เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 ยูมีร์และไฮน์โดะ

ตอนที่ 2 ยูมีร์และไฮน์โดะ

ตอนที่ 2 ยูมีร์และไฮน์โดะ


เมื่อผมคืนสติผมพบว่าตัวเองในสถานที่ที่ดูเหมือนทางเข้า

 

 

ในขณะที่ผมกำลังมองไปรอบๆอยู่นั้นจู่ๆก็มีหน้าต่างเด้งขึ้นมาข้างหน้าผม พร้อมกับให้ผมป้อนข้อมูลส่วนตัวลงไป

 

 

ดูเหมือนว่าสิ่งแรกที่ปรากฏคือหน้าต่างเข้าสู่ระบบ

 

 

ผมป้อน ID และรหัสผ่านที่ผมทำเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาและไปยังขั้นตอนถัดไป

 

 

「ดำเนินการสแกนข้อมูลทางร่างกาย」

 

 

เสียงของระบบดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง

 

 

ทันใดนั้นสัมผัสทางด้านร่างกายค่อยๆกลับมา

 

 

นี้มันเหมือนในความฝันมากแต่มันก็ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากเช่นกัน

 

 

โอ้…ไม่มีคำพูดใดที่จะบรรยายความรู้สึกแบบนี้

 

 

ผมเริ่มขยับมือและขาเหมือนที่เสียงระบบบอก ก่อนที่ผมจะถามคำถาม2-3คำถามกับระบบ

 

 

ไม่รู้สึกแตกต่างจากการเคลื่อนไหวจากร่างกายจริง

 

 

หลังจากพูด「ตกลง」ที่หน้าต่างการตรวจสอบล่าสุดมันเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป

 

 

「การปรับเสร็จสมบูรณ์ เราจะทำการตั้งค่าร่างอวตาร」

 

 

มีหน้าต่างปรากฏขึ้นต่อหน้าผมอีกครั้ง

 

 

ดูเหมือนว่าครั้งนี้คือการปรับแต่งรูปร่างและหน้าตา

 

หน้าต่างของระบบตรงหน้า ปรากฎรูปร่างและหน้าตาของผมขึ้น เส้นผมสีดำสนิทที่ยาวจนปิดบังตาผมบางส่วน ใบหน้าที่ขาวสะอาดไม่อ้วนและไม่ผอมจนเกินไป ผมก็ไม่ได้ชมตัวเองว่าดูดีหรอกนะแต่ก็ไม่ได้แย่

 

 

ในหน้าต่างมีตัวเลือกที่ผมสามารถคลิกได้

 

 

ผมเลยลองกดคลิกและเลื่อนๆดูปรากฎว่ามันสามารถแก้ไขบ้างอย่างของร่างอวตารเราได้

 

 

แม้ว่าสิ่งเดียวที่ผมสามารถเปลี่ยนได้คือสีผิว สีผมและรอยสักก็ตาม

 

 

「มีตัวเลือกไม่มาก…อืม แต่มันก็ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น」

 

 

ดูเหมือนว่าเพื่อทำให้มีความสมจริง ระบบเลยไม่มียุ่งเกี่ยวกับร่างกายและโครงสร้างของผู้เล่นในการออกแบบร่างอวตาร

 

 

ตัวอย่างเช่นหากคุณต้องการออกแบบร่างอวตารที่แตกต่างจากร่างกายจริงๆของตัวเองมากจนเกินไป เมื่อคุณกลับสู่ความเป็นจริงคุณจะมีปัญหาในการขยับร่างกายอย่างถูกต้อง

 

 

อีกตัวอย่างหนึ่งคือในระหว่างการทดลอง ผู้ทดลองกำลังทำการเคลื่อนไหวที่เป็นไปไม่ได้ทางร่างกายสำหรับมนุษย์และหลังการทดลองเส้นใยกล้ามเนื้อในแขนของเขาก็บิดจนผิดรูปและ「 ตูม! 」 มันระเบิด ... ซึ่งมันน่ากลัวมาก

 

 

ดังนั้นนี้คงเป็นเหตุผลที่การออกแบบร่างอวตารในเกมมีความจำกัดและเปลี่ยนแปลงได้ไม่กี่อย่างและไม่ส่งผลต่อร่างกายในโลกความเป็นจริง

 

โดยทั่วไปถ้าคุณต้องการสร้างอวตารของตัวเอง คุณควรที่จะสร้างให้ใกล้เคียงหรือเหมือนกันกับลักษณะทางกายภาพของคุณในโลกแห่งความเป็นจริง

 

