เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 108 เสียงกระบี่กึกก้องป่าเขา สังหารยอดฝีมือระดับสูง

บทที่ 108 เสียงกระบี่กึกก้องป่าเขา สังหารยอดฝีมือระดับสูง

บทที่ 108 เสียงกระบี่กึกก้องป่าเขา สังหารยอดฝีมือระดับสูง


บทที่ 108 เสียงกระบี่กึกก้องป่าเขา สังหารยอดฝีมือระดับสูง

ป่าเขาเงียบสงัด ยามโพล้เพล้แสงสีเหลืองหม่น

ร่างของจ้าว

วิชาชี้นำทำงานประดุจวงล้อที่หมุนวน เส้นสายสีเทาในชีพจรปฐพีเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ มันกำลังเลื้อยคดเคี้ยวเข้ามาใกล้ตำแหน่งที่กำหนด

สามสิบจั่ง ยี่สิบจั่ง สิบจั่ง

คือตอนนี้เอง

จ้าวอู๋จีลงมืออย่างฉับพลัน บัญชากระบี่พลันระเบิดแสงเย็นเจิดจ้าออกมา ราวกับสัตว์ร้ายที่ซุ่มซ่อนมานาน ในที่สุดก้เปิดเผยเขี้ยวเล็บออกมา

เสียงเคร้งดังสนั่น บัญชากระบี่พลันส่งเสียงสั่นสะเทือนประดุจเสียงมังกรคำรามอันใสกระจ่าง ราวกับเสียงเทพเจ้าตีเหล็กจากสรวงสวรรค์ที่ดังกึกก้องไปทั่วป่าเขา

แสงกระบี่สีขาวราวหิมะประดุจแสงเหนือที่แหวกฟักฟ้า ฉีกกระชากแสงเย็นที่บาดตาในยามเย็น ถนนบนภูเขาเบื้องหน้าดูเหมือนว่างเปล่า ทว่าในพริบตาที่ปราณกระบี่ตกลงสู่พื้นดิน พื้นดินกพลันนูนขึ้นเป็นเนินดินที่ประหลาด

ตูม

ในพริบตาที่ปราณกระบี่ทะลวงเข้าสู่ชีพจรปฐพี ผืนป่าทั้งผืนก็สั่นสะเทือนตามไปด้วย คังโหย่วหยวนที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ดินสัมผัสได้เพียงความเย็นเยียบที่เสียดแทงกระดูกพุ่งลงมาจากเหนือศีรษะ ม่านพลังวิญญาณป้องกันกลับถูกฉีกกระชากอย่างง่ายดายประดุจกระดาษบางๆ สัญญาณเตือนภัยในใจแผดคำรามลั่น

เป็นไปได้อย่างไร

ลึกเข้าไปในชีพจรปฐพี คังโหย่วหยวนขนลุกชันไปทั้งตัว

ในสภาวะที่ใช้ดินมุดดินอยู่นั้นยากที่จะเรียกใช้อาวุธวิเศษ ทำได้เพียงใช้ชุดคลุมอาคมเปล่งแสงป้องกันขึ้นมาอย่างรนราณ

ทว่าในยามนี้ พลังวิญญาณภายในเส้นชีพจรกลับถูกแช่แข็งประดุจโคลนตม แม้จะสามารถพุ่งทะลวงออกไปได้ในพริบตา ทว่าก้ได้พลาดโอกาสความเป็นความตายไปเสียแล้ว

ฉึก

ปราณกระบี่สีขาวราวหิมะประดุจมังกรเงินที่พุ่งลงสู่ทะเล แสงวิญญาณจากชุดคลุมอาคมแตกกระจายทันที

ดินใต้ดินแรงระเบิดกลายเป็นหมอกโลหิต ศรโลหิตสีแดงฉานพุ่งออกมาจากชั้นดินทันที

เสียงร้องโหยหวนอันเจ็บปวดดังกึกก้องไปทั่วป่าเขา

ภายใต้พื้นดิน หูซ้ายของคังโหย่วหยวนถูกตัดขาดจนถึงโคนหู ปราณกระบี่ทะลวงผ่านหัวไหล่ทะลุปอด และสุดท้ายก้พุ่งออกจากร่างกายตรงช่วงหว่างขา ทิ้งรอยเลือดเป็นทางยาวกว่าสามจั่งไว้บนพื้นดิน

พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวเบ่งบานอยู่ท่ามกลางถนนบนภูเขา

