- หน้าแรก
- ผู้บำเพ็ญยุคสิ้นธรรม
- บทที่ 171 เลื่อนขั้นเป็นเจ้าเขา ฝังเข็มไอเย็นและไอร้อน
บทที่ 171 เลื่อนขั้นเป็นเจ้าเขา ฝังเข็มไอเย็นและไอร้อน
บทที่ 171 เลื่อนขั้นเป็นเจ้าเขา ฝังเข็มไอเย็นและไอร้อน
บทที่ 171 เลื่อนขั้นเป็นเจ้าเขา ฝังเข็มไอเย็นและไอร้อน
เมื่อเจ้าเขาเสวียนจีคำรามลั่น ลูกคิดทั้งเก้าลูกก็ก่อตัวเป็นค่ายกลขนาดใหญ่ และพ่นกระแสพลังที่น่ากลัวออกมาพร้อมกัน
ลูกคิดลูกแรกกลายเป็นดาบยักษ์ขนาดร้อยจั่ง ลูกที่สองกลายเป็นห่าฝนลูกศรเต็มท้องฟ้า และลูกที่สามถึงกับปรากฏเงาของขุนพลสวรรค์เกราะทองคำออกมา......
ส่วนอีกหกลูกที่เหลือก็ถักทอกันจนกลายเป็นตาข่ายฟ้าดิน และทำการปิดกั้นความว่างเปล่าโดยรอบไว้จนมิดชิด!
"เล่นลูกกลมงั้นเหรอ? แกจะเล่นเก่งกว่าข้าได้ยังไงกัน?"
จ้าวอู๋จีหัวเราะเบาๆ ดวงตามีแสงสีทองวาบขึ้น เขาประสานอินวิชาบังคับลูกกลม และทำการควบคุมลูกคิดเหล่านั้นกลับมาเป็นของตัวเองอย่างแรง
พริบตานั้น ลูกคิดทั้งเก้าลูกที่ก่อตัวเป็นค่ายกลต่างก็สั่นสะเทือนพร้อมกัน และหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ จนทำให้ค่ายกลปราบมารเกิดช่องโหว่ของการชะงักงันขึ้นมาทันที
"ชิ้ง!"
เขาใช้นิ้วกระบี่นำทาง กระบี่บินไอเย็นพลันปรากฏบัวน้ำแข็งผลิบานออกมาที่ปลายกระบี่ และจากนั้นมันก็เบ่งบานประดุจดอกไม้ที่กำลังแย้มกลีบ และกลายเป็นบัวน้ำแข็งขนาดใหญ่ยักษ์อย่างรวดเร็ว
"เพล้ง!"
ดาบยักษ์ร้อยจั่งที่พุ่งเข้ามาเป็นคนแรกพลันหยุดชะงักไปทันที และเริ่มจากคมดาบที่มีดอกไม้น้ำแข็งใสสะอาศพผลิออกมาด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า!
จากนั้นก็คือห่าฝนลูกศร ลูกศรทุกดอกต่างก็ถูกแช่แข็งกลายเป็นน้ำแข็งอยู่กลางอากาศ!
ที่น่าทึ่งที่สุดก็คือขุนพลสวรรค์เกราะทองคำคนนั้น ที่ยังคงอยู่ในท่าทางของการจามขวาน แต่กลับถูกแช่แข็งไปทั้งร่างจนกลายเป็นประติมาน้ำแข็งขนาดใหญ่ และเมื่อถูกปราณกระบี่พุ่งเข้าใส่ มันก็ระเบิดกระจายออกไปทันที!
บัวน้ำแข็งหมุนวนผ่านไป ลูกคิดทั้งเก้าลูกถูกแช่แข็งจนกลายเป็นก้อนน้ำแข็งไปทีละลูกๆ และไอเย็นที่ใสสะอาศก็ไหลพุ่งไปตามรอยสลักของค่ายกล และพริบตาเดียวมันก็ลามไปถึงธงค่ายกลในมือของเจ้าเขาเสวียนจี
"เป็นไปไม่ได้! แกเพิ่งจะมีตบะขั้นชักนำปราณระดับห้าเท่านั้นเองนะ......"
เจ้าเขาเสวียนจีรีบถอยหลังหนีด้วยความตกใจ แสงสีทองส่องสว่างขึ้นปกป้องร่างกายถึงเก้าชั้น แต่กลับเห็นว่าจ้าวอู๋จีเปลี่ยนกระบวนท่ากระบี่อย่างกะทันหัน
"กิ๊ง!"
