- หน้าแรก
- โต้วหลัว ราชันมังกรเทพราชันโดยกำเนิด
- บทที่ 17 เผชิญหน้าฝูงหมาป่าทมิฬ สวีเสี่ยวเยี่ยนผู้ขี้ขลาด
บทที่ 17 เผชิญหน้าฝูงหมาป่าทมิฬ สวีเสี่ยวเยี่ยนผู้ขี้ขลาด
บทที่ 17 เผชิญหน้าฝูงหมาป่าทมิฬ สวีเสี่ยวเยี่ยนผู้ขี้ขลาด
บทที่ 17 เผชิญหน้าฝูงหมาป่าทมิฬ สวีเสี่ยวเยี่ยนผู้ขี้ขลาด
"แม่หนูน้อยคนนี้โชคร้ายเกินไปแล้ว ดันถูกส่งลงมากลางวงล้อมของฝูงหมาป่าพอดีเลย"
เมื่อมองไปยังภาพของสวีเสี่ยวเยี่ยนที่กำลังแอบซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ด้วยร่างกายที่สั่นเทา บรรดาเจ้าหน้าที่หลายคนต่างพากันหัวเราะออกมา ทว่าคณบดีแห่งสถาบันเซวียนคงกลับหัวเราะไม่ออก เขาคิดในใจว่าคนของหอวิญญาณพวกนี้เป็นอะไรกันไปหมด ทำไมถึงทำท่าทางสะใจบนความทุกข์ของผู้อื่นเช่นนี้ นั่นมันลูกสาวของผู้อำนวยการสวีเชียวนะ!
เนื่องจากมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้อำนวยการเฉิงจึงไม่อาจมีความสุขไปกับเจ้าหน้าที่เหล่านั้นได้ เขาทำได้เพียงบีบสันจมูกเบาๆ แล้วเบือนสายตาไปมองผู้อื่นแทน
กลุ่มของจิ่งเส้าอวี่และจูจื่อกวางเป็นกลุ่มที่ทำให้เขารู้สึกพึงพอใจมากที่สุด คนหนึ่งเป็นสายโจมตีหนัก อีกคนเป็นสายสนับสนุน การประสานงานของทั้งคู่ก็นับว่าเข้าข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยม
แต่จิ่งเส้าอวี่คนนี้ไม่ใช่ปรมาจารย์วิญญาณสายรักษาหรอกหรือ ทำไมวิญญาณยุทธ์ของเขาถึงมีความสามารถในการควบคุมด้วยล่ะ เถาวัลย์งั้นหรือ ดูเหมือนจะเป็นความสามารถของสายพืช รอก่อนนะ ทำไมเขาถึงยิงลูกไฟออกมาได้ด้วยล่ะ จิ่งเส้าอวี่คนนี้ใช่ปรมาจารย์วิญญาณสายรักษาจริงๆ หรือ ผู้อำนวยการเฉิงเริ่มรู้สึกว่าตนเองช่างโลกแคบนัก เขาไม่เคยพบเห็นสถานการณ์แบบจิ่งเส้าอวี่มาก่อนจริงๆ
ส่วนอีกสี่คนที่เหลือก็นับว่าก้าวหน้าไปได้สวย โดยแบ่งเป็นสองกลุ่มคือ อีอีกับหม่าจื้อหยวน และไป๋อวี่กับเหอเจี๋ย
รอก่อนนะ พอมองดูแบบนี้แล้ว สวีเสี่ยวเยี่ยนดูจะโชคร้ายจริงๆ นั่นแหละ คนอื่นเขาเกาะกลุ่มกันหมด แต่ทำไมนางถึงต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว แถมยังตกลงไปกลางฝูงหมาป่าอีก เรื่องนี้... ช่างน่าเป็นห่วงเสียจริง
ยามนี้ผู้อำนวยการเฉิงได้แต่หวังว่าจิ่งเส้าอวี่และจูจื่อกวางซึ่งอยู่ใกล้กับสวีเสี่ยวเยี่ยนที่สุดจะหาตัวนางจนเจอ มิฉะนั้นเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้จะต้องขวัญเสียจนกลายเป็นแผลในใจไปตลอดแน่!
