- หน้าแรก
- ท่านเซียนค้าบบ ได้โปรดอย่าทะลุมิติออกมาจากหนังสืออีกเลย
- บทที่ 8 - ข้าไม่ได้หยามเกียรติเจ้า ข้าแค่ดูถูกเจ้า
บทที่ 8 - ข้าไม่ได้หยามเกียรติเจ้า ข้าแค่ดูถูกเจ้า
บทที่ 8 - ข้าไม่ได้หยามเกียรติเจ้า ข้าแค่ดูถูกเจ้า
หนึ่งนาทีต่อมาเจียงฝานมองดูข้อความแจ้งเตือนการอัปโหลดล้มเหลวที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความงุนงง
เน็ตค้างเหรอ
เจียงฝานลองตัดการเชื่อมต่อไวไฟแล้วเปลี่ยนมาแชร์ฮอตสปอตจากมือถือแทน ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิมคืออัปโหลดล้มเหลว
ลั่วเซียนเอ่ยถาม "เกิดอะไรขึ้น"
เจียงฝานร้อนใจจนต้องเกาหัวแกรกๆ "เรื่องนี้ ... ผมเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาก่อน รอเดี๋ยวนะ ขอผมถามคนอื่นแป๊บ จะได้รู้ว่าระบบหลังบ้านของเว็บไซต์พังหรือเปล่า"
ถึงแม้ลั่วเซียนจะไม่ค่อยเข้าใจนักแต่เธอก็รู้ว่าเจียงฝานกำลังหาวิธีแก้ปัญหาอยู่
เจียงฝานลองสอบถามนักเขียนคนอื่นๆ ในเว็บไซต์เดียวกันผ่านทางกลุ่มแชท แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้เขาหงุดหงิดใจเป็นอย่างมาก ระบบหลังบ้านของเว็บไซต์ไม่ได้พัง คนอื่นสามารถแก้ไขเนื้อหาตอนเก่าๆ และอัปโหลดตอนใหม่ได้อย่างราบรื่น ไม่มีใครเจอเหตุการณ์แบบเดียวกับเขาสักคน
หลังจากงมหาทางแก้ปัญหาอยู่นานกว่าสิบนาทีก็ยังหาสาเหตุไม่พบ
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตปกติ ระบบหลังบ้านของเว็บไซต์ก็ไม่ได้พัง หรือว่าจะเป็นปัญหาที่คอมพิวเตอร์
เมื่อนึกถึงความเป็นไปได้นี้ เจียงฝานก็รีบทำการตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปที่อยู่เป็นเพื่อนเขามาเกือบห้าปีทันที แต่ผลการตรวจสอบกลับไม่พบความผิดปกติใดๆ นอกจากความเร็วในการประมวลผลที่ค่อนข้างช้าและมีอาการค้างบ้างเป็นบางครั้งแล้ว มันก็ไม่มีปัญหาอื่นใดอีกเลย
"ผีหลอกชัดๆ ..."
จู่ๆ เจียงฝานก็ปิ๊งไอเดียบางอย่างขึ้นมา เขานึกถึงความเป็นไปได้อีกทางหนึ่ง จึงรีบเปิดนิยายเรื่องเก่าที่แต่งจบไปแล้วขึ้นมา ลองแก้ไขเนื้อหาตอนหนึ่งมั่วๆ แล้วกดอัปโหลด
อัปโหลดสำเร็จ!
จากนั้นเจียงฝานก็กลับมาแก้ไขนิยายเรื่องใหม่อีกครั้ง เมื่อหน้าต่างแจ้งเตือนการอัปโหลดล้มเหลวเด้งขึ้นมาอีกรอบ ในใจของเขาก็ได้คำตอบที่แน่ชัดแล้ว "เหมือนผมจะหาสาเหตุเจอแล้วล่ะ"
ลั่วเซียนก้าวเดินมาหยุดอยู่ทางด้านขวา "สาเหตุคืออะไร"
เจียงฝานชี้ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ "ดูเหมือนจะมีพลังลึกลับบางอย่างเข้ามาแทรกแซง ทำให้ผมไม่สามารถแก้ไขพล็อตเรื่องได้ เมื่อกี้คุณก็เห็น นิยายเรื่องอื่นสามารถแก้ไขเนื้อหาได้ มีแค่เรื่องเซียนกระบี่เรื่องเดียวที่ไม่สามารถแก้ไขเนื้อหาได้"
น้ำเสียงของลั่วเซียนแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความหนักอึ้ง "เจตจำนงแห่งสวรรค์"
เจียงฝานชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้
หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่สนใจเรื่องพวกนี้อย่างแน่นอน ท้ายที่สุดแล้วในฐานะเยาวชนคนดีศรีชาติยุคใหม่ที่อาศัยอยู่ในยุคแห่งเทคโนโลยี ย่อมไม่มีทางเชื่อเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติแบบนี้เด็ดขาด
แต่ตอนนี้ ...