บัวกระบี่พลันระเบิดออกเป็นน้ำแข็ง และทำลายเกราะป้องกันของเจ้าเขาเสวียนจีจนหมดสิ้น และกลายเป็นจุดแสงกระบี่ที่เย็นเยียบจุดหนึ่ง ชี้ไปที่ลำคอของเขาในระยะห่างเพียงแค่สามนิ้ว ไอเย็นที่พุ่งออกมาจากปลายกระบี่ได้กลั่นตัวเป็นวงแหวนน้ำแข็งรอบคอของเขาในทันที
เมื่อมองดูให้ดี จะเห็นว่าภายในวงแหวนน้ำแข็งนั้นมีเจตจำนงกระบี่ขนาดเล็กนับหมื่นชิ้นกำลังหมุนวนอยู่ ขอเพียงแค่เขาเรียกใช้มันเพียงเล็กน้อย ก็สามารถปลิดชีวิตคนคนนี้ได้ทันที!
พริบตานั้น ยอดเขาเสวียนจีทั้งเขาก็ตกอยู่ในความเงียบงัน แสงไอเย็นที่สะท้อนออกมาจากวงแหวนน้ำแข็ง ได้สะท้อนใบหน้าของเหล่าศิษย์ที่บินมาดูเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งแต่ละคนต่างก็มีหน้าตาที่ตกใจสุดขีด
จ้าวอู๋จีในชุดระดับลับสีม่วงพริ้วไหวรอบตัว และพลังอำนาจขั้นชักนำปราณระดับแปดที่แผ่ออกมานั้น ทำให้เหล่าศิษย์ที่สัมผัสได้ต่างพากันใจสั่นขวัญแขวนไปตามๆ กัน
หลี่ซืออวี่ที่เดินทางมาเห็นภาพอันทรงเกลียดนี้พอดิบพอดี ถึงกับหัวใจเต้นแรงและตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
"ชักนำปราณ... ระดับแปด?!"
"ศิษย์พี่จ้าว แค่ไปแดนลับมาทีเดียว กลับทำลายระดับตบะต่อเนื่องกันถึงสามระดับเลยอย่างงั้นเหรอ?!"
เหล่าศิษย์รวมถึงผู้อาวุโสและ ผู้ดูแลจัดการ ที่เดินทางมาถึง ต่างก็พากันตกตะลึงในระดับตบะและพลังการต่อสู้ที่น่าทึ่งของจ้าวอู๋จี
ลำพังแค่ชักนำปราณระดับแปดอาจจะไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ จ้าวอู๋จีคนนี้เมื่อมาถึงช่วงท้ายของขั้นชักนำปราณแล้ว กลับยังคงสามารถเอาชนะคนที่แข็งแกร่งกว่าได้ และสามารถเอาชนะเจ้าเขาเสวียนจีที่คุมค่ายกลและมีตบะระดับเก้าลงได้อย่างง่ายดาย
ช่างน่ากลัวจริงๆ!
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดอยู่นั้น ที่นอกถ้ำสวรรค์จู่ๆ ก็มีเสียงคำรามยาวแว่วมา
"ทุกท่านโปรดอย่าเพิ่งลงมือ! ท่านอาจารย์โปรดอย่าเพิ่งลงมือด้วย!!"
เหล่าศิษย์สำนักต่างพากันจ้องมองไปตามต้นเสียง และเห็นจี้โม่ไป๋ศิษย์คนแรกของเขาโดดเดี่ยวเหาะมาแต่ไกล โดยมีหลู่หย่งเหนียนและฉางหมิงซีที่มีท่าทางลนลานติดตามมาด้วย
"โม่ไป๋!"
โหวไป่ชางเจ้าเขาโดดเดี่ยวเห็นร่างของจี้โม่ไป๋ ความเย็นเยียบในดวงตาก็พลันสลายตัวลงไปทันที
"ท่านอาจารย์!"
จี้โม่ไป๋รีบบินเข้ามา และในมือชูลูกปัดบันทึกภาพขึ้นมาหนึ่งลูก
ในลูกปัดบันทึกภาพนั้น มีภาพเหตุการณ์ในแดนลับที่พวกผู้บำเพ็ญเพียรราชวงศ์กำลังเข่นฆ่าและควบคุมศิษย์ถ้ำสวรรค์หลินหลางได้อย่างชัดเจน และเสียงของเขาก็พูดออกมาเหมือนกับคนที่มีหลักฐานที่แน่นหนาว่า "ท่านอาจารย์! สิ่งที่เจ้าเขาฮวาและเจ้าเขาเอี๋ยนพูดนั้นเป็นเรื่องจริง พวกศิษย์หากไม่ได้ศิษย์พี่จ้าวช่วยชีวิตไว้ล่ะก็ ป่านนี้คงจะเจอเคราะห์ร้ายไปแล้ว!"
