- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อ จากองค์ชายขยะ สู่เทวยุทธ์ไร้เทียมทาน
- บทที่ 7 - ดรรชนีเดียวทำลายเจ้า เฉาซื่อไห่ยอมเป็นทาส
บทที่ 7 - ดรรชนีเดียวทำลายเจ้า เฉาซื่อไห่ยอมเป็นทาส
บทที่ 7 - ดรรชนีเดียวทำลายเจ้า เฉาซื่อไห่ยอมเป็นทาส
บทที่ 7 - ดรรชนีเดียวทำลายเจ้า เฉาซื่อไห่ยอมเป็นทาส
ท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิดดั่งน้ำหมึก แสงกระบี่อันหนาวเหน็บสองสายพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
รังสีกระบี่กรีดร้องยาวนาน เสียงกู่ร้องดังก้องประดุจมังกร!
เฉาซื่อไห่หันหลังให้ มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเย็นชา องค์ชายที่ถูกเนรเทศมาอยู่อิวโจวคนหนึ่ง เมื่อตกอยู่ในกำมือของเขา ย่อมไม่มีโอกาสต่อต้านใดๆ ทั้งสิ้น
องค์ชายรึ?
หึหึ จะไปสู้สุนัขรับใช้อันจงรักภักดีที่อยู่เบื้องพระยุคลบาทอย่างเขาได้อย่างไร?
"ฝ่าบาท!"
เสี่ยวหลี่จื่อหวาดผวาอย่างหนัก เขาพุ่งตัวเข้าไปหมายจะผลักซูหมางออกไปให้พ้นทาง แม้ว่าสิ่งที่เขาจะต้องเผชิญหน้า คือนักสู้ระดับหนึ่งถึงสองคน ซึ่งเป็นเส้นทางสู่ความตายอย่างแน่นอน
"ความจงรักภักดีน่าชื่นชม แต่ที่นี่ไม่ใช่สมรภูมิของเจ้า"
ซูหมางยิ้มบางๆ เขาผลักมือเบาๆ ร่างของเสี่ยวหลี่จื่อก็ปลิวลอยไปตกอยู่ในห้องด้านข้างทันที เขาล้มลงบนพื้นและเบิกตากว้างมองซูหมางที่ถูกครอบคลุมไปด้วยแสงกระบี่
จบสิ้นแล้ว ฝ่าบาทต้องตายแน่!
ตาของเสี่ยวหลี่จื่อแทบจะถลนออกมา แม้เขาจะกลัวมาก แต่ตอนนี้คนที่กำลังเผชิญหน้ากับการเข่นฆ่าจากแสงกระบี่คือเจ้านายของเขา เขายินยอมตายเพื่อแลกกับความอยู่รอดของซูหมาง
กระบี่สองเล่มพุ่งประสานเข้าห้ำหั่น องครักษ์ทั้งสองทุ่มกำลังโจมตีสุดตัว โดยไม่มีความปรานีใดๆ แม้ว่าซูหมางในสายตาของทุกคนตอนนี้จะเป็นเพียงสวะก็ตาม
แต่ทว่า ราชสีห์ตะครุบกระต่ายยังต้องใช้กำลังเต็มที่ สิ่งที่เฉากงกงสั่งการ พวกเขาจะไม่มีวันละเลยเด็ดขาด
"กระบี่สองเล่มนี้ ข้าใช้ไม่ถนัด พวกเจ้าเอาไปใช้เองเถอะ"
วินาทีต่อมา ซูหมางก็ขยับตัว
เขายื่นแขนออกไป ความเร็วไม่ได้รวดเร็วนัก แต่กลับไปถึงเป้าหมายก่อน นิ้วมือทั้งสองข้างคีบกระบี่ยาวที่พุ่งเข้ามาสังหารไว้ พลังอันแข็งแกร่งที่พุ่งทะยานมา เมื่อมาถึงนิ้วของซูหมางก็พลันพังทลายลงในทันที
......
......