 

…ในสมัยก่อนมันคงเป็นปัญหาถ้าข้อมูลเรื่องรูปร่างหรือหน้าตาของตัวเองถูกเผยแพร่ออกไป

 

 

แม้ว่าเพียงแค่เปลี่ยนสีผม มันก็สามารถเอาไปทำอะไรได้มากมายบนโลกอินเตอร์เน็ต

 

 

ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันเปอร์เซ็นต์ของอาชญากรในโลกอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น

 

 

ว่ากันว่าอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตนั้นง่ายต่อการหลบหนี

 

 

ตามหน้าข่าวก็มีการแจ้งเตือนน้อยมากเกี่ยวกับอาชญากรรมและการพูดจาโผงผางต่อการหมิ่นประมาทบนโลกอินเตอร์เน็ต

 

 

นั่นเป็นเหตุผลที่ข้อมูลส่วนตัวของเราควรที่จะเก็บรักษาอย่างดี นั้นรวมถึงข้อมูลต่างๆที่อยู่ในเกมด้วย

 

 

แต่ไม่ต้องห่วงไปทั้งผมและยูมิได้ลงทะเบียนในระบบเครื่อง VR เรียบร้อยแล้วและปัญหาเหล่านั้นจะไม่มีทางหลุดออกไปสู่โลกอินเตอร์เน็ตอย่างแน่นอน「มั่นใจได้เลย! 」

「ฮืม?」

 

 

ถ้ามันก็น่าจะสนุกดีนะถ้าผมได้ลองปรับแต่งร่างกายของตัวเองในแบบที่เราอยากจะเป็น แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้หรอกเพราะเกม VR ที่สมจริงขนาดนี้คงไม่ได้มีออกมาบ่อยๆ

 

 

ผมไม่คิดว่าผมจำเป็นต้องการเปลี่ยนสีผมหรือสีผิวของตัวเอง ... แถมพวกรอยสักก็คงดูไม่ดีสำหรับผมเท่าไหร่นักผมทำการกดยืนยันโดยที่ไม่ได้มีการปรับแต่งร่างอวตารใดๆเลยหรือก็คือร่างอวตารในเกมนั้นก็จะเหมือนตัวผมในโลกจริงทุกระเบียบนิ้วเลยทีเดียว

 

 

หลังจากยืนยันร่างอวตาร ถัดมาก็เป็นเครื่องแต่งกาย แน่นอนสิจะให้ผมเริ่มเล่นเกมโดยไม่แต่งตัวด้ยังไง ชุดที่ผมเลือกคือเสื้อคุมแบบเต็มตัวและหน้ากากที่สามารถปกปิดใบหน้า ... สำหรับตอนนี้ผมคิดว่าแค่นี้ก็โอเคแล้ว

 

 

จากนั้นผมก็กดตกลงก่อนที่ทุกอย่างจะเสร็จสิ้นในขั้นตอนนี้

 

 

ในท้ายที่สุดผมต้องป้อนชื่อในเกม ... ผมยืนคิดสักพักก่อนที่จะตัดสินใจพิมพ์ชื่อลงไป

 

 

「ท่านได้ตั้งค่าเริ่มต้นทั้งหมดแล้ว ยินดีต้อนรับสู่ Trailblazer! 」

 

 

ด้วยคำพูดสุดท้ายจากระบบ ดวงตาของผมก็ถูกห่อหุ้มด้วยแสงอีกครั้ง

 

อย่างที่ผมคิดไว้ ... หมู่บ้านในชนบทปรากฏต่อหน้าต่อตาผม

 

 

เมื่อผมมองไปรอบ ๆ ผมเห็นคนที่ดูเหมือนผู้เล่นทำสิ่งเดียวกันกับผมและเคลื่อนไหวไปรอบ ๆ อย่างเชื่องช้าพร้อมยืนยันสภาพแวดล้อมของพวกเขา

 

 

อาจเป็นเพราะวันนี้เป็นวันเปิดตัวเกมวันแรก ทำให้มีผู้เล่นมากมาย ณ จุดเกิดของเกม

 

 

ผมถอดเสื้อคลุมและหน้ากากออกเพราะอยู่ในระหว่างทางและใส่ไว้ในช่องเก็บของซึ่งอยู่ในรูปแบบของกระเป๋าคาดเอว เสื้อคลุมและหน้ากากกลายเป็นแสงและถูกดูดซับเข้าไป

 

 

แต่ที่สำคัญ ตอนนี้ยูมือยู่ที่ไหน

 

 

