เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 170 สยบยอดเขาเสวียนจี

บทที่ 170 สยบยอดเขาเสวียนจี

บทที่ 170 สยบยอดเขาเสวียนจี


บทที่ 170 สยบยอดเขาเสวียนจี

แววตาของจ้าวอู๋จีมีประกายเย็นวาบขึ้น เขากัดฟันแน่น คาถาล่องหนพลันสลายตัวลงไปทันที และร่างของเขาก็กลายร่างเป็นประดุจพายุหมุนพุ่งทะยานออกไป!

เขาประสานอินวิชาสะกดปราณเข้าใส่ร่างแยกสีแดงร่างหนึ่งที่พุ่งมาทางเขา!

ร่างแยกสีแดงร่างนั้นพลันชะงักแข็งค้างไปทันทีเมื่อถูกวิชากดปราณ

จังหวะที่แข็งค้างไปนั้นไม่ถึงครึ่งอึดใจด้วยซ้ำ

แต่จ้าวอู๋จีกลับคว้าโอกาสที่พริบตาเดียวนี้ไว้ได้ เขาใช้นิ้วชี้เป็นดาบ และพลังในตัวก็ไหลพุ่งประดุจน้ำป่า

กระบี่บินไอเย็นพลันกลายเป็นแสงสว่างจ้าแหวกอากาศออกไป และมีการเรียกเสียงอัสนีที่ดังกระหึ่มออกมาด้วย!

"ชิ้ง!!"

ปราณกระบี่เสียงอัสนีพุ่งไปถึงก่อน และประดุจดั่งงูเงินที่แหวกท้องฟ้า มันฟันเข้าที่ร่างแยกสีแดงของจงฮู้อย่างแม่นยำ!

"ฉัวะ!"

เปลวไฟพุ่งกระจาย ร่างแยกนี้พลันสลายไปในกองเสียงอัสนีที่ดังกระหึ่มทันที

ร่างแยกสีฟ้าและสีขาวของจงฮู้ที่อยู่ไกลออกไปต่างก็สะดุ้งเฮือกพร้อมกัน ความเร็วในการหนีพลันลดวูบลง และหันกลับมามองด้วยความโกรธแค้น "ไอ้เด็กสารเลว แก!!"

ไป่เฉิงซางเจ้าถ้ำอู๋ซั่งเห็นดังนั้นก็ดีใจมาก และแอบคิดในใจว่าไม่เสียแรงที่เขาส่งเสริมให้เป็นสายลับอันดับหนึ่งจริงๆ "ดีมาก!"

"ไปตายซะ!"

ในขณะนั้นเอง กระบี่บินเหมันต์ของฮวาเถี่ยอวิ๋นก็ร่วงหล่นลงมาประดุจน้ำตกสวรรค์ และพุ่งเข้าสังหารร่างแยกเมฆาไหลของจงฮู้ทันที

เจ้าถ้ำเสวียนเซียวหัวเราะอย่างน่าเกลียดและยกมือขึ้น ยันต์หยกในมือแตกสลาย

อัสนีสีเลือดราวกับงูสีแดงวาบผ่านชั้นเมฆ และฟาดผ่าลงมาเป็นแนวซิกแซก!

"ตูมมม!!"

ร่างสีฟ้าของจงฮู้ถูกกลืนหายไปในกองไฟอัสนีที่รุนแรงจนหมดสิ้น

มีเพียงร่างจริงที่กระโดดหลบบางอย่างจากการฟันของฮวาเถี่ยอวิ๋นได้ทัน และจู่ๆ มันก็ระเบิดออก กลายร่างเป็นเมฆที่กระจายไปทั่ว และกลับมาปรากฏร่างที่สะบักสะบอมอยู่อีกที่หนึ่งห่างไปกว่าร้อยจั่ง

"อ๊าก!"

