เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 นักล่าระดับ 2

บทที่ 28 นักล่าระดับ 2

บทที่ 28 นักล่าระดับ 2


บทที่ 28 นักล่าระดับ 2

"คุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋แห่งเมืองเทียนมู่อับอายขายหน้าหลังตื่นรู้ในอาชีพสายสนับสนุน จนต้องประกาศถอนตัวออกจากตระกูลไป๋ด้วยตนเองงั้นหรือ!" จางคุนอ่านพาดหัวข่าวจากหน้าจอโทรศัพท์ของสือกาวออกมาดังๆ

เบื้องล่างของข้อความนั้นมีรูปภาพประกอบ เป็นรูปถ่ายติดบัตรนักเรียนของไป๋เนี่ยน

ในชั่วพริบตา ทั้งสามคนต่างหันไปมองไป๋เนี่ยนด้วยความสับสน

"เอ่อ ฉันถอนตัวออกมาแล้วค่ะ ตอนนี้ฉันไม่ใช่สมาชิกตระกูลไป๋แล้ว..." เธอเอ่ยอธิบาย

"ดูเหมือนคุณหนูไป๋ของเราจะมีเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังสินะ" หลี่เชี่ยนเอ่ยหยอกล้อ "แต่มันคงไม่ใช่อย่างที่ข่าวลงหรอกจริงไหม?"

เห็นได้ชัดว่าจากการที่ได้ร่วมงานกับไป๋เนี่ยน พวกเขาไม่เชื่อเนื้อหาในรายงานข่าวนั้นเลยแม้แต่น้อย

อย่างน้อยที่สุด ในฐานะนักเรียนที่เพิ่งเรียนจบแต่กลับครอบครอง ตราประทับเทพ ถึงสองตรา สิ่งนี้ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้แล้วว่าเธอไม่ใช่คนไร้ค่า

ในทางตรงกันข้าม แบบนี้ต้องเรียกว่า อัจฉริยะ เสียด้วยซ้ำ

สือกาวที่ยืนอยู่ข้างๆ ย่อมสังเกตเห็นจุดนี้เช่นกัน เขาไม่เชื่อว่าการที่ไป๋เนี่ยนสามารถตรวจพบอันตรายได้ก่อนใครเพื่อนจะเป็นเพียงลางสังหรณ์หรือสัมผัสที่หก

มีเพียงพลังจากอาชีพเท่านั้นที่สามารถทำเช่นนี้ได้

ระหว่างทางกลับ ไป๋เนี่ยนจึงเล่าเรื่องราวสถานการณ์ของเธอให้ทั้งสามคนฟังคร่าวๆ

ในเมื่อต้องเป็นเพื่อนร่วมทีมกันในระยะยาว เธอรู้สึกว่าไม่ควรมีความลับต่อกัน อีกทั้งเมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป ก็คงไม่มีใครจำเธอไม่ได้ และทีมอื่นในสมาคมนักล่าก็อาจจะไม่รับเธอเข้าพวก

"นี่น่ะหรือคือคนในตระกูล?" หลังจากฟังไป๋เนี่ยนเล่าจบ จางคุนเป็นคนแรกที่แสดงท่าทีดูแคลน "ฉันล่ะนึกว่าพวกนั้นจะวิเศษวิโสมาจากไหน ที่แท้ก็กล้าทอดทิ้งได้แม้กระทั่งลูกสาวตัวเอง เหอะ! ไม่ใช่คนดีจริงๆ นั่นแหละ"

"ไม่เป็นไรหรอก ไป๋เนี่ยนเองก็ไม่ได้มีความผูกพันกับตระกูลนี้อยู่แล้ว การถอนตัวออกมาน่ะดีที่สุดแล้วละ" สือกาวเอ่ยปลอบใจเธออีกแรง

"นั่นสิ ฉันว่าอยูในสมาคมนักล่าก็ดีนะ อย่างน้อยเรื่องปากท้องก็ไม่มีปัญหา แถมหลังจากนี้เธอก็ติดตามพวกเราไปได้ตลอดเลย" หลี่เชี่ยนตบไหล่ไป๋เนี่ยนเบาๆ

"ขอบคุณทุกคนมากนะคะ" ร่องรอยของความซาบซึ้งพาดผ่านใบหน้าของเด็กสาว

มันช่างน่าตลกสิ้นดี คนที่เธอเพิ่งรู้จักไม่ถึงสองวัน กลับมอบความห่วงใยให้เธอมากกว่าที่ตระกูลใหญ่แห่งนั้นเคยมอบให้ตลอดสิบแปดปีเสียอีก

"เฮ้อ ถ้าฉันมีอาชีพสายสนับสนุนบ้างก็คงดี จะได้หาเงินได้โดยไม่ต้องไปสู้รบตบมือกับใคร" สือกาวโอดครวญ

จางคุนที่กำลังขับรถอยู่ข้างๆ ปล่อยหมัดใส่เขาเข้าให้ "ดีตรงไหน? นั่นมันก็แค่การเป็นทาสบริษัทไปตลอดชีวิตไม่ใช่หรือไง? แบบนี้ต่างหากถึงจะเรียกว่าใช้ชีวิต!"