เขางดพูดไปครู่หนึ่ง และมีแววตาที่แน่วแน่ "เรื่องทั้งหมดนี้คือแผนการที่เจ้าถ้ำจงเป็นคนวางไว้ เจ้าถ้ำจงได้หักหลังถ้ำสวรรค์หลินหลางของพวกเราไปแล้ว!"
เหล่าศิษย์สำนักรอบๆ ได้ยินดังนั้นก็พากันฮือฮา สีหน้าเปลี่ยนไปทันที และความโกรธแค้นของมวลชนก็พวยพุ่งขึ้นมา
เหล่าศิษย์ทุกคน ต่อให้จะถูกสะกดด้วยคาถาควบคุมจิตใจก็ตาม แต่คาถานี้ก็แค่ทำให้อยากจะจงรักภักดีต่อสำนักเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ เจ้าถ้ำถือว่าเป็นตัวแทนของสำนัก จึงถือว่าเป็นการจงรักภักดีต่อเจ้าถ้ำไปโดยปริยาย
แต่ในตอนนี้ เจ้าถ้ำกลับทำร้ายศิษย์ในสำนัก และหักหลังสำนัก เหล่าศิษย์ที่จงรักภักดีต่อสำนักย่อมที่จะไม่ยอมจงรักภักดีต่อคนที่เป็นคนทรยศสำนักไปแล้วคนนั้นแน่นอน ต่อให้คนคนนั้นจะเป็นเจ้าถ้ำก็ตาม!
"โม่ไป๋!" โหวไป่ชางตั้งใจดูเนื้อหาในลูกปัดบันทึกภาพ และมองดูภาพในลูกปัดของฮวาเถี่ยอวิ๋นประกอบไปด้วย และเริ่มที่จะเชื่อขึ้นมาแล้ว
"เจ้าถ้ำจง...... หักหลังสำนักจริงๆ อย่างงั้นเหรอ?"
เจ้าเขาเสวียนจีเห็นดังนั้น ปากก็พึมพัมออกมาด้วยความสั่นเครือ และพลังอำนาจก็ทรุดฮวบลงทันที แสงวิญญาณของค่ายกลสยบสำนักก็พลันสลายหายไปหมด
เหล่าผู้อาวุโสและผู้ดูแลจากโถงต่างๆ ที่เดินทางมาถึง ต่างก็พากันพูดไม่ออก และค่อยๆ วางอาวุธวิเศษที่ถือลำพังอยู่ออกไป
เอี๋ยนหลานฉวยโอกาสก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว วงล้อสุริยันเผาไหม้อากาศจนบิดเบี้ยว "จงฮู้คนทรยศได้หนีไปข้างนอกแล้ว ข้าและเจ้าถ้ำฮวาจะนำตัวมันกลับมาลงโทษให้ได้! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้ำสวรรค์หลินหลางจะถูกปกครองร่วมกันโดยข้าและเจ้าถ้ำฮวา! ใครที่ไม่พอใจล่ะก็!"
ปลายนิ้วของนางจู่ๆ ก็มีมังกรไฟพุ่งออกมาม้วนตัวอยู่บนท้องฟ้า "ก็ลองเข้ามาท้าทายโทสะของข้าดูได้เลย!"
เหล่าผู้อาวุโสต่างพากันเงียบกริบดั่งจั๊กจั่นในฤดูหนาว
ส่วนเหล่าศิษย์จำนวนมากเริ่มที่จะโห่ร้องขึ้นมาแล้ว ขอเพียงแค่เป็นเรื่องที่ทำเพื่อสำนัก พวกเขาก็ต่างพากันสนับสนุนทั้งสิ้น
"เจ้าเขาหลู ล่วงเกินแล้ว!"
จ้าวอู๋จีเก็บกระบี่บินไอเย็นกลับมา และคำนับเจ้าเขาเสวียนจีเบาๆ
เจ้าเขาเสวียนจีคำนับตอบด้วยสีหน้าที่เจื่อนๆ และพยายามหยิบยิ้มออกมา "ไม่เสียแรงที่เป็นคนที่เจ้าถ้ำฮวาให้ความสำคัญเลยนะ ศิษย์พี่จ้าว...... ไม่สิ ศิษย์น้องจ้าว ความเร็วในการฝึกฝนและพรสวรรค์ในการต่อสู้ของน้อง ช่างเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งนักในโลกใบนี้! หลูคนนี้ยอมรับจริงๆ!"
จ้าวอู๋จีขยับสายตามองดูเล็กน้อย และจู่ๆ ก็เปลี่ยนหัวข้อไปว่า "เจ้าเขาหลูชมเกินไปแล้ว แต่ว่า......"
เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง แววตากลายเป็นแหลมคมขึ้นมาทันที "ท่านเจ้าเขาเคยดูแลค่ายกลสำนักมาหลายปีแทนจงฮู้มานานขนาดนี้ คงจะรู้ซึ้งถึงวิธีการของเขาเป็นอย่างดีแน่นอน
ในตอนนี้เขาบาดเจ็บสาหัสและหนีไป หากเขาไม่ยอมกลับมาที่นี่...... เขาจะไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหนกันแน่?"
"นี่มัน......"
หลูลิ่วเหยียนรูม่านตาหดตัวลง ขมวดคิ้วแน่น นิ้วก็ขยับที่แขนเสื้อไปมา และตกใจในใจว่า ไอ้เด็กคนนี้ ตั้งใจจะขุดรากถอนโคนกันเลยทีเดียวเชียวนะ!
เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย และสุดท้ายก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา ในดวงตามีประกายลับที่ลึกซึ้งวาบผ่านไป "ศิษย์น้องจ้าว...... หากเจ้าถ้ำฮวาและเจ้าถ้ำเอี๋ยนร่วมมือกัน การสังหารจงฮู้นั้นจะมีความแน่นอนกี่ส่วนงั้นเหรอ?"
...
ต่อหน้าการสอบถามของจ้าวอู๋จี เจ้าเขาเสวียนจีหลูลิ่วเหยียนครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง นิ้วที่แขนเสื้อก็ขยับคำนวณดู และสุดท้ายก็กดเสียงต่ำลงแล้วพูดออกมาว่า "จงฮู้เคยสร้างห้องลับเอาไว้ใต้ดินของเมืองหลวงแคว้นแห่งหนึ่ง
มีการป้องกันด้วย 'ค่ายกลกักวิญญาณเก้าดาว' และอาศัยพลังมังกรและผลึกปราณพื้นฐานเพื่อให้สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาพลังวิญญาณจากภายนอก ซึ่งนั่นคือการเตรียมพร้อมไว้เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันในอนาคต
นอกจากนี้...... ตลาดชิงหลัวและหวงอวิ๋น ก็เป็นสถานที่ที่เขาเป็นคนดูแลกิจการหลักๆ อยู่ ซึ่งตั้งอยู่ไกลจากที่นี่มาก
หากที่นั่นมีการสร้างห้องลับที่เลียนแบบกันเอาไว้ล่ะก็ การซ่อนตัวอยู่ที่นั่นในช่วงเวลาสั้นๆ ก็คงจะตามหาตัวได้ยากจริงๆ "
จ้าวอู๋จีขยับสายตาวาบขึ้น และประสานมือคำนับ "ขอบคุณเจ้าเขาหลูที่บอกกันตามตรง"
เขางดพูดไปครู่หนึ่ง และพูดต่อ "ข้ารับคำสั่งจากท่านเจ้าถ้ำทั้งสองมา เพื่อให้เจ้าเขาเสวียนจีให้ความร่วมมือ โดยขอมอบธงค่ายกลและป้ายสั่งการค่ายกลของสำนักมาไว้ที่ข้า หรือจะตามข้าไปที่ยอดเขาหลักหลินหลางเพื่อไปมอบให้ท่านเจ้าถ้ำทั้งสองด้วยกันก็ได้"
เจ้าเขาเสวียนจีหลูลิ่วเหยียนได้ยินดังนั้น นิ้วในแขนเสื้อก็สั่นเบาๆ นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง และมองไปทางยอดเขาหลักหลินหลางที่อยู่ไกลออกไป
ที่นั่นมีพลังความกดดันวิญญาณพวยพุ่งพุ่งขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าเอี๋ยนหลานและฮวาเถี่ยอวิ๋นได้ยึดครองสถานการณ์ไว้หมดแล้ว
เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ในดวงตาที่มีเสน่ห์มีความรู้สึกซับซ้อนปรากฏออกมา ดูไม่ยินยอมนักแต่ก็นับว่าปล่อยวางได้
"ก็เอาเถอะ......" หลูลิ่วเหยียนพูดเสียงแหบแห้งเบาๆ สุดท้ายก็ยิ้มแห้งๆ ออกมา "ธงค่ายกลและป้ายสั่งการข้ายอมมอบให้แต่โดยดี...... แต่ขอให้ท่านเจ้าถ้ำทั้งสองเห็นแก่ความเป็นศิษย์ร่วมสำนักกันมา อย่าได้เอาผิดกับเหล่าศิษย์ที่บริสุทธิ์ของยอดเขาเสวียนจีเลยนะ"
เขาถอดป้ายสั่งการที่เอวออก และลอยป้ายพร้อมธงค่ายกลมาไว้ในมือของจ้าวอู๋จี
ลมบนยอดเขาพัดผ่านไป เหล่าศิษย์ยอดเขาเสวียนจีทั้งสิบกว่าคนต่างก็มีสีหน้าที่ซับซ้อน
"ความผิดครั้งนี้อยู่ที่จงฮู้คนเดียว ไม่เกี่ยวกับคนอื่นในถ้ำสวรรค์"
จ้าวอู๋จีกล่าวคำยืนยันออกไป และไม่ได้อยู่นานอีกต่อไป เขาเรียกกระบี่บินไอเย็นกลับมา และพาตัวเขากลายเป็นปราณกระบี่บินไปยังยอดเขาหลักหลินหลางที่สถานการณ์เริ่มจะลงตัวแล้ว
...
