- หน้าแรก
- ผู้บำเพ็ญยุคสิ้นธรรม
- บทที่ 149 จุดอ่อนของวิชา ความลับในถ้ำมังกร
บทที่ 149 จุดอ่อนของวิชา ความลับในถ้ำมังกร
บทที่ 149 จุดอ่อนของวิชา ความลับในถ้ำมังกร
บทที่149 จุดอ่อนของวิชา ความลับในถ้ำมังกร
กระบี่บินเกล็ดน้ำแข็งกลายเป็นแสงสีน้ำเงินจางพุ่งเข้ามาช่วย ในจุดที่คมกระบี่ผ่านไป เกิดเป็นน้ำแข็งทึ่ควบแน่นประดุจมังเกรเหมันต์ พยายามจะแช่แข็งและล็อกเป้ากระบี่ผสมผสานไว้
"ลูกไม้วิชาต่ำเตี้ย! ยิ่งวิชากระบี่ระดับสูงเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าจะได้เปรียบเสมอไป มันขึ้นอยู่กับว่าใช้อยู่ตอนไหน ให้เจ้าได้เห็นวิชาปราณกระบี่กลายเป็นเส้นไหมทำลายระบำหิมะของเจ้าเสีย!"
จงกุยหัวเราะลั่น เปลี่ยนวิชากระบี่ทันที ปราณกระบี่สีมนๆ พลันแยกตัวออกเป็นเส้นไหม พุ่งเลื้อยผ่านช่องว่างของน้ำแข็งเข้าไป ทิ่มแทงตรงจุดสำคัญของเส้นชีพจรของฮวาชิงซวง
ฮวาชิงซวงอุทานเบาๆ กระบี่บินเกล็ดน้ำแข็งกลายเป็นรุ้งกระบี่พุ่งกลับมาตั้งรับอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังถูกปราณกระบี่สายหนึ่งเฉี่ยวที่ไหล่ซ้าย จนทำให้พิษน้ำแข็งในกายเริ่มเกิดการเคลื่อนไหวขึ้นมาอีกครั้ง
จงกุยรู้ดีว่าจุดอ่อนของวิชานางอยู่ที่ "ด่านวิญญาณน้ำแข็ง"
การโจมตีนี้แฝงไว้ด้วยพลังวิญญาณผสมผสาน บีบให้นางมีใบหน้าซีดเผือด
เหยียนหลานกัดฟันเร่งพลังกงล้อตะวันเพลิง วงแหวนเพลิงทั้งเก้าระเบิดออก กลายเป็นฝูงอีกาเพลิงนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่จงกุย พร้อมกับนางร่ายอาคมด้วยมือทั้งสองข้าง บังเกิดเสาลาวาขนาดมหึมาพุ่งพวยขึ้นสู่ท้องฟ้า
"คราวนี้เจ้าจงดูว่าข้าจะเปลี่ยนปราณกระบี่เป็นสายรุ้งได้อย่างไร!"
จงกุยกู่ร้องลั่น กระบี่ผสมผสานวาดวิถีเป็นสายรุ้งอันเจิดจ้าบนท้องฟ้า รุ้งกระบี่ประดุจพระจันทร์เสี้ยว ดูดกลืนฝูงอีกาเพลิงและเสาลาวาหายไปจนสิ้นในพริบตา
ทว่าที่ขอบของรุ้งกระบี่กลับมีการสั่นไหวเล็กน้อยจนแทบมองไม่ออก สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย อาการบาดเจ็บภายในเริ่มกำเริบ จนเกือบจะเสียจังหวะการเดินพลัง
"เขามีอาการบาดเจ็บรึ?"
จ้าวอู๋จีคอยสังเกตสถาการณ์ที่เคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา ในตอนนั้นเองประสาทสัมผัสรับรู้ถึงกลิ่นอายก็เริ่มรับรู้ได้ทันที เขาจึงลอบใช้วิชาชักนำพลังเพื่อสังเกตดู
ในจังหวะนั้นเอง ฮวาชิงซวงก็สะบัดมือส่งยันต์เกล็ดน้ำแข็งนับสิบใบออกไปทันที น้ำแข็งแหลมคมพุ่งลงมาประดุจห่าฝน ทว่ากลับถูกหม้อใบเล็กสีดำ "หม้อน้ำทิพย์เร้นลับ" ทึ่พุ่งออกมาจากแขนเสื้อของจงกุยดูดกลืนเข้าไปจนหมด
ลวดลายบนหม้อสว่างวาบ เปลี่ยนเอาน้ำแข็งเหล่านั้นให้กลายเป็นไอเย็นพ่นย้อนกลับไป บีบให้หญิงสาวทั้งสองคนต้องพากันหลบหลีกจัลละหวั่น
"ใช้สัมปชัญญะวิญญาณ!"
