เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57 บันทึก

บทที่ 57 บันทึก

บทที่ 57 บันทึก


จำนวนผู้คนในอาณาเขตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้นแม้แต่น้อย

นี่ไม่ใช่เพราะวิธีการบริหารจัดการนั้นยอดเยี่ยมเลิศเลออะไร แต่เป็นเพราะไม่ว่าจะเป็นผู้อพยพหรือพวกครึ่งอสูร ต่างก็อยู่ในโอวาทอย่างยิ่ง

อย่าว่าแต่สภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้เลย ต่อให้มีการทุบตีดาว่า หรือปฏิบัติกับคนเหล่านี้ราวกับทาสจริงๆ พวกเขาก็ยังคงสงบเสงี่ยมเจียมตัวยิ่งกว่าใคร

เนื่องจากยกเรื่องราวภายในอาณาเขตให้คนอื่นจัดการไปหมดแล้ว โดยเฉพาะการมีเอลฟ์คอยช่วยเหลือ ลู่เสวียนเหอจึงสามารถทุ่มเทให้กับการฝึกฝนได้อย่างไร้กังวล

ในเวลาช่วงกลางวันเก้าในสิบส่วนของวันนี้ เขาไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนเลย แม้แต่เรื่องของพฤกษาภูตเขาก็ยกให้เอลฟ์เป็นคนจัดการ

และแล้ว เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ยามสนธยามาเยือนแล้ว

เขายุติการฝึกสมาธิในวันนี้ลงเมื่อเริ่มสัมผัสไม่ได้ถึงแสงแดดเหนือศีรษะ

ผลลัพธ์นั้นยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะหลังจากกลืนกินทรัพยากรเหนือธรรมดาต่างๆ ที่ได้มาจากพ่อค้าพเนจรเข้าไป ความเร็วในการฝึกฝนก็เรียกได้ว่าก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว

“ใกล้ค่ำแล้ว”

เขาถอยร่นออกมาจากเขตน้ำลึก เมื่อกลับมาถึงอาณาจักรใต้น้ำ สายตาของเขากลับพร่ามัวไปวูบหนึ่ง ราวกับเห็นสายหมอกจางๆ ลอยเด่นอยู่เหนือผิวน้ำ

ในยามกลางวัน แสงแดดแผดเผาอย่างรุนแรงเสมอ ส่วนยามค่ำคืนก็หนาวเหน็บยิ่งนัก

ทว่าท่ามกลางความแตกต่างระหว่างกลางวันและกลางคืนนี้ เขากลับพบสิ่งหนึ่ง นั่นคืออุณหภูมิในยามค่ำคืนยังคงลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง

หากจะบอกว่าในช่วงไม่กี่คืนก่อนหน้านี้ยังไม่มีความรู้สึกเช่นนี้ แต่ในคืนนี้ ความหนาวเย็นกลับเด่นชัดขึ้นมาอย่างยิ่ง

เขาเดินขึ้นมาบนบก และพบว่าในอาณาเขตมีบางอย่างเพิ่มขึ้นมา

“ดูเหมือนว่าการยกเรื่องพฤกษาภูตให้เอลฟ์จัดการจะไม่มีปัญหาจริงๆ ด้วย ถึงกับพาพฤกษาภูตมาได้มากมายขนาดนี้ภายในวันเดียว”

ลู่เสวียนเหอมองไปยังพื้นที่นอกอาณาเขตที่เต็มไปด้วยพฤกษาภูตเบียดเสียดกันหนาตา เพียงแต่เพราะยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าอาณาจักร พวกมันจึงได้แต่รออยู่ด้านนอก

“ท่านลอร์ด ท่านมาแล้ว เรื่องพฤกษาภูตจัดการเรียบร้อยแล้วครับ นี่คือจำนวนมากที่สุดที่ข้าจะช่วยพากลับมาให้ท่านได้”

เอลฟ์นั่งยองๆ อยู่ข้างที่นาแบบง่ายเลเวล 3 พลางดูแลเมล็ดพันธุ์ โดยไม่จำเป็นต้องหันกลับมาเขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่อยู่ด้านหลัง

“ขอเตือนท่านลอร์ดไว้สักนิด พฤกษาภูตจำนวนที่มากพอจะสามารถผลิตไอเทมเหนือธรรมดาอย่างไม้ชิงอิ๋นได้ ไม่จำเป็นต้องตัดพวกมันทิ้งทั้งหมดหรอกครับ”