อีกหนึ่งธูปต่อมา
ที่โถงแปดทิศบนยอดเขาหลัก เอี๋ยนหลานใช้ไฟเผาเก้าอี้เจ้าถ้ำตัวเดิมทิ้งไป และหยิบเก้าอี้หินสุริยันที่เตรียมไว้ตั้งแต่นานแล้วออกมาตั้งแทน นางนั่งเอียงตัวอยู่บนเก้าอี้ด้วยเท้าเปล่า ปลายนิ้วก็เล่นกับเปลวไฟที่ขยับไปมา ดูท่าทางอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก
ส่วนฮวาเถี่ยอวิ๋นยืนอยู่หน้าแผนภาพผืนทรายที่กลางโถง และกำลังคำนวณข้อมูลตามที่จ้าวอู๋จีมอบให้มา และขมวดคิ้วแน่น
"ศิษย์น้องฮวา ข้าว่าไม่ต้องรีบร้อนหรอกนะ"
เอี๋ยนหลานหัวเราะเย็นหนึ่งที "เจ้าเฒ่าจงเนี่ยมันมีที่ซ่อนเยอะจะตาย! จะเอาตัวมาลงโทษได้ง่ายๆ ขขนาดนั้นที่ไหนกันล่ะ แต่ว่า......"
นางกำนิ้วทั้งห้าแน่น เปลวไฟก็พลันระเบิดออกเป็นกองประกายไฟทั่วท้องฟ้า "ในเมื่อพวกเรายึดครองสำนักไว้ได้แล้ว พวกเราก็ต้องใช้ประโยชน์จากกำลังคนและอำนาจของสำนักให้คุ้มค่าสิ จะไปลำบากตามหาด้วยตัวเองทำไมกันล่ะ?
เอาเวลาที่มีอยู่นี้ มาให้พวกเรากินบัวแฝดหยินหยาง และโดยการช่วยเหลือจากหลานชายคนเก่ง ให้พวกเราทะลวงระดับตบะขึ้นไปกันเถอะ
รอให้พวกเราทะลวงระดับสำเร็จแล้ว พวกผู้อาวุโสสำนักก็น่าจะตามหาที่ซ่อนของเจ้าเฒ่านั่นเจอพอดีแหละ"
จ้าวอู๋จีได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกว่ามันก็เมคเซนส์ดีเหมือนกัน
ไม่อย่างนั้นหากเจ้าเขาทั้งสองไม่ได้ทำอะไรเลย และเสียเวลาไปกับการตามหาจงฮู้ที่จุดต่างๆ ตามความสงสัยล่ะก็ นั่นถือเป็นการถูกจงฮู้จูงจมูกเดินอยู่นะสิ
ในตอนนี้เมื่อเป็นเจ้าถ้ำแล้ว ก็ควรใช้พลังอำนาจที่มีอยู่สั่งการคนในสำนักให้ออกไปตามหาที่ซ่อนของจงฮู้ ส่วนตัวเองก็สะสมพลังและเน้นที่การฝึกฝนเพื่อทะลวงระดับตบะขึ้นไป
ในตอนนี้ เมื่อเห็นฮวาเถี่ยอวิ๋นก็พยักหน้าเห็นด้วย เอี๋ยนหลานก็โบกมือสั่งการทันที "กระจายคำสั่งออกไปได้เลย......"
ม่านผ้าสีชาดในแขนเสื้อของนางพุ่งออกจากโถงไป และกลายเป็นประกายไฟระเบิดอยู่บนท้องฟ้า
เพียงไม่นานนัก ผู้อาวุโสหลายท่านก็รีบเดินทางมาฟังคำสั่ง
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ให้ผู้ดูแลจากโถงปฏิบัติการนำทีม พร้อมยันต์ติดต่อสื่อสาร จัดกำลังศิษย์ชุดเขียวสามสิบคน ชุดน้ำเงินสิบคน แยกย้ายกันไปตามหาเบาะแสที่ห้องลับในเมืองหลวงและตลาดใหญ่ทั้งสองแห่ง! ตามหาที่ซ่อนของจงฮู้ให้เจอ!"