「 เอ๋? ทำไมอยู่คนอยู่เต็มไปหมดเลยละ 」

 

 

ถ้ำกลางผู้เล่นมากมายที่ล๊อคอินเข้ามา มีหญิงสาวผมสีเกาลัดล้มลงอยู่ที่พื้น

 

 

ทำไมไม่มีใครช่วยเธอ

ผมเดินเบียดเสียดผ่านผู้เล่นมากมายก่อนที่จะไปถึงเธอ

 

 

 

「เธอโอเคไหม?」ผมถามหญิงสาวที่ล้มลงที่พื้นก่อนที่จะช่วยพยุงเธอขึ้นมา

 

 

「ขอบคุณ - …คุณดูแตกต่างจากผู้มาเยือนคนอื่น ๆนะคะ 」

 

 

「ผู้มาเยือนงั้นหรอ」

 

 

เมื่อได้ยินคำพูดของเธอผมสังเกตเห็นบางอย่าง

 

 

เหนือศีรษะของหญิงสาวตรงหน้าปรากฎชื่อ แคริส ถูกแสดงด้วยตัวอักษรสีขาว

 

 

ในขณะที่ชื่อของผู้เล่นคนอื่น ๆ แสดงเป็นตัวอักษรสีน้ำเงิน

 

 

อย่างที่คาดไว้เธอคนนี้…คือ NPC

 

 

แต่ความจริงที่ว่าเธอลุกขึ้นยืนเมื่อผมให้ความช่วยเหลือเธอและที่ทำให้ผมรู้สึกตกใจก็คือผมสามารถสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของเธอที่มันเหมือนมนุษย์จริงๆนั้นเอง

 

 

「เราเรียกคนที่ออกมาจากประตูนั่นว่า ผู้มาเยือนค่ะ มันเป็นตำนานในเทืองของเรา」

 

 

「 …ขอโทษนะครับ แต่ผมขอถามคำถามได้รึเปล่าว่าตำนานที่เธอพูดถึงมันคืออะไร」

 

「เมื่อท้องฟ้าทางใต้เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มประตูจากอีกโลกจะเปิดออก ผู้มาเยือนจากต่างโลกจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ... ตำนานดังกล่าวมีอยู่ในประเทศนี้ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าประตูจะปรากฏในหมู่บ้านห่างไกลเช่นนี้」

 

 

「เป็นแบบนั้นเองหรอครับ…」

 

 

ดูเหมือนว่าผู้เล่นจะได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นสิ่งมีชีวิตที่มาจากอีกโลกหนึ่ง

 

 

เมื่อผมมองไปข้างหลัง ผมเห็นประตูที่เปล่งแสงสีแดงเข้มลึกลับในอากาศ

 

 

หลังจากลงทะเบียนเข้าเกมเรียบร้อยแล้วเมื่อกี้เราเองก็คงออกมาจากประตูนั้นสินะ ... หากระบบเกมกำหนดมาแบบนี้ งั้นก็แสดงว่ามันคงเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดสำหรับเหล่า NPC อย่างแน่นอน

 

 

จู่ๆก็มีคนจำนวนมากออกมาแบบนี้ พวกเธอคงตกใจไม่น้อย

 

 

แคริสเธอคงเป็นคนมาตรวจสอบที่ประตู แต่จู่ๆผู้คนจำนวนมากก็ปรากฏตัวขึ้นและเธอก็ไม่สามารถออกไปได้อย่างนั้นสินะ

 

 

หลังจากนั้นผมถามแคริสอีกนิดหน่อยก่อนที่จะกล่าวขอบคุณเธอและเดินออกมา

 

 

ดูเหมือนว่าหมู่บ้านนี้จะเรียกว่า 「หมู่บ้าน Altrowa」 และเธอก็เป็นเจ้าของร้านเครื่องมือและอุปกรณ์ภายในหมู่บ้าน

 

และที่สำคัญเธอแสดงความขอบคุณกับผมด้วยส่วนลดในร้านของเธอและเธอยินดีตอนรับผมเสมอถ้ามีโอกาศ

 

 

ในตอนที่ผมได้พูดคุยกับเธอนั้น ถึงผมจะรู้ว่าเธอเป็น NPC ซึ่งไม่ใช่คนจริงๆแต่ในระหว่างที่คุยกับเธอผมกับรู้สึกว่าเธอแทบจะไม่แตกต่างกับคนจริงๆเลยแม้แต่น้อย…นี้มันน่าทึงมากๆกับเทคโนโลยี AI ในปัจจุบัน

 

 

「เฮ้!」

 

 

