- หน้าแรก
- เหล่าเมดโหดจัดปลัดบอก แล้วจะให้จอมมารอย่างผมทำอะไรดี
- บทที่ 4: กวาดล้างรังโจร
บทที่ 4: กวาดล้างรังโจร
บทที่ 4: กวาดล้างรังโจร
พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้ายามค่ำคืน แสงจันทร์สาดส่องลงมายังแหล่งมั่วสุมอันโสมมแห่งนี้
ภายในค่ายโจรมีแสงเทียนจุดสว่างไสว ทำให้มันดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นอย่างมากท่ามกลางความมืดมิดอันกว้างใหญ่
ภายในความมืดมิดนั้น ดูเหมือนจะมีเงามืดกำลังคืบคลาน พร้อมกับแผ่ซ่านกลิ่นอายอันตรายออกมาจางๆ
ทว่าพวกโจรในค่ายกลับไม่รับรู้ถึงวิกฤตที่ซ่อนเร้นอยู่ในความมืด พวกมันยังคงหัวเราะร่วนอย่างหยาบคายและดื่มด่ำไปกับการเฉลิมฉลอง
"พี่น้องทั้งหลาย คืนนี้พวกเรามาสนุกกันให้เต็มที่ไปเลย!"
หัวหน้าโจรหน้าบากได้รวบรวมลูกน้องทั้งหมดในรังมาดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน โดยทิ้งกำลังคนไว้เพียงหยิบมือเพื่อทำหน้าที่ลาดตระเวนพอเป็นพิธี
วันนี้พวกมันเพิ่งไปปล้นหมู่บ้านมาอีกแห่งและได้กอบโกยของมีค่ามามากมาย หัวหน้าโจรจึงตั้งใจจะจัดงานฉลองให้หนำใจ
แม้ว่าการป้องกันของรังโจรในวันนี้จะหละหลวมกว่าปกติเล็กน้อย แต่กลับไม่มีใครในค่ายกังวลว่าจะถูกลอบโจมตีเลยแม้แต่น้อย
สำหรับพวกโจรแล้ว ดินแดนชายแดนที่พวกมันอาศัยอยู่นี้ถือว่าปลอดภัยสุดๆ
กองกำลังส่วนตัวภายใต้การควบคุมของท่านลอร์ดเอ็ด แบรนต์ นั้นมีไม่มากพอที่จะมากวาดล้างพวกมันได้ ยิ่งไปกว่านั้น ภรรยาของท่านลอร์ดเพิ่งจะให้กำเนิดบุตรสาว พวกเขาคงกำลังยุ่งอยู่กับการเฉลิมฉลอง จึงไม่มีเวลามาจัดการกับพวกมันอย่างแน่นอน
นับตั้งแต่ตั้งรังโจรขึ้นมา พวกมันก็ได้ปล้นสะดมหมู่บ้านไปแล้วหลายแห่ง
แม้ว่าจะมีผู้คนมากมายเคียดแค้นพวกมันเข้ากระดูกดำ แต่ก็ไม่มีใครกล้าพอที่จะมาแก้แค้น
ดินแดนแห่งนี้เปรียบเสมือนดินแดนเถื่อน ซึ่งเป็นสรวงสวรรค์ของพวกนอกกฎหมาย
พวกมันเคยได้ยินข่าวลือเรื่องค่ายโจรเล็กๆ บางแห่งถูกกวาดล้างไปเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ก็ไม่มีใครเก็บมาใส่ใจ
พวกมันไม่คิดว่าท่านลอร์ดประจำดินแดนจะส่งกองทหารมากวาดล้าง แต่เดาเอาว่าค่ายที่ถูกทำลายเหล่านั้นคงไปกระตุกหนวดเสือแก๊งที่ใหญ่กว่าเข้าก็เท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้ว ในดินแดนแห่งนี้ การหักหลังและเข่นฆ่ากันเองถือเป็นเรื่องปกติ
ยามลาดตระเวนยืนพิงเสาอยู่ที่ประตูใหญ่ของรังโจรด้วยท่าทางง่วงเหงาหาวนอน
พวกเขาถูกลงโทษให้มาทำหน้าที่นี้เพราะทำความผิด ดังนั้นงานฉลองในคืนนี้จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาเลย
แทนที่จะเดินลาดตระเวนดีๆ สู้แอบอู้แล้วงีบหลับสักหน่อยยังจะดีกว่า
"ฮ้าว..."
