- หน้าแรก
- ผมเก็บมือสังหารสาวมาเป็นเมีย
- บทที่ 17: การจากลา
บทที่ 17: การจากลา
บทที่ 17: การจากลา
หลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์ทั้งหมด หลี่เทียนตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากเมืองเหลียว ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากเขาไม่ไป เขาคงถูกตีหน้าว่าเป็นฆาตกร และศพทั้งสี่ที่อยู่ในห้องก็คือหลักฐานมัดตัวชั้นดี
อย่างไรก็ตาม เขาต้องจัดการกับศพพวกนั้นก่อน หลี่เทียนจึงรวบรวมความกล้าแบกพวกมันไปฝังไว้ที่หลังเขาจนหมดสิ้น
หลังจากฝังศพแบบลวกๆ เสร็จแล้ว หลี่เทียนก็นั่งลงเพียงลำพังที่หน้าบ้าน เขาหยิบบุหรี่ราคาถูกออกมาจากกระเป๋าแล้วจุดสูบ ควันบุหรี่พวยพุ่งออกจากปากคำแล้วคำเล่า
พรุ่งนี้เขาต้องจากเมืองเหลียวไปจริงๆ แล้ว พอคิดได้ดังนั้น หลี่เทียนก็ใจหายและรู้สึกอาลัยอาวรณ์ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
อย่างไรเสีย เขาก็ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาเกือบ 20 ปี และตอนนี้จู่ๆ ต้องจากไปสู่ที่ที่ไม่รู้จักแม้แต่นิดเดียว เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ความรู้สึกประหลาดก็ก่อตัวขึ้นในใจ
เขาสูบบุหรี่ในมืออีกสองสามครั้งก่อนจะโยนทิ้งลงพื้น แล้วเดินกลับเข้าบ้านเพียงลำพัง
อาการของซือถูหนิงปิงฟื้นตัวเร็วมากหลังจากหลี่เทียนช่วยดูดพิษออก ประกอบกับพื้นฐานร่างกายที่แข็งแรงอยู่แล้ว ตอนนี้เธอดูเกือบจะปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลี่เทียนที่เพิ่งเดินเข้ามาจ้องมองซือถูหนิงปิง
"คุณจะไปพรุ่งนี้จริงๆ เหรอ?" หลี่เทียนถามด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
ซือถูหนิงปิงตอบเรียบๆ "ใช่ องค์กร (เจ็ดอสูร) กำลังตามล่าฉันอยู่ ฉันต้องไป และฉันไปกับแกไม่ได้จริงๆ"
"คุณกลัวว่าผมจะเป็นตัวถ่วงงั้นเหรอ?" หลี่เทียนถามช้าๆ
ซือถูหนิงปิงไม่พยักหน้าและไม่ส่ายหน้า
แต่หลี่เทียนเข้าใจดีว่าตอนนี้เขาน่ะเป็นตัวถ่วงของเธอจริงๆ คนที่เธอต้องเผชิญหน้านั้นต่างจากเขาอย่างลิบลับ ด้วยความสามารถของหลี่เทียนในตอนนี้ แค่คนพวกนั้นขยับมือข้างเดียวเขาก็คงแหลกคามือแล้ว
ดังนั้นหลี่เทียนจึงไม่ถามเซ้าซี้อีก แต่พอคิดถึงการต้องแยกจากซือถูหนิงปิง เขาก็รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก... หลังจากลาจากกันครั้งนี้ เขาจะได้เจอเธออีกเมื่อไหร่? หลี่เทียนเองก็ไม่รู้เลย
"แต่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันไม่เคยผิดคำพูด คนอย่างซือถูหนิงปิงพูดคำไหนคำนั้น" เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มบางๆ
พอได้ยินคำยืนยันจากปากเธอ หลี่เทียนก็ฮึดสู้ขึ้นมาทันที
"เมียจ๋า รอผมก่อนนะ ผมจะรีบไปแต่งงานกับคุณให้ได้แน่นอน ร้อยเปอร์เซ็นต์!"
