- หน้าแรก
- ผู้บำเพ็ญยุคสิ้นธรรม
- บทที่ 148 ปะทะดุเดือดเจ้าถ้ำ
บทที่ 148 ปะทะดุเดือดเจ้าถ้ำ
บทที่ 148 ปะทะดุเดือดเจ้าถ้ำ
บทที่ 148 ปะทะดุเดือดเจ้าถ้ำ
"ตูมมม!!!"
เสียงคำรามที่น่าเกรงขามประดุจสายฟ้าฟาดระเบิดก้องไปทั่วทั้งหุบเขาจนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
"ท่านประมุขยอดเขาฮวา! ท่านประมุขยอดเขาเหยียน! พวกท่านต้องให้คำอธิบายแก่ข้า!"
คลื่นเสียงนั้นแฝงไว้ด้วยพลังที่น่าสะพรึงกลัว กระแทกผนังหินด้านนอกถ้ำจนเกิดรอยแยกประดุจใยแมงมุม
ที่ด้านนอกถ้ำ พวกอาวุโสเหอและคนอื่นๆ ต่างก็มีใบหน้าซีดเผือด ตัวสั่นงันงกพลางถอยหลังไปไกลกว่าร้อยจั้ง
ลูกศิษย์บางคนที่มาถึงและมีขอบเขตพลังอ่อนด้อยต่างก็พากันคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
ดวงตาที่เย็นชาของฮวาชิงซวงหดลง เกล็ดน้ำแข็งรอบกายแตกกระจายดัง "กรอบแกรบ" ใบหน้าที่งดงามนั้นดูเคร่งครึมขึ้นทันที
แรงกดดันวิญญาณนี้... เหนือกว่าขอบเขตรวมจิตทั่วไปมหาศาล!
"ตาเฒ่าจงกุย!!"
เหยียนหลานรูม่านตาสีแดงหดเล็กลงพลางกัดฟันกรอด แววตาสีแดงเจิดจ้าขึ้น นางรีบกลายเป็นสายรุ้งสีแดงพุ่งออกจากถ้ำไปทันที
เห็นเพียงบนท้องฟ้าเบื้องนอก จงกุยเดินบนความว่างเปล่า กลิ่นอายพลังวิญญาณรอบตัวกว้างใหญ่ไพศาลประดุจก้นบึ้งของมหาสมุทร
เพียงแค่เขายืนอยู่ตรงนั้น ก็ทำให้เมฆหมอกในรัศมีพันจั้งสลายไปสิ้น
"ตาเฒ่านี่..."
เหยียนหลานเม้มริมฝีปากแน่นพลางมองสบตากับฮวาชิงซวง ทั้งสองต่างมองเห็นความเคร่งเครียดในดวงตาของกันและกัน
ความแข็งแกร่งนี้ เหนือกว่าพวกนางที่เพิ่งจะเข้าสู่รวมจิตไปมากนัก ดูเหมือนจะใกล้บรรลุรวมจิตระดับปลายแล้ว และที่สำคัญ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ได้รับบาดเจ็บจากศึกถ้ำสวรรค์อวิ๋นเฟิ่งเลยสักนิด...
...
...
บนท้องฟ้าเหนือหุบเขา เมฆหมอกดูเหมือนจะควบแน่นเป็นเหล็กกล้าที่นิ่งสนิท
จงกุย เจ้าถ้ำหลินหลางลอยตัวอยู่กลางอากาศ กลิ่นอายพลังน่าเกรงขามดั่งขุนเขาและมหาสมุทร เคราและผมปลิวไสวด้วยความโกรธ สายตาเย็นชาประดุจสายฟ้าล็อกเป้าไปที่ฮวาชิงซวงและเหยียนหลาน ภายในใจพลุ่งพล่านด้วยเจตนาฆ่า
อย่างไรก็ตาม เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ แม้ภายนอกเขาจะดูแข็งกร้าว แต่แท้จริงแล้วกลับได้รับบาดเจ็บสาหัส
หากเขาลงมือลงโทษอย่างฝืนบังคับ ต่อให้สุดท้ายจะได้รับชัยชนะอย่างยากลำบาก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่แสนแพง และยังไม่แน่ว่าจะสามารถกำจัดพี่น้องรวมจิตคู่นี้ที่เพิ่งจะทะลวงขอบเขตได้หรือไม่
หากต่อสู้กับหญิงสาวทั้งสองคนนี้แล้วปล่อยให้พวกนางจากไป ไม่เพียงแต่จะทำให้ขั้วอำนาจในถ้ำสวรรค์สั่นคลอนและอ่อนแอลง แต่ยังจะทำให้อาการบาดเจ็บของตนเองทรุดหนักลงอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นผลเสียต่อสถานการณ์ในปัจจุบันอย่างมาก
หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน เจตนาฆ่าและความโกรธในใจของจงกุยก็มลายหายไปกว่าครึ่ง แต่ภายนอกยังคงรักษาความแข็งกร้าวไว้พลางคำราม "ท่านประมุขยอดเขาฮวา! ท่านประมุขยอดเขาเหยียน!
