- หน้าแรก
- กายบรรลุเซียน
- ตอนที่ 16 โหลวเกาผู้ตื่นเต้น
ตอนที่ 16 โหลวเกาผู้ตื่นเต้น
ตอนที่ 16 โหลวเกาผู้ตื่นเต้น
ตอนที่ 16 โหลวเกาผู้ตื่นเต้น
“เจ้าบรรลุระดับ 30 แล้วจริงๆ หรือ? แถมยังอายุแค่สิบเอ็ดปีเนี่ยนะ?” ซืออวี่เอ่ยถามอย่างไม่ยินยอมหลังจากที่ซือหลงเดินจากไปแล้ว
“จริงแท้แน่นอน ข้าบอกเจ้าตั้งนานแล้วว่าข้าคือนามอัจฉริยะ เจ้าเองที่ไม่เชื่อข้า” ซูเทียนยักไหล่อย่างจนใจ
ซืออวี่อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแผดร้องออกมาอีกครั้ง “พระเจ้าช่างไม่ยุติธรรมเลย! ข้าอายุมากกว่าเจ้าปีหนึ่ง แต่ข้าเพิ่งจะระดับ 25 เองนะ ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ!”
“เอาล่ะๆ เลิกเล่นแล้วคุยธุระกันเถอะ ข้ามาเพื่อบอกลา ข้ากำลังจะไปจากที่นี่แล้ว” ซูเทียนเลิกแหย่ซืออวี่และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เจ้าจะไปแล้วหรือ? ทำไมเร็วนักล่ะ? จะไปท่องยุทธภพที่อื่นต่ออีกรึ?” ซืออวี่ดึงสติกลับมาแล้วรีบถามทันควัน
“อืม ใช่แล้ว ข้าจะไปที่อื่นต่อ มันไม่เร็วหรอก ข้าอยู่ที่นี่มาพักใหญ่แล้ว” ซูเทียนตอบ จากนั้นเขาก็หยิบปืนอินทรีทะเลทรายและกระสุนสิบนัดส่งให้ซืออวี่
“จำอาวุธที่ข้าเคยพูดถึงคราวก่อนได้ไหม? มันเสร็จสมบูรณ์แล้ว ข้ามอบกระบอกนี้ให้เจ้า”
“อ้อ ใช่ ข้าจำได้ ที่เจ้าสร้างมันขึ้นมาด้วยหินอัคคีน่ะเหรอ?” ซืออวี่รับปืนอินทรีทะเลทรายและกระสุนไป โดยไม่ได้ให้ความสนใจกับมันมากนัก
หลังจากนั้น ซูเทียนคุยกับซืออวี่ต่ออีกครู่หนึ่ง สอนวิธีใช้งานเบื้องต้นให้เขา แล้วจึงจากไป เขาหาที่จ้างรถม้าและมุ่งหน้าตรงไปยังเมืองห้วงสมุทร...
“ซูเทียนไปแล้วรึ?”
ในห้องของซือหลง เขานั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ตัวกลางและเอ่ยถามซืออวี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ครับ เขาไปแล้ว” ซืออวี่ตอบ พลางลูบคลำปืนอินทรีทะเลทรายที่ซูเทียนทิ้งไว้ให้
“ซูเทียนผู้นี้... บรรลุระดับ 30 ในวัยสิบเอ็ดปี ยิ่งไปกว่านั้น พ่อสัมผัสได้จากความผันผวนของพลังวิญญาณของเขาว่ารากฐานเขามั่นคงอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าเขาหยุดอยู่ที่ระดับ 30 มานานพอสมควร หากไม่มีอะไรผิดพลาด ในอนาคตเขาจะต้องบ่มเพาะจนกลายเป็นราชทินนามพรหมยุทธ์ได้อย่างแน่นอน!” ซือหลงทั้งประหลาดใจและชื่นชมอย่างปิดไม่มิด ตัวเขาเองอายุปานนี้แล้วยังเป็นเพียงมหาปราชญ์วิญญาณ ยังไม่รู้เลยว่าชั่วชีวิตนี้จะไปถึงระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ได้หรือไม่
“ข้าว่านะท่านพ่อ ท่านช่วยเลิกพูดจาบั่นทอนกำลังใจข้าทีได้ไหม?” ซืออวี่มองซือหลงด้วยสีหน้าพูดไม่ออก
“ดูเจ้าสิ เมื่อก่อนพ่อบอกให้ตั้งใจฝึกก็ไม่ฟัง พอตอนนี้เห็นช่องว่างระหว่างตัวเองกับคนอื่นแล้วถึงมาบ่นท้อใจ? แล้วไอ้ท่าทางโอ้อวดเมื่อก่อนมันหายไปไหนเสียล่ะ?” ปรมาจารย์ซือหลงกล่าวตำหนิลูกชายอย่างเสียดาย
ซืออวี่ทำปากยื่นแต่ไม่กล้าส่งเสียงเถียง
“ในอนาคตเจ้าควรจะคบค้าสมาคมกับซูเทียนให้มาก มันจะส่งผลดีต่อเจ้าเอง”