ตัดกลับมาทางด้านของจิ่งเส้าอวี่ เขาและจูจื่อกวางรุดหน้ามาได้ประมาณหนึ่งถึงสองกิโลเมตรแล้ว นอกจากลิงลมประหลาดอายุสิบปีที่พบในตอนแรก ระหว่างทางพวกเขาก็เผชิญหน้ากับสัตว์วิญญาณอายุสิบปีอีกห้าถึงหกตัว ทว่าในช่วงห้าร้อยเมตรที่ผ่านมานี้ พวกเขากลับไม่พบสัตว์วิญญาณเลยแม้แต่ตัวเดียว ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
"โฮก"
เสียงหมาป่าคำรามดังขึ้นจากที่ไกลๆ ดึงดูดความสนใจของทั้งคู่ พวกเขาจึงหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที
"มีฝูงหมาป่าครับ!" จิ่งเส้าอวี่รีบกล่าวขึ้น
"ไปดูตรงนั้นกันเถอะ" จูจื่อกวางกล่าวพลางเริ่มเคลื่อนไหวทันที
"พี่อากวาง ระวังตัวด้วยนะครับ" เมื่อเห็นดังนั้น จิ่งเส้าอวี่จึงรีบตามไปพร้อมกับเอ่ยเตือน
"ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่เป็นไร" จูจื่อกวางมีท่าทีผ่อนคลายอย่างมาก เขาเอ่ยว่า "นี่คือแท่นเลื่อนระดับวิญญาณนะ ถ้าเจออันตรายจริงๆ แค่กดสัญญาณขอความช่วยเหลือแล้วออกไปก็สิ้นเรื่อง"
ในขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้น เขาได้ผลักพุ่มไม้ให้พ้นทาง ทว่าทันใดนั้น หมาป่าทมิฬตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้ามันแยกเขี้ยวคำราม และกลิ่นคาวเลือดจากปากของมันก็พ่นเข้าใส่ใบหน้าของจูจื่อกวางโดยตรง
จูจื่อกวางตกใจกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของหมาป่าทมิฬจนผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เคียวทองคำในมือของเขาฟาดฟันลงไปทันที คมมีดที่แหลมคมสับเข้าที่หัวของหมาป่าทมิฬจนเกิดเสียงกระดูกแตกดังกร๊อบ
"เอ๋ง" หมาป่าทมิฬร้องโหยหวนก่อนจะล้มฟุบลง
"พับผ่าสิ ทำเอาข้าตกใจแทบแย่" จูจื่อกวางตบหน้าอกตัวเองพลางทำท่าทางขวัญเสีย เขามองไปที่หมาป่าทมิฬที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นแล้วกัดฟันพูดว่า "เจ้ามันรนหาที่ตายชัดๆ"
ทว่าสิ้นเสียงของเขา หมาป่าทมิฬอายุสิบปีอีกสามตัวก็พุ่งพรวดออกมาจากพุ่มไม้ สองตัวกระโจนเข้าใส่จูจื่อกวาง ส่วนอีกตัวพุ่งเป้าไปที่จิ่งเส้าอวี่
หมาป่าทมิฬสองตัวที่จู่โจมจูจื่อกวางนั้น ตัวหนึ่งอ้าปากคาวเลือดหมายจะกัดเข้าที่ท่อนบน ส่วนอีกตัวกางกรงเล็บแหลมคมโจมตีส่วนล่าง ทั้งบนและล่างจู่โจมพร้อมกันจนสีหน้าของจูจื่อกวางเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เขาตวัดเคียวทองคำออกไปข้างหน้าโดยสัญชาตญาณพร้อมกับก้าวถอยหลัง
