- หน้าแรก
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1691 ลบเต๋าด้วยเต๋า (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1691 ลบเต๋าด้วยเต๋า (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1691 ลบเต๋าด้วยเต๋า (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1691 ลบเต๋าด้วยเต๋า
[แฟนฟิค เขียนโดย iPAT]
แรงระเบิดจากการปะทะของพญาราชสีห์กับจักรพรรดิอุดรเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ทั่วทั้งผืนฟ้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นสมรภูมิที่กฎแห่งเต๋าถูกบิดเบือนด้วยเจตจำนงของเหล่ามหาเทพ
จักรพรรดิฉางเซิงวาดไม้เท้า พลันบังเกิดหมอกเย็นสีขาวโพลนพุ่งเข้าปกคลุมชั้นบรรยากาศ มันไม่ใช่เพียงความเย็นที่แช่แข็งร่างกาย แต่เป็นความเย็นที่หยุดยั้งการไหลเวียนของพลังชีวิตและกาลเวลา ทุกสิ่งที่มันสัมผัสกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งที่ไร้วิญญาณ
"เจี๊ยก! ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าได้ยินแล้ว เสียงน้ำแข็งกัดกร่อนดวงวิญญาณ"
วานรหกหูหัวเราะร่าขณะขยับใบหูทั้งหกที่ข้างขมับ เขารับรู้ถึงความถี่ของไอเย็นล่วงหน้าก่อนที่มันจะมาถึงเพียงเสี้ยววินาที วานรหกหูสะบัดมือออกไปหนึ่งครั้ง ทันใดนั้นพายุหมุนสีดำทมิฬนับร้อยสายพลันก่อตัวขึ้น มันหมุนวนด้วยความเร็วที่ฉีกกระชากมิติ หมอกเย็นที่พุ่งมาถูกพายุคลั่งดูดกลืนและสลายหายไปกลางอากาศ
"คิคิคิ หมอกของเจ้ามันนิ่งเกินไป ลองมาเต้นระบำไปกับพายุของข้าดีหรือไม่? เจี๊ยก!" วานรหกหูทะยานร่างข้ามผ่านละอองน้ำแข็ง พุ่งเข้าหาจักรพรรดิฉางเซิงประดุจสายลมที่มองไม่เห็น
"รนหาที่ตาย!" จักรพรรดิฉางเซิงสะบัดไม้เท้าอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ไอเย็นที่พุ่งออกไป แต่เป็นเปลวเพลิงสีน้ำเงินที่ร้อนระอุยิ่งกว่าเพลิงอัคคีใดๆ
ไฟหลอมรวมกับสายลม แปรเป็นพายุหมุนเพลิงอันเชี่ยวกราดอยู่ในสมรภูมิ...
อีกด้านหนึ่ง จักรพรรดิจื่อเวยสะบัดแขนเสื้อที่กว้างใหญ่ประดุจห้วงจักรวาล ปล่อยความมืดอันเป็นนิรันดร์ออกมา แสงสว่างทุกอณูถูกกลืนกิน ประสาทสัมผัสทั้งห้าของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดดับวูบ เหลือเพียงความอ้างว้างในความมืดที่ไม่มีจุดสิ้นสุด
ทว่าในความมืดนั้น จุดแสงหลากสีจุดหนึ่งพลันสว่างขึ้นและขยายตัวอย่างบ้าคลั่ง!
วิหคเพลิงอมตะกู่ร้องเสียงแหลมกังวาน ปีกเพลิงหลากสีที่กว้างนับร้อยลี้สยายออก ขนทุกเส้นกลายเป็นเปลวเพลิงบริสุทธิ์ที่เกิดจากเต๋าแห่งเพลิงสุริยะ รัศมีที่ร้อนแรงนั้นแผดเผาความมืดจนขาดวิ่นประดุจผ้าขี้ริ้วเก่าๆ แสงหลากสีขับไล่เงาแห่งความตายออกไปจนสิ้น
"คิดว่าคุกมืดของเจ้าจะหยุดเพลิงอิสรภาพของข้าได้งั้นหรือ!" วิหคเพลิงอมตะพุ่งทะลวงความมืดมิด กลายเป็นลูกไฟยักษ์ที่หมายจะหลอมละลายทุกสิ่งอย่างหยิ่งผยอง
"หากนกไม่อยู่ในกรง เช่นนั้นก็ไปตายอยู่ข้างนอก!"
ทันใดนั้น ดวงตาของจักรพรรดิจื่อเวยพลันระเบิดแสงสีม่วงออกมา ราวกับสายฟ้าสีม่วงฟาดออกไปทุกทิศทาง ห้วงมิติสีดำทมิฬรอบด้านปริแตกราวกับใยแมงมุมสีม่วง
เปลวเพลิงบนร่างวิหคเพลิงอมตะถูกใยแมงมุมสีม่วงตัดทำลายกลายเป็นละอองเพลิงปลิวว่อนไปทั่ว...