“แล้วเจ้าได้ถามเบื้องหลังของซูเทียนบ้างไหม? พรสวรรค์ระดับนี้ ที่มาที่ไปย่อมไม่ธรรมดาแน่”
ซือหลงยังคงซักไซ้ซืออวี่ต่อ
“ไม่รู้สิ ความสัมพันธ์ของพวกเราบริสุทธิ์ดั่งน้ำใสใจจริง ข้าจะไปถามเรื่องพวกนั้นทำไม?” ซืออวี่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนั้นและตอบไปตรงๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของซืออวี่ ใบหน้าของซือหลงก็ปรากฏแววตาประมาณว่า ‘เจ้านี่วอนหาเรื่องเจ็บตัวเสียแล้ว’ ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นปืนอินทรีทะเลทรายในมือซืออวี่ รูปทรงของมันแปลกประหลาดและดูประณีตยิ่งนัก ในฐานะปรมาจารย์ช่างตีเหล็ก เขาข่อมมีความอยากรู้อยากเห็นในสิ่งประดิษฐ์เช่นนี้เป็นธรรมดา จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
“นั่นเจ้ากำลังเล่นอะไรอยู่น่ะ? พ่อไม่เคยเห็นของหน้าตาแบบนี้มาก่อนเลย”
“นี่เหรอครับ? มันคืออาวุธที่ซูเทียนให้ข้าก่อนไป เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง แถมยังใช้หินอัคคีด้วย ถึงข้าจะยังดูไม่ออกว่าเขาใช้มันตรงไหนก็เถอะ” ซืออวี่ชูปืนอินทรีทะเลทรายในมือขึ้น
“อาวุธรูปแบบใหม่รึ? แถมยังใช้หินอัคคีด้วย? แปลกประหลาดจริงๆ”
“เจ้าใช้มันเป็นใช่ไหม? มาเถอะ ออกไปข้างนอกกัน พ่ออยากเห็นอานุภาพของมันหน่อย”
ซือหลงเริ่มเกิดความสนใจ เขาเขารู้ดีว่าอาจารย์ของเขา โหลวเกา นั้นชื่นชอบของเล่นแปลกใหม่พวกนี้มาก
ซืออวี่เองก็อยากรู้อยากเห็นในพลังของปืนอินทรีทะเลทรายกระบอกนี้เช่นกัน แต่เมื่อครู่เขารีบร้อนมาหาพ่อจึงยังไม่ได้ทดสอบ เมื่อได้ยินพ่อพูดเช่นนั้น เขาจึงรีบลุกขึ้นและเดินตามออกไป
ทั้งสองมาถึงที่ลานด้านหลัง ซืออวี่ทำตามวิธีที่ซูเทียนสอน เขาบรรจุกระสุนเข้าในซองกระสุนและขึ้นลำ จากนั้นก็เล็งไปที่ต้นไม้ขนาดเท่าโคนขาที่อยู่ไม่ไกล แล้วเหนี่ยวไกปืน
ปัง!
สิ้นเสียงนั้น มีเพียงประกายไฟแลบออกมาจากปลายกระบอกปืนอินทรีทะเลทราย และเห็นต้นไม้สั่นไหวเล็กน้อย
ทั้งสองเดินเข้าไปตรวจสอบที่ต้นไม้ พวกเขาเห็นรูเล็กๆ ขนาดประมาณนิ้วมือเจาะทะลุต้นไม้ เมื่อมองไปที่ด้านหลังต้นไม้ หัวกระสุนก็ฝังเข้าไปในกำแพงที่อยู่ถัดไปเรียบร้อยแล้ว
“เป็นไปได้อย่างไร? อานุภาพของอาวุธชิ้นนี้มันช่างรุนแรงเหลือเกิน!”
“นี่คือสิ่งที่อาวุธซึ่งทำจากหินอัคคีสามารถทำได้จริงๆ หรือ?”
ซืออวี่พูดพลางมองปืนในมือและรูที่ต้นไม้ด้วยความเหลือเชื่อ ก่อนที่เขาจะได้คิดอะไรต่อ เขาก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงตื่นเต้นของพ่อ
“เมื่อครู่เจ้าได้ใช้พลังวิญญาณหรือเปล่า? บอกพ่อเร็วเข้า เจ้าได้ใช้พลังวิญญาณไหม?”
“หา? เปล่าครับ... ข้าไม่ได้ใช้พลังวิญญาณเลย” ซืออวี่ตั้งตัวไม่ติด เขาอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบตอบกลับ
“ไม่ได้ใช้พลังวิญญาณ เขาไม่ได้ใช้พลังวิญญาณจริงๆ ด้วย!” ซือหลงพึมพำกับตัวเองซ้ำๆ ดวงตาของเขาเป็นประกายเจิดจ้า เขาพุ่งเข้าไปคว้าตัวซืออวี่แล้วเริ่มวิ่งออกไปข้างนอกทันที
ซืออวี่มึนงงไปหมดกับการที่จู่ๆ พ่อก็ระเบิดอารมณ์ออกมา เขาได้แต่ทำหน้า ‘ข้าคือใคร? ข้าอยู่ที่ไหน?’