เขาหัวรุงรังและคำรามลั่นออกมา และจู่ๆ ก็ซัดกระจกโบราณบานหนึ่งออกมา

ผิวกระจกสะท้อนร่างของเจ้าถ้ำเสวียนเซียวที่ไล่ตามมาติดๆ ที่สุด รวมถึงกระบี่ของฮวาเถี่ยอวิ๋น ไฟของเอี๋ยนหลาน และตรารัชทายาทของไป่เฉิงซางด้วย

ในพริบตาที่กระบวนท่าสังหารทั้งหมดพุ่งเข้ามาถึง มันได้ปะทะเข้ากับเงาสะท้อนของเจ้าถ้ำเสวียนเซียวในกระจกไปพร้อมๆ กัน

เพล้ง!!

ผิวกระจกแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ และร่างของเจ้าถ้ำเสวียนเซียวที่สะท้อนอยู่ในนั้นก็ฉีกกระจายออกไปเป็นสี่ส่วนเช่นกัน

เจ้าถ้ำเสวียนเซียวที่กำลังไล่ตามอยู่ดีๆ ก็ร้องโหยหวน และร่างกายประดุจถูกอัสนีฟาดใส่จนร่วงหล่นจากท้องฟ้า

คนอื่นๆ ก็ต้องตกใจเช่นกัน เมื่อเห็นเป็นตัวอย่างแล้ว ต่างก็ต้องชะลอความเร็วในการไล่ตามลง

ในตอนนั้นเอง จงฮู้พลันระเบิดพลังมังกรและหมอกเลือดที่น่าทึ่งออกมา หอกผสมธาตุนพเก้าสั่นสะเทือนหนึ่งที หอกพุ่งออกไปเหมือนมังกร และทั้งร่างของเขาก็กลายเป็นมังกรเลือดพุ่งหนีไปประดุจสายฟ้า

"สหายจงช่วยข้าด้วย!!"

เจ้าถ้ำชิงหมิงเฉิงโหย่วลวี่เห็นจงฮู้หนีไปอย่างไม่ใยดีขนาดนี้ ก็ร้องโหยหวนออกมาด้วยความไม่ยินยอม

แต่ไม่นานนัก เฉิงโหย่วลวี่คนนี้ก็ถูกเจ้าถ้ำกระดูกขาว เจ้าถ้ำอู๋ซั่ง และบรรพบุรุษเพลิงอัคคีรุมล้อมโจมตี และส่งเสียงร้องทรมานออกมาอย่างต่อเนื่อง

'แปะ'

ที่พื้นด้านล่าง มีเสียงลมเคลื่อนไหวแว่วมา และพริบตาเดียวก็กลายเป็นร่างของจ้าวอู๋จีที่เข้าไปรับกระจกที่แตกกระจายร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าเอาไว้ได้

"อู๋จี!"

ฮวาเถี่ยอวิ๋นลอยตัวอยู่กลางอากาศ ชุดคลุมแขนกว้างขยับไปมา และก้มมองดูร่างของจ้าวอู๋จีที่ปรากฏตัวขึ้นข้างล่าง ใบหน้าที่มีเสน่ห์มีความโกรธผุดขึ้น "บอกไปแล้วว่าให้ไปซะ ดันกลับมาทำเรื่องวุ่นวายอีก!"

เอี๋ยนหลานใช้เท้าเปล่าเหยียบเบาๆ บนความว่างเปล่า ผ้าไหมสีแดงนวลที่พันรอบเอวสะบัดไปมาในอากาศจนเกิดระลอกคลื่นความร้อน แววตาสีแดงมีประกายวาบ "หลานชายผู้น้อย นางไม่เชื่อฟังเลยนะ ถาเมื่อกี้สิ่งที่นางฟาดโดนคือร่างจริงของเจ้าเฒ่านั่นล่ะก็ นางคงจะอันตรายมาก...... แต่ว่า......"

นางจ้องมองพลังวิญญาณที่รุนแรงในตัวของจ้าวอู๋จี และพูดอย่างประหลาดใจ "ดูเหมือนว่าการอยู่ในแดนลับครั้งนี้ นางจะได้รับประโยชน์ไม่น้อยจริงๆ ถึงกับเลื่อนลำดับตบะติดต่อกัน จนถึงขั้นชักนำปราณระดับแปดแล้ว......"