ในขณะที่ผมกำลังประทับใจกับตัวเกมอยู่นั้น จู๋ๆก็มีเสียงของผู้หญิงดังขึ้น ผมหันไปทางต้นเสียงก่อนที่จะเห็นหญิงสาวผมสีเงินยาวเธอมีผิวคล้ำ กำลังโบกมือให้ผมอยู๋ซึ่งผมจำได้ว่าไม่เคยรู้จักคนที่มีรูปลักษณ์แบบนี้แน่นอนในความทรงจำของผมตั้งแต่เกิดมา

เธอบโบกมือให้ใครกันนะ

ผมเพียงแค่เหลือบมองเพียงอย่างเดียว แต่นั้นก็ไม่ทำให้ผมมองเห็นความสวยของเธอน้อยลงเลย มันคงจะดีมาเลยถ้าเธอเป็นคนรู้จักของผมชั่งหน้าอิจฉาเพื่อนของเธอจริงๆ

 

 

「เฮ้ วาารุใช่ไหม ทำไมนายต้องเมินใส่ฉันด้วยละ」

 

 

จู๋หญิงสาวผมเงินผิวสีคล้ำก็มาคว้าแขน…ซึ่งนั้นก็คือผมเอง!

 

 

ผมมองเธอด้วยความตกใจ เพราะผมมั่นใจมากว่าไม่รู้จักเธอแต่ขณะที่ผมกำลังสังเกตุเธออย่างรอบครอบอยู่นั้น

 

 

「เอ๋? หน้านี้…และเสียงแบบนี้…!」

 

 

「นั้นเธอหรอมยูมิ แล้วนี้เธอทำอะไรกับสีผมกับสีผิวของเธอเนี่ย! ตอนที่ฉันเห็นเธอจากไกลๆฉันจำเธอไม่ได้ด้วยซ้ำไปว่าเป็นใคร」

 

 

「 หื้ม ก็นานๆจะมีโอกาศได้ปรับแต่งร่างกายฉันก็เลยลองดูหน่ะ ฉันดูเป็นยังไงบ้าง เหมาะกับฉันไหม!? 」ยูมิถามด้วยความตื่นเต้นก่อนที่จะหมุนตัวโชว์

 

 

「เฮ้อ เธอเนี่ยละน้า ... 」วาตารุถอนหายใจด้วยความเอือมระอา

 

 

รูปร่างของเธอจริงๆแล้วเธอเป็นคนขาวผมดำ ด้วยรูปลักษณ์และรูปร่างของเธอผมสามารถพูดได้ว่าในหมู่คนญี่ปุ่นเธอถือว่าเป็นคนสวยคนนึงเลยก็ว่าได้

 

 

แต่ตอนนี้เธอกับ ... แต่ก็นั้นและความยูมิก็คือยูมิอยู่วันยังค่ำ

 

 

และที่สำคัญรูปร่างของเธอดูคล้ายกับเผ่าพันธุ์นึงในพวกโลกแฟนตาซี

 

 

「เธอดูคล้ายดาร์คเอลฟ์เหมือนกันนะ」

 

 

「ฉันก็คิดแบบนั้น มันน่ามีอุปกรณ์ที่ทำให้หูของฉันยาวขึ้นเหมือนกับเอลฟ์นะถ้ามีละก็ฉันจะใช้มัน」ยูมิพูดขึ้นพร้อมกับนึกภาพหูของตัวเองเหมือนเอลฟ์

 

 

「อ้า…ฉันรู้แล้ว…」

 

 

แม้ว่ามันจะไม่เหมาะกับเธอจริงๆเพราะหน้าตาเธอนั้นเป็นแบบคนญี่ปุ่น... แต่ผมคิดว่าถ้าเธอมีหูเอลฟ์จริงๆเธอก็คงสวยเหมือนเดิม

 

 

ในกรณีของผมอุปกรณ์เริ่มต้นดูเหมือนเสื้อผ้าแสงสไตล์ตะวันตกและมันไม่ค่อยเหมาะกับผมสักเท่าไรห่

 

 

มันทำให้ผมดูเหมือนชาวนายังไงก็ไม่รู้

 

 

「เออนี่ ยูมิ- 」ขณะที่วาตารุกำลังพูดขึ้นนั้นก็ถูกหยุดโดยยูมิที่พูดแซกขึ้นมา

 

 

「 หยุดเลย! ห้ามเรียกชื่อนั้น」

 

 

「ทำไมละ.. 」

 

 