พลังลมปราณเดือดพล่านไปทั่วร่าง ทว่ากระบี่ยาวในมือกลับไม่สามารถแทงทะลุเข้าไปได้แม้แต่คืบเดียว องครักษ์ทั้งสองถึงกับตะลึงงัน พวกเขาโจมตีสุดกำลัง แต่กลับถูกซูหมางใช้มือเปล่ารับไว้ได้งั้นหรือ?
เป็นไปไม่ได้!
พรึ่บ ซูหมางก้าวเท้าไปข้างหน้า นิ้วที่คีบกระบี่ยาวทั้งสองเล่มไว้ พุ่งตรงเข้าแทงที่ลำคอขององครักษ์ทั้งสองด้วยความเร็วอันโหดเหี้ยมและเฉียบคม
"ไม่ ไม่นะ!"
"เฉากงกงช่วยด้วย!"
ทั้งสองกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
เฉาซื่อไห่ใจหายวาบ รีบหันขวับกลับมา ทันทีที่เขาหันกลับมา เขาก็ได้เห็นภาพซูหมางใช้สองมือจับกระบี่คู่ เส้นผมยาวปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง รอยยิ้มอันร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก คมกระบี่ได้ทิ่มทะลุเข้าไปในลำคอขององครักษ์ทั้งสองแล้ว
พรวด เสาเลือดพุ่งกระฉูดขึ้นฟ้า
ซูหมางปล่อยมือ องครักษ์ทั้งสองล้มลงกับพื้น สิ้นลมหายใจไปในทันที
เฉาซื่อไห่ ถึงกับยืนอึ้งตะลึงงันไปอย่างสมบูรณ์
การใช้กระบวนท่าเดียวสังหารนักสู้ระดับหนึ่งถึงสองคน เขาเองก็สามารถทำได้เช่นกัน วิธีการของซูหมางเมื่อครู่ ในสายตาของเขาแล้วไม่ได้มีความพิเศษอะไรเลย
แต่ประเด็นสำคัญคือ คนที่ลงมือคือซูหมาง!
องค์ชายเจ็ดที่ถูกช่วงชิงกระดูกสูงสุด และถูกเนรเทศจากเมืองหลวงมายังอิวโจวคนนี้ เขาไม่ได้กลายเป็นคนไร้ค่าไปแล้วหรือ ทำไมถึงมีพลังต่อสู้อันแข็งแกร่งเช่นนี้ได้?
หรือว่า การมาอยู่อิวโจวสามปี จะทำให้เขาได้รับวาสนาอันยิ่งใหญ่ฝืนลิขิตฟ้า?
"ประหลาดใจมากใช่ไหม ที่ข้าควรจะเป็นแค่สวะ แต่ทำไมถึงมีพลังต่อสู้ระดับนี้ได้?" ซูหมางมองหน้าเฉาซื่อไห่แล้วเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
......
......
เฉาซื่อไห่สูดลมหายใจลึก พยายามกดข่มความตื่นตะลึงในใจลง
"นึกไม่ถึงเลยว่า องค์ชายเจ็ดจะทรงมีวาสนาเช่นนี้ กระดูกสูงสุดถูกควักไปแล้ว ไม่เพียงแต่ไม่กลายเป็นสวะ แต่กลับได้รับวาสนาในดินแดนรกร้างอย่างอิวโจวแห่งนี้ จนก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นพ่ะย่ะค่ะ"
จิตใจของเฉาซื่อไห่ ตอนนี้ว้าวุ่นไปหมด
ควรทำอย่างไรดี?
ตอนนี้ ซูหมางไม่ใช่สวะอีกต่อไปแล้ว ทว่ากลับมีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่ง หากข่าวนี้แพร่สะพัดไปถึงเมืองหลวง ซูหมางมีโอกาสสูงมากที่จะกลับมาเป็นตัวเต็งในการชิงตำแหน่งรัชทายาทอีกครั้ง
แต่ทว่า เมื่อครู่นี้ เขาเพิ่งจะล่วงเกินซูหมางไปจนหมดสิ้นแล้ว!
ฆ่า!
มีเพียงการสังหารซูหมางเท่านั้น ความผิดที่เขาก่อขึ้น ถึงจะไม่มีวันถูกชำระความในภายภาคหน้า!