ในเมื่อแม้แต่นางเอกในหนังสือของเขาก็ยังทะลุมิติมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงได้ การมีอยู่ของเจตจำนงแห่งสวรรค์ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ยากจะยอมรับนัก
"พูดง่ายๆ ก็คือ ผู้สร้างโลกอย่างเจ้าไม่เพียงแต่ไม่สามารถควบคุมทิศทางของพล็อตเรื่องในโลกเซียนกระบี่ได้ แต่ยังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแก้ไขเนื้อหางั้นหรือ"
"ก็คงจะ ... เป็นแบบนั้นแหละ"
"เหอะ ..."
เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยการเย้ยหยันของลั่วเซียนทำให้เจียงฝานรู้สึกหงุดหงิดใจเป็นอย่างมาก "คุณหัวเราะอะไร ผมเป็นแค่คนธรรมดานะ ไม่ได้มีอิทธิฤทธิ์ย้ายภูเขาพลิกทะเลแบบพวกคุณ ขนาดคุณยังทำอะไรเจตจำนงแห่งสวรรค์ไม่ได้ แล้วผมจะไปทำอะไรได้เล่า"
"ผู้สร้างโลกอย่างเจ้า ... ช่างไร้ประโยชน์เสียจริง"
"..."
คำประเมินนี้ทำให้เจียงฝานโกรธจัด เขาลุกพรวดขึ้นมาจ้องหน้าลั่วเซียนเขม็ง "เรื่องที่ควรอธิบายผมก็อธิบายไปหมดแล้ว ข้อเรียกร้องของคุณผมก็พยายามให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ คุณไม่ขอบคุณผมก็ช่างเถอะ แต่ดันมาหยามเกียรติผมอีก อย่าลืมนะว่าผมเป็นคนสร้างคุณขึ้นมา!"
ลั่วเซียนเงียบไปหลายวินาที กระบี่เหมันต์หลิวหลีกลายเป็นลำแสงพุ่งกลับเข้าไปในหว่างคิ้วของเธอ "ข้าไม่ได้หยามเกียรติเจ้า ข้าแค่ดูถูกเจ้า"
"มันต่างกันตรงไหนฮะ"
"หากอยากให้ข้ามองผู้สร้างโลกอย่างเจ้าในแง่ดีขึ้นมาบ้าง ก็จงลบเส้นทางความรักของข้าทิ้งซะ"
ลั่วเซียนไม่ใช่คนไร้เหตุผล เธอแค่เกลียดความรู้สึกที่ถูกกำหนดชะตาความรักก็เท่านั้น
เจตจำนงแห่งสวรรค์งั้นหรือ
คอยดูเถอะ!
สักวันหนึ่งข้าจะทำลายเจตจำนงแห่งสวรรค์ให้สิ้นซาก!
เมื่อได้ยินดังนั้นเจียงฝานก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาพิมพ์งานหน้าคอมพิวเตอร์อย่างเอาเป็นเอาตาย โดยไม่สนใจเสียงประท้วงจากกระเพาะอาหารที่ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
ฆ่าได้หยามไม่ได้ ในฐานะลูกผู้ชายการถูกผู้หญิงดูถูก โดยเฉพาะผู้หญิงที่สวยระดับลั่วเซียน มันเป็นเรื่องที่น่าโมโหมากจริงๆ
เวลาผ่านไปกว่าสองชั่วโมงอย่างรวดเร็ว
หลังจากเจียงฝานทดลองนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดเขาก็ค้นพบความจริงบางอย่าง
เนื้อเรื่องไม่ใช่ว่าจะแก้ไขไม่ได้เลย เพียงแต่จำนวนคำที่อนุญาตให้แก้ไขได้มันน้อยนิดมากๆ
ตอนที่มีความยาวสองพันคำสามารถแก้ไขได้แค่สองคำ ส่วนตอนที่มีความยาวสามพันคำก็สามารถแก้ไขได้แค่สามคำ เรียงลำดับไปตามนี้
พูดง่ายๆ ก็คือหนึ่งพันคำจะแก้ไขได้แค่หนึ่งคำ หากเกินกว่ามาตรฐานนี้จะไม่สามารถอัปโหลดได้
นี่คือกฎเกณฑ์ที่เจียงฝานค่อยๆ คลำทางจนเจอ
เมื่อลั่วเซียนรู้เรื่องนี้คิ้วเรียวก็ขมวดมุ่น "แค่ไม่กี่คำจะไปมีประโยชน์อะไร ในเมื่อมันไม่สามารถลบเส้นทางความรักของข้าออกไปได้"
เจียงฝานไม่เห็นด้วยกับความคิดของลั่วเซียน "อย่าดูถูกตัวอักษรไม่กี่คำเชียวนะ หลายครั้งที่แค่คำเดียวก็สามารถเปลี่ยนความหมายของประโยคได้ทั้งประโยคเลย"
พูดจบเขาก็เปิดหาต้นฉบับที่ตั้งเวลาโพสต์ไว้จากในระบบหลังบ้าน
เนื้อหาคร่าวๆ ของตอนนี้คือตอนที่ลั่วเซียนเข้าร่วมการประลองสำนักแล้วบังเอิญเจอกับศิษย์สายนอกที่ชื่อหลินหาน ฝีมือของทั้งสองคนแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว หลินหานจึงพ่ายแพ้ไปอย่างรวดเร็ว ทว่าเนื่องจากหลินหานมีเจตจำนงกระบี่ที่บริสุทธิ์มาก ลั่วเซียนจึงเกิดความรู้สึกดีๆ ให้กับเขา
เจียงฝานรัวแป้นพิมพ์ เปลี่ยนคำว่า 'ลั่วเซียนเกิดความรู้สึกดี' เป็น 'ลั่วเซียนไร้ความรู้สึก'
เปลี่ยนแค่ไม่กี่คำ ความหมายก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ดวงตาของลั่วเซียนเป็นประกาย
ผู้สร้างโลกคนนี้ ...