ชายตาตี่หาวหวอดใหญ่แล้วลุกขึ้นนั่งด้วยอาการสะลึมสะลือ
เขากะพริบตาและขยี้ตาเพื่อปรับการมองเห็น ชายตาตี่ถ่มน้ำลายลงพื้นเมื่อเห็นเพื่อนร่วมกะกำลังหลับสนิทอยู่ข้างๆ
"หลับเป็นตายเลยนะไอ้เวรนี่"
เขาลืมไปเสียสนิทว่าก่อนหน้านี้ตัวเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน ชายตาตี่ลุกขึ้นมาก็เพราะแค่ปวดปัสสาวะเท่านั้น
ขณะที่ยังคงงัวเงีย เขาก็คล้ายกับได้กลิ่นคาวเลือดโชยมา สติสัมปชัญญะของเขาจึงตื่นตัวขึ้นมาทันที
สัมผัสเย็นเยียบที่ต้นคอทำให้เขาตื่นเต็มตา แต่มันก็สายเกินกว่าจะตะโกนเตือนใครเสียแล้ว
วินาทีต่อมา เสียงของหนักร่วงกระแทกพื้นก็ดังก้องขึ้น และชายตาตี่ก็หมดสติไปตลอดกาล
สิ่งที่ร่วงตกลงไปนั้นไม่ใช่สิ่งใดอื่น นอกจากศีรษะของชายตาตี่นั่นเอง
"คนสุดท้าย"
เกรย์ยืนอยู่ข้างศพในชุดคลุมสีดำสนิท ดวงตาของเขากวาดตามองการสังหารหมู่ด้วยความเย็นชา
"การป้องกันน่าสมเพชชะมัด แย่ยิ่งกว่ารังโจรเล็กๆ พวกนั้นซะอีก"
หรือว่าข้อมูลจะผิดพลาด? นี่ไม่ใช่รังโจรขนาดใหญ่หรอกเหรอ?
เกรย์หยิบผ้าขึ้นมาเช็ดคราบเลือดออกจากกริช ก่อนที่ร่างของเขาจะกลืนหายไปในความมืดอีกครั้ง
"เข้าใจล่ะ กำลังมั่วสุมกันอยู่นี่เอง มิน่าล่ะถึงมีเวรยามน้อยนัก"
หลังจากลอบเร้นเข้ามาได้ระยะหนึ่ง เกรย์ก็ค้นพบกิจกรรมพิเศษที่คนในรังโจรกำลังทำกันอยู่
"คนเยอะใช้ได้เลย แต่ก็เป็นแค่พวกปลายแถว ถึงอย่างนั้นก็มีอยู่สองสามคนที่สัมผัสได้ถึงมานา"
ดูเหมือนว่าข้อมูลจะถูกต้อง ที่นี่คือรังโจรที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยลงมือกวาดล้างมาจนถึงตอนนี้
เกรย์ไม่สนเรื่องจำนวนคน ต่อให้จะมีพวกลูกกระจ๊อกเยอะแค่ไหน มันก็แค่ทำให้เสียเวลาฆ่าเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยเท่านั้น
สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดการกับพวกที่มีมานา พวกคนธรรมดาที่ไม่มีมานานั้นไม่นับว่าเป็นภัยคุกคามสำหรับเกรย์เลย
พวกที่มีมานามมีเพียงหยิบมือ ส่วนเรื่องการลอบสังหาร...
คงไม่ได้ผล
โจรพวกนี้จับกลุ่มรวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ หลายกลุ่ม ถ้าเขาลงมือกับกลุ่มหนึ่ง กลุ่มอื่นก็จะรู้ตัวทันที
"ถ้าอย่างนั้นก็บุกเข้าไปตรงๆ เลยแล้วกัน"
อันที่จริง เกรย์ไม่จำเป็นต้องคิดมากขนาดนี้เลย มันเป็นเพียงนิสัยที่ค่อนข้างระแวดระวังตัวของเขาที่ทำงานอยู่เท่านั้น
เกรย์ไม่ซ่อนตัวอีกต่อไป ภายใต้การควบคุมของเขา มานาของจอมมารได้รวมตัวกันที่กริชก่อนจะกระจายตัวออกไปรอบๆ
"ศัตรูบุก!"
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ และมีคนสังเกตเห็นทันที จึงตะโกนเตือนคนอื่นๆ
แต่ก่อนที่เสียงเตือนจะทันจบประโยค ร่างของเกรย์ก็พุ่งหายไปราวกับภูตผี
ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องหลายสาย เกรย์ได้พรากชีวิตไปอีกหลายชีวิตอย่างรวดเร็ว
เมื่อนั้นเอง สมองที่มึนเมาด้วยฤทธิ์สุราของพวกโจรถึงได้สติ พวกมันยกอาวุธขึ้นมาเพื่อรับมือกับผู้บุกรุก
ชายร่างยักษ์ที่มีแผลเป็นเต็มหน้าพุ่งเข้าหาเกรย์และเหวี่ยงดาบเข้าใส่
ชายคนนี้คือหนึ่งในไม่กี่คนที่ใช้มานาได้ซึ่งเกรย์สัมผัสได้ก่อนหน้านี้ ตัดสินจากออร่าของเขา ความแข็งแกร่งของหมอนี่เทียบเท่ากับอัศวินระดับหนึ่ง ซึ่งจัดอยู่ในสามอันดับแรกของรังโจรแห่งนี้เลยทีเดียว
เกรย์ใช้กริชรับการโจมตีด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ชายร่างยักษ์ก็สังเกตเห็นอาวุธของบุคคลในชุดคลุมสีดำเช่นกัน
"แกคิดว่าแค่กริชเล่มเดียวจะปะทะกับดาบได้งั้นเรอะ?!"