「ห้ามเรียกฉันด้วยชื่อจริงของฉันภายในเกมเด็ดขาด นายไม่รู้หริอไงว่ามันคือมารยาทในเกมที่พวกเราควรปฎิบัติ! 」ยูมิกล่าวพร้อมกับพยักหน้าเองเออเอง

 

 

แต่เมื่อครู่เป็นเธอเองไม่ใช่หรอที่เรียกชื่อจริงของผมในเกม ผมละเชื่อเธอเลยจริงๆ

 

 

แต่ผมก็เข้าใจว่ามันคือมารยาทในเกมจริงๆ ที่ผู้เล่นควรจะทำกัน

 

 

「ฉันเข้าใจแล้ว แล้วชื่อในเกมของเธอคืออะไร ฉันจะได้เรียกถูก」

 

 

「ยูมีร์ 」ยูมิตอบด้วยความภาพภูมิใจในการตั้งชื่อของเธอ

 

 

「เดี๋ยวนะ นั้นเธอตั้งชื่อในเกมแล้วงั้นหรอ เธอแค่เติม "ร์" เองนะ……」

 

 

「นายรู้ได้ไงกัน」

 

 

ผมจะหมายความว่ามันง่ายเกินไป ... นี้เธอตั้งชื่อได้แค่นี้จริงๆหรอ

 

 

แต่ชื่อของเธอมันก็คล้ายกับชื่อของยักษ์ในตำนานนอร์ส แต่ผมคิดว่าเธอไม่น่าจะคิดได้ถึงชื่อยักษ์ในตำนานอะไรแบบนี้ได้ ...

 

 

ผมไม่คิดว่ามันแปลกสำหรับเธอที่จะตั้งชื่อแบบนี้

 

 

「ถ้างั้นเธอก็เรียกฉันว่า ไฮน์โดะ ละกัน 」

 

 

「ไฮน์โดะ? ที่ภาษารัสเซียหมายถึง เฮ... 」

 

 

「ไม่ใช่เฮลิคอปเตอร์นั่น!  ความหมายของชื่อคือ ด้านหลัง ตั้งหาก」

 

 

「เอ๋ อย่าบอบนะว่า...」

 

 

「ใช่ ตามที่เธอคิดนั้นแหละ」

 

「เอออออ๋!」

 

 

จากที่ผมเห็น...เธอดูไม่พอใจกับชื่อของผมเท่าไหร่รวมถึงอาชีพที่ผมจะเล่นด้วย

 

 

อย่างไรก็ตามการตั้งชื่อนั้นจะตั้งได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นและไม่สามารถเปลี่ยนได้...ดังนั้นยูมืเลยต้องยินยอมอย่างไม่เต็มใจนัก

 

 

เนื่องจากมีผู้เล่นอยู่ออกมาประตูมากเกินไปพวกเราทั้งคู่จึงตัดสินใจเดินออกมาจากที่นั่น

 

 

ระหว่างทางยูมีร์ที่ดูเหมือนจะทำใจได้เลยเธอดึงผมไปยังสถานที่ที่ดูเหมือนทางออกของหมู่บ้าน

 

 

「ไฮน์โดะ ตามฉันมาเร็วสิ 」

 

 

「รอก่อน เราจะไปที่ไหนกัน」

 

 

「ก็ออกนอกเขตหมู่บ้านไง ฉันต้องการที่จะออกไปลองสู้กับมอนสเตอร์」

 

 

「แล้วเธอจะไปสู้กับมอนสเตอร์ด้วยมือเปล่าเนี่ยนะ」

 

「อ..อาวุธอะไรไม่เห็นจำเป็นเลย ตอนนี้พวกเราอยู่ในเกมไม่ใช่โลกจริงสักหน่อย」

 

 

ด้วยความมั่นใจของยูมีร์พวกเราทั้งคู่ก็ตัดสินใจออกนอกเขตหมู่บ้านเพื่อไปลองสู้กับมอนสเตอร์ที่อยู่รอบๆ โดยที่ไม่มีอาวุธแม้แต่ชิ้นเดียว

 

 

ไม่กี่นาทีต่อมา

 

 

ในเขตที่ถูกเรียกว่า 「ป่าDondery」ด้วยความห้าวของพวกเราทั้งคู่ HP ที่พวกเรามีอยู่น้อยนิดก็หมดลงอย่างรวดเร็ว

 

 

มอนสเตอร์ที่พวกเราทั้งคู่เจอนั้น มีลักษร์คล้ายผึ้งแต่มันตัวหญ่กว่ามากเมื่อเทียบกับผึ้งในโลกจริง

 