...

รถจี๊ปมุ่งหน้าลงใต้และเข้าสู่เขตอำนาจของเมืองเทียนมู่อย่างรวดเร็ว

ทั้งสี่คนเดินทางมาถึงสมาคมนักล่าพร้อมกัน ไป๋เนี่ยนลงทะเบียนและรับเงินรางวัลนำจับ สถานะของเธอจึงเปลี่ยนจากนักล่าชั่วคราวกลายเป็นนักล่าอย่างเป็นทางการ

และความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนร่วมทีมชั่วคราวระหว่างเธอกับพวกของจางคุน ก็ได้เปลี่ยนเป็นเพื่อนร่วมทีมอย่างเป็นทางการเช่นกัน

"เอาละ ตอนนี้เธอก็เป็นนักล่าเต็มตัวแล้ว" จางคุนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม "ไปลงทะเบียนระดับนักล่าของเธอเสียสิ"

"ระดับของนักล่าแบ่งเกรดกันอย่างไรคะ" ไป๋เนี่ยนถามด้วยความอยากรู้

"ก็เหมือนกับระดับของประตูมิตินั่นแหละ แต่นักล่าจะมีระดับที่เป็นบวกและลบ การแค่ผ่านมิติออกมาได้น่ะคือติดลบ แต่ถ้าทำลายรากถอนโคนมิติได้น่ะคือเป็นบวก" หลี่เชี่ยนอธิบาย "อย่างพวกเราสามคนเนี่ย คือนักล่าระดับลบสอง"

"เข้าใจแล้วค่ะ" ไป๋เนี่ยนกระจ่างแจ้งในทันที

ทั้งสี่คนเดินมาถึงอีกห้องหนึ่งในห้องโถง ซึ่งมีไว้สำหรับบันทึกข้อมูลของสมาชิกนักล่าโดยเฉพาะ

ไป๋เนี่ยนแสดง ตราประทับเทพ บนหลังมือให้เจ้าหน้าที่ดู

"ตราประทับเทพสองตรา คุณสามารถเข้าสู่ประตูมิติระดับสามได้แล้วนะ" เจ้าหน้าที่ชวนคุยขณะทำการบันทึกข้อมูล

"ตราหนึ่งในนั้นมาจากระดับภูมิภาคที่ 1 ค่ะ" เธออธิบาย เพราะตราประทับเทพทั้งสองของเธอจริงๆ แล้วมาจากมิติระดับ 1 ทั้งคู่

เจ้าหน้าที่ยิ้มพลางส่ายหน้า "มันเหมือนกันหมดนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นระดับ 1 หรือระดับ 8 ตราประทับเทพที่ได้มาก็ไม่มีความแตกต่างกัน"

ไป๋เนี่ยนอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักได้ทันที

หากตราประทับเทพที่ได้จากประตูมิติระดับสูงและระดับต่ำเหมือนกัน พวกยอดฝีมือที่ต้องการจะแข็งแกร่งขึ้นก็คงจะเอาแต่ไปทำลายประตูมิติระดับ 1 ซ้ำๆ ไปแล้ว แต่พวกเขากลับไม่ทำเช่นนั้น

"แสดงว่ามีการจำกัดจำนวนในการได้รับตราประทับเทพจากการทำลายประตูมิติสินะคะ?"

"ฉลาดมาก" เจ้าหน้าที่เงยหน้ามองไป๋เนี่ยนพลางเอ่ยชม "ระดับของประตูมิติจะเป็นตัวกำหนดจำนวนครั้งที่สามารถรับตราประทับเทพได้ ยกเว้นประตูมิติภัยพิบัติระดับภูมิภาคและระดับพันธมิตร"

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง

เหตุผลที่ไป๋เนี่ยนสามารถผ่านประตูมิติระดับ 1 แล้วได้รับตราประทับเทพถึงสองตรา เป็นเพราะหนึ่งในนั้นคือระดับภูมิภาค มิเช่นนั้นในสภาวะปกติ ประตูมิติระดับ 1 จะมอบตราประทับเทพได้เพียงตราเดียวเท่านั้น

"เรียบร้อย ระดับนักล่าของคุณคือ ระดับบวกสอง" เจ้าหน้าที่ยื่นเข็มกลัดที่แสดงระดับของสมาคมนักล่าให้

"ขอบคุณค่ะ" ไป๋เนี่ยนรับเข็มกลัดมาแล้วเดินออกจากห้องไป

"รู้สึกอย่างไรบ้างที่เริ่มสตาร์ทด้วยการเป็นนักล่าระดับบวกหนึ่ง?" จางคุนที่รออยู่หน้าห้องถามยิ้มๆ "ย้อนกลับไปตอนนั้น ฉันต้องจมปลักอยู่ที่ระดับลบหนึ่งตั้งสองปีครึ่งแน่ะ"