ทว่า เกรย์กลับไม่ถอยร่นอย่างที่ชายคนนั้นคาดคิด
เสียงเหล็กแตกหักดังกังวาน ดาบสั้นในมือของชายร่างยักษ์หักสะบั้นลง กริชยังคงพุ่งทะลวงเข้าหาหัวของเขาประหนึ่งไร้ซึ่งสิ่งกีดขวาง
"ไม่..."
ก่อนที่ภาพความทรงจำในชีวิตจะแล่นผ่านเข้ามาในหัว พลังชีวิตของเขาก็สูญสิ้นไปเสียแล้ว
เกรย์เพียงแค่ดึงกริชออกและเบี่ยงตัวหลบลูกธนูที่พุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว
เมื่อร่างของเขาปรากฏขึ้นอีกครั้ง เกรย์ก็มีลูกธนูอยู่ในมืออีกข้างหนึ่ง เขาปามันออกไปอย่างสุดแรง และเสียบทะลุใบหน้าของโจรอีกคนเข้าอย่างจัง
หัวหน้าหน้าบากตระหนักได้ในที่สุดว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เขามีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับอัศวินระดับสอง ซึ่งนั่นทำให้เขาสามารถปกครองรังโจรแห่งนี้ได้
แม้เขาจะเชื่อว่าการหลบลูกธนูแบบนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่การคว้ามันกลางอากาศแล้วขว้างกลับไปให้เร็วกว่าเดิมนั้น เป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน
ชัดเจนเลยว่าคนคนนี้ไม่ใช่พวกปลายแถว
แต่ด้วยลูกน้องกว่าร้อยคนในที่นี้ บวกกับตัวเขาเองที่เป็นถึงหัวหน้าระดับสอง พวกเขาจะแพ้ให้คนคนเดียวได้ยังไง?!
ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่หัวหน้าหน้าบากมัวแต่คิด เกรย์ก็ลงมือสังหารสมาชิกในแก๊งไปอีกหลายคนอย่างโหดเหี้ยม
นี่มันเป็นการสังหารหมู่อยู่ฝ่ายเดียวชัดๆ!
เมื่อดึงสติกลับมาได้ หัวหน้าหน้าบากก็แผดเสียงคำราม "ยิงต่อไป! อย่าหยุด!"
เมื่อไม่มีลูกธนูพุ่งเข้าหาเกรย์เลยแม้จะผ่านไปหลายวินาที หัวหน้าหน้าบากจึงหันขวับไปมอง ก็พบว่าพวกพลหน้าไม้ต่างลงไปนอนจมกองเลือดและหมดสติกันไปหมดแล้ว
บนร่างของพวกมัน หัวหน้าหน้าบากสามารถสัมผัสได้ถึงมานาที่ตกค้างอยู่
มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่?!
หัวหน้าหน้าบากสะดุ้งตกใจ ก่อนจะตื่นตะลึงกับความหนาแน่นของมานาที่ตกค้างอยู่บนซากศพ
มานาเข้มข้นขนาดนี้!
"แกเป็นใคร แล้วทำไมถึงมาเข่นฆ่าคนในรังของพวกเรา?"
"คนตายไม่จำเป็นต้องรู้อะไรให้มากความ"
เกรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา โดยที่การเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้หยุดชะงักเลยแม้แต่วินาทีเดียว
การตวัดกริชอีกครั้งคร่าไปอีกสองชีวิต ขณะที่สายตาอันเย็นชาของเกรย์จ้องเขม็งไปที่ชายหน้าบาก
"พวกแกมัวทำอะไรกันอยู่?! โจมตีเข้าไปสิวะ!"
ไม่มีเสียงตอบรับ ในที่สุดชายหน้าบากก็ตระหนักได้ว่า เขาเป็นเพียงคนเดียวที่เหลือรอดอยู่ในรังโจรแห่งนี้
"ทะ...ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ได้โปรดไว้ชี—"
รูม่านตาของชายหน้าบากหดเกร็ง เขาไม่ทันได้เห็นการเคลื่อนไหวของเกรย์ด้วยซ้ำก่อนที่จะขาดใจตาย
"อืม ได้เวลานับของที่ยึดมาได้แล้ว"