เคียวทองคำฟาดเข้าใส่หมาป่าทมิฬตัวบน คมมีดสับเข้าที่หัวของมันอย่างจัง ทว่าหมาป่าทมิฬตัวล่างกลับฝ่าการป้องกันของจูจื่อกวางเข้ามาได้ และฝังเขี้ยวลงบนต้นขาขวาของเขา
ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้าสู่สมองของจูจื่อกวางทันที ทำให้เขาเริ่มรู้สึกหวาดกลัว
เขารีบชักเคียวทองคำกลับมาและเหวี่ยงมันเข้าใส่หมาป่าที่กำลังกัดขาอยู่อย่างสุดแรง ทว่าหมาป่าทมิฬตัวนั้นว่องไวมาก เมื่อเคียวทองคำจู่โจมเข้ามา มันก็รีบปล่อยเขี้ยวแล้วกระโดดถอยหลังหนีอย่างรวดเร็ว จูจื่อกวางรั้งแรงกลับไม่ทัน จึงล้มคะมำไปตามทิศทางของเคียวและกลิ้งไปกับพื้น
"พี่ชาย ท่านเป็นอะไรไหมครับ" จิ่งเส้าอวี่จัดการกับหมาป่าทมิฬที่พุ่งเข้าหาตนเองเสร็จสิ้น ก็รีบเดินเข้าไปหาจูจื่อกวางแล้วพยุงเขาขึ้นมา
"ซี้ด" ต้นขาของจูจื่อกวางมีเลือดไหลโชก หมาป่าทมิฬทิ้งรอยเขี้ยวลึกเป็นวงกว้างเอาไว้ แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในแท่นเลื่อนระดับวิญญาณและอาการบาดเจ็บจะไม่ส่งผลต่อร่างกายจริง แต่นามธรรมความเจ็บปวดนั้นส่งผลต่อจิตใจโดยตรง
จิ่งเส้าอวี่รีบพยุงจูจื่อกวางถอยออกมา โดยมีหมาป่าทมิฬสองตัวติดตามมาอย่างกระชั้นชิด
"พี่ชาย ออมแรงไว้ก่อนครับ" จิ่งเส้าอวี่เอ่ยเตือน จากนั้นปีกต้นกำเนิดด้านหลังของเขาก็ขยับเบาๆ พาร่างของจูจื่อกวางลอยขึ้นไปยังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง
"เส้าอวี่ เจ้ายินได้ยังไงกัน" จูจื่อกวางลืมความเจ็บปวดที่ขาไปชั่วขณะพลางมองจิ่งเส้าอวี่ด้วยความตกตะลึง
"พี่ครับ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้" จิ่งเส้าอวี่ยิ้มขื่นพลางเอ่ย "เดี๋ยวข้าจะรักษาให้ครับ"
พูดจบ วงแหวนวิญญาณด้านหลังของจิ่งเส้าอวี่ก็ทอแสงสว่างไสว เขาเหยียดมือออกไปวางบนบาดแผลของจูจื่อกวาง แสงสีเขียวมรกตที่นุ่มนวลและอบอุ่นแผ่ออกมาจากมือของเขาและอาบลงบนแผลนั้น
จูจื่อกวางรู้สึกเพียงความคันยิบๆ ที่บาดแผล เมื่อเขามองดูใกล้ๆ ก็ต้องประหลาดใจที่พบว่าแผลเริ่มตกสะเก็ดและสมานตัวเข้าหากัน
เพียงไม่ถึงสามวินาที บาดแผลบนขาของจูจื่อกวางก็หายสนิท ภาพเหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ทำให้จูจื่อกวางอึ้งจนพูดไม่ออก แต่ยังทำให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านนอกถึงกับช็อกไปตามๆ กัน
