิดลงทันทีเสียงและภาพของผู้สื่อข่าวหายไป

“หลี่เทียน อย่าไปฟังเรื่องไร้สาระของสื่อไร้จรรยาบรรณพวกนี้พ่อแม่ของเธอเป็นฮีโร่ตัวจริง”ผู้หญิงที่ถือรีโมตพูดกับหลี่เทียนที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความโกรธ

“เอ่อ...คุณน้า ผมรู้ครับ”บนเตียงคนไข้หลี่เทียนฝืนยิ้มออกมา

“ผมเชื่อว่าพ่อแม่ของผมเป็นฮีโร่ตัวจริง”

“อืม...”ยู ทาเคยามะเห็นรอยยิ้มที่ฝืนของหลี่เทียนก็อดนึกถึงพี่สาวและพี่เขยของเธอไม่ได้และรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมา

นั่นคือพี่สาวคนเดียวของเธอ.....

“หลี่เทียน เธอ...” ยู ทาเคยามะกำลังจะพูด

ทันใดนั้น นอกหน้าต่างก็มีเสียงระเบิดดังมาจากที่ไกลๆและในเวลาเดียวกันกระเป๋าที่ยู ทาเคยามะวางไว้ข้างๆก็มีเสียงสัญญาณดังขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ดี๊ด~ ดี๊ด~”

“นี่มัน...” สีหน้าของยู ทาเคยามะเปลี่ยนไปเล็กน้อยและเธอก็มองไปที่หลี่เทียนโดยสัญชาตญาณ

“ไปเถอะครับคุณน้าผมอยู่คนเดียวได้”หลี่เทียนมองคุณน้าของเขาและพูดพร้อมฝืนยิ้ม

“งั้น...น้าขอตัวก่อนนะ ตอนบ่ายน้าจะมารับหลานออกจากโรงพยาบาล”ยู ทาเคยามะพูดกับหลี่เทียนแล้วรีบออกจากโรงพยาบาลไป

จากหน้าต่างห้องผู้ป่วยหลี่เทียนมองแผ่นหลังของน้าที่กำลังจากไปแววตาสับสนวูบหนึ่งปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา

“ฮีโร่...?” หลี่เทียนพึมพำเบาๆ

เขารู้ดีว่างานของป้าเขาคือโปรฮีโร่ที่จริงแล้วการที่คำว่าฮีโร่กลายเป็นอาชีพหนึ่งมันดูเหลือเชื่อมากแต่โลกนี้ก็เป็นแบบนั้น

ไม่ใช่แค่ป้าของเขาเท่านั้นพ่อแม่ของหลี่เทียนก็เป็นโปรฮีโร่เหมือนกัน แต่…พวกเขาได้เสียชีวิตไปแล้ว

มันคือเหตุการณ์จัตุรัสที่ถูกถ่ายทอดทางทีวีเมื่อสิบวันก่อน

ตอนนั้นครอบครัวสามคนของพวกเขากำลังมาเที่ยวเล่นอยู่ที่จัตุรัสจู่ๆก็ถูกวิลเลินโจมตีพ่อแม่ของเขาพุ่งเข้าไปช่วยโดยไม่พูดอะไรสักคำและสุดท้ายก็ต้องเสียชีวิต

ส่วนหลี่เทียนเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์นั้นหลังจากนั้นเขาไม่อาจยอมรับการตายของพ่อแม่ได้จึงจมอยู่กับความโศกเศร้าอย่างหนักและสุดท้ายก็เสียชีวิตลง

ใช่แล้ว หลี่เทียน…ตายไปแล้ว

คนที่นอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาลตอนนี้…คือคนจากศตวรรษที่21ที่ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไรได้มาเกิดใหม่ในโลกใบนี้…หรือที่เรียกกันว่าผู้ข้ามมิติ

ในวินาทีที่ร่างเดิมเพิ่งตายลงเขาก็หลอมรวมเข้ากับร่างนี้และถือกำเนิดใหม่พร้อมสืบทอดความทรงจำทั้งหมดของเจ้าของร่างเดิม

จะพูดว่าเขาเป็นหลี่เทียนก็ได้แต่ในด้านอารมณ์แล้ว…เขาไม่ได้รับความเศร้าโศกจากการสูญเสียพ่อแม่ของเจ้าของร่างเดิมมา

ส่วนชีวิตก่อนหน้าของเขานั้น…ความเจ็บปวดที่ควรจะเจ็บปวดก็ได้ผ่านไปตั้งแต่ห้าหกปีก่อนแล้ว