เอี๋ยนหลานใช้นิ้วเคาะที่วางแขน "ใครที่พบร่องรอยของจงฮู้และเปิดโปงเป็นคนแรก จะได้รับรางวัลเป็นถุงมิติ! และทั้งทีมจะได้รับผลึกปราณพื้นฐานคนละห้าร้อยชิ้น!"
ฮวาเถี่ยอวิ๋นพยักหน้าเบาๆ และเสริมขึ้นว่า "และส่งศิษย์จากหอค่ายกลที่พกยันต์ทำลายค่ายกลติดตามไปด้วย หากเจอห้องลับที่เมืองหลวงให้รายงานกลับมาทันที"
นางหันไปมองจ้าวอู๋จี แววตาน้ำแข็งมีประกายชื่นชมวาบขึ้น "อู๋จี ครั้งนี้นางมีความดีความชอบมาก วิชาที่อยู่บนชั้นสูงสุดของหอตำราระดับยุทธวิธี นางสามารถเลือกศึกษาได้ตามใจชอบเลยนะ
นอกจากนี้ ด้วยฝีมือของนางในตอนนี้ก็เพียงพอที่จะดูแลยอดเขาหนึ่งได้แล้ว ข้าขอแต่งตั้งให้นางเป็นเจ้าเขาคนใหม่ของยอดเขาเสวียนจี และทำหน้าที่ดูแลค่ายกลป้องกันสำนักด้วย!"
"ขอบคุณท่านเจ้าเขา"
จ้าวอู๋จีคำรับบัญชา แต่ในใจกลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับตำแหน่งเจ้าเขาพระนครเท่าไหร่หรอก
ขอเพียงแค่เจ้าเขาทั้งสองคนกำจัดจงฮู้ทิ้งไปได้ และยึดตำแหน่งเจ้าถ้ำได้อย่างมั่นคง เขาก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายโดยไม่ต้องเป็นเจ้าเขาเลยก็ได้
รอจนทุกคนรับคำสั่งและรีบออกไปสืบสวนหาที่ซ่อนของจงฮู้แล้ว
จ้าวอู๋จีจึงได้นำบัวแฝดหยินหยางและน้ำทิพย์ปราณระดับสี่ขวดหนึ่งออกมามอบให้ฮวาเถี่ยอวิ๋นและเอี๋ยนหลาน
"นึกไม่ถึงเลยว่าหลานจะไม่เพียงเก็บเอาบัวแฝดหยินหยางนี้มาได้ แต่กลับยังสามารถเอาน้ำทิพย์ปราณระดับสี่มาได้จริงๆ ด้วย......"
เอี๋ยนหลานมีสีหน้าสที่ประหลาดใจ และมองไปทางฮวาเถี่ยอวิ๋น "การมีน้ำทิพย์ปราณขวดนี้เพิ่มเข้ามา จะทำให้พวกเรามีความแน่นอนในการทะลวงเข้าสู่ระดับช่วงกลางของรอบเขตรวมจิตได้มากขึ้นนะ......"
นางชายตามองจ้าวอู๋จี ริมฝีปากสีแดงก็ยิ้มออกมา "หลานชายคนเก่ง ครั้งนี้หลานสร้างความประหลาดใจครั้งใหญ่ให้กับพวกเราจริงๆ เลยนะ"
จ้าวอู๋จีประสานมือ และมองไปทางฮวาเถี่ยอวิ๋นด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม "น้ำทิพย์ปราณระดับสี่ขวดนี้ ข้าได้มาจากมือของพวกผู้บำเพ็ญเพียรราชวงศ์ลึกลับพวกนั้น และข้าก็ได้นำศพของหนึ่งในนั้นออกมาด้วย
มีบางอย่างที่ข้าจำเป็นต้องแจ้งให้ท่านเจ้าเขาทราบ......"
"อ้อ?" ฮวาเถี่ยอวิ๋นขยับสายตาที่เย็นเยียบ และมีความประหลาดใจผุดขึ้นมา ในใจก็เริ่มที่จะเดาอะไรบางอย่างได้แล้ว และสีหน้าก็เริ่มจริงจังขึ้น "เรื่องอะไรกันล่ะ?"