ที่ไกลออกไป ผู้อาวุโสถ้ำสวรรค์หลินหลางสองคนที่กำลังแยกกันค้นหาร่องรอยของคังโหย่วหยวน ต่างก้ถูกเสียงความเคลื่อนไหวจากปราณกระบี่ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้ตื่นตกใจ ต่างคนต่างหันกลับมามองด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป

ปราณกระบี่จากบัญชากระบี่งั้นรึ

โครม

ถนนบนภูเขาแตกกระจาย คังโหย่วหยวนพุ่งออกมาจากใต้ดินในสภาพที่โชกไปด้วยเลือดราวกับน้ำเต้าโลหิต ดวงตาข้างเดียวแดงก่ำประดุจภูติผี จ้องเขม็งไปที่ร่างของจ้าวอู๋จีที่ปรากฎตัวออกมา ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจดจำจ้าวอู๋จีได้จากกลิ่นอายล็อกวิญญาณก่อนหน้านี้ จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

เจ้า เด็ก เหลือ ขอ เป็นเจ้านี่เอง

เสียงแผดคำรามนี้แฝงไปด้วยความอาฆาตแค้นอันมหาศาล สั่นสะเทือนจนใบไม้ร่วงพรูลงมาทั่วทั้งภูเขา

เอาชีวิตลูกข้าคืนมา

คังโหย่วหยวนหัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยความโกรธแค้น ผมขาวที่เปื้อนเลือดสั่นไหวประดุจงูคลั่ง ฝ่ามือทั้งสองข้างประกบกันร่ายอาคมทันที รอบกายพลันปรากฎเหล็กแหลมแยกวารีสีน้ำเงินเข้มขิ้นมาหลายสิบอัน

ในพริบตาที่เขาร่ายอาคม มันก้กลายเป็นแสงเย็นที่เต็มไปทั่วท้องฟ้า พุ่งทะยานเข้าใส่จ้าวอู๋จีประดุจห่าฝนเย็นเยียบ

ตูม

เงาเหล็กแหลมยังไม่ทันจะมาถึง แรงกดดันวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวก้กดทับลงมาดุจขุนเขา

ใบหน้าของจ้าวอู๋จีพลันซีดเผือด ร่างกายถอยร่นเข้าสู่ผืนป่าอย่างรวดเร็วประดุจปุยฝ้าย

กระบี่บินวิญญาณเยือกแข็งภายใต้การควบคุมของเคล็ดกระบี่ประดุจสายฝนน้ำแข็งที่สาดซัด กลายเป็นแถบสายรุ้งสีขาวสายแล้วสายเล่าพุ่งเข้าปะทะ ตัวกระบี่และเหล็กแหลมแยกวารีเข้าปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง ส่งเสียงกรีดร้องออกมาเป็นระยะ

เคร้ง เคร้ง เคร้ง

การปะทะกันในแต่ละครั้งทำให้กระบี่บินวิญญาณเยือกแข็งส่งเสียงร้องออกมา พลังวิญญาณที่สถิตอยู่บนกระบี่ถูกบั่นทอนลงไปทีละชั้น

ความแตกต่างของพลังวิญญาณระหว่างคนทั้งสองนั้นช่างห่างไกลกันเหลือเกิน

ทันใดนั้น เงาเหล็กแหลมทั่วฟากฟ้าก้พลันรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นมังกรดุร้ายสีน้ำเงินเข้มที่พุ่งทะลวงผ่านผืนฟ้าและผืนดิน ทำลายล้างต้นไม้โบราณทุกต้นที่ขวางหน้าจนแตกละเอียด

คือตอนนี้เอง

ในยามคับขัน จิตใจของจ้าวอู๋จีพลันสงบนิ่งจนถึงขีดสุด

ยันต์สองแผ่นในแขนเสื้อร่วงหล่นลงอย่างไร้เสียง ในพริบตาที่เหล็กแหลมแยกวารีพุ่งมาถึงตัว

ทันใดนั้นร่างของเขาก้แยกออกเป็นสองร่าง ร่างหนึ่งพุ่งมุดหายลงไปในผืนดินทันที ส่วนอีกร่างหนึ่งกลับถูกเหล็กแหลมอันน่าสะพรึงกลัวทิ่มแทงจนทะลุ ระเบิดกลายเป็นละอองน้ำกระจายไปทั่ว

คิดจะใช้ดินมุดดินหนีงั้นรึ

คังโหย่วหยวนพุ่งสังหารเข้ามา พลันสะบัดแขนเสื้อส่งยันต์จำนวนมากออกมาอย่างต่อเนื่อง ตกลงสู่พื้นดินกลายเป็นลูกไฟที่เต็มไปทั่วท้องฟ้า