รอยยิ้มฝืนๆของเขาในตอนนี้เป็นเพียงเพราะเรื่องการข้ามเวลาเท่านั้นโลกใบนี้ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับเขาหลี่เทียนที่เกิดใหม่

ในชีวิตก่อนเขาเคยเห็นโลกนี้ผ่านทางอินเทอร์เน็ตและเคยมองเห็นเส้นทางของโลกใบนี้จากมุมมองของมิติที่สูงกว่า

“My Hero Academia…” หลี่เทียนก้มหน้าพึมพำเบาๆแล้วส่ายหัว

การข้ามเวลานั้นไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างไรก็ตามแนวคิดเรื่องโลกคู่ขนานก็เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอดในโลกเดิมของเขา

ในอดีตหลี่เทียนเป็นคนชอบจินตนาการและเคยอ่านนิยายแฟนตาซีในอินเทอร์เน็ตมามากมายเขายังเคยจินตนาการถึงการข้ามมิติ ตอนนั้นเขาคิดว่าหากได้ข้ามมิติไปบางทีอาจจะกลายเป็นเทพได้ก็เป็นได้

แต่สุดท้ายแล้วมันก็เหมือนสุภาษิตเย่กงชอบมังกรเท่านั้น

เมื่อเขาได้ข้ามมายังโลกแฟนตาซีจริงๆหลี่เทียนก็แทบจะพังทลายทางจิตใจการสร้างมุมมองชีวิต,โลกทัศน์และค่านิยมที่สมบูรณ์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแต่การทำลายมันกลับง่ายดายมาก

โชคดีที่ตัวหลี่เทียนเองเป็นคนที่จิตใจเข้มแข็งตั้งแต่วันที่เขาข้ามมาที่โลกนี้ก็ผ่านไปสิบวันแล้วและตอนนี้หลี่เทียนก็สงบจิตสงบใจได้แล้ว

“เมื่อมาแล้วก็ต้องอยู่ให้ได้ในเมื่อโลกนี้มีอยู่ก็คือความจริงและในเมื่อฉันได้ปรากฏตัวในโลกแฟนตาซีที่เรียกกันแบบนี้งั้นมันก็คือโลกจริง”

หลี่เทียนส่ายหัวมุมปากเผยรอยยิ้มขมขื่นเล็กน้อยดวงตาที่เคยว่างเปล่าค่อยๆกลับมามีประกายขึ้นเล็กน้อย

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปฉันก็คือหลี่เทียน…และในฐานะหลี่เทียนฉันจะใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบนี้”

เมื่อคิดดูแล้วการข้ามเวลาก็ไม่ได้ต่างอะไรนักมันก็เหมือนกับการย้ายเมืองหรือย้ายประเทศแล้วใช้ชีวิตต่อไปเท่านั้น

แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้คิดง่ายแบบนั้นเพราะตอนนี้หลี่เทียนเองก็เข้าใจดีว่าที่สุดแล้วเขาเพียงแค่กดความรู้สึกไว้ชั่วคราวหรือไม่ก็แค่กำลังหนีความจริงเท่านั้น

หลี่เทียนหันหน้าไปมองนอกหน้าต่างท้องฟ้าสีครามและเมฆสีขาวลอยอยู่ภายนอกเขามองไม่เห็นสถานที่ที่เพิ่งเกิดการระเบิดแต่จากเสียงแล้วมันคงอยู่ไม่ไกลนักและทิศทางของการระเบิดนั้น…ก็น่าจะเป็นทิศเดียวกับที่ป้าของเขารีบวิ่งไปเมื่อครู่

“วิลเลิน?” หลี่เทียนพึมพำเบาๆเนื่องจากเขาได้รับความทรงจำทั้งหมดของเจ้าของร่างเดิมมา

แน่นอนว่าเขาจึงไม่รู้สึกแปลกหน้ากับญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ในโลกนี้

แต่ถึงอย่างนั้นหลี่เทียนก็ไม่ได้กังวลมากนักแน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเขาไม่มีความผูกพันกับป้าที่ได้มาแบบไม่ทันตั้งตัวคนนี้

ก็แค่…อืม…นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลเท่านั้น

แต่เหตุผลที่สำคัญกว่านั้นคือโปรฮีโร่ของป้าคนนี้ของเขายู ทาเคยามะมีชื่อว่าMt. Lady