ซือหลงพาซืออวี่ตรงไปยังสำนักงานใหญ่ของสมาคมช่างตีเหล็ก ท่ามกลางสายตาของทุกคน พวกเขามุ่งหน้าไปยังชั้นสูงสุด คือชั้นห้า และหยุดลงที่หน้าประตูโลหะผสมที่กั้นระหว่างชั้นสี่และชั้นห้า ซือหลงยอมปล่อยมือจากซืออวี่ เดินไปที่ประตูแล้วเคาะลงไปสามสิบหกครั้งด้วยแรงกดและตำแหน่งที่แตกต่างกัน เมื่อประตูโลหะค่อยๆ เปิดออก เขาจึงหันไปบอกซืออวี่ “ตามพ่อเข้ามา!”
นี่เป็นครั้งแรกของซืออวี่ที่ได้ขึ้นมาบนชั้นห้าของสมาคม พ่อของเขาไม่เคยอนุญาตให้เขามาที่นี่เลย เมื่อก้าวเข้าไป เขาได้ยินเสียงค้อนตีกระทบจังหวะสม่ำเสมอ ซือหลงเดินนำหน้าไปแล้ว เขาจึงรีบตามไปติดๆ
พวกเขาผ่านห้องตีเหล็กหลายห้องจนมาหยุดที่ห้องในสุด ซือหลงยืนรออย่างนอบน้อมที่หน้าประตูและยกมือขึ้นเคาะประตูโลหะ
“ใครน่ะ?” เสียงที่ดูชราแต่ทรงพลังดังมาจากด้านใน
“ท่านอาจารย์ ข้าเองครับ ขออภัยที่มารบกวน คราวนี้ข้าได้ค้นพบอาวุธรูปแบบใหม่ที่พิเศษสุดๆ จึงรีบนำมาให้ท่านดูครับ” ซือหลงตอบกลับอย่างเคารพ
ไม่นานหลังจากเสียงนั้นจบลง ก็มีเสียงกลไกดังแกร๊กๆ ประตูโลหะขนาดใหญ่ค่อยๆ เปิดออก ชายชราคนหนึ่งที่ตัวไม่สูงนักแต่ร่างกายกำยำล่ำสันอย่างยิ่งยืนอยู่ด้านใน
“อาวุธรูปแบบใหม่รึ? ไหนล่ะ อยู่ที่ไหน?”
เมื่อได้ยินคำถามของอาจารย์ ซือหลงก็รีบดึงซืออวี่มาด้านหน้า ซืออวี่เริ่มเข้าใจสถานการณ์แล้ว เขาจึงหยิบปืนอินทรีทะเลทรายส่งให้ ซือหลงอธิบายเสริมจากด้านข้าง “ท่านอาจารย์ นี่คืออาวุธที่เพื่อนของเสี่ยวอวี่สร้างขึ้นมา อานุภาพของมันร้ายแรงมาก สามารถเจาะทะลุต้นไม้ขนาดเท่าโคนขาได้ง่ายๆ เลยครับ”
“ไอ้สิ่งนี้มันมีอานุภาพขนาดนั้นเชียวรึ? มาสิ เสี่ยวอวี่ เอาเจ้านี่มาลองยิงข้าดู ข้าอยากเห็นพลังของมันด้วยตัวเอง” โหลวเกามองดูครู่หนึ่งแล้วส่งปืนคืนให้ซืออวี่
“เอ่อ... เรื่องนี้” ซืออวี่ไม่กล้ายิงใส่ท่านปู่จารย์ของเขา เขาจึงหันไปมองซือหลงผู้เป็นพ่อ
ซือหลงรู้ความหมายทันทีและพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ยิงมาเลย ไม่ต้องกังวล ท่านปู่จารย์ของเจ้าเป็นถึงวิญญาณพรหมยุทธ์ อาวุธแค่นี้ทำอะไรท่านไม่ได้หรอก!”
ซืออวี่จึงเบาใจลง เขารีบขึ้นลำปืนทันที เมื่อเห็นว่าท่านปู่จารย์เตรียมพร้อมแล้ว เขาก็เหนี่ยวไก
ปัง!
โหลวเกาไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย แต่หลังจากได้ทดสอบอานุภาพด้วยตัวเองแล้ว ดวงตาของเขาก็ดูเหมือนจะเปล่งประกายออกมา เขาพูดอย่างตื่นเต้นว่า “ดี ดี ดีมาก! ใครก็ตามที่สร้างอาวุธนี้ขึ้นมาต้องเป็นอัจฉริยะแน่นอน ด้วยสิ่งนี้ พวกเราเหล่าช่างตีเหล็กอาจจะกู้ชื่อเสียงและเกียรติยศกลับคืนมาได้ในอนาคต!”
จากนั้นเขาก็คว้าปืนอินทรีทะเลทรายมาจากมือของซืออวี่ เตรียมที่จะรื้อถอนชิ้นส่วนเพื่อศึกษาวิจัยทันที
จบตอน