เพียงชั่วพริบตา เฉาซื่อไห่ก็ตัดสินใจได้
"กำลังคิดอยากจะฆ่าข้าอยู่ใช่ไหม?"
คำพูดที่โพล่งออกมาอย่างกะทันหันของซูหมาง ทำให้เฉาซื่อไห่ใจกระตุกวาบ
แต่แล้ว เขาก็กลับมาตีหน้าขรึมเย็นชาดุจเดิม "ฝ่าบาท พระองค์คิดว่าตัวพระองค์ในตอนนี้ หากกลับไปถึงเมืองหลวงและแย่งชิงตำแหน่งกับองค์ชายองค์อื่นๆ จะมีโอกาสชนะสักกี่ส่วนพ่ะย่ะค่ะ?"
"โปรดชี้แนะด้วย" ซูหมางเอ่ยปาก คล้ายกับต้องการขอคำปรึกษา
เฉาซื่อไห่เชิดหน้าขึ้นอย่างยโส หากพูดถึงราชวงศ์ต้าโจวนี้ ท้ายที่สุดแล้วจะตกไปอยู่ในมือใคร ไม่มีใครมองขาดได้ทะลุปรุโปร่งไปกว่าเขาอีกแล้ว!
"องค์ชายใหญ่ มีศักดิ์เป็นบุตรชายคนโตข่มองค์ชายองค์อื่นๆ ตระกูลฝั่งมารดาก็คือตระกูลเจียงซึ่งเป็นขุมกำลังระดับท็อป พลังยุทธ์ล้ำเลิศ บรรลุถึงระดับปรมาจารย์แล้ว!"
"องค์ชายสาม พรสวรรค์สูงส่ง ถูกเจ้าสำนักเด็ดดาวรับเป็นศิษย์สายใน อิทธิพลน่าเกรงขาม"
"องค์ชายห้า มารดามาจากวังดำขาว ผู้อาวุโสใหญ่แห่งวังดำขาวผู้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ผู้นั้น ก็คือท่านตาขององค์ชายห้า คิดดูเถิดว่าเบื้องหลังไม่ธรรมดาเพียงใด"
"องค์หญิงเก้า องอาจห้าวหาญ อายุเพียงสิบแปดปี ก็ก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์แล้ว อาจารย์ของนางก็ลึกลับและมีที่มาไม่ธรรมดา ถึงขั้นมีแนวโน้มว่าอาจจะได้เป็นจักรพรรดินีองค์แรกของราชวงศ์ต้าโจวเรา!"
"ฝ่าบาท แล้วพระองค์ มีคุณสมบัติอันใดไปแย่งชิงล่ะพ่ะย่ะค่ะ?"
เฉาซื่อไห่พ่นวาจาออกมาทีละประโยค เผยให้เห็นรายชื่อยอดอัจฉริยะผู้ทรงอำนาจในเมืองหลวง!
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว สถานะของซูหมาง และขุมกำลังที่อยู่เบื้องหลังเขา ในสายตาของคนเหล่านั้น ก็เป็นเพียงแค่แสงหิ่งห้อย ไม่อาจนำไปเทียบรัศมีได้เลย
"ข้าบังอาจ ขอเป็นผู้ขจัดเสี้ยนหนามให้กับองค์ชายและองค์หญิงทุกพระองค์ ส่งองค์ชายเจ็ดลงนรก!"
"ล่วงเกินแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ฟึ่บ
เฉาซื่อไห่กระโจนเข้าใส่ นิ้วมือเปลี่ยนเป็นกรงเล็บ พุ่งตรงเข้าหาศีรษะของซูหมาง
ที่ปลายนิ้ว มีพลังลมปราณหมุนวน ทว่ากลับพ่นพลังความเย็นยะเยือกสุดขีดออกมา ถึงขั้นทำให้มวลอากาศรอบด้านแข็งตัวไปชั่วขณะ กลิ่นอายพลังน่าสะพรึงกลัว ฝีมือไม่ธรรมดาเลย
"ครึ่งก้าวมหาปรมาจารย์ ก็มีดีแค่นี้เองรึ"
แววตาของซูหมาง ปรากฏร่องรอยแห่งความผิดหวังขึ้นมาอีกครั้ง
นี่น่ะหรือ สุนัขรับใช้ที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวจนหัวหดของฮ่องเต้ต้าโจว?