จ้าวอู๋จีพยักหน้า และคำนับก่อนจะส่งเสียงบอก "ท่านเจ้าเขาทั้งสอง ครั้งนี้ข้าได้เจอโชคลาภครั้งใหญ่ในแดนลับจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงจะต่อกรกับพวกผู้บำเพ็ญเพียรราชวงศ์ลึกลับพวกนั้นไม่ได้แน่ๆ

ที่จริงแล้ว พวกผู้บำเพ็ญเพียรเหล่านั้น คือคนที่จงฮู้เรียกมา

หนึ่งในจุดประสงค์ก็คือเพื่อฆ่าข้าและศิษย์ถ้ำสวรรค์คนอื่นๆ จากนั้นก็จะพาตัวพวกผู้บำเพ็ญเพียรของสำนักเราและสำนักชิงหมิงไป"

"จริงงั้นเหรอ?"

ฮวาเถี่ยอวิ๋นมีแววตาที่เย็นเยียบขึ้นมา

"ฟังดูอันตรายขนาดนั้น แต่หลานชายกลับหนีรอดมาได้แถมยังมีโชคลาภด้วย ดูท่าทางหลานจะเป็นคนที่มีวาสนาดีจริงๆ นะ......"

เอี๋ยนหลานพยักหน้ายิ้ม และชายตามองสถานการณ์การต่อสู้ที่อยู่ไม่ไกลซึ่งใกล้จะจบลงเต็มทีแล้ว

"ท่านเจ้าเขาทั้งสอง!"

จ้าวอู๋จีรีบส่งเสียงบอกทันที "ข้าพบบัวแฝดหยินหยางแล้ว ตอนนี้พวกท่านรีบกลับถ้ำสวรรค์หลินหลางไปกำจัดจงฮู้ และยึดครองอำนาจถ้ำสวรรค์ไว้ในมือได้ทันทีเลย"

ฮวาเถี่ยอวิ๋นมองไปไกล และมีความกังวลปรากฏขึ้นมาบ้าง นางส่ายหน้า "เจ้าเฒ่าจงมันเจ้าเล่ห์นัก...... ความเป็นไปได้หลังจากที่มันหนีไปแล้วจะกลับเข้าถ้ำสวรรค์เลยคงไม่สูงมากนัก แต่พวกเราก็ต้องรีบกลับไปทันที

ไม่ว่าจะเป็นการยึดครองถ้ำสวรรค์เพื่อคุมค่ายกลป้องกันสำนัก หรือว่าการกินบัวแฝดหยินหยางเพื่อทะลวงตบะ ก็ถือว่าชิงความได้เปรียบไว้หมดแล้ว!"

"ดี!"

เอี๋ยนหลานได้ยินดังนั้นก็ได้รูปปากสีแดงที่ยกยิ้มขึ้น

ในตอนนั้นเองมีเสียงร้องโหยหวนที่บาดท้องฟ้าดังมาจากที่ไกลๆ เป็นเจ้าถ้ำชิงหมิงเฉิงโหย่วลวี่ที่ถูกเจ้าถ้ำอู๋ซั่งฟาดกระบี่ตัดคอไปในที่สุด และเสียงร้องก็เงียบหายไปทันที

"ไป!"

ฮวาเถี่ยอวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อย และสะบัดมือซัดผ้าขาวนวลประดุจแสงจันทร์ออกมาพันรอบตัวจ้าวอู๋จีไว้

พลังกระบี่ของทั้งคู่รวมกับปราณวิเศษวาบขึ้นหนึ่งที และเหาะรีบจากไปทันที

"เอ่อ......"