ท่ามกลางเสียงระเบิดดังกึกก้อง พื้นดินถูกระเบิดจนคลื่นดินม้วนตลบ ทว่ากลับมิเห็นร่องรอยของใครเลยแม้แต่คนเดียว

ทว่าภายในเนินดินที่ระเบิดออกนั้น กลับมิพบร่องรอยของใครเลย ราวกับว่าจ้าวอู๋จีทั้งคนได้สาบสูญไปในความว่างเปล่าเสียแล้ว

ภาพที่เกิดขึ้นนี้ทำให้คังโหย่วหยวนถึงกับยืนอึ้งอยู่กับที่ ใบหน้าซีดเผือดจ้องมองไปยังทะเลเพลิงที่ปนเปื้อนไปด้วยเปลวไฟด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงจะฉายแววแห่งความโกรธแค้นและเจตนาสังหารออกมา

จ้าวอู๋จี

เขากำลังจะขยับใช้อาวุธวิเศษอีกครั้ง ทว่าร่างกายที่ถูกแทงทะลุก่อนหน้านี้กลับพ่นเลือดออกมาอีกครั้ง เลือดที่ไหลออกมาจำนวนมากทำให้ดวงตาของเขาพร่ามัว สมองหมุนคว้าง ร่างกายจึงซวนเซล้มลงทันที

เฒ่าคัง อย่าได้คิดทำร้ายศิษย์ในสำนักข้า

ในยามที่สถานการณ์ตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงแผดคำรามอันดังกึกก้องประดุจเสียงอสุนีบาตก้ดังขึ้น ปราณดาบอันเจิดจ้าสายหนึ่งพาดผ่านฟากฟ้าฟันลงมาทันที

คังโหย่วหยวนฝืนใจคำรามพร้อมกับสั่งการให้อาวุธวิเศษเหล็กแหลมแยกวารีออกมาป้องกันอย่างยากลำบาก

เสียงดัง เคร้ง สนั่นหวั่นไหว

อาวุธวิเศษเหล็กแหลมแยกวารีถูกแรงกระแทกจนกระเด็นหายไปคนละทิศคนละทาง

ร่างกายของคังโหย่วหยวนราวกับถูกสายฟ้าฟาดจนกระเด็นออกไป ในยามที่ตกลงสู่พื้นก้รีบกางโล่อาคมสามบานออกมาอย่างรนราณ ทว่ามันกลับสั่นคลอนประดุจจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ

ทว่าในช่วงเวลาสั้นๆ นั้นเอง ก้มีร่างอีกร่างหนึ่งพุ่งสังหารเข้ามา ในมือถืออาวุธวิเศษซัดพลังวิญญาณสามสายที่ทอแสงระยิบระยับออกมา สาดประกายแสงมงคลนับพันสาย ทำลายโล่อาคมของคังโหย่วหยวนที่กำลังจะล่มสลายลงได้ในพริบตา

ผู้อาวุโสทั้งสองร่วมมือกันได้อย่างยอดเยี่ยม ปิดกั้นทางถอยทั้งหมดของเฒ่าคังไว้ทั้งซ้ายและขวา

แม้คังโหย่วหยวนจะพยายามพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสุดชีวิต ทว่าในที่สุดก้ถูกปราณดาบสายหนึ่งฟันจนร่วงหล่นลงมากลางอากาศ

ลึกลงไปใต้ดินสามจั่ง จ้าวอู๋จีใช้วิชาดินมุดดินผสานกับวิชาล่องหนเพื่อซ่อนเร้นกาย บาดแผลที่หัวไหล่ถูกพลังวิญญาณผนึกเอาไว้จนแน่น

ในสัมผัสวิญญาณ กลิ่นอายของคังโหย่วหยวนประดุจดั่งเปลวไฟจากตะเกียงที่กำลังจะมอดดับท่ามกลางสายลม เดี๋ยววูบวาบเดี๋ยวหม่นแสง

อา

ทันใดนั้น เสียงร้องโหยหวนอันเจ็บปวดก้ทะลวงผ่านชั้นดินลงมา แรงกดดันวิญญาณอันบ้าคลั่งนั้นมลายหายไปอย่างรวดเร็วประดุจดังน้ำลด และในที่สุดก้... ตกสู่ความเงียบงัน

จบสิ้นแล้วรึ

ใจของจ้าวอู๋จีสั่นไหว เขารีบยกเลิกผลของวิชาล่องหนทันที จากนั้นจึงใช้วิชาดินมุดดินพุ่งออกมาจากพื้นดิน ประจันหน้ากับแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงของผู้อาวุโสทั้งสองคนพอดี

