- หน้าแรก
- ท่านเซียนค้าบบ ได้โปรดอย่าทะลุมิติออกมาจากหนังสืออีกเลย
- บทที่ 2 - คุณรู้ไหมว่าความรักคืออะไร
บทที่ 2 - คุณรู้ไหมว่าความรักคืออะไร
บทที่ 2 - คุณรู้ไหมว่าความรักคืออะไร
ประตูเหล็กส่งเสียงเสียดสีแหลมยาวบาดแก้วหู
เสียงคลิกดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟที่สว่างวาบ
ภายในห้องเช่าเดี่ยวขนาดยี่สิบตารางเมตร มีเพียงเตียงนอนหนึ่งหลัง ตู้เสื้อผ้าแบบประกอบเอง โต๊ะคอมพิวเตอร์เก่าๆ ปลายเตียงมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ตั้งอยู่ นอกจากนี้ก็ไม่มีข้าวของชิ้นอื่นอีกเลย
เนื่องจากความชื้น สีบนผนังหลายจุดจึงลอกล่อน มีหยากไย่แมงมุมให้เห็นอยู่ทั่วไป พลูด่างบนขอบหน้าต่างเลื้อยพันลูกกรงเหล็กดัดไปกว่าครึ่ง ช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้กับห้องที่ว่างเปล่าและซอมซ่อนี้ได้บ้าง
"นี่คือถ้ำบำเพ็ญเพียรของเจ้างั้นหรือ"
"ก็คงงั้นมั้งครับ"
เจียงฝานยิ้มแหย
หากเป็นคนอื่นได้ยินคำศัพท์แปลกหูนี้ก็อาจจะงุนงงไปพักใหญ่ แต่ในฐานะนักเขียนนิยายออนไลน์ เขารู้ความหมายของคำว่าถ้ำบำเพ็ญเพียรเป็นอย่างดี
ห้องตรงหน้านี้ถึงจะดูเล็ก แต่สภาพแวดล้อมก็แย่ไม่แพ้กัน
ทว่าต่อให้ห้องนี้จะมีข้อเสียมากแค่ไหน ก็ยังมีข้อดีที่กลบความด้อยได้มิด นั่นก็คือค่าเช่าที่ถูกแสนถูก เพียงเดือนละหนึ่งพันหยวน ไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ หากมองไปทั่วทั้งเมืองซีหลิง ก็ยากที่จะหาห้องเช่าราคานี้ได้อีก
เมื่อเห็นเจียงฝานยอมรับ ลั่วเซียนก็ขมวดคิ้วบางเบา "ในฐานะผู้สร้างโลก การที่เจ้าไม่มีตบะบารมีเลยสักนิดก็พอเข้าใจได้ ท้ายที่สุดแล้วสถานที่แห่งนี้ก็ปราศจากพลังปราณฟ้าดิน ต่อให้เจ้ามีพรสวรรค์สูงส่งปานใด อยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ"
"แต่หากไม่พูดถึงเรื่องตบะบารมี ดูเหมือนว่าแม้แต่เรื่องปากท้องพื้นฐานเจ้าก็ยังเอาตัวไม่รอด พูดตามตรง ข้าเริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเองหาคนผิดหรือเปล่า ต่อให้ผู้สร้างโลกจะตกต่ำแค่ไหน ก็ไม่น่าจะอนาถาได้ถึงเพียงนี้"
"?"
"!!!"
หลังจากงุนงงไปชั่วขณะ เจียงฝานก็เบิกตากว้าง ผ่านไปครู่ใหญ่กว่าเขาจะหน้าดำหน้าแดงเค้นคำพูดออกมาได้ประโยคหนึ่ง "คุณพูดจา ... แย่เกินไปแล้วนะ!"
ลั่วเซียนไร้คำพูด
เจียงฝานรู้อัดอั้นตันใจ "ผมไม่ใช่ผู้สร้างโลกอะไรนั่น ผมเป็นแค่นักเขียนนิยายออนไลน์ การเขียนนิยายก็เป็นแค่วิชาชีพหาเลี้ยงปากท้องของผมเท่านั้น แค่นั้นจริงๆ"
"นักเขียนนิยายออนไลน์งั้นหรือ" ลั่วเซียนสายตาไหววูบ "หมายความว่าอย่างไร"
เจียงฝานไม่รู้ว่าจะอธิบายให้ลั่วเซียนฟังอย่างไรดี เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเพื่อเรียบเรียงคำพูด หลังจากอธิบายอยู่นานถึงสิบนาที ลั่วเซียนถึงพอจะเข้าใจความหมายของนักเขียนนิยายออนไลน์คร่าวๆ
"เพียงแค่ใช้ตัวอักษรก็สามารถสร้างโลกขึ้นมาได้จากความว่างเปล่างั้นหรือ ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ..."
