- หน้าแรก
- เมื่อผมกลายเป็นจุดสูงสุดของวายร้าย
- บทที่ 10 เงินห้าร้อยหยวนซื้อคำกล่าวเพียงประโยคเดียว
บทที่ 10 เงินห้าร้อยหยวนซื้อคำกล่าวเพียงประโยคเดียว
บทที่ 10 เงินห้าร้อยหยวนซื้อคำกล่าวเพียงประโยคเดียว
บทที่ 10 เงินห้าร้อยหยวนซื้อคำกล่าวเพียงประโยคเดียว
"เสี่ยวนาน"
ถังอ้ายจวินคว้ามือถังเสี่ยวนานไว้ด้วยความร้อนรน เมื่อเห็นใบหน้าขาวเนียนสลักเสลาของน้องสาวบวมเป่ง เขาก็ถลึงตาใส่ฮั่วจินจือด้วยความโกรธแค้น ฝังใจเชื่อไปแล้วว่าเจ้าดาวไม้กวาดผู้นี้คือต้นเหตุ
ทุกครั้งที่เสี่ยวนานอยู่กับเจ้าดาวไม้กวาดคนนี้ มักจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเสมอ ไม่ถ้าเดินชนนั่นนี่ก็ต้องได้รับบาดเจ็บ ทั้งที่เสี่ยวนานเคยบอกว่าเกลียดฮั่วจินจือ แต่เธอกลับชอบไปคลุกคลีกับเจ้าดาวไม่กวาดนี่อยู่เรื่อย ซึ่งนั่นทำให้เขาหัวเสียอย่างมาก
"ฮั่วจินจือ แกพอใจหรือยัง"
ถังอ้ายจวินทำท่าทางเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อ หมัดของเขากำแน่น เขาอายุน้อยกว่าฮั่วจินจือหนึ่งปี แต่ร่างกายกลับสูงใหญ่และกำยำกว่าครึ่งศีรษะ ฮั่วจินจือผู้ที่จะกลายเป็นบิ๊กบอสในอนาคต ในยามนี้เป็นเพียงเด็กชายร่างกายซูบผอมและบอบบางราวกับไม้ซีก
ทว่า รัศมีอำนาจของเขากลับกล้าแข็งกว่าถังอ้ายจวินที่กำลังแยกเขี้ยวขู่ฟ่อเสียอีก เขายืนนิ่งเฉย มองถังอ้ายจวินด้วยสายตาเย็นชา ราวกับผู้ใหญ่ที่มองดูเด็กดื้อรั้นที่ไม่รู้จักความ
ฮั่วจินจือรู้สึกอึดอัดใจอย่างยิ่ง เขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเจ้าหมีซุ่มซ่ามสามตัวนี้เลย เขาไม่มีเวลาว่างพอ และไม่อยากล่วงเกินตระกูลถังด้วย
ตระกูลถังคือผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นของหน่วยผลิตโม่พานซาน แม้แต่หัวหน้าหน่วยผลิตยังต้องเกรงใจพวกเขา แม้ว่าตระกูลถังจะไม่ได้ทำตามข้อตกลงเรื่องเงินห้าร้อยหยวนอย่างครบถ้วน แต่ในสายตาคนนอก เขากับแม่ต่างก็อยู่ภายใต้การคุ้มครองของตระกูลถัง ท้ายที่สุดแล้วเขาจึงต้องไว้หน้าและไม่กล้าก่อเรื่องให้บานปลาย
เหตุผลที่พ่อของเขาเข้าหาตระกูลถัง ก็เพื่อขอยืมบารมีของครอบครัวนี้ พ่อของเขาคำนวณสถานการณ์ปัจจุบันไว้ล่วงหน้าแล้ว เงินห้าร้อยหยวนไม่สามารถคุ้มครองได้ชั่วชีวิต แต่สิ่งที่เขากับพ่อต้องการคือคำกล่าวเพียงประโยคเดียวจากตระกูลถังเท่านั้น
หลังจากได้รับเงินห้าร้อยหยวน ผู้เฒ่าถังไป่ซานก็ประกาศต่อสาธารณชนว่าเขากับแม่เป็นญาติห่างๆ ของตระกูลถัง และขอให้ชาวบ้านช่วยกันดูแลพวกเขาทั้งสองให้มากขึ้น
เพราะคำกล่าวประโยคนี้เองที่ทำให้เขากับแม่มีที่พักอาศัยในหน่วยผลิตโม่พานซาน หัวหน้าหน่วยถึงกับอนุญาตให้เขากับแม่ทำงาน แม้แต้มสะสมงานจะไม่มากนัก แต่มันก็พอเพียงที่จะประทังชีวิตให้ผ่านพ้นไปได้
