- หน้าแรก
- ท่านเซียนค้าบบ ได้โปรดอย่าทะลุมิติออกมาจากหนังสืออีกเลย
- บทที่ 7 - ทำไมคุณถึงออกมาอีกแล้ว?
บทที่ 7 - ทำไมคุณถึงออกมาอีกแล้ว?
บทที่ 7 - ทำไมคุณถึงออกมาอีกแล้ว?
"เชี่ย! ฝีมือของนักเขียนจิ่นเซ่อกำลังเข้าฝักเลยนี่หว่า!"
"ไม่เลวๆ ในที่สุดเนื้อหาก็ไม่ยืดเยื้อแล้ว!"
"ว้าว ลั่วเซียนคนนี้โคตรดุดัน ขนาดหน้าผู้อาวุโสในสำนักยังไม่ไว้หน้าเลย มันต้องแบบนี้สิ ตาแก่พวกนั้นเป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรแท้ๆ แต่วันๆ เอาแต่กลัวนู่นกลัวนี่ ไม่มีกระดูกสันหลังเอาเสียเลย ไม่รู้ว่ามีอะไรให้น่ากลัวนักหนา ทำแบบลั่วเซียนนี่แหละลุยแหลกไปเลย!"
...
เวลาสองทุ่มกว่า
เจียงฝานนอนอยู่บนเตียงในห้องเช่า ไล่อ่านคอมเมนต์ของตอนล่าสุดทีละข้อความ ขณะที่ความกังวลในใจลดลง เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกลุ้มใจขึ้นมาอีก
พล็อตเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติมันลื่นไหลก็จริง แต่ประเด็นสำคัญคือหลายจุดมันขัดแย้งกับการออกแบบของเขาที่เป็นนักเขียน ข่าวดีเพียงอย่างเดียวก็คือการสร้างมิติให้กับตัวละครอย่างลั่วเซียนนั้นสมบูรณ์แบบและมีเสน่ห์ดึงดูดมากยิ่งขึ้น
ยังมีอีกจุดหนึ่งที่แปลกประหลาดยิ่งกว่า นั่นก็คือพล็อตเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นอัตโนมัติเหล่านี้ราวกับถูกสลักลึกเข้าไปในสมองของเจียงฝาน เพียงแค่อ่านผ่านตาหนึ่งรอบเขาก็ราวกับถูกทะลวงจุดชีพจรเยิ่นตู สามารถเชื่อมโยงและจินตนาการถึงพล็อตเรื่องสนุกๆ ออกมาได้มากมายในพริบตา
อธิบายง่ายๆ ก็คือ ตอนนี้พล็อตเรื่องเซียนกระบี่ไม่เพียงแต่จะพัฒนาให้ดีขึ้นโดยอัตโนมัติเท่านั้น แต่มันยังช่วยยกระดับทักษะการเขียนของเขาในทางอ้อมอีกด้วย
เรื่องประหลาดมีทุกปีแต่ปีนี้มีเยอะเป็นพิเศษ!
เริ่มตั้งแต่นางเอกทะลุมิติออกมาในโลกแห่งความเป็นจริง จากนั้นพล็อตเรื่องก็ถูกสร้างขึ้นเองโดยอัตโนมัติ แม้กระทั่งทักษะการเขียนของเขาก็ยังถูกยกระดับขึ้นแบบก้าวกระโดด
สำหรับเจียงฝานแล้วสองเรื่องหลังถือว่าเป็นเรื่องดี
ส่วนเรื่องที่ลั่วเซียนโผล่มาบนโลกแห่งความเป็นจริง ...
มันคือเรื่องร้ายกาจอย่างแน่นอน!
ท้ายที่สุดแล้วแม่นางคนนี้ก็คือจอมโหดที่ฆ่าคนตาไม่กะพริบ ไม่แน่ว่าวันไหนอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาอาจจะแทงเขาจนพรุนเป็นรังผึ้งก็ได้
เจียงฝานถอนหายใจ เลิกคิดเรื่องพวกนี้
เขากางคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปเตรียมตัวปั่นนิยาย
มะรืนนี้การฝึกทหารก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว เป็นระยะเวลาครึ่งเดือน ระหว่างช่วงฝึกทหารนักศึกษาทุกคนต้องพักอยู่ในหอพักมหาวิทยาลัย หากไม่ได้รับอนุญาตห้ามออกไปข้างนอกโดยพลการ
ครึ่งเดือนหลังจากนี้ต่อให้เขาอัปเดตแค่วันละหกพันคำ ก็ยังต้องใช้ต้นฉบับล่วงหน้าถึงเก้าหมื่นคำ ตอนนี้เจียงฝานมีต้นฉบับตุนไว้แค่สองหมื่นสี่พันคำ ยังขาดอีกหกหมื่นหกพันคำ
หนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืน หกหมื่นหกพันคำเหรอ
ภารกิจนี้สำหรับนักเขียนนิยายออนไลน์ทั่วไปแล้ว แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
แต่สำหรับเจียงฝานแล้วมันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
อย่างแรกเลยคือความเร็วในการพิมพ์ของเขาค่อนข้างไว ชั่วโมงหนึ่งพิมพ์ได้ประมาณห้าพันคำ ที่สำคัญที่สุดคือตอนนี้เขาไม่ได้มีความต้องการเรื่องพล็อตเรื่องสูงมากนัก ไม่ว่าจะเขียนออกมายังไงตอนอัปโหลดระบบก็จะปรับแก้ให้ดีขึ้นโดยอัตโนมัติอยู่ดี เขาจึงสามารถเร่งความเร็วในการเขียนได้เต็มที่
คืนนี้คงเป็นคืนที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนแน่
เวลาหนึ่งคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เวลาสิบโมงกว่าเจียงฝานก็อดไม่ได้ที่จะบิดขี้เกียจ เขามองดูสถิติการพิมพ์ที่มุมขวาบน
สิบสองชั่วโมงสิบเจ็ดนาที เจ็ดหมื่นหนึ่งพันคำ!