“แต่ในช่วงแรก ไม้ชิงอิ๋นที่ผลิตออกมาอาจจะยังมีไม่มากนัก จนกว่าพฤกษาภูตจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับอาณาเขตและกลายเป็นสิ่งก่อสร้างพิเศษ หรืออาจจะเป็นไปได้มากกว่านั้น? หากตอนนี้ท่านต้องการไอเทมเหนือธรรมดาไม้ชิงอิ๋นจำนวนมากละก็ ตัดพวกมันทิ้งให้หมดจะดีกว่าครับ”

ลู่เสวียนเหอพยักหน้า

“เดิมทีผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะตัดพวกมันทิ้งอยู่แล้ว ในเมื่อมีประโยชน์แบบนี้ ยิ่งควรเก็บพวกมันไว้ในอาณาเขต”

เขาจึงแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งในอาณาเขตไว้ และพฤกษาภูตทั้งหมดที่อยู่ด้านนอกต่างก็ถูกเบียดเสียดกันยัดเข้าไปข้างใน ทว่าพฤกษาภูตเหล่านี้กลับไม่มีท่าทีขัดขืนเลยแม้แต่น้อย แต่ละต้นต่างถอนรากของตนขึ้นมาแล้วพยายามเบียดเสียดกันเข้าไปอย่างกระตือรือร้น

เนื่องจากคำสั่งบังคับของเจ้าอาณาจักร ทั้งชาวบ้านและพวกครึ่งอสูรต่างเริ่มฝึกฝนวิธีการขัดเกลาร่างกาย

ส่วนลู่เสวียนเหอนั่งลงที่หน้าจวนเจ้าอาณาจักร มองดูท้องฟ้าที่ค่อยๆ มืดมิดลง

คืนนี้ คงมิอาจข่มตาหลับ

เอลฟ์เองก็นึกไม่ถึงว่า เพียงแค่คำแนะนำของตน เจ้าอาณาจักรมนุษย์ผู้นี้จะยอมลองทำตามดูจริงๆ

แต่ก็น่าเสียดาย เพราะหลังจากผ่านพ้นคืนนี้ไป บางทีเจ้าอาณาจักรมนุษย์ผู้นี้อาจจะต้องหนีเตลิดไปอย่างลนลาน

หากไม่นับเรื่องอื่น อาณาเขตแห่งนี้ก็นับว่าอยู่อาศัยได้สบายดีทีเดียว

ไม่มีใครเอ่ยปากพูดจา มีเพียงเสียงกระดาษในคู่มือที่ถูกพลิกไปมา และเสียงดินที่ถูกขุดคุ้ย

ภูตบุปผาแอบไปนอนหลับอยู่ที่ไหนสักแห่งในเขตเพาะปลูก หรืออาจจะเป็นข้างบ่อน้ำจันทรา ส่วนชาวบ้านและทาสคนอื่นๆ ต่างก็แยกย้ายไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่

ลู่เสวียนเหอ: ยังไม่เจอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสายหมอกเลยเหรอ?

เริ่นซิงสิง: ยังเลยครับ แต่ดูเหมือนจะมีคนเคยพูดไว้ในฟอรัมนะ แต่ชื่อของคนนั้นกลายเป็นสีเทาไปแล้ว น่าจะตายไปแล้วละ

ชุนมู่: พวกเรากำลังสืบข่าวเรื่องสายหมอกจากพวกคนท้องถิ่นอยู่ครับ แต่ไอ้เรื่องนี้พวกคนท้องถิ่นไม่ค่อยยอมพูดอะไรมาก สงสัยค่าตอบแทนที่ให้จะต่ำไปหน่อย แต่ตอนนี้ต่อให้เป็นองค์กรของพวกเราก็ยังให้มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว พี่ลู่สนใจดูอย่างอื่นไหมครับ

จางเหมี่ยว: มีพ่อค้าพเนจรมาที่อาณาเขตของเพื่อนผมคนหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่ข้อมูลเกี่ยวกับสายหมอกนั้นมีมูลค่าไม่ถึงเกณฑ์การแลกเปลี่ยน เพราะ ‘หนังสือ’ มันแพงมาก เพื่อนผมเลยไม่มีปัญญาจ่าย

ซ่งสืออวี้: งั้นแสดงว่าพ่อค้าพเนจรที่อาณาเขตเพื่อนคุณน่าจะพิเศษหน่อยนะ เพราะผมดูในฟอรัมส่วนใหญ่แทบจะแลกเปลี่ยนข้อมูลประเภทข่าวสารจากพ่อค้าพเนจรไม่ได้เลย

จางจิ้งจิ้ง: @ลู่เสวียนเหอ วันนี้ฉันสร้างตุ๊กตาพิเศษขึ้นมาตัวหนึ่งค่ะ ใช้ วัสดุที่พี่ลู่ให้ฉันมา มันมีความสามารถพิเศษคือตรวจจับอันตรายได้ (ส่งคำขอแลกเปลี่ยนส่วนตัว) อันตรายที่ต่างกันจะมีการตอบสนองที่ต่างกันค่ะ