ม่านผ้าขาวประดุจดวงจันทร์แหวกท้องฟ้าไป จ้าวอู๋จีรู้สึกได้ว่าเอวถูกรัดแน่น และทั้งร่างก็ถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดที่เย็นเยียบ

ฮวาเถี่ยอวิ๋นใช้มือเรียวบางกดแขนเขาไว้ที่ข้างเอว ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงปราณเยือกแข็งเหมันต์ที่กลั่นตัวเป็นเกราะหุ้มร่างกาย เพื่อกันลมแรงที่พัดผ่านเข้ามา

ที่ปลายจมูกได้กลิ่นหอมของบัวหิมะและเหมันต์เหมยที่ผสมปนเปกันอยู่ จนทำให้จ้าวอู๋จีถึงกับลมหายใจติดขัด

ช่วงเอวที่คอดกิ่วจนน่าหลงใหลอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม แต่เพราะมีเกราะปราณน้ำแข็งกั้นอยู่จึงดูเหมือนใกล้แต่ก็เหมือนไกล

เขาต้องแอบสะกดความตื่นใจที่เกิดขึ้นในหัวใจทิ้งไป

ในใจเขารู้ดีว่า นี่เป็นเพราะเจ้าเขากังวลว่าความเร็วในการเหาะของเขาจะไม่ทันการ

เมื่อหันกลับไปมอง ทะเลสาบกระจกพลันหดเล็กลงจนเหลือเพียงจุดแสงเงินที่เลือนราง และเขาก็ยังไม่ทันได้บอกลาหนานจือเซี่ยเลยด้วยซ้ำ

ไกลออกไป ที่ยอดต้นสนโบราณ หนานจือเซี่ยแอบซ่อนตัวอยู่ในขุนเขาเพื่อเลี่ยงสนามรบ นางมองส่งร่างของจ้าวอู๋จีที่ถูกฮวาเถี่ยอวิ๋นพันม่านขาวพาตัวจากไป จนหัวใจที่ตึงเครียดของนางผ่อนคลายลงได้ในที่สุด

ทว่าสิ่งที่จะตามมาแทนที่กลับกลายเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

พะอระยะห่างมันไกลกันมาก ต่อให้นางจะเป็นคู่หมั้นที่มีชื่ออย่างถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม แต่มันก็เกิดความรู้สึกวิกฤตที่รุนแรงขึ้นมาได้

เชือกทองคำแห่งการหมั้นหมายจะมุ่มคงแค่ไหน ก็จะสู้ความห่างชั้นของตบะได้อย่างไรกัน?

นางคงต้องรีบฝึกฝนให้เร็วที่สุดแล้วล่ะ ยังดีที่พรสวรรค์แสงสีม่วงสุดยอดนี้ ทำให้นางยังพอมีความสามารถในการไล่ตามได้อยู่

ในตอนนั้นเอง ที่ริมแม่น้ำ นักบวชโบราณและท่านขุนพลต่างก็เก็บสายตาที่มองสนามรบกลับมาอย่างเย็นชา

ตั้งแต่ต้นจนจบพวกเขาไม่ได้สอดมือเข้าไปในสนามรบที่รุนแรงนั้นมากนัก ราวกับว่ากำลังอดกลั้นอะไรบางอย่างอยู่

แต่การลงมือเพียงแค่สองครั้งที่เกิดขึ้นนั้น กลับเป็นการโจมตีเข้าจุดตายได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นการสำแดงให้เห็นถึงประสบการณ์การต่อสู้และวิสัยทัศน์ที่เฉียบขาดมาก

ในตอนนี้เมื่อฝุ่นเริ่มจางลง ทั้งคู่ต่างก็จ้องมองไปที่หุ่นเชิดศพเลือดตัวที่เปิดโปงสถานการณ์ในแดนลับเมื่อครู่นี้ไปพร้อมมๆ กัน

หุ่นเชิดศพเลือดก็ค่อยๆ หันหัวกลับไป ดวงตาที่ว่างเปล่ามองไปทางนักบวชและท่านขุนพล

"ตูม!!"