ในสนามรบอันร้อนระอุ จักรพรรดิโกวเฉินชูหัตถ์ขึ้นฟ้า รวบรวมพลังงานสวรรค์พิภพที่เข้มข้นที่สุดกลายเป็นบอลพลังงานสีขาวบริสุทธิ์ ภายใต้พลังงานที่อัดแน่น เขาขว้างมันไปทางหลี่ฉิงซานด้วยความเร็วแสง
ทว่า เบื้องหน้าของบอลพลังงานสังหารนั้น ปรากฎสุนัขสวรรค์ขนสีขาวบริสุทธิ์ยืนอยู่ ปากของมันอ้ากว้าง แต่มืดมิดราวกับหลุมดำไร้ก้นบึ้งที่กลืนกินแสงทั้งหมดเข้าไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาล
งับ!
เสียงเหมือนฟันกระทบกันดังกึกก้อง ก้อนพลังงานสีขาวที่ควรจะทำลายล้างทุกสิ่ง กลับถูกดูดกลืนเข้าไปในลำคอของสุนัขสวรรค์อย่างง่ายดาย ขนสีขาวของสุนัขสวรรค์เปลี่ยนเป็นสีดำทมิฬ จากนั้นเมื่อมันอ้าปากอีกครั้ง มันก็พ่นลำแสงพลังงานสีขาวกลับไปที่จักรพรรดิโกวเฉิน
"ลองลิ้มรสพลังของตัวเองดูสิ!"
"ฮืม!" จักรพรรดิโกวเฉินก่นเสียงคำหนึ่ง ยกมือทั้งสองข้างขึ้น ลวดลายแผนภาพหยินหยางปรากฎตรงหน้า ปลาหยินหยางสีดำขาวหมุนวนอย่างบ้าคลั่งขณะดูดกลืนลำแสงพลังงานสายนั้นเข้าไป
แต่ในเวลาเดียวกันนั้น สุนัขสวรรค์ที่ขนเปลี่ยนจากสีดำกลับเป็นสีขาวแล้วพลันปรากฏตัวขึ้นด้านข้างจักรพรรดิโกวเฉินพร้อมแยกเขี้ยวคมกัดลงอย่างไร้ปรานี
"เดรัจฉาน!" จักรพรรดิโกวเฉินตวาดลั่น ยกเท้าขึ้นเตะสุนัขสวรรค์โดยตรง...
ท่ามกลางความโกลาหลที่สั่นสะเทือนไปถึงรากฐานของจักรวาล การปะทะกันระหว่างมหาเทพได้แปรเปลี่ยนพิภพปีศาจให้กลายเป็นขุมนรก
เผชิญหน้ามรรคาแห่งเต๋าที่บิดเบี้ยว หลี่ฉิงซานกัดฟันแน่นจนเลือดซึมตามไรฟัน ร่างกายของเขาเป็นดั่งเตาหลอมที่กำลังบีบอัดความว่างเปล่าให้เป็นหนึ่งเดียวกับเต๋า แต่มันกลับยากเย็นแสนเข็ญภายใต้การกดทับของกฎแห่งสวรรค์
ทันใดนั้น เหนือยอดมงกุฎแห่งเมฆภัยพิบัติสีเทาที่หมุนวน แสงสว่างจ้าพลันสว่างวาบขึ้นจนตาพร่ามัว ไม่ใช่สายฟ้า... แต่เป็นห่วงจักรทองคำศักดิ์สิทธิ์วงหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาประดุจอุกกาบาตพิฆาตดาวเคราห์ มันขยายกว้างนับร้อยลี้ขณะตกลงมา ก่อนจะจัดกุมพันธนาการร่างมหึมาของหลี่ฉิงซานไว้กึ่งกลาง พลังเทพปีศาจที่เคยพลุ่งพล่านพลันถูกโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นรัดตรึงจนดับวูบลงในพริบตา!
"ดาวปีศาจ! ถึงเวลาชดใช้กรรม!"
เสียงประกาศิตดังมาจากฟากฟ้า แม่ทัพสวรรค์นาจา ควบกงล้อเพลิงพุ่งแหว่งเมฆภัยพิบัติลงมาด้วยความเร็วที่เหนือขีดจำกัด หอกอัคคีในมือแผ่ซ่านเปลวเพลิงสังหารที่สามารถหลอมละลายวิญญาณได้ พุ่งเป้าแทงลงมาที่กลางกระหม่อมของหลี่ฉิงซานอย่างไม่ปรานี!
"โฮก!!!"