และแล้ว ชายหนุ่มผู้แบกความฝันอันยิ่งใหญ่ก็เตรียมตัวมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง เขาไม่รู้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร หรือจะทำอะไรได้บ้างเมื่อไปถึงที่นั่น ทว่าเขามีเป้าหมายหนึ่งเดียวที่สลักไว้ในใจเสมอ
เป้าหมายนั้นคือการปกป้องเมียของเขา ปกป้องซือถูหนิงปิง
แต่เงื่อนไขคือ เขาต้องทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นเสียก่อน
หลี่เทียนหลับไปพร้อมกับฝันหวาน ถึงขนาดที่ตอนซือถูหนิงปิงแอบลุกขึ้นกลางดึก เขาก็ยังนอนน้ำลายยืดไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าฝันถึงอะไรอยู่ ซือถูหนิงปิงมองดูหลี่เทียนแล้วพึมพำแผ่วเบา "หวังว่าแกจะมีชีวิตที่ดีนะ..."
พูดจบเธอก็ค่อยๆ เปิดประตูแล้วเดินหายเข้าไปในความมืดเพียงลำพัง
ภายนอกนั้นมืดมิดสนิท ร่างของเธอหายวับไปในถนนของเมืองเหลียวอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี หญิงสาวลึกลับ นักฆ่าผู้มีปริศนา เลือนหายไปในพริบตา... หลงเหลือไว้เพียงคำสัญญาที่อาจไม่มีวันเป็นจริงเท่านั้น
—
เมื่อหลี่เทียนตื่นขึ้นมา เขาพบว่าซือถูหนิงปิงจากไปอย่างเงียบเชียบแล้ว เมื่อมองดูห้องที่ว่างเปล่าและยังมีกลิ่นหอมจางๆ ของเธอหลงเหลืออยู่ หลี่เทียนรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก
แต่เขาก็ยังฝืนทำใจให้ร่าเริง เพราะเขาเชื่อว่าครั้งต่อไปที่ได้พบกัน เธอจะต้องมาเป็นเมียของเขาอย่างแน่นอน
และตัวเขาเองล่ะ? เขาก็ต้องสู้เพื่อเป้าหมายนี้เหมือนกัน
เขาเก็บเสื้อผ้าดีๆ ไม่กี่ตัวลงในกระเป๋าเดินทางใบเก่า แล้วหลี่เทียนก็เตรียมตัวออกจากเมืองเหลียว
เขาไม่รู้ว่าทางข้างหน้ามีอะไร หรือกำลังจะไปที่ไหน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป
กุญแจสำคัญคือเขาต้องออกจากที่นี่เพื่อไปใช้ชีวิตใหม่ที่เขาไม่รู้จักมาก่อน
สถานีรถไฟเมืองเหลียวนั้น บางวันก็เปิด บางวันก็ปิด
เพราะอะไรน่ะหรือ? ก็เพราะเมืองเฮงซวยเล็กๆ แห่งนี้แทบไม่มีคนจากไปไหน ชาวเมืองเหลียวคุ้นชินกับการอยู่ในหุบเขามานับร้อยรุ่น จนชินชาไปกับชีวิตแบบนี้แล้ว สำหรับพวกเขา โลกภายนอกช่างดูเข้ากันไม่ได้เลยสักนิด
ดังนั้นแม้แต่สถานีรถไฟก็ยังเปิดๆ ปิดๆ ตามอารมณ์
เมื่อหลี่เทียนมาถึงสถานีพร้อมกระเป๋าใบเก่า เขาพบว่ามีคนรออยู่เพียง 6-7 คนเท่านั้น ทุกคนแบกกระสอบป่านที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าและที่นอน โชคดีที่วันนี้สถานีเปิด ไม่อย่างนั้นหลี่เทียนคงเซ็งแย่
สถานีที่ว่านี้เป็นเพียงเพิงเหล็กเล็กๆ และข้างในมีผู้หญิงอ้วนคนหนึ่งนั่งขายตั๋วอยู่
หลี่เทียนปรายตามองเธอก่อนจะเดินเข้าไปหา
"ผมขอซื้อตั๋วใบหนึ่งครับ" หลี่เทียนบอกหญิงท้วมที่ช่องขายตั๋ว
หญิงท้วมที่เกือบจะสับปะหงกหลับลืมตาข้างหนึ่งมองหลี่เทียน: "ไปไหน?"