จู่ๆ หัวของหุ่นเชิดศพเลือดก็ระเบิดออกเป็นกองเลือดกระจายไปทั่ว และตสยคาที่ทันที

ท่านขุนพลค่อยๆ เก็บปลายนิ้วที่ดีดออกมา และใช้สายตาสั่งการให้หุ่นเชิดศพเลือดที่เหลือเพียงคนเดียวเข้าไปตรวจค้นศพ

หลังจากที่สำรวจอยู่อยู่พักหนึ่ง ก็พบซองยาที่ว่างเปล่าซองหนึ่ง

ท่านขุนพลและนักบวชสบตากัน และในแววตามีร่องรอยของความเข้าใจและความสงสัยปนเปกันอยู่

ใครกันนะ?

ที่สามารถควบคุมหุ่นเชิดศพเลือดที่ควรจะซื่อสัตย์ต่อท่านหวงซาง ได้ขนาดนี้?

...

อีกสองชั่วยามผ่านไป จ้าวอู๋จีก็ได้เดินทางกลับถึงถ้ำสวรรค์หลินหลางพร้อมกับท่านเจ้าเขาทั้งสองคน

พบว่าภายในถ้ำสวรรค์ยังคงมีความเงียบสงบเป็นอย่างดี

เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสยังคงปฏิบัติหน้าที่กันตามขั้นตอนปกติ เมื่อเหล่าศิษย์เห็นร่างของทั้งสามบินกลับมา ต่างก็พากันคำนับอย่างนอบน้อม

ดูท่าทางว่าพวกเขาจะยังไม่รู้เรื่องที่จงฮู้หนีไปและการต่อสู้ที่ดุเดือดที่เกิดขึ้นข้างนอกนั่นเลยแม้แต่น้อย

"เจ้าเฒ่าจงไม่กล้ากลับมาหรอก ช่างเป็นการยกถ้ำสวรรค์ให้พวกเราดีๆ นี่เอง!"

เอี๋ยนหลานหัวเราะเย็นชาหนึ่งที และร่างของนางก็กลายเป็นรุ้งสีแดงพุ่งตรงไปยังยอดเขาหลินหลางทันที

ฮวาเถี่ยอวิ๋นมีแววตาที่เย็นเยียบจ้องมองไปทางยอดเขาเสวียนจี และกำลังตั้งใจจะตรงไปที่นั่น แต่จ้าวอู๋จีสัมผัสได้ถึงความคิดของนาง จึงได้เข้ามาห้ามเอาไว้

"ท่านเจ้าเขา ท่านกับท่านอาเอี๋ยนไปคุมยอดเขาหลักเถอะ ยอดเขาเสวียนจีปล่อยเป็นหน้าที่ของข้าเอง"

ฮวาเถี่ยอวิ๋นประหลาดใจ และหันกลับมามองดูจ้าวอู๋จี เมื่อเห็นว่าเขามีสีหน้าสที่สงบนิ่งและมั่นใจ นางก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องก่อนคนที่อู๋จีเคยทำลายร่างแยกของจงฮู้ได้ด้วยกระบี่เดียว จึงเอ่ยเตือนขึ้นว่า

"เจ้าเขาเสวียนจีคนนั้น มีตบะขั้นชักนำปราณระดับเก้าเชียวนะ......"

จ้าวอู๋จีคำนับอย่างใจเย็น "ท่านเจ้าเขาวางใจได้ ศิษย์เชี่ยวชาญเรื่องค่ายกล ยอดเขาเสวียนจีข้าเอาอยู่"

"ดี!" ฮวาเถี่ยอวิ๋นมองลึกเข้าไปในดวงตาของจ้าวอู๋จี และไม่ได้พูดอะไรอีก นางทะยานร่างบินไปยังตำแหน่งยอดเขาหลินหลางทันที

ในตอนนี้ มีพลังความกดดันวิญญาณที่เป็นเหมือนภูเขาไฟระเบิดออกมาปกคลุมทั่วทั้งสำนัก จนทำให้ศิษย์จำนวนมากต่างพากันตกตะลึงและจ้องมองไปยังยอดเขาหลินหลาง

"เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสถ้ำสวรรค์หลินหลางจงฟังคำสั่ง เจ้าถ้ำจงฮู้สมคบคิดกับศัตรูทำร้ายคนมในสำนัก บัดนี้พวกเราได้ร่วมกันปราบปรามและลงโทษที่หน้าแดนลับเทียนหนานแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้ำสวรรค์จะถูกปกครองโดยข้าและศิษย์น้องฮวาชั่วคราว!"