สายตาของฮวาชิงซวงและเหยียนหลานเปลี่ยนไปพร้อมกัน สัมปชัญญะวิญญาณขอบเขตรวมจิตพลันระเบิดออกมาทันที
คนหนึ่งมีลวดลายน้ำแข็งส่องประกาย อีกคนมีลวดลายเพลิงเจิดจ้าบาดตา
ลวดลายน้ำแข็งประดุจดวงจันทร์ ลวดลายเพลิงประดุจดวงอาทิตย์ สัมปชัญญะวิญญาณรวมจิตทั้งสองสายระเบิดออกมาอย่างแรงกล้า
"กล้าดีอย่างไรถึงมาประลองสัมปชัญญะวิญญาณกับข้า?"
จงกุยหัวเราะลั่น พลันส่งสัมปชัญญะวิญญาณออกไปเช่นกัน ปะทะเข้ากับหญิงสาวทั้งสองคนอย่างรุนแรง
ถึงแม้ร่างกายเขาจะบาดเจ็บ แต่สัมปชัญญะวิญญาณยังคงแข็งแกร่งหาใครเปรียบได้ยาก
สัมปชัญญะวิญญาณทั้งสามสายปะทะกันกลางอากาศ เกิดเป็นระลอกคลื่นที่มองไม่เห็น บดขยี้หินผารอบด้านจนกลายเป็นเถ้าธุลี!
ในตอนนี้ สัมปชัญญะวิญญาณของจงกุยกลายเป็นเทวรูปผสมผสานสามเศียรหกกร ถือโซ่ตรวนพุ่งเข้าพันธนาการสัมปชัญญะวิญญาณของทั้งสองคนไว้
สัมปชัญญะวิญญาณของฮวาชิงซวงกลายเป็นหงส์น้ำแข็ง ส่วนเหยียนหลานก็กลายเป็นพญาหงส์เพลิง แต่ทว่ากลับถูกสัมปชัญญะผสมผสานทึ่ติดมากับโซ่รุกรานและกดทับไว้
สัมปชัญญะวิญญาณนั้นมุ่งโจมตีจุดอ่อนของวิชาของคนทั้งสองคน
ปีกหงส์น้ำแข็งเริ่มปรากฏรอยด่างสีเทา ส่วนพญาหงส์เพลิงก็ส่งเสียงร้องแหบแห้งออกมา
ทั้งสองคนจิตใจสั่นสะเทือน เลือดไหลซึมออกมาที่มุมปาก
ในตอนนั้นเอง เสียงกระแสจิตของจ้าวอู๋จีก็ดังเข้าไปในหูของหญิงสาวทั้งสองคน
"ท่านประมุขยอดเขาทั้งสอง เจ้าถ้ำมีอาการบาดเจ็บ กลิ่นอายพลังตรงไหล่ซ้ายดูจะปั่นป่วนมากเป็นพิเศษ พวกท่านจงจู่โจมไปที่ด้านซ้ายของเขา!"
เหยียนหลานและฮวาชิงซวงได้ยินดังนั้นแววตาก็เจิดจ้าขึ้นมาทันที โดยไม่ลังเล กงล้อตะวันเพลิงและกระบี่เกล็ดน้ำแข็งพลันเปลี่ยนทิศทางตามองทันที
แสงวิญญาณสีแดงและสีน้ำเงินพุ่งตรงไปที่ไหล่ซ้ายและจุดสำคัญทึ่หน้าอกของจงกุย!
"บังอาจ!"
จงกุยรีบควบคุมกระบี่ผสมผสานกลับมาตั้งรับอย่างลนลาน แต่ก็ยังถูกแรงกระแทกจากการประสานน้ำแข็งและไฟซัดจนร่างกายสั่นไหวเล็กน้อย
ผมสีขาวปลิวไสว เขาถอยหลังไปสามก้าวถึงจะยืนมั่นได้ ระลอกคลื่นจากการปะทะกันของสัมปชัญญะวิญญาณระเบิดออกเป็นวงกว้างรอบตัวคนทั้งสามคน
ฮวาชิงซวงดีดปลายนิ้วเรียกแสงเย็นเยียบออกมา กำลังจะฉวยโอกาสจู่โจมต่อ
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ดี!"