พวกเราทั้งคู่ตายด้วยความห้าวหาญและกลับมาเกิดใหม่ในหมู่บ้าน

 

 

ซึ่งมันเป็นประสบการณ์ในการตายครั้งแรกในเกมที่...คงไม่ต้องพูดหรอกเนอะ

 

 

「เห็นไมละยูมีร์ ฉันบอกเธอแล้วไงว่าพวกเราไม่ควรออกไปสู้กับมอนสเตอร์ด้วยมือเปล่า 」ทันทีที่ไฮน์โดะเกิดมาเขารีบหันไปพูดกับยูมีร์ทันที

 

 

「น..นั้นสินะ เราควรที่จะมีอาวุธก่อนที่จะออกไปสู้กับมอนสเตอร์... 」

 

 

ทั้งที่เธอเองก็รู้อยู่แล้วแต่ก็ยังจะห้าวออกไปสู้กับมอนสเตอร์ด้วยมือเปล่า

 

 

แต่ในขณะที่ผมกำลังจะบ่นยูมีร์อยู่นั้น ก็มีหน้าต่างของระบบเด้งขึ้นมาตรงหน้าของผม

 

 

「ในช่วงเริ่มแรกของผู้เล่นใหม่จะไม่ได้รับบทลงโทษสำหรับการตาย」 ... อ้า ผมค่อนข้างดีใจที่ระบบยังมีความเมตตาต่อผู้เล่นใหม่

 

 

อย่างไรก็ตามนี่หมายความว่าจะมีบทลงโทษหลังจากที่ตายในอนาคต…โอ้ เพราะถ้าไม่มีบทลงดทษเกมคงหมดสนุกกันพอดี

 

 

หลังจากอ่านข้อความของระบบ ผมก็ลากยูมีร์มาที่สวนตรงใกล้จุดเกิดเพราะเห็นว่ามันมีที่นั่งเหลืออยู่มากมาย ก่อนที่จะเริ่มศึกษาระบบต่างๆในเกม

 

 

เราทั้งคู่ค่อยๆตรวจสอบระบบต่าง ๆ ก่อนืั้ผมจะสามารถเรียกเมนูของเกมขึ้นมาดูได้ซึ่งนั้นก็สามารถเรียกหน้าต่างข้อมูลค่าสถานะออกมาดูได้เช่นกันรวมถึงยังมีคู่มือพื้นฐานในเกมนี้อยู่ด้วย

 

 

ปกติแล้วเราควรที่จะทำสิ่งนี้ก่อน เมื่อเข้ามาในเกมที่ไม่เคยเล่น... คงมีแต่คนโง่เท่านั้นและที่รีบวิ่งออกไปสู้กับมอนสเตอร์ด้วยมือเปล่า และดูแล้วทั้งเกมของมีแค่ผมกับยูมีร์สองคนเท่านั้นแหละที่เป็นแบบนั้น

 

 

และด้วยการที่พึ่งมาศึกษาระบบทีหลังทำให้ผมเห็นว่าระบบได้มอบไอเทมพื้นฐานเมื่อเริ่มเล่นเกม

 

 

และในระบบยังอธิบายถึงการเปลี่ยนอาชีพในเกมนี้อีกด้วยโดยก่อนที่จะถึงเลเวล 10 นั้นผู้เล่นมีอิสระที่จะเลือกอาวุธและวิธีการเล่นได้อย่างอิสระ แต่เมื่อผู้เล่นมาถึงเลเวล 10 แล้วนั้นผู้เล่นจะต้องทำการเลือกอาชีพที่ตนเองต้องการ

 

 

หลังจากอ่านคู่มือจบพวกเราทั้งคู่ต่างก็คร่ำครวญกับอาชีพมากมายที่มีอยู่เต็มไปหมด ก่อนที่พวกเราทั้งคู่จะนั่งไล่อ่านไปที่ละอาชีพและนในที่สุด

 

 

「…เอาล่ะ ฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันจะเป็นอัศวิน! 」

 

 

「ขอฉันดูสเตตัสหน่อย…สายสมดุลในแง่ของพลังโจมตีและการป้องกันเมื่อระดับสูงขึ้นสามารถใช้สกิลดาบและการเคาน์เตอร์ได้ นี่มันเหมือนกับผู้กล้าในจากเกมเก่า ๆเลยนะ มันทำให้ฉันนึกถึง RPG ออฟไลน์เหล่านั้น」

 

 

「เท่ห์ใช่มั้ยละ! 」

 

 

「ก็ดีแล้วนี้」

 

 