ผู้อาวุโสคนหนึ่งสวมชุดคลุมยาวสีขาวนวลพัดโบกสะบัดไปตามสายลม

หนูจ้าวอู๋จีแห่งยอดเขาหานเย่ว์งั้นรึ ผู้อาวุโสหนวดเงินหรี่ตาลง เมื่อครู่เจ้าแอบซ่อนตัวอยู่ใต้ดินตลอดเลยรึ

จ้าวอู๋จีกดบาดแผลที่หัวไหล่ที่ลึกจนเห็นกระดูก พลางก้มตัวลงคารวะ ศิษย์เองศิษย์ขอนอบน้อมคารวะผู้อาวุโสทั้งสองท่าน

ในยามที่เขาพูดอยู่นั้น เข็มทองในแขนเสื้อก้พุ่งออกมาต่อเนื่อง ปิดจุดชีพจรใหญ่เจ็ดจุดที่หัวไหล่ในพริบตา ทำให้โลหิตหยุดไหลทันที

เมื่อเห็นฝีมือการปักเข็มทองอันเป็นสัญลักษณ์นี้ สีหน้าแห่งความตกตะลึงบนใบหน้าของผู้อาวุโสทั้งสองก้คลายลงเล็กน้อย ทว่าเมื่อมองดูศพของคังโหย่วหยวนที่อยู่บนพื้นดินซึ่งมีบาดแผลจากกระบี่พาดผ่านตั้งแต่หนังศีรษะทะลุผ่านไปครึ่งร่าง ทั้งสองก้มองหน้ากันไปมาพลางสูดลมหายใจเย็นๆ ออกมา

นี่คือฝีมือของเจ้าเมื่อครู่นี้งั้นรึ ผู้อาวุโสหนวดเงินเอ่ยถาม

จ้าวอู๋จีกดหัวไหล่พลางยิ้มอย่างขมขื่น ศิษย์ถูกบีบจนไร้ทางเลือกจึงต้องเดิมพันด้วยชีวิต กระตุ้นปราณกระบี่จากบัญชากระบี่ โชคดีที่ปราณกระบี่นั้นแข็งแกร่งพอ จึงสามารถสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้กับปีศาจร้ายตัวนี้ได้ ทว่าศิษย์ก้เกือบจะสิ้นแรงแล้วเช่นกัน... หากไม่ใช่เพราะผู้อาวุโสทั้งสองท่านเดินทางมาถึงได้ทันเวลาละก็...

คำพูดยังไม่ทันจบ ผู้อาวุโสทั้งสองก้พลันรู้สึกหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย

ทันเวลาที่ไหนกัน พวกเขาเกือบจะปล่อยให้ตาเฒ่าคนนี้ลงมือสังหารศิษย์ได้ต่อหน้าต่อตาเสียแล้ว

หากไม่ใช่เพราะศิษย์น้องจ้าวผู้นี้ยินหยัดอย่างมั่นคงในยามวิกฤต และใช้บัญชากระบี่สร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้กับศัตรูผู้แข็งแกร่ง วันนี้เกรงว่าคงจะกลายเป็นเรื่องขบขันครั้งใหญ่ไปเสียแล้ว ว่าผู้อาวุโสสองท่านนั่งดูอัจฉริยะในสำนักถูกศัตรูสังหารไปโดยที่ไม่อาจรั้งตัวฆาตกรเอาไว้ได้เลย

เพราะอย่างไรเสีย หากไม่ใช่เพราะกระบี่สายนั้นที่สร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้กับคังโหย่วหยวนละก็ คนทั้งสองก้ยากที่จะรั้งตัวคังโหย่วหยวนเอาไว้ได้จริงๆ

ดี ดี ดี เจียวหมิ่นผู้อาวุโสแห่งหออาวุธวิเศษพลันตบมือและหัวเราะเสียงดัง มิเกรงกลัวต่ออันตราย พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ศิษย์น้องจ้าวสมกับที่เป็นบุตรกิเลนแห่งถ้ำสวรรค์หลินหลางของเราจริงๆ ความกล้าหาญและวาสนาเช่นนนี้ ตัวข้าผู้นี้บำเพ็ญเพียรมานับร้อยปีก้ยังหาได้ยากยิ่งนัก