จ้าวอู๋จีเปิดถุงมิติ และดึงศพของผู้บำเพ็ญเพียรหญิงในชุดเกราะดำออกมา
ในตอนที่ดึงหน้ากากของอีกฝ่ายออก ทั้งฮวาเถี่ยอวิ๋นและเอี๋ยนหลานต่างก็ต้องประหลาดใจ และตามมาด้วยความสงสัยทันที
"ผู้หญิงคนนี้......" เอี๋ยนหลานมองดูศพตรงหน้านี่สลับกับใบหน้าของฮวาเถี่ยอวิ๋น และหันมามองจ้าวอู๋จี พร้อมกับพูดอย่างไม่แน่ใจว่า
"ผู้หญิงคนนี้ เหมือนจะมีส่วนคล้ายกับศิษย์น้องฮวาอยู่บ้างไม่ใช่เหรอนั่น?"
"ใช่! และนางก็แซ่ฮวาด้วยเหมือนกัน......"
คำพูดของจ้าวอู๋จีนั้นน่าตกใจมาก เพียงไม่กี่คำก็ทำให้ฮวาเถี่ยอวิ๋นหน้าถอดสีทันที
เขารีบเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เจอพวกราชวงศ์ในแดนลับให้ฟังทีละเรื่องๆ
เล่าถึงศิษย์พี่สามที่มีหน้าตาเหมือนกันมากกว่านี้ เล่าเรื่องที่พวกราชวงศ์เหล่านั้นต่างก็เรียกฮวาเถี่ยอวิ๋นว่าเป็นผู้อาวุโส
และเล่าจนถึงเรื่องสุดท้ายที่ฮวาเถี่ยอวิ๋นขมวดคิ้วเดินวนรอบๆ ศพหญิงสาวคนนั้น แววตามีมีประกายเย็นวาบ "จากที่อู๋จีพูดมา ดูเหมือนพ่อของข้าจะยังไม่ตายสินะ และจถูกจับตัวไปไว้ที่สถานราชวงศ์ลึกลับที่ว่านั่น และยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้?"
จ้าวอู๋จีพยักหน้า "มีความเป็นไปได้สูงมาก จากการที่ข้าสอบสวนพวกราชวงศ์แคว้นนั้นมา พวกเขาบอกว่าทางเชื่อมต่อที่คู่น้ำปราณระดับสี่นั้น คือที่ที่ท่านพ่อของท่านเป็นคนเจอมาเอง
และในราชวงศ์นั้น ดูเหมือนคนที่แซ่ฮวาจะมีฐานะค่อนข้างสูงส่ง แซ่ฮวาดูเหมือนจะเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ตระกูลหนึ่ง......"
"จิ๊ๆ นึกไม่ถึงเลยนะศิษย์น้องฮวา ว่านางจะมีเบื้องหลังที่ทรงพลังขนาดนี้? หรือว่าจะเป็นตระกูลบำเพ็ญเพียรที่ยิ่งใหญ่ในทวีปอื่นงั้นเหรอ?"
เอี๋ยนหลานตบมือหัวเราะเบาๆ ทว่าแววตาก็ประกายวาบขึ้น "แต่ถ้าหากท่านผู้อาวุโสฮวายังไม่ตายล่ะก็ ทำไมหลายปีที่ผ่านมาถึงไม่ยอมกลับมาหา?
ต้องรู้ไว้ด้วยนะว่าตลอดสิบเอ็ดปีที่ผ่านมาเนี่ย ชีวิตของท่านเจ้าเขาของพวกเราน่ะ...... ไม่ได้อยู่อย่างสุขสบายใจเลย......"
ฮวาเถี่ยอวิ๋นได้ยินดังนั้น แววตาที่เย็นเยียบสก็มีความรู้สึกสั่นไหวปรากฏออกมา และมองไปทางจ้าวอู๋จี
"นี่คือสิ่งที่ข้าเองก็สงสัยมาก......" จ้าวอู๋จีส่ายหน้า "พวกราชวงศ์เหล่านั้นต่างก็ถูกสะกดไว้ ข้าจึงถามความลับที่สำคัญๆ ออกมาไม่ได้เลย
แต่เท่าที่ดูแล้ว ท่านผู้อาวุโสฮวาดูเหมือนจะมีเรื่องบางอย่างที่พูดไม่ได้ เพราะดูจากข้อความในเจตจำนงกระบี่ที่ทิ้งไว้ ดูเหมือนท่านจะถูกบังคับให้ต้องจากไป......"