เสียงของเอี๋ยนหลานประดุจคลื่นยักษ์ที่กระจายไปทั่วทั้งถ้ำสวรรค์ ราวกับอัสนีที่ฟาดลงมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

ศิษย์ชุดเทาและชุดเขียวที่มีตบะต่ำหลายคน ต่างก็ถูกพลังที่น่ากลัวนี้ขู่จนทรุดตังลงไปนั่งกองกับพื้น มีสีหน้าที่ตกใจและสงสัยเป็นอย่างมาก

"ตูม!!"

ผ้าไหมสีแดงในแขนเสื้อของเอี๋ยนหลานประดุจมังกรที่บ้าคลั่ง และพุ่งเข้าถล่มม่านพลังป้องกันบนยอดเขาจนแตกสลายไปหมด นางเหยียบวงล้อสุริยันและประกาศกร้าวอยู่บนยอดอาคารโถงใหญ่

ผู้อาวุโสที่อยู่ดูแลความเรียบร้อยหลายคนต่างก็ต้องฝืนใจพุ่งออกมา และตะโกนว่า "สามหาว" แต่กลับถูกงูไฟของเอี๋ยนหลานสะบัดใส่จนกระเด็นออกไป และอาวุธวิเศษต่างก็ถูกเผากลายเป็นเถ้าถ่าน

"สามหาวน่ะมันพวกแกต่างหาก! ใครกล้าขวางข้าบ้าง!?"

"ทุกท่านหยุดมือเถอะ!"

ฮวาเถี่ยอวิ๋นบินมาถึงได้ทันเวลา นางโยนลูกปัดบันทึกภาพออกมาหนึ่งลูก ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์การเผชิญหน้ากันของเจ้าถ้ำต่างๆ ที่หน้าทางเข้าแดนลับ พร้อมกับพูดเสียงเย็นว่า

"หลักฐานการหักหลังสถ้ำสวรรค์ของเจ้าถ้ำอยู่ที่นี่แล้ว! เจ้าถ้ำชิงหมิงถูกประหารชีวิตแล้ว ส่วนจงฮู้ก็หนีเตลิดไป ในตอนนี้ไอ้หัวขโมยจงได้นำหายนะมาสู่สำนักพวกเราแล้ว พวกท่านจะเลือกภักดีต่อถ้ำสวรรค์ หรือว่าจะเลือกขายชีวิตให้กับจงฮู้ล่ะ?"

"เดี๋ยวก่อน!"

ในขณะนั้นเอง โหวไป่ชางเจ้าเขาโดดเดี่ยวก็ได้นำกำลังเดินทางมาถึง เมื่อได้ยินดังนั้นก็ได้แสดงท่าทางลังเลขึ้นมา "เอี๋ยนหลาน! ฮวาเถี่ยอวิ๋น! ถึงแม้พวกนางจะเป็นผู้สืบทอดเจ้าถ้ำก็จริง แต่ก็ยังไม่ได้เป็นเจ้าถ้ำอย่างเป็นทางการอยู่ดี การบุกรุกยอดเขาหลักถือว่าเป็นความผิด และการใส่ร้ายเจ้าถ้ำลอยๆ แบบนี้ หรือว่าพวกนางคิดจะก่อกบฏกันแน่?"