พวกท่านบังอาจกักตุนพลังวิญญาณในถ้ำมังกรแห่งนี้เพื่อทะลวงขอบเขต นี่คือการทำลายรากฐานของถ้ำสวรรค์ และเป็นการละเมิดกฎของถ้ำสวรรค์ วันนี้พวกท่านต้องให้คำอธิบายแก่ข้า!"
"กฎเกณฑ์รึ!?"
เหยียนหลานแค่นหัวเราะ ชุดคลุมอาคมสีแดงเพลิงพริ้วไหว ลวดลายเลือที่จุดระหว่างคิ้วส่องประกาย "ท่านเจ้าถ้ำ! กฎเกณฑ์เป็นสิ่งตายตัว แต่คนเรานั้นมีชีวิตจิตใจ
หลายปีมานี้พวกเรายอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อถ้ำสวรรค์ เมื่อวานนี้ก็เพิ่งจะเสี่ยงชีวิตเข้าต่อสู้กับประมุขยอดเขาทั้งสองของอวิ๋นเฟิ่ง จนสามารถทำลายรากฐานค่ายกลปกป้องเขาของอวิ๋นเฟิ่งได้สำเร็จ!"
กงล้อตะวันเพลิงข้างกายนางส่งเสียงหึ่งๆ เปลวไฟสีทองแผดเผาจนอากาศบิดเบี้ยว นางพลันชี้ไปที่พวกอาวุโสเหอพลางตะโกนลั่น
"ในตอนที่พวกเรากำลังเสี่ยงตายหลั่งเลือดอยู่นั้น พวกเขาอยู่ที่ไหนกัน? ในเมื่อข้าและศิษย์น้องฮวาพิษน้ำแข็งและพิษอัคคีระเบิดออกมา จึงจำเป็นต้องทะลวงขอบเขตที่นี่ มีอะไรผิดตรงไหนกัน?"
จงกุยมีสีหน้ามืดมน พลังวิญญาณในแขนเสื้อปั่นป่วน พยายามข่มความโกรธไว้
หากเป็นเมื่อก่อน เหยียนหลานจะกล้ามาสามหาวต่อหน้าเขาเช่นนี้ได้อย่างไร
แต่เขาก็ไม่อาจแสดงความอ่อนแอออกมาได้ มิการปะทะเดือดในวันนี้คงเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน
เขาเร่งพลังกดดันให้รุนแรงยิ่งขึ้นพลางคำราม "ทรัพยากรของถ้ำสวรรค์ ล้วนอยู่ในความดูแลของข้า จะยอมให้พวกท่านอาศัยคุณงามความดีมาช่วงชิงไปตามใจชอบได้อย่างไร? ซ้ำร้ายนี่ยังเป็นสถานที่สำคัญอย่างถ้ำมังกรอีกด้วย!"
ในตอนนั้นเอง ฮวาชิงซวงก็ก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง ดวงตาสีน้ำแข็งประดุจคมมีดจ้องมองจงกุย ราวกับตั้งใจจะหยั่งเชิงพลางเอ่ยอย่างเย็นชา "ในเมื่อท่านเจ้าถ้ำดึงดันจะเอาความให้ได้ เช่นนั้นวันนี้ก็จงลงโทษพวกเราทั้งสองคนให้หนักเถอะ
ข้าและศิษย์พี่เหยียนเพิ่งจะทะลวงขอบเขตรวมจิตได้ไม่นาน ยังไม่เข้าใจความลี้ลับของขอบเขตนี้มากนัก วันนี้จึงอยากจะขอให้ท่านเจ้าถ้ำช่วยชี้แนะให้กระจ่างเสียหน่อย!"
เหยียนหลานได้ยินดังนั้นแววตาสีแดงก็เจิดจ้าขึ้นมาทันที กงล้อตะวันเพลิงแยกตัวออกเป็นวงแหวนเก้าวงปิดล้อมทุกทิศทางไว้
จงกุยรูม่านตาหดเล็กลง เขาไม่คาดคิดว่าฮวาชิงซวงจะกล้าท้าทายในจังหวะนี้ อาการบาดเจ็บภายในเริ่มเจ็บปวดรุนแรงประดุจถูกฉีกกระชาก
แต่เขายังคงฝืนแค่นหัวเราะ รอบกายพลันปรากฏแสงสีทองเก้าสายพุ่งออกมา "ดี! ดียิ่งนัก! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ วันนี้ข้าจะสั่งสอนพวกเจ้าเอง ให้ได้เห็นถึงพลังของขอบเขตรวมจิตทึ่ฝึกฝนวิชาเก้าวัฏจักรผสมผสานเสียหน่อย"
"ไม่ดีแน่... ดูเหมือนตาเฒ่าเจ้าถ้ำนั่นจะตั้งใจลงมือจริงๆ?"