กล่าวคือตัวละครที่เขาเคยเห็นในอนิเมะเมื่อชาติก่อนตอนนี้กลับปรากฏอยู่ในโลกจริงแม้เขาจะยังไม่อยากเชื่อแต่ถ้าดูจากเนื้อเรื่องที่เขาจำได้อย่างน้อยMt. Ladyก็น่าจะไม่เกิดปัญหาอะไรจนกว่าจะถึงช่วงที่ All For Oneถูกจับ

“ว่าแต่ ตอนนี้มันอยู่ช่วงเวลาไหนกันนะ…”

หลี่เทียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเริ่มทบทวน

ความทรงจำในหัวของเขาบอกว่าก่อนเหตุการณ์จัตุรัสฉีหลี่จะเกิดขึ้นป้าของเขาได้เดบิวต์แล้วเอ่อ…หรือก็คือเธอเป็นโปรฮีโร่ มาเกือบสิบเดือนแล้วและเหตุการณ์ สไลม์วายร้าย ก็เกิดขึ้นประมาณเก้าเดือนก่อน

“งั้นก็หมายความว่าออลไมต์ ใกล้จะถ่ายทอดOne For Allให้กับมิโดริยะ อิซึคุแล้วสินะ”

หลี่เทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย

ในยุคที่ประมาณ80%ของประชากรโลกมีอัตลักษณ์เดิมทีเขาเป็นหนึ่งใน20%ที่ไม่มีอัตลักษณ์เช่นเดียวกับมิโดริยะ อิซึคุ

และในยุคนี้วิธีที่จะทำให้คนที่ไม่มีอัตลักษณ์ได้รับอัตลักษณ์นั้นมีหรือไม่เขาไม่รู้

แต่ในอนิเมะที่แสดงให้เห็นมีเพียงสองวิธีเท่านั้นนั่นคือOne For AllและAll For One

แต่ทั้งสองอย่างนี้สำหรับหลี่เทียนในตอนนี้เขาไม่มีความสามารถจะเข้าไปแตะต้องได้เลย

One For Allนั้นออลไมต์ได้ตัดสินใจจะส่งต่อให้มิโดริยะ อิซึคุแล้วและในเวลาที่เหลือเพียงไม่กี่วันนี้หลี่เทียนก็ไม่มีความมั่นใจเลยว่าเขาจะเข้าไปแทนที่ตำแหน่งของมิโดริยะ อิซึคุในใจของออลไมต์ได้

ส่วนAll For One…หลี่เทียนก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความมืดลึกสุดนั้น

“หรือว่าฉันต้องใช้ชีวิตในโลกนี้ในฐานะคนไร้ อัตลักษณ์จริงๆงั้นเหรอ…” หลี่เทียน ขมวดคิ้วอีกครั้ง

ที่จริงแล้วการไม่มีอัตลักษณ์ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนักในโลกนี้เพราะยังมีประชากรโลกอีก 20% ที่ไม่มีอัตลักษณ์

และในกลุ่ม80%ที่มีอัตลักษณ์นั้นอย่างน้อยครึ่งหนึ่งก็มีอัตลักษณ์ที่อ่อนแอแทบไม่ต่างจากคนไร้ อัตลักษณ์

กล่าวได้ว่าคนไร้อัตลักษณ์ก็อยู่ในระดับเดียวกับประชากรโลกประมาณ 60%

ถ้าพยายามมากพอความสำเร็จก็ไม่ได้แย่เสมอไป

แต่เมื่อเกิดมาในโลกที่เต็มไปด้วยพลังเหนือมนุษย์แบบนี้จะให้เขายอมเป็นแค่คนธรรมดาได้อย่างไร

แม้ว่าในชีวิตก่อนและชีวิตนี้รวมเกือบสามสิบห้าปีแล้วเขาจะไม่เคยมีพลังเหนือมนุษย์เลยก็ตามแต่เขาก็ยังคงใฝ่ฝันอยากเป็นผู้ครอบครองพลังเหนือมนุษย์!

“หรือว่าฉันต้องภาวนาให้นิ้วทองคำของตัวเองมาถึงเร็วๆหน่อยงั้นเหรอ? ปกติแล้วคนที่ข้ามเวลามาก็มักจะมีนิ้วทองคำติดมาด้วยไม่ใช่หรือไง”

หลี่เทียนหัวเราะเบาๆแล้วอดไม่ได้ที่จะบ่นกับตัวเองอย่างไรก็ตามในวินาทีที่เสียงของหลี่เทียนเพิ่งเงียบลง

เปรี๊ยะ!

