- หน้าแรก
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1690 มหาเทพทลายผนึก (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1690 มหาเทพทลายผนึก (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1690 มหาเทพทลายผนึก (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1690 มหาเทพทลายผนึก
[แฟนฟิค เขียนโดย iPAT]
ท่ามกลางลำแสงสี่สีแห่งมรรคาล้างโลกที่กำลังพุ่งเข้าโจมตีหลี่ฉิงซานโดยหวังจะทำลายล้างราชาปีศาจตนนี้ให้กลายเป็นผุยผง ดับสิ้นทั้งร่างกายและดวงวิญญาณในคราเดียว ห้วงจักรวาลทั้งผืน วัฎสงสารทั้งหก ทุกมิติกาลอวกาศ พลันบังเกิดเสียงปริแตกของพันธนาการที่ดังสนั่นยิ่งกว่าทัณฑ์สวรรค์ครั้งไหนๆ
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงกระดูกของหลี่ฉิงซานที่หักสะบั้น แต่เป็นเสียงของกรงขังแห่งเต๋าที่คงอยู่มาเนิ่นนานถูกทำลายลงจากภายใน!
"พวกจักรพรรดิชั่ว! คิดว่าพวกเราตายไปแล้วงั้นหรือ!"
เงาภูเขามหึมาตั้งตระหง่านขึ้นสู่ท้องฟ้า ศีรษะราชสีห์ยกขึ้นพร้อมเสียงคำรามทรงพลังจนทำให้ลำแสงสี่สีบิดเบี้ยว
มหาเทพเคลื่อนภูเขา!
พญาราชสีห์ทะลวงมิติออกมาจากจุดจบของสรรพสิ่ง ทะยานเข้ากีดขวางปราณกระบี่เจ็ดดาราของจักรพรรดิเจิ้นอู่ด้วยร่างกายโดยตรง
ในเวลาเดียวกัน พายุหมุนสีดำทมิฬพุ่งทะลวงขึ้นมาจากขุมนรกอเวจี ด้วยการสะบัดมือเพียงครั้งเดียว พายุคลั่งพลันสลายไอเย็นนรกเยือกแข็งของจักรพรรดิฉางเซิงไปจนสิ้น ร่างของวานรหกหูในชุดคลุมสีครามผู้กุมบังเหียนแห่งลมปรากฎขึ้น
มหาเทพเคลื่อนวายุ!
เหนือท้องฟ้าทิศใต้ เสียงกรีดร้องแหลมสูงของวิหคดังขึ้น เปลวเพลิงสีชาดที่ร้อนแรงยิ่งกว่าดวงอาทิตย์ระเบิดออก วิหคเพลิงอมตะกางปีกกว้างนับหมื่นลี้ทำลายความมืดหมื่นราตรีของจักรพรรดิจื่อเวย
มหาเทพตะวันเดือด!
ทันใดนั้นท้องฟ้าพลันแยกออก รอยแยกของห้วงมิติราวกับปากสัตว์ประหลาดยักษ์กลืนกินคลื่นพลังดับแสงสู่นิรันดร์ของจักรพรรดิโกวเฉินเข้าไป เมื่อรอยแยกของห้วงมิติปิดลง ก็เผยให้เห็นร่างของสุนัขสวรรค์ที่หุบปากลง
มหาเทพกลืนดารา!