แคปหน้าจอ ส่งลงกลุ่ม
เป็นไปตามคาด รูปภาพนี้ได้รับคำชมว่าสุดยอดจากในกลุ่มนักเขียนอย่างล้นหลาม
เจียงฝานแสยะยิ้มมุมปาก เขาคว้าขวดน้ำอี้เป่าขวดใหญ่ที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมากระดกอึกๆ จากนั้นก็อ่านทวนพล็อตเรื่องที่เขียนมาทั้งคืนอย่างรวดเร็ว
หลังจากอ่านจบสีหน้าของเขาก็ดูแปลกประหลาด บนหน้าผากเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
นี่เขาเป็นคนเขียนเหรอ
เชี่ย เขียนได้โคตรเทพเลย!
เจียงฝานบิดคอที่ปวดเมื่อย จากนั้นก็แบ่งต้นฉบับความยาวเจ็ดหมื่นกว่าคำออกเป็นตอนๆ แล้วตั้งเวลาโพสต์ล่วงหน้า
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จก็ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว
เจียงฝานลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย ตลอดหลายปีที่เขียนนิยายมานี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำงานหนักหน่วงขนาดนี้
เขียนรวดเดียวเจ็ดหมื่นหนึ่งพันคำ จิ๊ๆ เขามันเทพเจ้าชัดๆ!
"โครกคราก ..."
เห็นได้ชัดว่าเทพเจ้าเริ่มหิวแล้ว
เจียงฝานล้างหน้าล้างตาเรียกความสดชื่น ขณะที่กำลังเตรียมตัวจะออกไปหาอะไรกิน ยังไม่ทันจะเดินไปถึงประตู จู่ๆ บ่าก็หนักอึ้ง วินาทีต่อมาแผ่นหลังก็เย็นวาบอย่างไร้สาเหตุ
เมื่อหันกลับไปมอง รูม่านตาก็หดเกร็งทันที
คนคนนี้ ...
ทำไมถึงออกมาอีกแล้วล่ะ
ลั่วเซียนอยู่ในชุดกระโปรงสีฟ้าคราม ให้ความรู้สึกอ่อนโยนละมุนละไมสไตล์หญิงสาวแดนเจียงหนาน ข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คือความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมา
เมื่อเห็นลั่วเซียนเจียงฝานก็เหมือนเห็นพญามัจจุราช น้ำเสียงสั่นเทา "คุณ คุณออกมาอีกแล้วเหรอ"
"เจียงฝาน ยังจำคำเตือนก่อนที่ข้าจะไปคราวก่อนได้หรือไม่"
"อะไรนะ"
กระบี่เหมันต์หลิวหลีน่าสะพรึงกลัวเกินไปจนทำให้ตอนนี้ในหัวของเจียงฝานมีแต่ภาพตัวเองถูกแทงจนพรุน เขาไม่ได้ยินเลยว่าลั่วเซียนกำลังพูดอะไรอยู่
ในดวงตาของลั่วเซียนมีไอเย็นแผ่ซ่าน "ก่อนข้าจะไปคราวก่อนข้าเคยเตือนเจ้าไว้แล้ว หากเจ้ากล้ายัดเยียดเส้นทางความรักให้ข้าอีก ข้าจะ ..."
"ฆ่าผมทิ้งซะ" เจียงฝานต่อประโยคให้ด้วยสัญชาตญาณ
ลั่วเซียนแววตาวาวโรจน์ "รู้ทั้งรู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรแต่ก็ยังจงใจทำ ดูท่าเจ้าคงไม่กลัวตายจริงๆ สินะ"
สิ้นเสียงกระบี่เหมันต์หลิวหลีก็จ่อเข้าที่ลำคอของเจียงฝาน
เจียงฝานเหงื่อแตกพลั่ก "เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน ... คุณฆ่าผมไม่ได้นะ"
"หืม" ลั่วเซียนสีหน้าเรียบเฉย "จงให้เหตุผลที่ไม่ควรฆ่าเจ้ามาสักข้อสิ"
เจียงฝานสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามบังคับตัวเองให้ใจเย็นลง "โลกของคุณถูกสร้างขึ้นมาจากตัวอักษรของผม ถ้าคุณฆ่าผม โลกที่คุณอยู่ก็จะพังทลายลงตามการตายของผมอย่างแน่นอน"
"ไม่เป็นไร ข้าขอแค่ให้เจ้าตายก็พอ"
เจียงฝาน "..."