จงกุยกลับฝืนกลืนเลือดที่ลำคอลงไป พลางวาดกระบี่ผสมผสานเป็นวงจันทร์กลมเกลี้ยงบนท้องฟ้า แล้วหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง "ไม่เลว! ไม่เลวเลย! ประมุขยอดเขาทั้งสองคนสามารถรับเพลงกระบี่ผสมผสานเจ็ดส่วนของข้าได้! และยังสามารถต้านทานสัมปชัญญะวิญญาณของข้าได้อีก เช่นนั้นเคล็ดวิชา 'เก้าวัฏจักรผสมผสาน' นี้ จะมอบให้พวกเจ้าไปศึกษาก็ไม่เสียหาย!"
เขาดีดปลายนิ้ว ส่งหยกบันทึกวิชาพุ่งไปทึ่ฮวาชิงซวงและคนอื่นทันที ส่วนนิ้วมือในแขนเสื้อกลับสั่นเกร็งเพราะความพยายามที่จะข่มอาการบาดเจ็บไว้
"ตาเฒ่า!"
เหยียนหลานรูม่านตาสีแดงหดลง กงล้อตะวันเพลิงหมุนกลับมาในจังหวะที่กำลังจะสัมผัสถูกหยกบันทึกวิชา นางเช็ดรอยเลือดที่ริมฝีปาก พลางส่งสายตารู้กันกับฮวาชิงซวง
กลิ่นอายพลังที่ปั่นป่วนเพียงชั่วครู่นั้น ยืนยันได้ชัดเจนว่าตาเฒ่ามีอาการบาดเจ็บจริงๆ แต่ยากจะหยั่งถึงว่าลึกเพียงใด
พวกนางเพิ่งจะทะลวงขอบเขต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวิชาหรือเรื่องสัมปชัญญะวิญญาณ ต่างก็ถูกอีกฝ่ายกดทับไว้ทั้งหมด หากสู้กันต่อไป...
"ประมุขยอดเขาทั้งสอง!" ในตอนนั้นเอง จงกุยก็พลันมีสีหน้าเคร่งเขลึมและเอ่ยว่า "ศึกถ้ำสวรรค์อวิ๋นเฟิ่งในครั้งนี้ ถึงแม้จะสามารถทำลายอวิ๋นเฟิ่งให้ย่อยยับลงได้ แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เพราะที่ใต้ถ้ำสวรรค์อวิ๋นเฟิ่งปรากฏซากโบราณสถานสมัยราชวงศ์ซ่งขึ้นมา เกรงว่าจะมีนักบำเพ็ญโบราณปรากฏตัวออกมา"
เขาจะสะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ เพื่อสลายพลังพลังวิญญาณทึ่ปั่นป่วนรอบด้านให้สงบลง "ซ้ำร้ายถึงแม้อวิ๋นเฟิ่งจะดับสูญไปแล้ว แต่ถ้ำสวรรค์อาวุโสป้า และถ้ำสวรรค์อู๋ซั่งต่างก็ยังคงจ้องจะฮุบอยู่ ท่านเจ้าถ้ำอู๋ซั่งได้รับผลประโยชน์จากศึกครั้งนี้มากที่สุด เกรงว่าพันธมิตรจะเริ่มไม่มั่นคงเสียแล้ว นับว่ายังดีที่ประมุขยอดเขาทั้งสองสามารถทะลวงรวมจิตได้สำเร็จ ซึ่งจะช่วยให้สามารถข่มขวัญถ้ำสวรรค์อื่นๆ ได้อย่างมาก"
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง หันไปกวาดมองพวกอาวุโสที่ยืนนิ่งเงียบด้วยหน้าเกรงขาม พลางเอ่ยเสียงดังประดุจระฆังว่า "ถึงแม้ถ้ำมังกรแห่งนี้จะมีความสำคัญต่อรากฐานของถ้ำสวรรค์ แต่การที่ประมุขยอดเขาทั้งสองทะลวงรวมจิตได้สำเร็จ ย่อมถือเป็นเรื่องมงคลที่ยิ่งใหญ่ของถ้ำสวรรค์หลินหลาง กฎเกณฑ์ที่ว่าย่อมต้องเปลี่ยนแปลงสม่ำไปตามกาลเวลา คราวนี้ให้ถือเป็นกรณีพิเศษได้!"