"อืม......" ฮวาเถี่ยอวิ๋นพยักหน้าเบาๆ ความรู้สึกในใจเริ่มสงบลงบ้างแล้ว และรู้สึกดีขึ้นมาก
นางก็เห็นด้วยกับข้อสรุปนี้ และในใจก็เริ่มที่จะผุดไอเดียบางอย่างขึ้นมา
แต่ไอเดียนี้ จะต้องรอให้จัดการจงฮู้และทำให้ถ้ำสวรรค์มั่นคงก่อน ถึงจะเริ่มทำได้
นางกล่าวต่อทันที "เรื่องราชวงศ์ลึกลับนี้นั้น รอให้จัดการจงฮู้ได้ก่อน แล้วค่อยมาว่ากันทีหลัง ในตอนนี้ข้ากับอาของนางจะร่วมกันกินบัวแฝดหยินหยางเพื่อทะลวงระดับเข้าสู่ระดับใหม่ เผื่อจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาอีก"
"นั่นสิ! แผลที่จงฮู้ได้รับน่ะไม่ได้รักษากันได้ง่ายๆ หรอกนะ แต่พวกเรามีบัวแฝดหยินหยางนี่อยู่ สามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วมาก"
เอี๋ยนหลานรับบัวแฝดหยินหยางมา กลีบบัวสีขาวและดำ กลิ่นอายหยินหยางคุกกรุ่นไปทั่ว
นางโยนกลีบบัวสีขาวให้ฮวาเถี่ยอวิ๋น และปลิดหัวใจกลีบบัวสีดำขึ้นมา ริมฝีปากสีแดงได้รูปยกยิ้มขึ้น "ขอเพียงพวกเราเข้าสู่ระดับช่วงกลางของขอบเขตรวมจิตได้ล่ะก็...... ต่อให้เจ้าเฒ่าจงจะไปหลบอยู่ที่ไหนในทวีปนี้ หรือจะหนีไปทวีปกลางก็ตาม ข้าก็จะทำให้วิญญาณมันสลายไปให้ได้!"
พูดจบ นางก็ชายตามองจ้าวอู๋จี และยิ้มหวานว่า "หลานชายนักปราบปวด ครั้งนี้คงต้องรบกวนนางอีกครั้งหนึ่งแล้ว ที่จะใช้เข็มทองวิชาประจำตระกูลมาคอยช่วยเหลือ
แต่ครั้งนี้ผ่านไปได้ล่ะก็ ข้ากับศิษย์น้องของนางจะได้สามารถกำจัดไอเย็นและไอร้อนออกไปได้อย่างหมดจด และทำให้ 'วิชาผสมธาตุนพเก้า' กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันได้สำเร็จ เมื่อถึงตอนนั้นก็ไม่ต้องกลัวว่าจงฮู้จะมาหาจุดอ่อนของพวกเราได้อีกแล้ว......"
จ้าวอู๋จีคำนับและพูดว่า "ยินดีรับใช้ท่านเจ้าถ้ำทั้งสองอย่างเต็มที่!"
"ฮ่าๆๆ...... ข้ายังชอบให้นางเรียกข้าว่าอาเหมือนเดิมมากกว่านะ"
เอี๋ยนหลานหัวเราะร่าอย่างเป็นอิสระ และจู่ๆ นางก็ทะยานร่างขึ้นฟ้า ชุดวิเศษสีแดงเพลิงสสะบัดพริ้วออกมาประดุจดอกไม้สีแดงที่เบ่งบาน นางใช้เท้าเปล่าเหยียบเบาๆ บนความว่างเปล่า นิ้วเรียวสวยกวักเรียก "ถ้าอย่างนั้นก็รีบมาสิ......"
จ้าวอู๋จีจ้องมองไปทางฮวาเถี่ยอวิ๋น
ท่านเจ้าเขาผู้นี้ก็พยักหน้าตอบเบาๆ
...
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง
เมืองหลวงแคว้นเสวียน ในสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่ง พลังมังกรสีแดงประดุจหมอกหนากำลังพวยพุ่งพัดวนไปมา
จงฮู้นั่งขัดสมาธิอยู่ที่กลางบ่อน้ำมังกร ชุดของเขาโชกไปด้วยเหงื่อเย็นกฤต
นิ้วทั้งห้าของเขาจิ้มลงไปลึกที่ไขสันหลังมังกรที่ก้นบ่อ พลังมังกรสีนวลไหลพุ่งตามเส้นลมปราณเข้าสู่ร่างกาย แต่กลับไปสลายตัวทิ้งไปกว่าครึ่งที่บาดแผลไหล่ซ้าย และกลายเป็นควันดำพัดออกมาจางๆ
"อะแฮ่ม"
เขากระอักเลือดที่อุดตันออกมาที่ขอบบ่อ และมันก็ถูกลวดลายลับที่ก้นบ่อดูดกลืนหายไปทันที จงฮู้จ้องมองคราบเลือดที่หายไป และหัวเราะเย็นชาว่า "ช่างเป็นเจ้านักรบราชวงศ์ซ่งที่เก่งกาจอะไรอย่างนี้...... ถึงกับสามารถทำให้กายทองคำผสมธาตุของข้าได้รับบาดเจ็บได้ขนาดนี้เชียวนะ......"
"รวมถึงนังสามตัวนั้นด้วย......"