"เมืองหลวง"
เธอก้มลงเขียนตั๋วอย่างรวดเร็วแล้วยื่นให้: "468 หยวน"
หลี่เทียนควักธนบัตรใบละร้อยหยวนที่ยับยู่ยี่ออกมาจากกระเป๋า ยื่นส่งให้ แล้วรับตั๋วมานั่งรอ
เขารอนานถึงสามชั่วโมง ตั้งแต่เช้าจนล่วงเลยไปถึงบ่ายโมงกว่า
รถไฟธรรมดาหัวสีดำขลับแล่นมาพร้อมเสียงคำรามกึกก้องและหยุดนิ่งที่ชานชะลา รถจอดเพียง 5 นาทีเท่านั้น หลี่เทียนรีบแบกกระเป๋าใบเล็กขึ้นรถและมองหาที่นั่งทันที
บนรถไฟมีคนค่อนข้างน้อย เพราะเส้นทางทั้งหมดต้องวิ่งผ่านหุบเขาและประชากรเบาบาง จึงไม่ค่อยมีคนขึ้นรถไฟขบวนนี้เท่าไหร่นัก เมื่อหาที่นั่งได้แล้ว หลี่เทียนก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ชีวิตใหม่ของเขาได้เริ่มขึ้นแล้วจริงๆ
ทว่าเขาไม่รู้เลยว่าเมื่อก้าวออกจากที่นี่ไปแล้วเขาจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง
ที่นั่งข้างเขานั้นว่างเปล่า แต่ฝั่งตรงข้ามมีชายชราคนหนึ่งกำลังหลับอยู่ ดูจากการแต่งตัวแล้ว ชายชราคนนี้คงจะยากจนพอๆ กับหลี่เทียน ตอนนี้เขากำลังคุดคู้นอนหลับลึกอยู่
หลังจากชายตามองชายชราแวบหนึ่ง หลี่เทียนก็ยกกระเป๋าขึ้นวางบนชั้นเหนือศีรษะแล้วนั่งลงเงียบๆ เขามองดูเทือกเขาที่ทอดยาวผ่านหน้าต่างไปพลางพึมพำ "ลาก่อนเมืองเหลียว ลาก่อนชีวิตเก่าๆ"
แล้วตอนนี้ล่ะ? เขากำลังมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง และต้องไปตามหาคนชื่อชิวซื่อ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ "ว่าที่เมีย" บอกเขามา
ส่วนชิวซื่อจะมีตัวตนจริงไหม? และจะไปหาเขาที่ไหน? หลี่เทียนยังไม่มีเบาะแสเลยสักนิด
ด้วยเงินเพียงพันกว่าหยวนที่เหลืออยู่ในกระเป๋า หลี่เทียนได้เริ่มต้นการเดินทางระดับตำนานของเขาแล้ว
"ชิวซื่อจะเป็นคนยังไงนะ? เป็นคนในครอบครัวเมียผมหรือเปล่า? หรือว่าเป็นเพื่อน? แล้วถ้าเจอแล้วเขาไม่ยอมรับผมล่ะ จะทำยังไงดี?" ขณะที่หลี่เทียนกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิด จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียง "แค่ก แค่ก แค่ก"
ปรากฏว่าชายชราฝั่งตรงข้ามตื่นขึ้นมาแล้ว
เขาบิดขี้เกียจและหาวฟอดใหญ่ ปากกว้างจนเห็นคราบฟันเหลืองอ๋อยที่เต็มไปด้วยกลิ่นบุหรี่