อาวุโสแห่งตำหนักคุมวิญญาณเข้าใจความหมายทันที เขารีบเช็ดรอยเลือดที่มุมปากพลางประสานมือกล่าวแสดงความยินดี "ท่านเจ้าถ้ำปรีชายิ่ง! ควรจะเป็นเช่นนั้น! ข้าขอแสดงความยินดีกับประมุขยอดเขาทั้งสองที่ทะลวงขอบเขตรวมจิตสำเร็จ เพื่อมาปกป้องถ้ำสวรรค์ของเรา!"
"ขอแสดงความยินดีกับประมุขยอดเขาทั้งสองที่ทะลวงรวมจิตสำเร็จ! เพื่อมาปกป้องถ้ำสวรรค์ของเรา!"
อาวุโสเหอและพวกเห็นดังนั้น ก็รีบพากันก้มหน้าก้มตาประสานมือแสดงความยินดีตามๆ กัน
ฮวาชิงซวงเก็บหยกบันทึกวิชาไว้ ใช้วิชาตรวจสอบอย่างรวดเร็วจนแน่ใจว่าเป็นเคล็ดวิชา "เก้าวัฏจักรผสมผสาน" จริงๆ จากนั้นนางก็นางสบตากับเหยียนหลานครู่หนึ่ง
"ขอบคุณท่านเจ้าถ้ำทึ่มอบวิชาให้!"
ฮวาชิงซวงเก็บกระบี่บินเกล็ดน้ำแข็ง ภายในดวงตาสีเย็นชาแฝงไว้ด้วยความระแวดระวังและคมกล้า
"ท่านเจ้าถ้ำมอบวิชาให้ข้าและศิษย์น้องฮวาในครั้งนี้ ตามกฎของถ้ำสวรรค์ ข้าและศิษย์น้องฮวาก็คือผู้ท้าชิงตำแหน่งเจ้าถ้ำคนต่อไปสินะ"
เหยียนหลานยกยิ้มที่มุมปาก แววตาจ้องมองจงกุยเพื่อหยั่งเชิงต่อ
"ควรจะเป็นเช่นนั้น! จงผู้นี้อยู่ในตำแหน่งนี้มานานกว่าร้อยปีแล้ว จิตใจเริ่มอ่อนล้าเต็มที หลังจากจบเรื่องในมิติลับเทียนหนานแล้ว จงผู้นี้จะสละตำแหน่งให้อย่างแน่นอน"
จงกุยลูบเคราพยักหน้ายิ้ม แต่คำพูดที่หลุดออกมากลับทำเอาพวกอาวุโสและลูกศิษย์ใจหายวาบทันที
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง "เพียงแต่ประมุขยอดเขามีกันสองคน แต่ตำแหน่งเจ้าถ้ำนั้น... มีเพียงตำแหน่งเดียว..."
เหยียนหลานหัวเราะเบาๆ หันไปหาฮวาชิงซวง "ข้าและศิษย์น้องฮวานั้นรักใคร่กันประดุจพี่น้องแท้ๆ ภายหน้าใครจะเป็นเจ้าถ้ำก็เหมือนกัน หากศิษย์น้องฮวาได้เป็นเจ้าถ้ำ ข้าที่เป็นพี่สาวเจ้าถ้ำ ย่อมดูสง่างามไม่แพ้กัน"
เปลือกตาของจงกุยกระตุกเบาๆ ทีหนึ่ง
ความสัมพันธ์ของคู่พี่น้องคู่นี้ ไปสนิทสนมกลมเกลียวกันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่าทึ่ผ่านมาล้วนแต่แสร้งทำต่อหน้าเขาอย่างนั้นรึ?
แววตาเขาไหววูบ พลันกวาดสายตาไปทึ่จ้าวอู๋จีทึ่อยู่เบื้องล่าง
จ้าวอู๋จีรู้สึกร่างกายเกร็งทันที สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลทึ่กดทับลงมา
แต่อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าจงกุยก็ถอนสายตาออกไป แล้วมองไปทางทิศที่ไกลออกไป
เสียงมังกรคำรามพร้อมกับพลังมังกรมหาศาลกำลังพุ่งตรงมาที่นี่อย่างรวดเร็ว
เป็นจักรพรรดิเจามิงที่กำลังขับเคลื่อนราชรถมังกรมุ่งหน้ามาถึงนั่นเอง