"พวกเจ้า... ออกมาได้อย่างไร?" จักรพรรดิเจิ้นอู่ตวาดด้วยความตกใจและหวาดหวั่น บาดแผลเก่าที่ถูกหลี่ฉิงซานต่อยไว้เริ่มเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง
"พวกเจ้าคงไม่คิดว่า ของพวกนั้นจะขังพวกข้าได้จริงๆ ใช่ไหม?" สิงโตยักษ์หัวเราะลั่นจนยอดเขาบนหลังสั่นสะเทือน
หลี่ฉิงซานใช้เจตจำนงท้าทายสวรรค์จนทำให้เต๋าสั่นไหว! เมื่อรอยร้าวปรากฏ พวกเขาก็ทะลวงสิ่งกีดขวางออกมาได้อย่างง่ายดาย! ในความเป็นจริง แม้จะไม่มีหลี่ฉิงซาน พวกเขาก็ยังสามารถทำลายกรงขังออกมาได้ด้วยพลังของตนเอง แม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่ธรรมดาก็ตาม กล่าวได้ว่ามันเป็นเพียงเรื่องของเวลา หลังจากทั้งหมด พวกเขาต่างรอคอยให้หลี่ฉิงซานก้าวขึ้นมาจนถึงจุดนี้ รอคอยมหันตภัยวันสิ้นโลก และรอคอยสงครามครั้งสุดท้าย
สี่มหาเทพปรากฎตัว และยืนล้อมรอบหลี่ฉิงซานไว้ท่ามกลางเมฆภัยพิบัติ กลิ่นอายของมหาเทพทั้งสี่ทำให้ภัยพิบัติสวรรค์ราวกับถูกตบหน้า ด้วยความโกรธเกรี้ยวของจักรพรรดิสวรรค์ ความรุนแรงของภัยพิบัติสวรรค์ยกระดับขึ้นอีกครั้งจนถึงจุดที่ไม่อาจจินตนาการได้
หลี่ฉิงซานที่ได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องมหาเทพ จ้องมองความช่วยเหลือที่ไม่คาดคิดด้วยความตื่นตะลึงเช่นกัน
"พี่สี่... พี่ห้า... พี่หก... พี่เจ็ด..." หลี่ฉิงซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านด้วยความยินดี
"ในเมื่อพี่น้องมากันแล้ว... ก็ถึงเวลาปิดตำรามรรคาของพวกเจ้า แล้วเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยเลือดของมหาเทพ!"
การปรากฏตัวของสี่มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ทำให้สถานการณ์พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ หลี่ฉิงซานไม่ได้สู้อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป สงครามระหว่างเจ็ดมหาเทพกับสวรรค์ทั้งเก้า กำลังจะเริ่มขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ!
บนฟากฟ้าที่แตกสลายของพิภพปีศาจ การปะทะกันไม่ได้เป็นเพียงการสู้ด้วยกระบวนท่า แต่มันคือการหักล้างกันของเจตจำนงและมรรคาแห่งเต๋า
"โฮก!!!"
ราชสีห์แบกภูเขาคำรามก้อง ร่างใหญ่ยักษ์ของเขากลายเป็นสีทองแดงอร่าม ภูเขานับไม่ถ้วนบนแผ่นหลังปะทุขึ้นกลายเป็นภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ปลดปล่อยควันดำและพ่นลาวาร้อนแรงออกมา ด้วยการกระแทกเท้า เขาส่งตัวเองพุ่งเข้าสู่การต่อสู้ระยะประชิด
จักรพรรดิเจิ้นอู่ตวาดลั่น วาดกระบี่เจ็ดดาราสร้างพยุหะหมื่นกระบี่ที่สว่างไสวด้วยแสงเงินเย็นเยียบ จักรพรรดิเจิ้นอู่ต้องการใช้ความสงบสยบความคลุ้มคลั่ง แต่มหาเทพเคลื่อนภูเขากลับกระโดดเข้าจู่โจมจักรพรรดิเจินอู่ราวราชสีห์ตะคุบเหยื่อ
แรงตะคุบของมหาเทพเคลื่อนภูเขารุนแรงเสียจนห้วงมิติรอบด้านปริร้าว กรงเล็บสีทองแดงข้างละห้าแฉกตะปบลงบนค่ายกลกระบี่ของจักรพรรดิเจินอู่ เกิดเสียงกัมปนาทสะท้านไปถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ภูเขาทุกลูกบนแผ่นหลังของราชสีห์ยักษ์สั่นสะเทือน เพลิงปฐพีเดือดพล่านราวกับวันโลกาวินาศ
"เจิ้นอู่! เต๋าของเจ้ามันช่างเบาหวิวเหมือนปุยเมฆ... ลองลิ้มรสความหนักของแผ่นดินดูหน่อยเป็นไร!"