เจียงฝานแอบสังเกตลั่วเซียน พลางชื่นชมและรู้สึกภูมิใจอยู่ลึกๆ
สมกับที่เป็นนางเอกของผม รูปร่างหน้าตาแบบนี้ บุคลิกแบบนี้ สัดส่วนแบบนี้ ...
โดยเฉพาะเท้าหยกคู่นั้นที่เหยียบอยู่บนพื้น อื้อหือ!
ในหนังสือหลายเล่มก่อนหน้านี้ เวลาเจียงฝานบรรยายนางเอก เขามักจะใช้คำว่าเท้าหยกอยู่บ่อยครั้ง จนมีนักอ่านหลายคนเข้ามาบ่นในคอมเมนต์ว่าวันๆ เอาแต่พรรณนาถึงเท้าหยกอยู่ได้
จนกระทั่งวันนี้ เขาถึงได้รู้ว่าเท้าหยกที่แท้จริงเป็นอย่างไร
สลักเสลาจากหยกฟ้าประทาน ไร้รอยมลทินแปดเปื้อน
หลังจากชื่นชมเสร็จ เจียงฝานก็เกิดความสงสัย ลั่วเซียน ... ทำไมถึงเดินเท้าเปล่า
"งดงามหรือไม่"
เจียงฝานรีบเบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน "ภายนอกดูเหมือนผมกำลังมองเท้าคุณ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่หรอก ผมแค่อยากเรียนรู้อดีตของคุณ ผ่านการดูเท้าของคุณ ผมก็สามารถมองเห็นเส้นทางที่คุณเคยเดินผ่านมาได้ ..."
ยิ่งพูด เสียงก็ยิ่งเบาลง
ยิ่งพูด ก็ยิ่งขาดความมั่นใจ
นัยน์ตาของลั่วเซียนแผ่รังสีอำมหิต ราวกับก้อนน้ำแข็งหมื่นปี
เจียงฝานรีบเปลี่ยนเรื่องทันที "คุณไม่อยู่ในหนังสือดีๆ วิ่งออกมาทำไมเนี่ย"
ดวงตาของลั่วเซียนลุกโชนดั่งเปลวเพลิง "ข้าออกมาทำไม เจ้าไม่รู้หรือ"
เจียงฝานทำหน้าเหลอหลา "คุณไม่บอก แล้วผมจะไปรู้ได้ยังไง"
เมื่อได้ยินดังนั้น อารมณ์ของลั่วเซียนก็เริ่มคุกรุ่นขึ้นมาเล็กน้อย "ในฐานะผู้สร้างโลก เจ้าตั้งใจดูแลโลกปลายปากกาของเจ้าไม่ได้หรือไง เหตุใดถึงต้องเขียนให้ข้าไปแอบมีใจให้หลินเซ่าเทียนด้วย"
เธอเพียงแค่ขยับความคิด กระบี่เหมันต์หลิวหลีก็ปรากฏขึ้น วินาทีต่อมามันก็จ่อเข้าที่ลำคอของเจียงฝาน "เจ้าจงให้เหตุผลที่ฟังขึ้นกับข้ามาเดี๋ยวนี้"
ไอเย็นจากกระบี่ทำให้เจียงฝานเสียวสันหลังวาบ "ตอนที่คุณถูกรุมล้อมในแดนลับหลีเทียน หลินเซ่าเทียนก็เข้ามาช่วยคุณให้พ้นจากอันตราย พล็อตแบบนี้เขาเรียกว่าวีรบุรุษช่วยสาวงาม การที่คุณจะแอบมีใจให้หลินเซ่าเทียนมันก็สมเหตุสมผลดีนี่ มีอะไรไม่ถูกต้องตรงไหน"
"น้ำเน่า"
"หา?"
ในฐานะนักเขียนนิยายออนไลน์ การที่พล็อตเรื่องที่ตัวเองวางแผนไว้ถูกตัวละครที่ตัวเองสร้างขึ้นมาวิจารณ์แบบนี้ ถือเป็นการดูถูกที่รุนแรงมาก
"ไม่เข้าใจก็อย่ามาพูดมั่วๆ ได้ไหม"
"วีรบุรุษช่วยสาวงามมันน้ำเน่าตรงไหน"
"คุณรู้ไหมว่าความรักคืออะไร"
การสาดคำถามใส่เป็นชุดทำให้ลั่วเซียนถึงกับประหลาดใจ "เจ้ารู้งั้นหรือ"
"แน่นอนสิ"
เจียงฝานยืดอกขึ้น "ในฐานะนักเขียนรุ่นเก๋าที่มีประสบการณ์เขียนนิยายรักจบมาแล้วถึงสี่เรื่อง ผมมีความรู้เรื่องความรักอย่างทะลุปรุโปร่ง คนที่อ่อนหัดเรื่องความรักอย่างคุณกล้ามาตั้งข้อสงสัยในตัวผม ไปเอาความกล้ามาจากไหนฮะ"
ลั่วเซียนเก็บกระบี่เหมันต์หลิวหลี แล้วเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน "ขอดูโลกทั้งสี่ใบที่เจ้าเคยสร้างมาก่อนหน้านี้ได้หรือไม่"
เจียงฝานประหลาดใจ
ความจริงแล้ว วินาทีที่เขาพูดจบเมื่อครู่ เขาก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที ไม่มีใครรู้ซึ้งถึงนิสัยของนางเอกที่ตัวเองสร้างขึ้นมาได้ดีไปกว่าเขาอีกแล้ว
เด็ดขาดและเฉียบขาด!