ที่ยอดเขาเสวียนจีที่อยู่ไม่ไกลออกไป เจ้าเขาเสวียนจีก็ได้ร้องคำรามออกมาหนึ่งที และพุ่งออกมาจากโถงเสวียนจีที่ปิดด่านอยู่ ชุดนักบวชพัดปลิวไสวไปตามแรงลม พร้อมกับระเบิดพลังวิญญาณขั้นชักนำปราณระดับเก้าออกมา

เขาประสานอินสั่งการธงค่ายกล และเริ่มเรียกใช้ค่ายกลป้องกันสำนัก พร้อมกับตะโกนเสียงดังว่า "ผู้สืบทอดเจ้าถ้ำทั้งสอง หากไม่มีหลักฐานที่แท้จริงล่ะก็ วันนี้ข้าจะลงโทษพวกแกตามกฎมสำนักซะ!"

ครืนนน!

ในจังหวะที่เขาเรียกใช้ค่ายกลสำนักนั้นเอง ยอดเขาเสวียนจีทั้งเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ถ้ำสวรรค์หลินหลางพลันมีเมฆฝนพวยพุ่งขึ้นมาในหุบเขา และรวบรวมพลังวิญญาณจากแปดทิศมาไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นเงาของค่ายกลแปดทิศขนาดใหญ่ยักษ์ที่บดบังท้องฟ้าอยู่เหนือหัว

ทว่าในพริบตาที่ค่ายกลกำลังจะก่อตัวขึ้นมานั้นเอง ร่างหนึ่งประดุจปิศาจก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่จุดศูนย์กลางของจุดเชื่อมต่อค่ายกลนั้นทันที!

คนคนนี้ยกมือขวาขึ้นเบาๆ กระบี่บินไอเย็นพลัน "ชิ้ง" และพุ่งออกมา พร้อมกับส่งเสียงกระบี่ที่หวานใสไปทั่วชั้นฟ้า ตัวกระบี่ใสสะอาดประดุจน้ำแข็งที่มองเห็นอณูภายใน และทุกที่ที่มันพาดผ่านไปอากาศก็กลั่นตัวเป็นน้ำแข็งชิ้นเล็กๆ ออกมาทันที

"ฟ้าว!"

กระบี่พุ่งออกไปหนึ่งที อุณหภูมิบนยอดเขาเสวียนจีพลันลดวูบทันที

เงากระบี่เกล็ดน้ำแข็งสามสิบหกเล่มแยกตัวออกมา และเรียงตัวตามตำแหน่งฟ้าดิน แต่ละเล่มต่างก็ปักลงที่ตำแหน่งสำคัญของค่ายกลสยบสำนักได้อย่างแม่นยำ

"เปรี้ยงๆๆ!!"

ค่ายกลแปดทิศที่กำลังก่อตัวอยู่ดีๆ ก็พลันถูกแช่แข็งไปทันที และจากนั้นมันก็แตกสลายไปทีละส่วนๆ ประดุจกระจกแก้ว!

ท่ามกลางเงาสะท้อนของเกล็ดน้ำแข็งทั่วท้องฟ้า มันได้สะท้อนใบหน้าของเจ้าเขาเสวียนจีที่กำลังตกใจและตกตะลึงอยู่

"แกคือ...... จ้าวอู๋จี!?"

เจ้าเขาเสวียนจีรูม่านตาหดเล็กลง เขารีบประสานอินอย่างรวดเร็ว และ "ลูกคิดสยบมารเสวียนจี" ที่แขวนอยู่ที่เอวก็สั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง

ลูกคิดเก้าลูกที่ทำจากเหล็กเย็นร้อยปีลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าและหมุนวนไปมา

แต่ละลูกต่างก็พ่นแสงสีทองที่บาดตาออกมา และกลั่นตัวกลายเป็นค่ายกลปราบมารกลางอากาศ ลูกคิดแต่ละลูกต่างก็พ่นกระแสพลังที่รุนแรงพาดผ่านกันไปมา!

"เก้าลูกคิดสยบมาร!"

จบบทที่ บทที่ 170 สยบยอดเขาเสวียนจี

คัดลอกลิงก์แล้ว