ราชสีห์แบกภูเขาคำรามพร้อมกับบิดกายกลางอากาศ ภูเขาลูกมหึมาใจกลางหลังพลันหลุดลอยออกไป แต่มันไม่ได้ร่วงหล่น ทว่ากลับขยายใหญ่ขึ้นจนบดบังแสงอาทิตย์ มหาเทพเคลื่อนภูผาใช้ศีรษะกระแทกภูเขาลูกนั้น ส่งมันพุ่งเข้าใส่จักรพรรดิเจิ้นอู่ประดุจค้อนยักษ์ที่ตีจากแกนโลก
"กระบี่เจ็ดดารา ดาวเคลื่อนดาราคล้อย!"
จักรพรรดิเจิ้นอู่ประสานดัชนีกับตัวกระบี่ แสงเงินเจ็ดจุดบนใบกระบี่สว่างจ้าดุจดวงตะวันเจ็ดดวง พยุหะหมื่นกระบี่ที่รายล้อมพลันหมุนวนเป็นเกลียวสว่าน และหลอมรวมกันเป็นหนึ่งทะลวงเข้าใส่ใจกลางภูเขายักษ์ที่พุ่งมา พลังอันเย็นเยือบของจักรพรรดิเจิ้นอู่พยายามแทรกซึมเข้าไปเพื่อสลายแรงเหวี่ยงอันมหาศาลนั้น
"ปัง!!!"
ภูเขาหินแหลกสลายเป็นธุลี แต่ในหมอกฝุ่นนั้นเอง ร่างราชสีห์ทองแดงก็พุ่งทะลวงออกมา กรงเล็บของเขาตะปบเข้าที่เกราะไหล่ของจักรพรรดิเจิ้นอู่จนเกิดประกายไฟโชติช่วง จักรพรรดิเจิ้นอู่เบี่ยงหลบพร้อมสะบัดกระบี่ฟันเข้าที่สีข้างของราชสีห์ เลือดสีทองแดงสาดกระจายออกมาประดุจสายน้ำ
"เจ้าสัตว์ไร้ปัญญา! เจ้าคิดว่าพละกำลังอันโง่เขลาจะทำลายมรรคาสวรรค์ได้งั้นหรือ?" จักรพรรดิเจิ้นอู่ตวาด เสียงของเขาแฝงด้วยอำนาจสะกดขวัญ กฎแห่งความเงียบแผ่ซ่านออกมาทำให้ลาวาที่พุ่งพล่านเริ่มแข็งตัว
"มรรคาที่สร้างจากกองซากศพน่ะหรือ?" มหาเทพเคลื่อนภูเขาไม่ถอยแม้แต่น้อย เขายืนหยัดด้วยสองเท้าหลัง ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัว "ถ้าสวรรค์ไม่มีที่ให้พวกเราพี่น้องเดิน... ข้าก็จะแบกภูเขาทั้งหมดในจักรวาลมาถมสวรรค์ให้จมดิน!"
ราชสีห์ยักษ์อ้าปากกว้าง รวบรวมพลังงานจากภูเขาทั้งหมดบนแผ่นหลัง กลายเป็นเสียงคำรามของราชสีห์ คลื่นเสียงที่แฝงไปด้วยเจตจำนงในการทำลายล้างรุนแรงจนทำให้พยุหะหมื่นกระบี่แหลกสลายไปในพริบตา จักรพรรดิเจิ้นอู่ต้องถอยร่นไปหลายสิบก้าว กระบี่ในมือสั่นสะท้าน
ทั้งคู่จ้องตากันท่ามกลางซากปรักหักพังของห้วงมิติ จักรพรรดิเจิ้นอู่เร่งเร้าพลังเต๋าจนถึงขีดสุด ขณะที่มหาเทพเคลื่อนภูเขาเริ่มเผาผลาญแก่นพลังจนร่างกายแดงฉานประดุจเหล็กเผาไฟ นี่ไม่ใช่เพียงการต่อสู้เพื่อชัยชนะ แต่คือการเดิมพันด้วยการมีอยู่ของวิถีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!