แต่โดยส่วนตัวผมคิดว่าด้วยรูปร่างของเธอที่คล้ายดาร์คเอลฟ์ เธฮควรจะใช้พวกพลังทางด้านมืดอะไรแบบนี้มากกว่าที่จะมาเป็นอัศวิน

 

 

ด้วยนิสัยของยูมีร์เธอชอบความท้าทาย ซึ่งอาชีพอัศวินที่ต้องสู้ในระยะประชิดก็ดูเข้ากับนิสัยของเธอดี

 

 

แต่นั้นไม่ค่อยเหมาะกับผมซักเท่าไหร่

 

 

แล้วมันก็เป็นไปตามที่คาดไว้…ถ้าเป็นอย่างนั้นอาชีพของผมก็ควรที่จะเป็นอาชีพนี้...

 

 

「ถ้าเธอเป็นอัศวิน... งั้นฉันเป็นนักบวชเอง」

 

 

「อะไรนะ นายจะไม่ต่อสู้อยู่ข้างๆฉันหรอและแบบนั้นนายยังจะกล้าเรียกตัวเองว่าผู้ชายได้อีกรึไง!? 」

 

 

「มันก็ไม่มีกฎนี้ว่าห้ามผู้ชายเล่นอาชีพนักบวช」

 

 

「ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น…ค..คือ..เราอาจจะต่อสู้ร่วมกัน หรือใช้สกิลคอมโบด้วยกัน...นั้นและคือความหมายที่ฉันพูดถึง 」

 

 

「เธอก็รู้อยู่แล้วว่าฉันไม่ใช่ผู้ชายประเภทสู้ตายบ้าพลังอะไรแบบนั้น ยอมแพ้ซะเถอะ..เธอเปลี่ยนใจฉันไม่ได้หรอก"

 

 

「ม..ม่ายยยยย...」

 

 

ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแม้ว่าเธอจะพยายามแค่ไหนก็ตาม ฮิฮิฮิ

 

 

ไม่ใช่ว่าผมมั่นใจถึงได้พูดแบบนั้นออกไป แต่ผมคิดว่าการตอบสนองของผมไม่ได้ดีขนาดนั้น

 

 

เมื่อคิดเกี่ยวกับเกม VR หากคุณต้องการเป็นผู้เล่นแนวหน้า ผมตัดสินว่าหากการไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองของคุณไม่ดีพอ นั้นหมายถึงการเคลื่อนหวการตอบสนองต่างๆก็จะแย่และนั้นหมายความว่าคุณเล่นเป็นแนวหน้าไม่ได้

 

 

ที่จริงแล้วเมื่อตอนที่พวกเราทั้งคู่ต่อสู้กับผึ้งยักษ์นั้น ผมเป็นคนที่ถูกแทงและตายก่อนที่ยูมีร์ซะอีก

 

 

แม้ว่าค่าสถานะของเราจะไม่แตกต่างกัน แต่ก็แสดงให้เห็นว่ามีความแตกต่างอย่างมากในการหลบหลีกและการป้องกันซึ่งมันก็คือปฏิกิริยาการตอบสนอง

 

 

ในกรณีนี้ผมจึงเลือกอาชีพนักบวชเพื่อคอยสนับสนุนยูมิร์เมื่อเธอต้องไปต่อสู้กับมอนสเตอร์

 

 

「มาดูอาวุธเริ่มต้นกันได้แล้ว ดูเหมือนว่าทางระบบจะมอบไอเทมบางอย่างให้กับเราพร้อมกับอุปกรณ์」

 

 

「อืม นายคุณพูดถูก ทั้งหมดนี้เป็นของพื้นฐานที่เราจะ..」

 

 

「ดังนั้นทั้งหมดนี้สามารถใช้ได้จนถึงเลเวล 10 ใช่มั้ย…ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้วหมายความว่าเราควรใช้ของเหล่านี้จนถึงเลเวล 10」

 

 

ผมที่พึ่งเปิดช่องเก็บของขึ้นมาดูภายในเป็นช่องมากมายพร้อมกับมีไอเทมอยู่ในนั้นพร้อมกับคำอธิบายว่ามันคืออะไร สิ่งแรกที่ผมเห็นคือ น้ำยาอะไรซักอย่างซึ่งมันมีคำอธิบายไว้ว่า 「น้ำยาเพิ่มค่าประสบการณ์ ระยะเวลา 1 วัน」สิ่งนี้เป็นของที่ระบบได้มอบให้สำหรับผู้เล่นใหม่

 

 

ถัดมาสิ่งที่ปรากฏในช่องเก็บของของผมมีอีกชิ้นนึงที่ระบบมอบมาให้เช่นกัน

 

 

ผมหยิบมันออกมาจากช่องเก็บของ

 

 

นี้มันอะไรกัน....!