ตอนแรกเขาคิดว่าหลังจากบ่นเสร็จ ตัวเองอาจจะถูกลั่วเซียนแทงตายด้วยกระบี่เดียว หรืออย่างน้อยก็คงโดนสั่งสอนสักตั้ง ไม่คิดเลยว่าเธอจะมีปฏิกิริยาแบบนี้
"รอเดี๋ยวนะ"
เจียงฝานเปิดกระเป๋าเดินทาง หยิบแล็ปท็อปออกมา หาไฟล์ต้นฉบับทั้งสี่เรื่องที่จบไปแล้วในโฟลเดอร์ จากนั้นก็หลบทางให้ รอจนลั่วเซียนมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เขาก็สอนวิธีใช้เมาส์ให้เธอ
ลั่วเซียนเรียนรู้ได้เร็วมาก หลังจากฟังเจียงฝานอธิบายจบ เธองุ่มง่ามอยู่เพียงไม่กี่วินาที จากนั้นก็เริ่มใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วจนเห็นได้ชัด
ภาพที่เห็นนี้ทำให้เจียงฝานถึงกับเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง
ลั่วเซียนสุ่มเปิดหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่ง นัยน์ตาจดจ่อกับการอ่าน ... ไม่สิ พูดให้ถูกคือการสแกนต่างหาก
ตอนหนึ่งมีเนื้อหาสองพันกว่าคำ เธอใช้เวลาอ่านเพียงสี่ถึงห้าวินาที มือที่จับเมาส์เลื่อนลูกกลิ้งอย่างรวดเร็วไม่มีหยุดพัก ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เธอก็อ่านนิยายความยาวเกือบล้านคำจบ
เจียงฝาน "?"
นิยายเรื่องนี้เขาใช้เวลาเขียนเกือบปี แต่ลั่วเซียนใช้เวลาอ่านไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเนี่ยนะ
แต่พอคิดถึงที่มาของลั่วเซียน เขาก็พอจะเข้าใจได้
"เป็นไงบ้าง"
ลั่วเซียนมีแววตาสงสัย "อะไรเป็นไง"
"ปฏิสัมพันธ์ความรักระหว่างพระเอกกับนางเอกไง"
เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาคาดหวังของเจียงฝาน ลั่วเซียนก็ประเมินออกมา "น่าอึดอัดมาก แถมยังน้ำเน่าสุดๆ"
"..."
นิยายความยาวเกือบล้านคำเล่มหนึ่ง ทำให้ลั่วเซียนเริ่มเข้าใจวัฒนธรรมของโลกใบใหม่ที่แปลกตานี้ในเบื้องต้น
เจียงฝานหน้าดำคร่ำเครียด กดเปิดนิยายเล่มที่สองของตัวเอง "คุณ ... อ่านต่อไปเลย!"
ยี่สิบนาทีต่อมา คำวิจารณ์ของลั่วเซียนสำหรับนิยายเล่มที่สองมีเพียงสี่พยางค์ "น้ำเน่าจริงๆ"
เล่มที่สาม โคตรน้ำเน่า
เล่มที่สี่ อภิมหาน้ำเน่า
เจียงฝานหน้าดำทะมึน "คุณ คุณ ... นอกจากคำว่าน้ำเน่าแล้ว คุณพูดคำอื่นเป็นบ้างไหมเนี่ย"
"ก็มันคือความจริง"
หลังจากอ่านเนื้อหาทั้งสี่เล่มจบ ลั่วเซียนก็ยิ่งเข้าใจโลกใบนี้มากขึ้น ประโยคสั้นๆ เบาหวิวของเธอ ทำให้เจียงฝานถึงกับเถียงไม่ออก
จากนั้น เธอก็เปลี่ยนเรื่อง "แต่เมื่อเทียบกับพล็อตน้ำเน่าก่อนหน้านี้ พล็อตวีรบุรุษช่วยสาวงามในครั้งนี้ก็ถือว่ามีพัฒนาการขึ้นมาบ้าง ถึงจะซ้ำซากจำเจ แต่อย่างน้อยก็ไม่น้ำเน่า"
คำวิจารณ์นี้ทำให้เจียงฝานรู้สึกหดหู่ใจจนถึงขีดสุด
ลั่วเซียนคนนี้ ... ปากคอเราะร้ายเหมือนเคลือบยาพิษมาไม่มีผิด!
[จบแล้ว]