"นี่ นี่ นี่มัน..." จูจื่อกวางอึกอักพลางชี้ไปที่ต้นขาของตนเองอย่างไม่เชื่อสายตา ผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงเอ่ยว่า "เส้าอวี่ เจ้าทำให้ข้าเปิดหูเปิดตาจริงๆ"
"เอาเถอะครับพี่ เรามาสนใจสถานการณ์ตอนนี้กันก่อนดีกว่า" จิ่งเส้าอวี่ยิ้มบางๆ พลางเอ่ย
หมาป่าทมิฬสองตัวยังคงเดินวนเวียนอยู่ใต้ต้นไม้ที่พวกเขาอาศัยอยู่
และในพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกลนัก ฝูงหมาป่าทมิฬก็กำลังทยอยเดินตรงมาหาพวกเขาอย่างต่อเนื่อง เมื่อลองนับดูคร่าวๆ แล้ว มีจำนวนไม่น้อยกว่ายี่สิบตัวเลยทีเดียว
"พี่ครับ" จิ่งเส้าอวี่เผยรอยยิ้มขื่นแล้วเอ่ย "พี่อากวาง ครั้งนี้พวกเราเจอเรื่องยุ่งยากของจริงเข้าให้แล้วล่ะ"
จูจื่อกวางมองดูหมาป่าทมิฬกว่ายี่สิบตัวที่รวมฝูงกันอยู่ใต้ต้นไม้แล้วก็ได้แต่ลอบกลืนน้ำลาย พลางพึมพำว่า "สวรรค์ พวกเราหลงเข้ามาในรังหมาป่าหรือยังไงกัน"
ฝูงหมาป่าค่อยๆ ปิดล้อมต้นไม้ใหญ่ที่ทั้งสองอยู่ หมาป่าทมิฬบางตัวเริ่มพยายามจะกระโดดจู่โจมพวกเขาบนต้นไม้ แต่เนื่องจากตำแหน่งที่สูงเกินไป พวกมันจึงเข้าไม่ถึง สุดท้ายพวกมันจึงเริ่มใช้วิธีพุ่งชนลำต้นไม้ใหญ่แทน
เจตนาของพวกหมาป่าทมิฬนั้นชัดเจนมาก พวกมันต้องการจะโค่นต้นไม้นี้ลง และพวกมันก็มีความสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้จริงๆ ต้นไม้ใหญ่ที่มีความหนาถึงห้าสิบถึงหกสิบเซนติเมตรเริ่มสั่นคลอนจากการพุ่งชนซ้ำแล้วซ้ำเล่าของฝูงหมาป่า
จิ่งเส้าอวี่ไม่ได้นิ่งเฉย เขาแนบฝ่ามือลงบนลำต้นของต้นไม้ใหญ่อย่างแน่นหนา จากนั้นเพียงชั่วความคิด พลังงานสีเขียวพิเศษก็ถูกปล่อยออกมาจากมือของเขาและซึมลึกเข้าไปในเนื้อไม้
พลังงานพิเศษที่ได้รับกะทันหันทำให้ต้นไม้ใหญ่นี้ระเบิดพลังแห่งชีวิตที่แข็งแกร่งออกมาทันที ลำต้นของมันกลายเป็นหนาแน่นมั่นคง และกิ่งก้านก็งอกเถาวัลย์ที่เรียวยาวออกมา ภายใต้การควบคุมของจิ่งเส้าอวี่ พวกมันเริ่มฟาดฟันเข้าใส่ฝูงหมาป่าที่อยู่ใต้ต้นไม้
เถาวัลย์นับร้อยนับพันเส้นฟาดกระหน่ำลงมาพร้อมกัน ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้จูจื่อกวางถึงกับอ้าปากค้าง