เอาอีกแล้ว!
ผู้หญิงตรงหน้าคือลั่วเซียนนะ การไปพูดด้วยเหตุผลกับเธอ มันก็บ้าบอเกินไปแล้ว!
"ผม ผมขออธิบายหน่อยได้ไหม"
"พูดมา"
ลั่วเซียนเก็บกระบี่เหมันต์หลิวหลี หันหลังเดินไปนั่งบนเตียง เพียงแค่ปรายตามองเจียงฝานก็ต้องเดินตามไปอย่างว่าง่าย
เจียงฝานก้มหน้างุดราวกับนักโทษที่กำลังรอรับการตัดสิน "เรื่องเซียนกระบี่ออกแบบตัวเอกให้เป็นนางเอกสายสตรองก็จริง แต่ต่อให้คุณจะเป็นนางเอกสายสตรองก็ต้องมีเส้นทางความรักด้วย อีกอย่าง เด็กหนุ่มที่คุณจะเจอในตอนหลังก็ไม่ใช่เศษสวะ เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงส่งมาก ภายใต้ความช่วยเหลือของคุณ ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ..."
เมื่อจิตสังหารของลั่วเซียนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงของเจียงฝานก็ยิ่งแผ่วลงจนกลืนหายไปในลำคอ
กระบี่เหมันต์หลิวหลีหลุดออกจากมือขวาของลั่วเซียน มันบินวนไปมาเหนือหัวเจียงฝาน ตัวกระบี่สีฟ้าทมิฬส่งเสียงร้องดังกังวานเป็นระยะ
เจียงฝานอธิบายต่อด้วยความหวาดผวา "เส้นทางความรักในตอนหลังไม่เกี่ยวกับผมเลยนะ ผมไม่ได้เป็นคนเขียน ประเด็นคือตอนอัปโหลดพล็อตเรื่องมันจะปรับแก้ให้ดีขึ้นเองอัตโนมัติ ผมควบคุมอะไรไม่ได้เลย ... ผมบริสุทธิ์จริงๆ นะ"
พูดจบเขาก็ยกคอมพิวเตอร์มา เปิดไฟล์ต้นฉบับ เข้าสู่ระบบหลังบ้านของเว็บไซต์ แล้วลงมือทำให้ลั่วเซียนดูเป็นขวัญตา
คัดลอกต้นฉบับล่วงหน้า วาง
วินาทีต่อมาเนื้อหาของต้นฉบับก็ถูกปรับแก้โดยอัตโนมัติ
ภาพที่เห็นทำให้ลั่วเซียนขมวดคิ้วมุ่น "นี่มันเกิดอะไรขึ้น"
มุมปากของเจียงฝานกระตุก บ่นอุบอิบ "คุณถามผมแล้วผมจะไปถามใครล่ะ"
"หืม"
"แค่ก ... แค่กๆ ..."
เจียงฝานแบมือออกอย่างจนปัญญา "ปรากฏการณ์นี้มันผิดตรรกะของโลกผมอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่ที่คุณหนีออกมาจากหนังสือคราวก่อน เวลาอัปโหลดตอนใหม่ก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นตลอด ผมก็นึกว่า ... เป็นฝีมือของคุณซะอีก"
"ข้าหรือ" ลั่วเซียนโกรธจนหัวเราะออกมา แม้จะเป็นเช่นนั้นเธอก็ยังคงงดงามจนน่าตกตะลึง "ข้าจะจัดแจงเส้นทางความรักให้ตัวเองเนี่ยนะ"
เจียงฝานทำหน้าหงอย "เกิดเป็นคนก็ต้องมีเหตุผลหน่อยสิ เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับผมเลยสักนิด"
"พูดด้วยเหตุผลหรือ ได้" ลั่วเซียนขยับความคิด กระบี่เหมันต์หลิวหลีที่ลอยอยู่กลางอากาศก็กดทับลงบนบ่าของเจียงฝานอีกครั้ง เธอเอ่ยคำพูดออกมาสองคำอย่างเนิบนาบ "แก้นิยาย"
"..."
ให้แก้เนื้อหาอีกแล้ว
นี่เรียกว่าพูดด้วยเหตุผลเหรอ รังแกกันชัดๆ!
"ผมจะบอกคุณให้นะ ..."
เสียงกระบี่เหมันต์หลิวหลีร้องดังกังวาน ทำให้เจียงฝานต้องรีบเปลี่ยนคำพูดทันที "แก้! ผมแก้เดี๋ยวนี้แหละ!"
อืม ... เธอกำลังพูดด้วยเหตุผลอยู่จริงๆ นั่นแหละ ...
[จบแล้ว]