จ้าวอู๋จีแอบสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ และเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล
ภายใต้ประสาทสัมผัสรับรู้ กลิ่นอายพลังและแรงกดดันของเจ้าถ้ำคนนี้รุนแรงเกินไปจริงๆ เหนือกว่าประมุขยอดเขาทั้งสองคนมากนัก
ซ้ำยังมีข้อดีเรื่องระดับวิชาที่เหนือกว่าอีก หากต้องสู้กันจริงๆ...
ฮวาชิงซวงและเหยียนหลานเมื่อได้ยินคำว่า "วิชาเก้าวัฏจักรผสมผสาน" ต่างก็หรี่ตาลง และสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม
อย่างไรก็ตาม ฮวาชิงซวงยังคงชูกระบี่บินตรงแน่ว นางเอ่ยอย่างเย็นชาโดยไม่หวั่นเกรง "หากวันนี้ข้าและศิษย์พี่เหยียนสามารถเอาชนะท่านเจ้าถ้ำได้ ก็หวังว่าท่านเจ้าถ้ำจะปฏิบัติตามกฎของเจ้าถ้ำทุกรุ่นในอดีต โดยการส่งมอบเคล็ดวิชา 'เก้าวัฏจักรผสมผสาน' ลงมา"
นี่คือการรุกฆาต เพราะวิชาเก้าวัฏจักรผสมผสานเป็นวิชาที่เจ้าถ้ำเท่านั้นทึ่จะได้เรียนรู้ การทึ่ฮวาชิงซวงบีบให้จงกุยส่งมอบวิชานี้ ก็เท่ากับเป็นการกำหนดตำแหน่งผู้สืบทอดเจ้าถ้ำคนต่อไปนั่นเอง
"ได้!"
จงกุยสูดหายใจลึก แววตาคมกริบวาบขึ้นมา
เขาจะสะบัดชายแขนเสื้อ กระบี่บินโบราณที่ไหลเวียนด้วยแสงสีมนดำเล่มหนึ่งพุ่งออกจากถุงเก็บของอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายพลังน่าเกรงขามยิ่งนัก วันนี้ต่อให้ต้องแลกด้วยอาการบาดเจ็บทึ่ทรุดหนักลง เขาก็ต้องจัดการเรื่องนี้ให้จบลงอย่างงดงาม
"กระบี่ผสมผสาน!"
พวกอาวุโสรอบด้านต่างพากันร้องอุทานด้วยความตกใจ และพากันถอยหลังไปตามๆ กัน
กระบี่เล่มนี้เป็นกระบี่ประจำสำนักที่สืบทอดกันมาจากเจ้าถ้ำรุ่นสู่รุ่น มีพลานุภาพเหนือกว่ากระบี่เกล็ดน้ำแข็งและหานพั่วไปมากนัก
"ประมุขยอดเขาทั้งสอง รับมือ!"
จงกุยร่ายวิชากระบี่ กระบี่ผสมผสานสาดรัศมีปราณกระบี่สีมนๆ ออกมาเก้าสาย
ปราณกระบี่แต่ละสายต่างพันล้อมด้วยแสงผสมผสาน เห็นเลาๆ ว่ามีไอพลังสีแดง น้ำเงิน และขาวไหลเวียนไม่หยุดหย่อน
ปราณกระบี่ประดุจมังกรพุ่งเข้าโจมตีคนทั้งสองในเวลาเดียวกัน ในทุกจุดทึ่ปราณกระบี่ผ่านไป อากาศจะบิดเบี้ยว แม้แต่เมฆหมอกทึ่นิ่งสงบก็ยังถูกฉีกออกเป็นรอยแยกที่น่ากลัว
"จะมาก็มา!"
เหยียนหลานตะโกนลั่น วงแหวนตะวันเพลิงทั้งเก้าวงรวมเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นกงล้อดวงตะวันอันร้อนแรงขวางไว้เบื้องหน้า
กงล้อเพลิงปะทะกับปราณกระบี่ผสมผสานจนเกิดระเบิดพลังวิญญาณเจิดจ้าบาดตา
ทว่าปราณกระบี่สามสายในนั้นกลับขยับบิดเบี้ยวอย่างประหลาด ทะลวงผ่านและดูดกลืนเปลวไฟเข้าไป พุ่งตรงเข้าหาที่จุดระหว่างคิ้วของนางทันที นี่คือวิถี "สสานวารีเพลิง" ในวิชาเก้าวัฏจักรผสมผสานทึ่สามารถทำลายพลานุภาพของกงล้อตะวันเพลิงไปได้ถึงสามส่วนอย่างง่ายดาย
เหยียนหลานรีบเรียกผาลายเพลิงออกมาป้องกัน งูเพลิงพยายามฟาดฟันดเอาแสงกระบี่ออกไป นางครางออกมาพร้อมกับถอยหลังไป แววตาฉายแวพตระหนกออกมา
"ศิษย์พี่!"
"ฟิ้ว!"