พลันนั้น เสียงคำรามสายหนึ่งอุบัติขึ้น มันไม่ใช่เสียงคำรามที่ดุร้ายน่าขนลุกอย่างอสูรกายทั่วไป แต่เป็นเสียงที่กึกก้อง กังวาล ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ประดุจเสียงสวรรค์พิโรธ ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น ห่วงจักรทองคำที่เคยแข็งแกร่งกลับแตกร้าวและสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองที่ไร้ค่า โลกทั้งใบราวกับถูกหยุดเวลาไว้ในชั่วขณะนั้น
กรงเล็บสีขาวนวลประดุจหยกสวรรค์ตะปบเข้าที่คมหอกอัคคีเบาๆ ทว่าแฝงด้วยพลังมหาศาล ส่งร่างของแม่ทัพสวรรค์นาจา พร้อมกงล้อเพลิงปลิวละลิ่วกระเด็นไปไกลนับพันลี้!
เงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นเบื้องหน้าหลี่ฉิงซาน... เป็นพยัคฆ์ขาวขนปุยลายพาดกลอนที่สง่างามจนถึงขีดสุด แววตาสีทองฉายแววอบอุ่นแกมดุดัน นี่คือ มหาเทพคะนองศึก พี่น้องลำดับที่สามของเจ็ดมหาเทพ!
"พี่สาม!" หลี่ฉิงซานตะโกนลั่น หัวใจที่เคยเยือกเย็นพลันอุ่นซ่านด้วยความตื้นตัน
"เจ้าหนู... รีบหลอมรวมเต๋าซะ ที่เหลือ พวกข้าจะจัดการเอง!" พยัคฆ์ขาวเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ กลิ่นอายสังหารรอบกายรุนแรงจนแม้แต่ไอเย็นของจักรพรรดิฉางเซิงยังต้องถดถอย
บัดนี้ จักรพรรดิทั้งสี่ และแม่ทัพสวรรค์ต่างรู้แจ้งแล้วว่า หากปล่อยให้เวลาเนิ่นนานไปกว่านี้ หลี่ฉิงซานจะกลายเป็นตัวตนที่สวรรค์มิอาจควบคุมได้ ทั้งหมดสบตากันด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว รวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อสร้างการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สวรรค์
"มรรคาดับสูญ สังหารนิรันดร์!"
ลำแสงสีทอง ม่วง ขาว แดง และเทา หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวพุ่งเข้าหาหลี่ฉิงซาน ทว่าเบื้องหน้าลำแสงนั้น กลับมีกำแพงยักษ์ห้าผืนยืนหยัดขวางทางไว้!
มหาเทพเคลื่อนภูเขา ราชสีห์ปฐพี มหาเทพเคลื่อนวายุ วานรหกหู มหาเทพตะวันเดือด วิหคเพลิงอมตะ มหาเทพกลืนดารา สุนัขสวรรค์ และ มหาเทพคะนองศึก พยัคฆ์ขาว เทพเจ้าบนจุดสูงสุดแห่งสวรรค์พิภพระเบิดพลังพุ่งเข้าปะทะ!
“อยากแตะต้องน้องเล็กของพวกข้า...ก็ข้ามศพพวกข้าไปก่อน!”
ตูมมมมมมมมมมม!!!
แรงระเบิดที่รุนแรงที่สุดสั่นสะเทือนไปทั่วทุกภพภูมิ แสงสว่างนั้นกลบทุกสีสันจนกลายเป็นความว่างเปล่าขาวโพลน
เมื่อแสงสว่างค่อยๆ จางลง สิ่งที่ปรากฎต่อสายตาของผู้ชมจากแดนไกลทั้งมวลคือ...