ก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ไปเสียทีเดียว
เจียงฝานตรวจทานต้นฉบับในระบบหลังบ้านทั้งหมดหนึ่งรอบ ภายใต้การจัดการของเขา เส้นทางความรักระหว่างลั่วเซียนกับหลินหานก็ถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็ยืดอกราวกับแม่ทัพที่เพิ่งรบชนะ เดินเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าลั่วเซียนอย่างภาคภูมิใจ
ใบ้อะไรไหม ไม่ นี่มันประกาศกันโต้งๆ เลยต่างหาก!
"ข้าขอถอนคำพูดที่เคยประเมินเจ้าไว้ก่อนหน้านี้ เจ้าก็พอจะมีประโยชน์อยู่บ้าง"
คำพูดของลั่วเซียนทำให้มุมปากของเจียงฝานกระตุกอย่างบ้าคลั่ง "ผมช่วยคุณขนาดนี้ คุณไม่คิดจะตอบแทนผมหน่อยเหรอ"
"จะให้ตอบแทนอย่างไร"
"รับปากเงื่อนไขของผมมาข้อหนึ่ง"
"หากไม่มากเกินไป ข้าก็จะลองพิจารณาดู"
เจียงฝานโพล่งออกมาโดยไม่เสียเวลาคิด "วันหลังคุณอย่าเอะอะก็ชักกระบี่ใส่ผมได้ไหม ผมเกิดปีหนู ขี้ขลาดจะตายไป"
นิสัยเอะอะก็ชักกระบี่ของลั่วเซียนทำให้เขาทนไม่ไหวจริงๆ หากโดนอีกสักสองสามรอบ เขาคงตกใจจนเป็นโรคหัวใจแน่ๆ
นัยน์ตาของลั่วเซียนฉายแววประหลาดใจวาบหนึ่ง "ได้สิ"
เมื่อเห็นลั่วเซียนรับปากเจียงฝานก็พ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด ในตอนนั้นเองกระเพาะอาหารของเขาก็ส่งเสียงประท้วงขึ้นมาเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ เขามองไปที่ลั่วเซียน เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรก็เอ่ยขึ้น "คือว่า ... ผมจะออกไปหาอะไรกินข้างนอก คุณยังไม่กลับไปอีกเหรอ"
"พาข้าไปด้วย"
"หา"
คำขอร้องอย่างกะทันหันของลั่วเซียนทำเอาเจียงฝานถึงกับไปไม่เป็น "คุณบรรลุถึงขอบเขตน้ำพุวิญญาณแล้วไม่ใช่เหรอ ผู้บำเพ็ญเพียรในขอบเขตน้ำพุวิญญาณแค่ดูดซับพลังปราณฟ้าดินก็สามารถรักษาพลังงานที่ร่างกายต้องการได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องกินอาหารหนิ"
ลั่วเซียนตอบอย่างตรงไปตรงมา "ไม่ใช่แค่ผู้หญิงในโลกของพวกเจ้าหรอกนะที่มีความอยากอาหาร ข้าเองก็มีเหมือนกัน"
วินาทีต่อมากระบี่เหมันต์หลิวหลีก็โผล่ออกมาอีกครั้ง ปลายกระบี่ชี้ตรงไปที่ใบหน้าของเจียงฝาน
"จะพาข้าไปหรือไม่"
"ทำไมคุณถึงชักกระบี่ใส่ผมอีกแล้วล่ะ"
"ตาข้างไหนของเจ้าเห็นว่าข้าชักกระบี่ นี่กระบี่เหมันต์หลิวหลีมันออกมาของมันเองต่างหาก"
"..."
เสียงร้องดังกังวานของกระบี่เหมันต์หลิวหลีประกอบกับใบหน้าที่ดูไร้เดียงสาของลั่วเซียน กำลังบอกความจริงเรื่องหนึ่งให้เจียงฝานได้รับรู้
เขาโดนต้มซะแล้ว!
[จบแล้ว]