ฝูงหมาป่าทมิฬถูกเถาวัลย์เหล่านั้นเฆี่ยนตีอย่างหนัก ในตอนแรกมีหมาป่าบางตัวพยายามขัดขืนด้วยการใช้กรงเล็บและเขี้ยวฉีกกระชากเถาวัลย์ทิ้งไปบ้าง ทว่าตัวพวกมันเองก็บาดเจ็บสาหัสและร้องโหยหวนจากการถูกฟาด ในที่สุดจึงไม่มีหมาป่าทมิฬตัวไหนกล้าตอบโต้อีก พวกมันต่างพากันวิ่งหนีไปอย่างชุลมุน
ไม่ถึงสิบนาที ฝูงหมาป่าทมิฬที่เคยล้อมรอบต้นไม้ไว้ก็หนีกระเจิงไปหมด ทิ้งไว้เพียงความวุ่นวายเบื้องล่าง
"เส้าอวี่ ข้านับถือเจ้าจริงๆ" จูจื่อกวางยกนิ้วโป้งให้ด้วยความชื่นชม ในตอนแรกความชื่นชมที่เขามีต่อจิ่งเส้าอวี่นั้นเกิดจากการอิจฉาในพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดเพียงอย่างเดียว แต่ตอนนี้เขารู้สึกยอมรับนับถือจากใจจริงแล้ว
"หึหึ" ใบหน้าของจิ่งเส้าอวี่ซีดขาวไปเล็กน้อย การควบคุมต้นไม้ใหญ่เมื่อสักครู่สิ้นเปลืองพลังงานของเขาไปมากทีเดียว เขาเอ่ยว่า "พวกเราเรีบไปจากที่นี่กันเถอะ บางทีหมาป่าพวกนั้นอาจจะกลับมาอีกก็ได้"
"ใช่ๆๆ รีบไปกันเถอะ" จูจื่อกวางเห็นด้วยทันที
ทั้งสองกระโดดลงมาจากต้นไม้
"พี่เส้าอวี่"
ในตอนนั้นเอง สวีเสี่ยวเยี่ยนที่หลบซ่อนอยู่ในพุ่มไม้โดยไม่กล้าส่งเสียงใดๆ ก็ปรากฏตัวออกมาในที่สุด นางวิ่งพรวดออกมาจากพุ่มไม้ ใบหน้าเล็กๆ นั้นมีทั้งรอยน้ำตาและรอยยิ้มปนเปกันไปขณะวิ่งตรงมาหาจิ่งเส้าอวี่ นางแอบซ่อนตัวอยู่และได้เห็นการกระทำอันน่าทึ่งของจิ่งเส้าอวี่ทั้งหมดเมื่อครู่นี้แล้ว
ในวินาทีนี้ ความเชื่อมั่นและความชื่นชมที่เด็กหญิงตัวน้อยมีต่อจิ่งเส้าอวี่พุ่งขึ้นไปถึงจุดสูงสุด
"เสี่ยวเยี่ยน" จิ่งเส้าอวี่ประหลาดใจมาก เขาไม่คิดว่าสวีเสี่ยวเยี่ยนจะอยู่แถวนี้ และดูเหมือนนางจะแอบซ่อนอยู่ที่นี่มานานแล้วด้วย
สวีเสี่ยวเยี่ยนพุ่งเข้ากอดจิ่งเส้าอวี่โดยตรง นางซุกหน้าลงกับอกของเขาแล้วสะอื้นเบาๆ "พี่เส้าอวี่ หนูหนูกลัวมากเลย"
"ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่แล้ว" จิ่งเส้าอวี่กอดสวีเสี่ยวเยี่ยนไว้แล้วลูบหลังนางเบาๆ เพื่อปลอบประโลม
ไม่นานนัก สวีเสี่ยวเยี่ยนก็สงบลงด้วยการปลอบของจิ่งเส้าอวี่ ดวงตาของเด็กหญิงตัวน้อยแดงก่ำดูน่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง นางกอดแขนของจิ่งเส้าอวี่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
"ไปกันเถอะ" จูจื่อกวางที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น
ทั้งสามคนเดินหน้าต่อไปอย่างระมัดระวัง เพราะเกรงว่าจะเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าทมิฬอีก ทว่าสิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวที่สุดก็เกิดขึ้นจริง