หากเทียบกับความวุ่นวายภายนอกแล้ว โม่พานซานแห่งนี้ก็นับได้ว่าเป็นดั่งสรวงสวรรค์
ฮั่วจินจือพึงพอใจกับสถานการณ์ปัจจุบันมาก และเขายังรู้สึกขอบคุณตระกูลถังอยู่บ้าง แต่ความกตัญญูเพียงน้อยนิดนี้กำลังค่อยๆ จางหายไป ไม่แน่ว่าวันหนึ่งมันอาจจะมอดไหม้ไปจนหมดสิ้น
แต่ด้วยเห็นแก่คำกล่าวประโยคนั้น ตราบใดที่ตระกูลถังไม่หาเรื่องใส่ตัวจนเกินงาม ในอนาคตเขาจะต้องตอบแทนพวกเขาอย่างแน่นอน
ฮั่วจินจือเป็นคนแยกแยะบุญคุณความแค้นได้อย่างชัดเจน ใครมีพระคุณเขาต้องทดแทน ใครมีหนี้แค้นเขาต้องชำระคืนเป็นสองเท่า
ส่วนที่โม่พานซานแห่งนี้ เขาจะไม่อยู่ที่นี่นานแน่ ไม่ช้าก็เร็วเขาจะต้องก้าวออกไปจากที่นี่ให้ได้
ทว่าในตอนนี้ ตัวปัญหาเจ้าเนื้อที่อยู่ตรงหน้ากลับทำให้ฮั่วจินจือรู้สึกห่อเหี่ยวใจ
เขาไม่อยาก... เข้าไปพัวพันกับพวกเด็กน้อยที่ซื่อบื้อและไร้เดียงสาพวกนี้เลยจริงๆ
"พี่สาม มันไม่เกี่ยวกับพี่ฮั่วหรอก ฉันตบตัวเองต่างหาก"
ถังเสี่ยวนานออกแรงดึงถังอ้ายจวินที่กำลังเดือดดาล ใบหน้าของเธอแดงก่ำจนแทบจะระเบิด เธอจะปล่อยให้พี่สามจอมบื้อคนนี้ไปสู้กับฮั่วจินจืออีกไม่ได้เด็ดขาด
ฮั่วจินจือมองช่องว่างในปากของถังเสี่ยวนานอย่างสงบ ฟันของยัยเด็กแสบคนนี้หลุดออกมาในลักษณะที่แปลกประหลาดกว่าคนอื่น ฟันซี่ใหญ่สี่ซี่หลุดออกไปอย่างเป็นระเบียบ มิน่าเล่าเธอถึงได้พูดจาฟังดูอู้อี้เหมือนคนลิ้นคับปาก
"ได้ยินหรือยัง ฉันไม่ได้สั่งให้ถังเสี่ยวนานตบตัวเองเสียหน่อย"
"ใช่แล้ว ฉันตบของฉันเอง"
ถังเสี่ยวนานพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น แต่ถังอ้ายจวินเป็นเหมือนสิงโตตัวน้อยที่ไม่ยอมฟังเหตุผลใดๆ เขาเชื่อเพียงสิ่งที่ตาเห็นเท่านั้น
ใบหน้าของน้องสาวสุดที่รักบวมเป่ง และมันต้องเกี่ยวข้องกับเจ้าดาวไม่กวาดฮั่วจินจือคนนี้แน่ เขาต้องแก้แค้นให้น้องสาวให้ได้
"เสี่ยวนานขอโทษแกแล้ว ทำไมแกถึงไม่พูดอะไรเลยล่ะ ไม่อย่างนั้นเสี่ยวนานจะตบหน้าตัวเองทำไม ทั้งหมดมันเป็นเพราะแกที่ทำร้ายเสี่ยวนาน ฉันจะฆ่าแก"
หากแขนของเขาไม่ถูกถังเสี่ยวนานรั้งไว้ ถังอ้ายจวินคงพุ่งเข้าไปทุบตีเขาไปแล้ว เขาไม่กล้าสะบัดมือน้องสาวทิ้ง จึงได้แต่สบถด่าอย่างโกรธจัด "ถังเสี่ยวนาน เธอโง่หรือเปล่า ฉันกำลังแก้แค้นให้เธอนะ ปล่อยมือเดี๋ยวนี้"
วันนี้ดูเหมือนน้องสาวของเขาจะทำตัวแปลกไปเสียทุกอย่าง เมื่อก่อนไม่ว่าเขาจะทะเลาะกับฮั่วจินจือเมื่อไหร่ ถังเสี่ยวนานจะมีความสุขยิ่งกว่าได้ดูหนังกลางแปลงเสียอีก เธอจะคอยตบมือและส่งเสียงเชียร์อยู่ข้างสนาม บางครั้งตอนที่เขาไม่อยากจะสู้ ถังเสี่ยวนานยังเป็นคนยุยงให้เขาลงมือด้วยซ้ำ