ชุนมู่: ผมถามทางองค์กรมาแล้วครับ เรื่องนี้พวกเขาช่วยอะไรไม่ได้มาก หลักๆ คือเวลาที่มาถึงโลกภายใต้รหัสศูนย์มันสั้นเกินไป พลังเลยยังไม่ทันได้พัฒนาขึ้นมา

เริ่นซิงสิง: ความจริงไม่ใช่แค่ทางพี่ลู่ที่เจอเรื่องยุ่งยากนะครับ นอกจากคนที่อยู่ใกล้จุดเริ่มต้นของคนท้องถิ่นแล้ว ส่วนใหญ่ก็โดนกันถ้วนหน้า... ในทำเนียบอันดับผู้เอาชีวิตรอด มีคนติดท็อปหนึ่งร้อยคนหนึ่งเพิ่งโพสต์ลงฟอรัมเมื่อวาน บอกว่าเจอการรุกรานจากความมืดที่น่ากลัว จนถึงตอนนี้อาณาเขตยังมืดมิดไปหมด ไม่รู้จะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ยังไง

เริ่นซิงสิง: บางคนก็โดนฝูงสัตว์ประหลาดบุกถล่มอาณาเขต จนสูญเสียทุกอย่างกลายเป็นคนป่าไปแล้ว แต่เพราะอยู่ไกลจากที่พักของคนท้องถิ่น ตอนนี้เลยต้องเอาชีวิตรอดในที่รกร้างแทน

เริ่นซิงสิง: แล้วก็... แล้วก็มีคนที่เหมือนกับ @ซ่งสืออวี้ ที่โดนพวกสมุนชั้นต่ำจับไปเป็นวัวงาน ได้ยินว่ามีมนุษย์โดนกักขังไว้เยอะเลยครับ

ซ่งสืออวี้: ......ความสามารถในการรวบรวมและคัดกรองข้อมูลของคุณนี่เก่งจริงๆ นะ แต่ช่วยอย่าเอาผมไปเป็นตัวอย่างได้ไหม

เริ่นซิงสิง: ไม่งั้นผมจะหาพวกคุณเจอท่ามกลางคนในฟอรัมตั้งเยอะแยะได้ยังไงล่ะ ผมก็ต้องมีของดีบ้างสิ

ลู่เสวียนเหอ: ผมพอจะเข้าใจแล้ว คืนนี้ผมจะลองดูว่าโลกในยามค่ำคืนมันเป็นยังไง แล้วจะบันทึกไว้ให้ทุกคนได้ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงนะครับ

หลังจากเขาพูดจบ เขาก็ไปโพสต์ข้อความลงในฟอรัม

ส่วนการบันทึกหลังจากนี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะเขียนบรรยายเป็นตัวอักษรให้ยืดเยื้อ หากเจอสถานการณ์พิเศษ เขาจะถ่ายภาพแล้วอัปโหลดรูปภาพขึ้นไปโดยตรง

รัตติกาลอันยาวนาน เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นคนที่ฝึกวิชายุทธ์หรือฝึกสมาธิ ต่างพากันหลับใหลไปภายใต้การคุ้มครองของเชื้อไฟในอาณาเขตแล้ว

ในยามนี้ ภายในอาณาเขตอันกว้างขวาง มีเพียงลู่เสวียนเหอและเอลฟ์ผู้นี้ที่ยังตื่นอยู่

แสงจันทร์เหนือบ่อน้ำจันทราเปรียบเสมือนเส้นด้าย ค่อยๆ หลอมรวมลงสู่ก้นบ่อน้ำ

เอลฟ์หยุดสิ่งที่ทำอยู่ในมือลง แล้วนั่งลงข้างๆ ที่นา ก่อนจะมองไปยังลู่เสวียนเหอที่อยู่หน้าจวนเจ้าอาณาจักรแล้วเอ่ยถามว่า

“ท่านลอร์ด ท่านเตรียมตัวพร้อมแล้วจริงๆ หรือ?”

ลู่เสวียนเหอพยักหน้า

“ถ้าอย่างนั้น มันกำลังจะเริ่มแล้วครับ”

เขาเลื่อนสายตาไปตามทิศทางที่เอลฟ์มอง นั่นคือทิศทางของป่าดงดิบ

“ดูตรงนั้นก่อนครับ โลกที่คุณคุ้นเคยและคิดว่ารู้จักดี”

ทั้งสองคนก้าวเดินออกไปด้วยกัน

จบบทที่ บทที่ 57 บันทึก

คัดลอกลิงก์แล้ว