ในขณะเดียวกัน เหวินฉุนอี้ผู้อาวุโสแห่งตำหนักสรรพสิ่งก้สะบัดแขนเสื้อ พลางชี้ไปที่ซากศพบนพื้นแล้วกล่าวว่า นี่คือคังโหย่วหยวนผู้อาวุโสแห่งตำหนักเสวียนซาของถ้ำสวรรค์อวิ๋นเฟิ่ง มีระดับตบะบารมีอยู่ที่ระดับชักนำปราณระดับแปด การสังหารเจ้ายักษ์ตัวนี้ได้ เจ้าควรจะได้รับผลงานชิ้นเเอกในครั้งนี้ ข้าจะรายงานความสัตย์จริงอย่างแน่นอน เพื่อบันทึกไว้ในบัญชีผลงานของศึกตอบโต้ในครั้งนี้

แววตาของจ้าวอู๋จีทอประกายขิ้นมาทันที เขาจึงโค้งตัวลงคารวะอย่างนอบน้อม ศิษย์ขอกราบขอบพระคุณผู้อาวุโสทั้งสองท่านที่ช่วยสนับสนุน

นี่คือผลงานที่เจ้าใช้ชีวิตแลกมา

เจียวหมิ่นลูบเคราพลางหัวเราะ แสงวิญญาณจากแขนเสื้อกวาดเอาของมีค่าของคังโหย่วหยวนไปทั้งหมด ตามกฎแล้วเจ้าสามารถแบ่งปันทรัพย์สงครามได้กึ่งหนึ่ง รอให้พวกข้าทั้งสองกลับไปยังถ้ำสวรรค์เพื่อตรวจสอบความถูกต้องเสียก่อน แล้วจึงจะดำเนินการแบ่งส่วนให้เจ้าอีกครั้ง

สุดแล้วแต่ผู้อาวุโสจะเห็นสมควร

จ้าวอู๋จีมีสีหน้านอบน้อม การสามารถกำจัดศัตรูคู่อาฆาตคนนี้ไปได้ก้นับว่าเป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่แล้ว อีกทั้งยังได้รับผลงานชิ้นเอกมาโดยไม่คาดฝันอีก ครั้งนี้ถุงเก็บของก้นับว่าอยู่ในกำมือของเขาแล้วจริงๆ ความเสี่ยงที่ได้รับก่อนหน้านี้นับว่าคุ้มค่ามากนัก

หลังจากนั้นไม่นาน ผู้อาวุโสทั้งสองก้เผาทำลายศพเพื่อทำลายหลักฐาน แล้วจึงนำทรัพย์สงครามกลายเป็นแสงแห่งการหลบหนีจากไป จ้าวอู๋จีใช้วิชาทงโยวตรวจสอบดูอีกรอบหนึ่ง พบว่าวิญญาณหยินของตาเฒ่าคังได้สลายหายไปแล้ว

ดังนั้นเขาจึงมิลนลาน ทำตามคำสั่งของผู้อาวุโสรีบออกจากสถานที่เกิดเหตุแห่งนี้อย่างรวดเร็ว

...

จนกระทั่งหนีออกมาได้ไกลหลายร้อยลี้

จ้าวอู๋จีจึงมองหาแม่น้ำสายใหญ่สายหนึ่ง แล้วมุดลงไปในกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ปล่อยให้สายน้ำที่เย็นเยียบชะล้างคราบโลหิตไปจนสิ้น

ครู่ต่อมา ปลายนิ้วของเขาก้ทอประกายแสงลึกลับออกมา วิชาชี้นำถูถแสดงออกมาประดุจการสาวเส้นไหม ดึงเอาพลังวิญญาณของฝ่ายศัตรูที่หลงเหลืออยู่ที่บาดแผลออกมาทีละเส้น

วิชาแพทย์ถูกแสดงออกมา พลังวิญญาณทางการแพทย์สีเขียวนวลหลั่งไหลเข้าไปทันที บาดแผลพลันเกิดอาการคันและเจ็บแปลบขิ้นมา เนื้อหนังใหม่ประดุจเถาวัลย์ฤดูใบไม้ผลิที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เสียงกระดูกขาวเยียวยาเข้าหากันดังขิ้นมาอย่างชัดเจน

ฮู่ว

ผ่านไปเพียงสามสิบกว่าลมหายใจ ที่หัวไหล่ก้หลงเหลือเพียงรอยแผลเป็นที่ดุร้ายรอยหนึ่งเท่านั้น

จ้าวอู๋จีนอนหงายลอยคออยู่กลางแม่น้ำ ปล่อยให้สายน้ำโอบอุ้มร่างกายเอาไว้เพื่อชะล้างความเหนื่อยล้าไปให้สิ้น

จบบทที่ บทที่ 108 เสียงกระบี่กึกก้องป่าเขา สังหารยอดฝีมือระดับสูง

คัดลอกลิงก์แล้ว