 

 

นี้ระบบทำการสุ่มของให้กับผู้เล่นใหม่รึเปล่าเนี่ย

 

 

ผมไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าระบบแจกแท่งไม้ให้กับผู้เล่นใหม่

 

 

ผมสังเกตุว่าไม้ที่ทางระบบแจกมาให้นั้นมันมีอะไรพิเศษรึเปล่าแต่เมื่อพลิกไปมาและดูจนทั่วแล้วสิ่งที่ผมเห็นว่าพิเศษอยู่อย่าง้เียวก็คือ ... ที่ปลายด้านนึงมีใบไม้ติดอยู่...

 

 

ผมพยายามคิดในแง่ดี นี้อาจจะเป็นกื่งไม้ที่มาจากต้นไม้ในตำนานก็ได้ เช่น กิ่งจากต้นไม้โลกอะไรแบบนั้น

 

 

「ไฮน์โดะ..」เสียงยูมีร์ดังขึ้น

 

 

「นายเองก็ได้แท่งไม้โง่ๆนี่เหมือนกันหรอ…」ยูมีร์ชูแท่งไม้ในมือของเธอขึ้นมาให้ดู

 

 

「นี่ไม่ใช่อาวุธสำหรับอัศวิน ... มันเหมือนกับว่าฉันถือแท่งไม้เป็นเด็กเล่นอยู่เลย ... 」เธอกล่าวต่อพร้อมกับแกว่งแท่งไม้ไปมา

 

 

ในกรณีของยูมีร์ที่เธอเลือกอาชีพอัศวินทำให้แท่งไม้ของเธอดูหนา ๆ และความยาวเท่ากับดาบ แต่ภาพลักษณ์ของมันนั้นหลอกลวงอย่างเห็นได้ชัด

 

 

…และเมื่อกดตรวจสอบไอเทม มันมีข้อความเด้งขึ้นมาและอธิบายเกี่ยวกัยอาวุธ 「อาวุธเริ่มต้นมีความคงทนที่ไร้ขีดจำกัด」 นั้นหมายความว่าไม้นี้อาจจะทำจากวัสดุลึกลับบางอย่างที่มีความคงทนอย่างแน่นอน

 

 

ต่อมาเราดูเรื่องสเตตัสของอาวุธทางด้านของไม้เท้า พลังโจมตี 5 และดาบพลังโจมตี 10

 

 

แต่อาวุธทั้งสองก็มีความแต่ต่างกันอยู่ เพราะไม้เท้ามีบวกพลังโจมตีเวทย์มนตร์ 5 ซึ่งดาบไม่มีนั้นอธิบายได้ว่าทำไมพลังโจมตีของไม้เท้าถึงมีแค่ 5

 

 

และเมื่อเปรียบเทียบกับมือเปล่า เลเวล 1 นั้นสามารถทำความเสียหายได้ แค่ 1 เท่านั้น ซึ่งนั้นทำให้ดาบและไม้เท่าดูเป็นอาวุธขึ้นมาทันที (แท่งไม้โง่ๆ)

 

 

ในเมื่อได้รับอาวุธที่เหมาะสมมันก็ให้พวกเราทั้งคู่รู้สึกอยากจะออกไปลองอาวุธอยู่ไม่น้อย

 

 

โดยส่วนตัวผมคิดว่าพวกเราทั้งคู่ดูดีขึ้นมากว่าตอนแรกที่เข้าไปพลาดท่า(ตายโง่)ในป่าตั้งเยอะ

 

 

「 นายพร้อมแล้วใช่ไหม  ไปกันเถอะ! 」ยูมีร์ตะโกนด้วยความดีใจ

 

 

「เดี๋ยวก่อนยูมีร์ พวกเราจะไม่หาปาร์ตี้กันก่อนหรอ」

 

 

「ฉันไม่สนใจ เราไปด้วยกันแค่สองคนก็พอแล้ว 」

 

「อ๊ะ เดี๋ยวก่อนยูมีร์! 」

 

 

ยูมิร์เริ่มวิ่งด้วยความเร็วเต็มพิกัด

 

 

เมื่อผมเห็นยูมีร์วิ่งออกไปแบบนั้นผมก็รีบวิ่งตามเธอไปแต่ดูเหมือนยูมีร์จะลืมผมไปแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 2 ยูมีร์และไฮน์โดะ

คัดลอกลิงก์แล้ว