ร่างราชสีห์ยักษ์กดทับร่างของจักรพรรดิเจิ้นอู่เอาไว้
วานรหกหูใช้มือยาวทั้งสองข้างรัดพันรอบกายจักรพรรดิฉางเซิงไว้หลายรอบ
วิหคเพลิงอมตะกางปีกเพลิงสีทองโอบกอดจักรพรรดิจื่อเวยไว้ภายใน
สุนัขสวรรค์ใช้ปากกว้างกัดครึ่งร่างของจักรพรรดิโกวเฉิน
"พวกเจ้าบ้าไปแล้ว!?" กลางสนามรบ เสียงของแม่ทัพสวรรค์นาจา ดังขึ้น
"วันนี้...แม้พวกข้าต้องดับสูญ ก็จะลากพวกเจ้าให้ดับสิ้นไปด้วย!" พยัคฆ์ขาวคำรามก้อง กรงเล็บข้างซ้ายบีบลำคอแม่ทัพสวรรค์นาจา ไว้แน่น สิ้นถ้อยคำ กรงเล็บข้างขวาก็พุ่งทะลวงเข้าไปในหน้าอกของแม่ทัพสวรรค์ ควักหัวใจที่ยังเต้นแรงออกมา และบีบทำลายจนหัวใจระเบิดแตก เลือดสาดลงบนร่างสีขาวของพยัคฆ์จนแดงฉาน
โลหิตคำโตพุ่งขึ้นสู่ลำคอของแม่ทัพสวรรค์นาจา แต่ก่อนที่เขาจะทันได้กระอักเลือดออกมา ปากพยัคฆ์ก็อ้ากว้างก่อนจะงับลงบนศีรษะของแม่ทัพสวรรค์และฉีกกระชาก ดึงมันออกจากร่างอย่างโหดเหี้ยมที่สุด เลือดพุ่งกระฉูดขึ้นสู่อากาศราวกับน้ำพุธรรมชาติ พยัคฆ์ขาวสะบัดศีรษะพ่นสิ่งของกลมๆ ออกจากปากราวถ่มน้ำลายด้วยความขยะแขยง
การเผชิญหน้าระหว่างมหาเทพ ยากที่จะตัดสินผลแพ้ชนะ และยิ่งยากกว่าที่จะสังหารให้สิ้นซาก ท้ายที่สุด มหาเทพล้วนเป็นตัวตนที่ผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเต๋า แม้ร่างกายจะแหลกสลายก็สามารถหลอมสร้างขึ้นมาใหม่จากเต๋า ตราบเท่าที่เต๋ายังดำรงอยู่ พวกเขาก็จะไม่มีวันตายอย่างสมบูรณ์
ดังนั้นหากต้องการสังหารมหาเทพก็ต้องทำลายเต๋าของพวกเขา และสิ่งที่จะทำลายเต๋าได้ ก็มีเพียงเต๋าเท่านั้น
เพื่อเปิดทางสู่อนาคต ห้ามหาเทพจำต้องใช้เต๋าของตนลบล้างเต๋าของฝ่ายตรงข้าม พลีชีพในสนามรบ ตกตายไปพร้อมกัน
ด้วยแสงเจิดจ้ายิ่งกว่าประกายสายฟ้าสวรรค์ แก่นพลังของห้ามหาเทพปะทุขึ้นพร้อมกัน พลังทำลายล้างมหาศาลฉีกกระชากทั้งร่างเทพและปีศาจอย่างบ้าคลั่ง
การระเบิดครั้งนี้เพียงพอที่จะลบพิภพปีศาจทั้งหมด อย่างไรก็ตามก่อนที่คลื่นพลังงานจะทำลายล้างทุกสิ่ง ละอองแสงสีทองแห่งพุทธะที่อบอุ่นและอ่อนโยนพลันโปรยปรายลงมาจากเบื้องบน เหมือนช้าแต่กลับเร็วมาก แรงระเบิดอันบ้าคลั่งสลายหายไปดั่งแสงเทียนที่ถูกเป่าดับในพริบตา
"พระพุทธเจ้า!?"
ทุกคู่สายตาที่เฝ้ามองอยู่ต่างตระหนักรู้ถึงสิ่งนี้ พระพุทธเจ้าทรงเข้าแทรกแซง! พระองค์ทรงปกป้องพิภพปีศาจงั้นหรือ?
แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงพิภพปีศาจ แต่ยังรวมถึงแดนสุขาวดี และวัฏสงสารทั้งหกอีกด้วย แม้พระพุทธเจ้าจะตรัสว่าตนจะไม่เข้าร่วมในสงครามและไม่แทรกแซงมหัตภัยวันสิ้นโลกครั้งนี้ แต่พระองค์ก็ยังคงเป็นพระอริยสงฆ์ที่มีความเมตตากรุณาต่อสรรพชีวิตเสมอ
ราวกับไม่เคยเกิดสิ่งใดขึ้น พิภพปีศาจยังคงอยู่ เมฆภัยพิบัติยังคงหมุนวน สายฟ้าสวรรค์ยังต่อสู้กับกองทัพมาร ทุกสิ่งยังดำรงต่อไปตามที่มันเคยเป็น
มีเพียงกลิ่นอายของมหาเทพทั้งห้าพร้อมกับพลังชีวิตของเหล่าจักรพรรดิและแม่ทัพสวรรค์ที่ดับวูบลงราวดวงดาวร่วงหล่นจากฟากฟ้า ตกตายไปพร้อมกันในกองเพลิงแห่งเกียรติยศ
ท่ามกลางความมึนงง หลี่ฉิงซานหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด เจตจำนงของเหล่าพี่น้องพุ่งเข้าสู่ขั้วหัวใจของเขา เป็นแรงผลักดันส่งสุดท้ายที่กระแทกประตูแห่งเต๋าให้เปิดออกอย่างสมบูรณ์!
ห้าพี่น้องมหาเทพสละชีวิตอย่างกล้าหาญเพื่อปกป้องหลี่ฉิงซาน ปูเส้นทางสู่การเป็นมหาเทพของเขาด้วยเลือดและเจตจำนงอันแรงกล้า!