สายฟ้าสีทองสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาทางหน้าต่างด้วยความเร็วราวสายฟ้าก่อนจะฟาดลงบนเตียงโรงพยาบาลที่หลี่เทียนนอนอยู่โดยตรง

ทันใดนั้นท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งก็เกิดเสียงฟ้าผ่าและเสียงคำรามของสายฟ้าก็ดังกึกก้องมาจากก้อนเมฆเหนือโรงพยาบาล

ชั้นล่างของโรงพยาบาลรถยนต์นับไม่ถ้วนส่งเสียงหวีดร้องอย่างบ้าคลั่งเพราะฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

หมอ,พยาบาลและคนไข้จำนวนมากที่ตกใจกับฟ้าผ่าต่างก็มีทั้งคนที่ยืนตะลึงหรือไม่ก็จับกลุ่มพูดคุยกับคนรอบข้างเกี่ยวกับเสียงฟ้าที่ระเบิดขึ้นเมื่อครู่

แต่มีเพียงหลี่เทียนที่ถูกสายฟ้าสีทองฟาดใส่เท่านั้นที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาลอย่างเหม่อลอยพรางจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

สายฟ้าเมื่อครู่นี้ไม่ได้ทำให้หลี่เทียนบาดเจ็บแม้แต่น้อยแม้แต่เสื้อผ้าที่เขาสวมอยู่ผ้าปูเตียงบนเตียงโรงพยาบาลหรือสิ่งของอื่นๆในห้องผู้ป่วยก็ไม่ได้รับความเสียหายเลย

ราวกับว่า...สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่สายฟ้าแต่เป็นเพียงแสงสีทองวาบหนึ่ง

“สปีดฟอร์ซ...” หลี่เทียนมองมือของตัวเองด้วยความไม่อยากเชื่อหรืออาจจะกำลังรับรู้พลังภายในร่างกายของตัวเอง

ในวินาทีที่เขาถูกสายฟ้าฟาดชื่อของพลังลึกลับนั้นหรือคำอธิบายสั้นๆเกี่ยวกับมันก็ปรากฏขึ้นในความคิดของเขา

Speed Forceคือแหล่งกำเนิดของความเร็วทั้งหมดนี่คือข้อมูลที่ปรากฏขึ้นในจิตใจของหลี่เทียน

แต่หลี่เทียนก็ไม่ได้ไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าสปีดฟอร์ซ

อย่างน้อยในชาติก่อนเขาเคยดูภาพยนตร์The Flashมาแล้ว

สปีดฟอร์ซไม่ได้เป็นเพียงพลังลึกลับที่ปรากฏในคอมิกของDCเท่านั้นแต่มันยังเป็นต้นกำเนิดพลังความเร็วของเดอะแฟลชและสปีดสเตอร์คนอื่นๆอีกด้วย

“หรือว่าฉันกำลังจะกลายเป็นพวกสปีดสเตอร์งั้นเหรอ...” หลี่เทียนรู้สึกมึนงงเล็กน้อยทุกอย่างมันเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป!

เอาล่ะ! หลี่เทียนอาจจะเป็นแค่คนธรรมดาในชาติก่อนและในชีวิตนี้ก็เป็นคนไร้อัตลักษณ์ แต่ความรู้ของเขาเกี่ยวกับพลังเหนือมนุษย์ไม่ได้ตื้นเขินเลย

สปีดฟอร์ซ! ผู้ใช้ความเร็ว!

หลี่เทียนนึกถึงภาพยนตร์The Flashที่เคยดูในชาติก่อนไม่ว่าจะเป็นการวิ่งด้วยความเร็วเหนือเสียง การวิ่งเร็วกว่าแสง การเดินทางข้ามเวลา หรือแม้แต่การรีสตาร์ตจักรวาล

เมื่อเทียบกับสปีดฟอร์ซแล้วอัตลักษณ์ในโลกนี้แทบจะดูอ่อนแอไปเลย! หลี่เทียนไม่สามารถซ่อนความตื่นเต้นบนใบหน้าเอาไว้ได้แม้แต่น้อย

――――――――――――――――――――――――――――

(ชื่อพระเอกขอใช้ชื่อจีนไปก่อนนะ55 พอดียังไม่รู้นามสกุล) (ชื่ออาจมีการเปลี่ยนแปลงมั้งนะ0-0)

จบบทที่ ตอนที่1 สปีดฟอร์ซ

คัดลอกลิงก์แล้ว