ไม่ได้แตกต่างจากเหมิงถัวผู้นั้นเลยสักนิด
ขยะ!
"บังอาจ!"
เฉาซื่อไห่ที่พุ่งเข้ามาถึงตรงหน้าซูหมาง โกรธจัดจนแทบคลั่ง ในฐานะที่เป็นถึงครึ่งก้าวมหาปรมาจารย์ ไม่เคยมีใครกล้าเยาะเย้ยเขาเช่นนี้มาก่อน
ก็มีดีแค่นี้เองรึ?
"ในเมื่อฝ่าบาทร่อนหาที่ตาย ข้าก็จะสงเคราะห์ให้!"
กรงเล็บทั้งห้ากำแน่นขึ้นอีกครั้ง
ตู้ม!!!
พลังปราณสายหนึ่ง ระเบิดออกมาจากกลางฝ่ามือเสียงดังสนั่น
คลื่นพลังแผ่ซ่าน พัดเอาชายเสื้อของซูหมางปลิวไสว ทว่าสีหน้าของซูหมางกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ แววตาสงบนิ่งดั่งบ่อน้ำลึก
"ดรรชนีนี้ มีนามว่าสังหารเทพ"
พรึ่บ
ซูหมางยื่นนิ้วชี้ออกไป
เพียงนิ้วเดียวที่แทงออกไปอย่างเรียบง่าย แผ่วเบา และทาบทับลงบนกรงเล็บของเฉาซื่อไห่
วิ้งๆๆ...
แสงสีทองเปล่งประกายกระเพื่อมไหว ครอบคลุมแขนทั้งท่อนของเฉาซื่อไห่เอาไว้
ทันใดนั้น ดวงตาของเฉาซื่อไห่ก็เบิกโพลงแทบถลน
พรวด พรวด พรวด ฝ่ามือและท่อนแขนของเขาระเบิดออกเป็นกลุ่มหมอกเลือดอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
เฉาซื่อไห่ส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ร่างกระเด็นถอยหลังลอยละลิ่วไปกระแทกพื้น แขนข้างหนึ่งของเขาถูกทำลายจนแหลกเหลว แม้แต่กระดูกก็ไม่เหลือ
"ไม่ เป็นไปไม่ได้!"
เฉาซื่อไห่คำรามด้วยความหวาดกลัว
เขาคือครึ่งก้าวมหาปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ หากมองไปทั่วทั้งใต้หล้า หากมหาปรมาจารย์ไม่ออกโรง จะมีสักกี่คนที่เป็นคู่ต่อสู้ของเขา?
ไม่สิ!
เฉาซื่อไห่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองซูหมางที่กำลังเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มบางๆ
"พระองค์... ทรงเป็นมหาปรมาจารย์!"
"ปรมาจารย์ขั้นสูงสุดของแคว้นเยาฉี พระองค์เป็นคนสังหาร!"
ซูหมางเอามือไพล่หลัง พยักหน้าเบาๆ
"ดูเหมือนว่า จะไม่ได้โง่จนเกินไปนะ"
ยอมรับแล้ว!
เฉาซื่อไห่ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาคุกเข่าลงตรงหน้าซูหมางทันที
"ฝ่าบาท โปรดไว้ชีวิตทาสเฒ่าผู้นี้ด้วยเถิด นับแต่นี้ไป ทาสเฒ่าผู้นี้ก็คือสุนัขของฝ่าบาท สุนัขที่ซื่อสัตย์ที่สุด ข้ามีประโยชน์กับฝ่าบาทมากนะพ่ะย่ะค่ะ!"
เฉาซื่อไห่โขกศีรษะคำนับ เรียกขานตนเองว่าทาสเฒ่า
[จบแล้ว]