"ก็ใครล่ะที่ไม่มีปัญญาทำลายรากถอนโคนประตูมิติระดับ 1 เสียที?" หลี่เชี่ยนแฉเขาอย่างไร้ความปราณี

"ก็มีแต่เธอนั่นแหละที่มีตราประทับเทพ ใช่ไหมเล่า!" จางคุนแยกเขี้ยวใส่เธอ "ฉันไม่ต่อปากต่อคำกับผู้หญิงหรอก"

"คือว่า... ตอนนี้ฉันอยู่ระดับบวกสองแล้วค่ะ" ไป๋เนี่ยนเอ่ยขัดเบาๆ

"หือ?" ทั้งสามคนหันขวับมามองเธอพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

พวกเขารู้ว่าไป๋เนี่ยนมีตราประทับเทพสองตรา แต่พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมทางสมาคมถึงประเมินให้เธออยู่ระดับสองทันที

"ดีเลย ประจวบเหมาะพอดี ช่วงนี้เราวางแผนจะไปท้าทายประตูมิติระดับสามกัน ไป๋เนี่ยนจะได้เข้าไปกับพวกเราได้ด้วย"

"เลิกโม้เถอะจางคุน ไปคิดก่อนดีกว่าว่าช่วงนี้จะหาตราประทับเทพมาได้ยังไง ไม่งั้นนายก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปหรอก"

"พูดมากน่า"

จางคุนและหลี่เชี่ยนปะทะคารมกันไปตลอดทางขณะที่ทั้งสี่คนเดินออกจากโถงสมาคมนักล่าพร้อมกัน

ในบรรดาทั้งสามคน นอกจากจางคุนแล้ว อีกสองคนต่างก็ได้ครอบครองตราประทับเทพระดับ 1 มาแล้ว มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ล้มเหลวซ้ำซาก

หากไม่มีตราประทับเทพ หนทางเดียวที่จะแข็งแกร่งขึ้นได้คือการใช้ แกนกลางภัยพิบัติ ในการเสริมพลังอาวุธ และเมื่อใดที่ใครคนหนึ่งก้าวเข้าสู่ประตูมิติระดับ 3 ประตูมิติระดับ 1 ก็จะถูกจำกัดและไม่สามารถเข้าได้อีกต่อไป

นี่คือเหตุผลที่หลี่เชี่ยนบอกว่าจางคุนจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว

ทั้งสี่แยกย้ายกันที่หน้าประตูสมาคมเพื่อกลับบ้านของตน

"ดูเหมือนว่าเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ในการรับตราประทับเทพ ฉันต้องก้าวไปอย่างมั่นคงและรอบคอบเสียแล้ว" ไป๋เนี่ยนถอนหายใจยาว

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจดูยอดเงินในบัญชีอีกครั้ง เพียงแค่สองวัน เธอหาเงินได้เกือบหนึ่งแสนบาท ซึ่งเดิมทีเธอตั้งใจจะนำเงินก้อนนี้ไปคืนให้แก่ตระกูลไป๋

ในเมื่อเธอถอนตัวออกมาแล้ว เธอไม่อยากติดค้างค่าเลี้ยงดูตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมา

ไป๋เนี่ยนเป็นคนที่แยกแยะบุญคุณความแค้นชัดเจน และจะไม่ยอมเป็นหนี้ใครเด็ดขาด

ทว่าตอนนี้ เธอเปลี่ยนใจแล้ว

องค์กรนักฆ่านั่นมีความเป็นไปได้สูงว่าจะรับงานมาจากตระกูลไป๋ ในเมื่อพวกเขาส่งคนมาหมายจะเอาชีวิตเธอ แล้วทำไมเธอต้องคืนเงินให้ด้วย? นั่นไม่โง่ไปหน่อยหรือ?

สู้เก็บเงินก้อนนี้ไว้ใช้เองไม่ดีกว่าหรืออย่างไร?

"พวกนั้นคงไม่กล้าลงมือในตัวเมืองหรอก แต่เพื่อความปลอดภัย ที่นี่คงจะเช่าอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว" ไป๋เนี่ยนครุ่นคิดขณะเดินมาถึงร้านอาหารใต้ตึก

เธอยังไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวัน จึงสั่งบะหมี่เนื้อมาหนึ่งชามและจัดการมันอย่างรวดเร็ว

เมื่อกลับถึงห้องเช่า ไป๋เนี่ยนอาบน้ำเย็นให้ร่างกายสดชื่น สลัดเสื้อผ้าทิ้งแล้วล้มตัวลงนอนหลับไปในทันที

จบบทที่ บทที่ 28 นักล่าระดับ 2

คัดลอกลิงก์แล้ว