ฝูงหมาป่าทมิฬที่หนีไปก่อนหน้านี้ได้ย้อนกลับมา และบังเอิญมาเจอกับพวกเขาอีกครั้ง ครั้งนี้หมาป่าทมิฬไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว พวกมันรีบกระจายตัวล้อมทั้งสามคนไว้เป็นวงกลมทันที
"เด็กสามคนนี้โชคร้ายเกินไปแล้ว"
"นั่นสิ ดันมาเจอหมาป่าฝูงเดิมอีกรอบ ข้าเกรงว่าการต่อสู้ครั้งนี้คงจบไม่สวยแน่"
"ข้าว่ารอดนี่ยากเลยนะ"
เจ้าหน้าที่ด้านนอกวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นาๆ ส่วนคณบดีเฉิงเองก็ลอบปาดเหงื่อแทนจิ่งเส้าอวี่และพรรคพวกเช่นกัน
ภายในแท่นเลื่อนระดับวิญญาณ จิ่งเส้าอวี่และอีกสองคนยืนหันหลังชนกัน สายตาที่เคร่งขรึมจ้องมองไปยังฝูงหมาป่าทมิฬที่รายล้อมอยู่ เมื่อลองนับดูแล้วก็พบสิ่งที่ทำให้เบาใจได้บ้าง นั่นคือหมาป่าในฝูงนี้เหลืออยู่เพียงสิบสองตัว และทั้งหมดเป็นสัตว์วิญญาณอายุสิบปี นี่ถือเป็นข่าวดี
"โฮก"
หมาป่าทมิฬตัวหนึ่งส่งสัญญาณโจมตี หมาป่าทมิฬทั้งสิบสองตัวพุ่งเข้าหาและหมายจะรุมกัดพวกเขาทั้งสามพร้อมกัน
"เสี่ยวเยี่ยน พี่อากวาง รุมโจมตีหมาป่าจ่าฝูงก่อนเลยครับ" จิ่งเส้าอวี่ตัดสินใจในทันทีและตะโกนสั่งเสียงดัง
"จัดไป" จูจื่อกวางควงเคียวทองคำ สายตาจดจ้องไปที่หมาป่าทมิฬตัวที่ส่งเสียงคำรามเมื่อครู่
"ค่ะ" สวีเสี่ยวเยี่ยนให้กำลังใจตัวเอง นางกำคฑาน้ำแข็งวงล้อดวงดาวไว้แน่น ประกายแสงจางๆ วูบไหวในดวงตากลมโต
วงล้อน้าแข็งพุ่งออกไปทันทีที่สวีเสี่ยวเยี่ยนตวัดคฑา นี่คือทักษะวิญญาณแรกของนาง วงล้อน้าแข็ง ซึ่งสามารถสร้างสถานะแช่แข็งเพื่อควบคุมเป้าหมายได้ชั่วขณะ แม้เวลาในการควบคุมจะสั้นกว่าหนึ่งวินาทีก็ตาม
ท่วงท่าของสวีเสี่ยวเยี่ยนนั้นแม่นยำมาก ในฐานะปรมาจารย์วิญญาณสายควบคุมอันดับหนึ่งของทวีปในอนาคต พรสวรรค์ของนางย่อมไม่ถูกบดบังด้วยนิสัยส่วนตัว เพียงแค่นางเริ่มโจมตี นางก็สามารถควบคุมหมาป่าจ่าฝูงได้ทันที
และเมื่ออาศัยจังหวะเพียงชั่วพริบตาที่หมาป่าจ่าฝูงถูกควบคุม จูจื่อกวางก็ก้าวพรวดเข้าไปเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวมัน เคียวทองคำในมือระเบิดแสงสีทองเจิดจ้า คมมีดฟาดฟันเข้าที่คอของหมาป่าจ่าฝูงโดยตรง
"ฉับ"
หัวหมาป่าที่ยังสดๆ ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน